ข้อ ๑๓ เกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรอาจถูกสั่งให้ออกจากที่ดินได้ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) กรณีไม่ปฏิบัติตามความในข้อ ๗ หรือข้อ ๘
(๒) ไม่ชำระค่าตอบแทน หรือค่าบริการใด ๆ
ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
(๓)
ไม่ทำประโยชน์ในที่ดินที่จัดให้จนเป็นเหตุให้กระทบกระเทือนต่อแผนการผลิตและการจำหน่ายผลิตผลเกษตรกรรม
(๔) กระทำการฝ่าฝืนข้อ ๙ หรือข้อ ๑๑
หรือฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของคณะกรรมการคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
หรือผิดสัญญา หรือประพฤติปฏิบัติอย่างหนึ่งอย่างใด โดยประการที่แสดงให้เห็นว่าไม่สุจริต
หรือแสดงตนเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
เมื่อคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดเห็นว่า
มีเหตุดังกล่าวข้างต้นเกิดขึ้นให้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดมีคำเตือนเป็นหนังสือให้เกษตรกร
หรือสถาบันเกษตรกรปฏิบัติให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนดถ้าเกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรไม่ปฏิบัติตาม
ให้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดมีคำสั่งให้เกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรพร้อมด้วยบริวารออกจากที่ดิน
เมื่อมีคำสั่งให้เกษตรกร หรือสถาบันเกษตรกรออกจากที่ดินตามความในวรรคสองแล้ว
ให้เกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรผู้นั้นเป็นอันสิ้นสิทธิในการเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน
เว้นแต่จะมีการร้องเรียนตามข้อ ๑๘ และคณะกรรมการมีคำวินิจฉัยเป็นอย่างอื่น
ในระหว่างการพิจารณาคำร้องเรียนของคณะกรรมการตามข้อ ๑๘ ให้เกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรที่คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดสั่งให้ออกจากที่ดินยังคงอยู่ทำประโยชน์ในที่ดินนั้นได้ต่อไปจนกว่าคณะกรรมการจะมีคำวินิจฉัย
การสิ้นสิทธิและผลของการสิ้นสิทธิการเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน