法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. 2562 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
53
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรมการขนส่งทางบก

ว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์

พ.ศ. ๒๕๖๒

ตามที่ได้มีระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๓๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ไว้แล้ว นั้น

โดยที่เป็นการสมควรรวบรวมระเบียบดังกล่าวในส่วนที่มีแก้ไขเพิ่มเติมให้เป็นฉบับเดียวกันและปรับปรุงเอกสารหลักฐานที่ใช้ประกอบการจดทะเบียนและการโอนรถให้เหมาะสมยิ่งขึ้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๕ มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ อธิบดีกรมการขนส่งทางบกวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๖๒”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิก

(๑) ระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๓๑

(๒) ระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๓

(๓) ระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๔

(๔) ระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๘

(๕) ระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๑

(๖) ระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๑

(๗) ระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๔๒

(๘) ระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๔๒

(๙) ระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๔๕

(๑๐) ระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๗

(๑๑) ระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๔๗

(๑๒) ระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๗

(๑๓) ระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗

(๑๔) ระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๔) พ.ศ. ๒๕๔๘

(๑๕) ระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๕) พ.ศ. ๒๕๔๘

(๑๖) ระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๖) พ.ศ. ๒๕๔๘

(๑๗) ระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๗) พ.ศ. ๒๕๔๙

(๑๘) ระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๘) พ.ศ. ๒๕๕๑

บรรดาระเบียบ ประกาศ ข้อบังคับ หรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่มีไว้แล้วในระเบียบนี้หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

“ตรวจสภาพ” หมายความว่า การดำเนินการตรวจสภาพรถตามระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการตรวจสภาพรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์

“ตรวจสอบ” หมายความว่า การตรวจสอบความถูกต้องของเลขตัวรถ เลขเครื่องยนต์ และสีรถ

“นายทะเบียน” หมายความว่า ข้าราชการซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมแต่งตั้งให้เป็นนายทะเบียน และข้าราชการที่ได้รับมอบหมายจากผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้มีอำนาจและหน้าที่ในการดำเนินการด้านทะเบียน ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์

“ระบบฐานข้อมูลกรมการขนส่งทางบก” หมายความว่า ระบบบันทึกผลการตรวจสภาพรถและระบบต้นทะเบียนรถ ที่อยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้รองอธิบดี (ฝ่ายปฏิบัติการ) กรมการขนส่งทางบก รักษาการตามระเบียบนี้

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การดำเนินการด้านการตรวจสภาพและด้านทะเบียนรถ ให้นายทะเบียนดำเนินการผ่านระบบฐานข้อมูลกรมการขนส่งทางบก

การยื่นขอดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถตามระเบียบนี้ หากไม่ได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ให้ยื่นต่อนายทะเบียน ณ สำนักงานขนส่งทั่วประเทศ ดังนี้

(๑) การดำเนินการที่ต้องนำรถเข้ารับการตรวจสภาพหรือตรวจสอบ ให้เจ้าของรถยื่นเรื่องขอดำเนินการที่หน่วยงานตรวจสภาพรถ

(๒) การดำเนินการที่ไม่ต้องนำรถเข้ารับการตรวจสภาพหรือตรวจสอบ ให้เจ้าของรถยื่นเรื่องขอดำเนินการที่หน่วยงานทะเบียนรถของรถประเภทนั้น

การดำเนินการทางทะเบียนของรถบางประเภทหากมีกฎ ระเบียบ ประกาศหรือคำสั่งอื่นใดกำหนดไว้เป็นการเฉพาะ ให้นายทะเบียนถือปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎ ระเบียบ ประกาศหรือคำสั่งอื่นใดที่กำหนดไว้เป็นการเฉพาะด้วย

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในการยื่นขอดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถ ต้องเสียค่าธรรมเนียมคำขอทุกกรณี เว้นแต่การยื่นเสียภาษีรถประจำปี โดยให้หน่วยงานที่รับผิดชอบตามข้อ ๖ เป็นผู้จัดเก็บค่าธรรมเนียมคำขอ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การดำเนินการใด ๆ ตามระเบียบนี้ หากเจ้าของรถมิได้มาด้วยตนเอง ต้องมีหลักฐานการมอบอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้อื่นมาดำเนินการ พร้อมแนบหลักฐานประจำตัวผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจประกอบการดำเนินการ เว้นแต่การยื่นเสียภาษีรถประจำปี

การจดทะเบียนรถ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ รถดังต่อไปนี้ ต้องห้ามมิให้รับจดทะเบียน

(๑) รถที่ประกอบจากชิ้นส่วนเก่าใช้แล้วนำเข้าจากต่างประเทศตามกฎกระทรวงงดรับจดทะเบียนรถที่ประกอบจากชิ้นส่วนของรถที่ใช้แล้วที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ

(๒) ซากรถหรือรถมีสภาพความเสียหายในสาระสำคัญโดยสิ้นเชิง

(๓) รถที่นำเข้าจากต่างประเทศโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เช่น ไม่มีใบอนุญาตให้นำเข้าจากกรมการค้าต่างประเทศ

(๔) รถที่ใช้แล้วนำเข้าจากต่างประเทศโดยผ่านพิธีการศุลกากรตามประกาศถ่ายลำผ่านแดน โดยไม่นำออกไปนอกราชอาณาจักรจริงหรือเป็นการถ่ายลำผ่านแดนเทียม

(๕) รถที่ใช้แล้วนำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อปรับสภาพแล้วส่งออก

(๖) รถที่ไม่สามารถตรวจสอบที่มาของรถได้

การขอจดทะเบียนรถ ให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนแห่งท้องที่ที่เจ้าของรถมีภูมิลำเนาหรือท้องที่ที่จะนำรถไปใช้ ดังนี้

(๑) ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่น ณ สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ ๕

(๒) ในเขตจังหวัดอื่นให้ยื่น ณ สำนักงานขนส่งจังหวัด ยกเว้นเจ้าของรถมีภูมิลำเนาหรือจะนำรถไปใช้ในเขตท้องที่รับผิดชอบของสำนักงานขนส่งจังหวัดยะลา สาขาอำเภอเบตง ให้ยื่น ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดยะลา สาขาอำเภอเบตง

กรณีเจ้าของรถเป็นคนต่างด้าวและไม่มีภูมิลำเนาในราชอาณาจักร ให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนที่คนต่างด้าวนั้นมีถิ่นที่อยู่ที่ปรากฏในเอกสารแสดงถิ่นที่อยู่ที่ทางราชการออกให้เท่านั้น

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้กำหนดประเภทรถในการขอจดทะเบียนและการออกใบคู่มือจดทะเบียนรถ ดังต่อไปนี้

(๑) รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน ๗ คน (รย. ๑)

(๒) รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน ๗ คน (รย. ๒)

(๓) รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล (รย. ๓)

(๔) รถยนต์สามล้อส่วนบุคคล (รย. ๔)

(๕) รถยนต์รับจ้างระหว่างจังหวัด (รย. ๕)

(๖) รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน ๗ คน (รย. ๖)

(๗) รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง (รย. ๗)

(๘) รถยนต์รับจ้างสามล้อ (รย. ๘)

(๙) รถยนต์บริการธุรกิจ (รย. ๙)

(๑๐) รถยนต์บริการทัศนาจร (รย. ๑๐)

(๑๑) รถยนต์บริการให้เช่า (รย. ๑๑)

(๑๒) รถจักรยานยนต์ (รย. ๑๒)

(๑๓) รถแทรกเตอร์ (รย. ๑๓)

(๑๔) รถบดถนน (รย. ๑๔)

(๑๕) รถใช้งานเกษตรกรรม (รย. ๑๕)

(๑๖) รถพ่วง (รย. ๑๖)

(๑๗) รถจักรยานยนต์สาธารณะ (รย. ๑๗)

การยื่นขอจดทะเบียนรถทุกประเภท เจ้าของรถต้องแนบหลักฐานการทำประกันภัยตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ที่ยังไม่สิ้นสุดระยะเวลาความคุ้มครองประกอบด้วย เว้นแต่รถที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องจัดทำประกันภัยตามที่กฎหมายกำหนด เช่น รถสำหรับองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท รถของกระทรวง กรม เทศบาล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรุงเทพมหานคร

เมืองพัทยา รถของหน่วยงานธุรการ ขององค์กรที่จัดตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญ และหน่วยงานธุรการที่เป็นอิสระขององค์กรที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การยื่นขอจดทะเบียนรถ ให้ยื่นคำขอตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด และหลักฐานประจำตัวเจ้าของรถ ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล แล้วแต่กรณี

ในกรณีผู้ขอจดทะเบียนรถเป็นคนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง ให้ใช้ใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวหรือหนังสือเดินทาง หรือเอกสารที่ใช้แทนหนังสือเดินทาง พร้อมภาพถ่าย และใบสำคัญถิ่นที่อยู่ตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง หรือเอกสารหลักฐานแสดงที่พักอาศัยในราชอาณาจักรที่ทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐบาลต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศออกให้ หรือใบอนุญาตทำงานตามกฎหมายว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าว พร้อมภาพถ่าย

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ภายใต้บังคับตามความในข้อ ๑๐ วรรคสอง และข้อ ๑๑ เจ้าของรถซึ่งประสงค์จะขอจดทะเบียนรถประเภทใดประเภทหนึ่ง ต้องยื่นเอกสารหลักฐานแต่ละกรณี ดังนี้

(๑) รถใหม่ที่ผลิตภายในประเทศหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจำหน่าย

(ก) หนังสือแจ้งจำหน่ายและการรับรองหลักฐานการส่งบัญชีรับและจำหน่าย

(ข) หลักฐานการได้มาของรถ เช่น ใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษี สัญญาเช่าซื้อ เป็นต้น

(๒) รถใหม่ที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อใช้เฉพาะตัว ที่มิใช่เพื่อการจำหน่าย

(ก) ใบรับรองการนำเข้าจากกรมศุลกากร (แบบที่ ๓๒) และใบเสร็จรับเงินค่าอากรขาเข้า

(ข) บัญชีราคาสินค้าหรือใบกำกับสินค้า (อินวอยซ์) ใบขนสินค้าขาเข้าพร้อมแบบแสดงรายการภาษีสรรพสามิตและภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยเจ้าหน้าที่ของกรมศุลกากรรับรองความถูกต้อง

(๓) รถใช้แล้วที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อใช้เฉพาะตัวหรือเฉพาะหน่วยงาน มิใช่เพื่อการจำหน่าย

(ก) ใบรับรองการนำเข้าจากกรมศุลกากร (แบบที่ ๓๒) และใบเสร็จรับเงินค่าอากรขาเข้า

(ข) บัญชีราคาสินค้าหรือใบกำกับสินค้า (อินวอยซ์) ใบขนสินค้าขาเข้าพร้อมแบบแสดงรายการภาษีสรรพสามิตและภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยเจ้าหน้าที่ของกรมศุลกากรรับรองความถูกต้อง

(ค) หนังสืออนุญาตให้นำรถเข้ามาในราชอาณาจักรของกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ หรือหนังสืออนุญาตจากกระทรวงการต่างประเทศ เว้นแต่เป็นกรณีบุคคลหรือหน่วยงานที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้ามาโดยกระทรวงการต่างประเทศเห็นสมควร

(๔) รถที่เคยจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์หรือกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก

(ก) รถที่เคยจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ให้ใช้ใบคู่มือจดทะเบียนรถที่มีการแจ้งไม่ใช้รถตลอดไปตามมาตรา ๓๔ หรือที่แสดงว่าการจดทะเบียนรถเป็นอันระงับไปตามมาตรา ๓๕/๓ แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒

(ข) รถที่เคยจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก ให้ใช้หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถที่มีการแจ้งเลิกใช้รถตามมาตรา ๗๙ หรือการจดทะเบียนเป็นอันระงับตามมาตรา ๘๖/๔ แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒

(๕) รถที่ได้มาจากการขายทอดตลาดหรือการจำหน่ายของส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ

(ก) กรณีรถที่ไม่เคยจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก

๑) หนังสือรับรองหลักฐานการจำหน่ายรถ

๒) หนังสือรับรองการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายรถ

๓) บัญชีรายละเอียดของรถขายทอดตลาดหรือจำหน่าย

๔) สำเนาใบเสร็จรับเงินจากหน่วยงานที่ทำการขายทอดตลาด

๕) ภาพถ่ายตัวรถที่ขายทอดตลาด

(ข) กรณีรถที่เคยจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก

๑) หนังสือรับรองการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายรถ

๒) บัญชีรายละเอียดของรถขายทอดตลาดหรือจำหน่าย

๓) สำเนาใบเสร็จรับเงินจากหน่วยงานที่ทำการขายทอดตลาด

๔) ภาพถ่ายตัวรถที่ขายทอดตลาด

๕) ใบคู่มือจดทะเบียนรถ หรือหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

(ค) กรณีรถที่เคยจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ทหาร หรือระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

๑) หนังสือรับรองหลักฐานการจำหน่ายรถ

๒) หนังสือรับรองการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายรถ

๓) สำเนาใบทะเบียนรถยนต์ทหารหรือสำเนาสมุดประวัติรถสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

๔) บัญชีรายละเอียดของรถขายทอดตลาดหรือจำหน่าย

๕) สำเนาใบเสร็จรับเงินจากหน่วยงานที่ทำการขายทอดตลาด หรือสัญญาแลกเปลี่ยนระหว่างหน่วยงาน

๖) ภาพถ่ายตัวรถที่ขายทอดตลาด

(๖) รถพ่วงและรถกึ่งพ่วง

(ก) กรณีเป็นรถที่ผลิตภายในประเทศหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายให้ใช้หลักฐานตาม (๑)

(ข) กรณีเป็นรถที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อใช้เฉพาะตัวหรือเฉพาะหน่วยงานที่มิใช่เพื่อการจำหน่าย ให้ใช้หลักฐานตาม (๒) หรือ (๓) แล้วแต่กรณี

(ค) กรณีเป็นรถที่ประกอบขึ้นใช้เองภายในประเทศ มิใช่เพื่อการจำหน่ายให้ใช้หลักฐาน ดังนี้

๑) หนังสือรับรองการประกอบรถขึ้นใช้เอง

๒) หลักฐานการสร้างประกอบรถ เช่น ใบเสร็จรับเงินค่าแรงหรือใบกำกับภาษี เป็นต้น

๓) หนังสือจากเจ้าของรถยืนยันความถูกต้องในการได้มาซึ่งชิ้นส่วนอุปกรณ์และส่วนควบของรถทั้งหมดและบันทึกยืนยันความรับผิดทั้งหมดทั้งในทางแพ่งและทางอาญา หากมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิและการได้มาของชิ้นส่วนอุปกรณ์และส่วนควบของรถ

๔) หนังสือรับรองความมั่นคงแข็งแรงของรถและส่วนควบและเครื่องอุปกรณ์ของรถจากผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม สาขาวิศวกรรมเครื่องกล ตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพวิศวกร

(๗) รถที่ประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนอุปกรณ์รถเก่า

(ก) หลักฐานการได้มาของโครงคัสซีรถหรือตัวรถ

(ข) ใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษี ของค่าโครงคัสซีหรือตัวรถ ซึ่งต้องระบุชนิดและหมายเลขโครงคัสซีหรือตัวรถด้วย

(ค) หลักฐานการได้มาของเครื่องยนต์ ได้แก่ หนังสือแจ้งจำหน่ายและการรับรองหลักฐานการส่งบัญชีรับและจำหน่ายเครื่องยนต์

(ง) ใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษี ของค่าเครื่องยนต์

(จ) หลักฐานการได้มาของหัวเก๋ง (ในกรณีเป็นรถที่มีหัวเก๋ง) หรือตัวถังรถ

(ฉ) ใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษี ของหัวเก๋ง (ในกรณีเป็นรถที่มีหัวเก๋ง) หรือตัวถังรถ

(ช) หลักฐานการประกอบรถ ได้แก่ ใบเสร็จรับเงินค่าประกอบรถ กรณีที่เจ้าของรถประกอบขึ้นเองให้ทำหนังสือยืนยันไว้เป็นหลักฐาน

(ซ) หนังสือรับรองความมั่นคงแข็งแรงของรถและส่วนควบหรือเครื่องอุปกรณ์ของรถจากผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม สาขาวิศวกรรมเครื่องกล ระดับสามัญวิศวกรขึ้นไป

(๘) รถใช้งานเกษตรกรรม

(ก) หลักฐานการได้มาของโครงคัสซีรถ ในกรณีเป็นโครงคัสซีเก่าที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ได้แก่ บัญชีราคาสินค้าหรือใบกำกับสินค้า (อินวอยซ์) ใบขนสินค้าขาเข้าพร้อมแบบแสดงรายการภาษีสรรพสามิตและภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือภาพถ่ายที่มีเจ้าหน้าที่ของกรมศุลกากรรับรองความถูกต้อง

(ข) ใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษี ค่าโครงคัสซี ซึ่งต้องระบุชนิดและหมายเลขโครงคัสซีด้วย

(ค) หลักฐานการได้มาของเครื่องยนต์ อุปกรณ์ และส่วนควบอื่น ๆ เท่าที่จำเป็น หากไม่มีหลักฐานดังกล่าว ให้บันทึกปากคำเจ้าของรถประกอบคำขอด้วย

(ง) ในกรณีเจ้าของรถมิได้เป็นผู้ผลิตหรือประกอบขึ้นเอง ต้องมีหลักฐานการเสียภาษีสรรพสามิตของผู้ผลิตหรือประกอบ หรือหลักฐานการได้รับยกเว้นการเสียภาษีดังกล่าวมาประกอบคำขอด้วย

(๙) รถของส่วนราชการ องค์กรตามรัฐธรรมนูญ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ องค์การมหาชน และหน่วยงานอื่นของรัฐตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ทั้งนี้ เฉพาะรถที่มิได้ใช้ในทางการค้าหรือหากำไร รถดับเพลิง รถพยาบาลที่มิใช่เป็นรถสำหรับรับจ้าง รถบดถนนของรัฐวิสาหกิจ รถแทรกเตอร์ของรัฐวิสาหกิจ และรถของสภากาชาดไทย ให้ใช้หลักฐาน ดังนี้

(ก) หนังสือรับรองหลักฐานการส่งบัญชีรับและจำหน่าย

(ข) หนังสือแจ้งจำหน่าย

(ค) หลักฐานการได้มาของรถ เช่น ใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษี สัญญาเช่าซื้อ เป็นต้น

(ง) หนังสือรับรองจากหน่วยงานเจ้าของรถ

ในกรณีรถของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การสาธารณกุศลของประเทศไทยซึ่งได้รับการบริจาคจากต่างประเทศ นำเข้ามาในราชอาณาจักรภายใต้แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติให้ใช้หนังสือจากกระทรวงการต่างประเทศแนบประกอบด้วย

(๑๐) รถของบุคคลในคณะผู้แทนทางการทูต คณะผู้แทนทางกงสุล สำนักงานเศรษฐกิจและการค้าของต่างประเทศที่จัดตั้งขึ้นในประเทศไทยตามความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลต่างประเทศและรถของเจ้าหน้าที่สำนักงานดังกล่าว ให้ใช้หนังสือจากกระทรวงการต่างประเทศแจ้งเรื่องขอจดทะเบียนและขอยกเว้นการเสียภาษีประจำปีและค่าธรรมเนียม พร้อมด้วยหลักฐานการได้มาของรถ เช่น ใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษี สัญญาเช่าซื้อ เป็นต้น

(๑๑) รถของบุคคลในคณะผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ หรือทบวงการชำนัญพิเศษแห่งสหประชาชาติ ซึ่งประจำอยู่ในประเทศไทย ให้ใช้หนังสือจากส่วนราชการที่รับผิดชอบหน่วยงานดังกล่าวแจ้งเรื่องขอจดทะเบียน และขอยกเว้นการเสียภาษีประจำปี และค่าธรรมเนียมเฉพาะในกรณีที่ได้รับยกเว้นการเสียภาษีประจำปี พร้อมด้วยหลักฐานการได้มาของรถ เช่น ใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษี สัญญาเช่าซื้อ เป็นต้น

(๑๒) รถที่มีคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้จดทะเบียนให้ใช้ภาพถ่ายคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลที่เจ้าพนักงานศาลรับรองความถูกต้องพร้อมเอกสารหลักฐานตามข้อที่เกี่ยวข้อง แล้วแต่กรณี

(๑๓) รถแทรกเตอร์

(ก) หนังสือแจ้งจำหน่ายและการรับรองหลักฐานการส่งบัญชีรับและจำหน่าย

(ข) หลักฐานการได้มาของรถ เช่น ใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษี สัญญาเช่าซื้อ เป็นต้น

(ค) กรณีรถแทรกเตอร์ใช้ในการเกษตรต้องมีหลักฐานที่แสดงว่าตนเองมีอาชีพเป็นเกษตรกร เช่น หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนเกษตรกร หนังสือแสดงสิทธิครอบครองหรือกรรมสิทธิ์ในที่ดิน เป็นต้น

(๑๔) รถบดถนน

(ก) หนังสือแจ้งจำหน่ายและการรับรองหลักฐานการส่งบัญชีรับและจำหน่าย

(ข) หลักฐานการได้มาของรถ เช่น ใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษี สัญญาเช่าซื้อ เป็นต้น

ในกรณีการจดทะเบียนรถประเภทใดหรือลักษณะใด หากนายทะเบียนเห็นว่า อาจมีการนำรถไปใช้รับจ้างส่งคนโดยสารโดยผิดกฎหมาย อาจให้เจ้าของรถจัดทำหนังสือรับรองการใช้รถประกอบคำขอจดทะเบียนได้

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การเปลี่ยนประเภทรถที่จดทะเบียนไว้แล้ว ให้ถือเป็นการขอจดทะเบียนรถ โดยให้เจ้าของรถยื่นคำขอตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด พร้อมด้วยเอกสารหลักฐาน ดังนี้

(๑) กรณีเปลี่ยนประเภทรถยนต์ส่วนบุคคลเป็นรถยนต์สาธารณะหรือรถยนต์บริการ หรือกรณีเปลี่ยนรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลเป็นรถจักรยานยนต์สาธารณะ

(ก) ใบคู่มือจดทะเบียนรถ

(ข) หลักฐานการทำประกันภัยเพิ่มเติมจากกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถที่ยังไม่สิ้นสุดระยะเวลาความคุ้มครอง เฉพาะกรณีเปลี่ยนเป็นรถยนต์สาธารณะหรือรถยนต์บริการ

(ค) หนังสือรับรองการเป็นสมาชิกของสหกรณ์ เฉพาะกรณีเปลี่ยนเป็นรถยนต์สาธารณะซึ่งสหกรณ์เป็นผู้ดำเนินการ

(ง) แผ่นป้ายทะเบียนรถประเภทเดิม

(๒) กรณีเปลี่ยนประเภทรถยนต์สาธารณะเป็นรถยนต์บริการ หรือรถยนต์ส่วนบุคคล หรือกรณีเปลี่ยนรถจักรยานยนต์สาธารณะเป็นรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล

(ก) ใบคู่มือจดทะเบียนรถ

(ข) แผ่นป้ายทะเบียนรถประเภทเดิม

(๓) กรณีเปลี่ยนประเภทรถยนต์บริการเป็นรถยนต์สาธารณะ หรือรถยนต์ส่วนบุคคล

(ก) ใบคู่มือจดทะเบียนรถ

(ข) หลักฐานการทำประกันภัยเพิ่มเติมจากกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถที่ยังไม่สิ้นสุดระยะเวลาความคุ้มครอง เฉพาะกรณีเปลี่ยนเป็นรถยนต์สาธารณะ

(ค) หนังสือรับรองการเป็นสมาชิกของสหกรณ์ เฉพาะกรณีเปลี่ยนเป็นรถยนต์สาธารณะซึ่งสหกรณ์เป็นผู้ดำเนินการ

(ง) แผ่นป้ายทะเบียนรถประเภทเดิม

(๔) กรณีรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลเปลี่ยนเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล หรือรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเปลี่ยนเป็นรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล

(ก) ใบคู่มือจดทะเบียนรถ

(ข) หลักฐานการแก้ไขเพิ่มเติมหรือดัดแปลงรถตามระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยหลักเกณฑ์การขออนุญาตและการอนุญาตให้ใช้รถที่ทำการแก้ไขดัดแปลงตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์

(ค) แผ่นป้ายทะเบียนรถประเภทเดิม

(ง) หลักฐานแสดงการเสียภาษีสรรพสามิต เฉพะกรณีต้องเสียภาษีสรรพสามิต

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ เมื่อได้รับคำขอจดทะเบียนรถตามข้อ ๑๒ และ ๑๓ ให้นายทะเบียนที่ปฏิบัติหน้าที่ตรวจสภาพรถลงรับคำขอในระบบฐานข้อมูลกรมการขนส่งทางบก และตรวจสอบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอเท่าที่จำเป็นต่อการตรวจสภาพรถ เช่น หนังสือแจ้งจำหน่ายและการรับรองหลักฐานการส่งบัญชีรับและจำหน่ายรถ หลักฐานการเสียภาษีสรรพสามิต เป็นต้น เมื่อเห็นว่าถูกต้องครบถ้วน ให้สั่งผู้ยื่นคำขอนำรถเข้ารับการตรวจสภาพตามระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการตรวจสภาพรถและเกณฑ์การวินิจฉัยผลการตรวจสภาพรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์

การตรวจสภาพรถทุกกรณีให้จัดเก็บค่าธรรมเนียมตรวจสภาพรถเป็นรายครั้ง ไม่ว่ารถนั้นจะผ่านการตรวจสภาพหรือไม่ก็ตาม โดยในกรณีไม่ผ่านการตรวจสภาพ เมื่อจัดเก็บค่าธรรมเนียมตรวจสภาพรถ และออกใบเสร็จรับเงินแล้ว ให้คืนเอกสารให้ผู้ยื่นคำขอนำรถกลับไปแก้ไข

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ เมื่อนายทะเบียนได้รับคำขอจดทะเบียนรถ ให้ตรวจสอบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอพร้อมผลผ่านการตรวจสภาพ หากครบถ้วนถูกต้องแล้วให้ดำเนินการ ดังนี้

(๑) ออกหมายเลขทะเบียนรถ

(๒) ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลรายการรถ ข้อมูลบุคคล พร้อมจัดเก็บภาษีประจำปีสำหรับรถและค่าธรรมเนียม

(๓) ออกเครื่องหมายการเสียภาษี และแผ่นป้ายทะเบียนรถ

(๔) บันทึกรายการจดทะเบียนรถในใบคู่มือจดทะเบียนรถ

การจดทะเบียนรถตามคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลตามข้อ ๑๒ (๑๒) เมื่อดำเนินการจดทะเบียนรถแล้ว ให้มีหนังสือแจ้งศาลที่ออกคำพิพากษาหรือคำสั่งเพื่อทราบผลการดำเนินการทางทะเบียนด้วยทุกครั้ง

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ กรณีการจดทะเบียนรถที่ประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนอุปกรณ์รถเก่า เมื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอแล้ว ให้ดำเนินการ ดังนี้

(๑) ส่งเรื่องให้ส่วนควบคุมบัญชีรถและเครื่องยนต์ สำนักมาตรฐานงานทะเบียนและภาษีรถตรวจสอบหลักฐานการได้มาของโครงคัสซีหรือตัวรถและเครื่องยนต์

(ก) กรณีที่หลักฐานการได้มาของโครงคัสซีหรือตัวรถมีหมายเลขและโครงคัสซีหรือตัวรถก็มีหมายเลข เมื่อตรวจสอบแล้วเห็นว่าถูกต้องให้ลงบัญชีคุมเอกสารไว้แล้วส่งเรื่องคืน

(ข) กรณีที่หลักฐานการได้มาของโครงคัสซีหรือตัวรถไม่มีหมายเลขกำกับไว้ แต่ที่โครงคัสซีหรือตัวรถมีหมายเลข ให้ทำหนังสือสอบถามกองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติว่ามีการแจ้งโครงคัสซีหรือตัวรถดังกล่าวหายหรือไม่ เมื่อได้รับแจ้งผลเป็นหนังสือว่า ไม่มีผู้ใดแจ้งหายไว้และตรวจสอบแล้วเห็นว่าถูกต้อง ให้ลงบัญชีคุมเอกสารไว้แล้วส่งเรื่องคืน

กรณีที่หลักฐานการได้มาของโครงคัสซีหรือตัวรถไม่มีหมายเลข และที่โครงคัสซีหรือตัวรถก็ไม่มีหมายเลข ไม่ให้รับดำเนินการทางทะเบียน และแจ้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (กองบังคับการปราบปราม) เพื่อให้ทำการสอบสวนความถูกต้องแท้จริงของรถต่อไป

(๒) เมื่อได้รับเรื่องคืนจากส่วนควบคุมบัญชีรถและเครื่องยนต์ สำนักมาตรฐานงานทะเบียนและภาษีรถแล้วให้ดำเนินการตรวจสภาพรถ

(๓) ให้ผู้ยื่นไปเสียภาษีสรรพสามิตในฐานะผู้ผลิตหรือประกอบรถ แล้วนำหลักฐานการเสียภาษีสรรพสามิตหรือหลักฐานการได้รับยกเว้นภาษีสรรพสามิตมาแนบเรื่อง

(๔) ดำเนินการตามข้อ ๑๕

การเสียภาษีประจำปี

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ รถทุกคันที่จดทะเบียนแล้ว ต้องเสียภาษีรถประจำปี เว้นแต่รถที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีประจำปี

รถที่ได้รับยกเว้นภาษีรถประจำปี เจ้าของรถต้องยื่นขอรับการยกเว้นภาษีประจำปีทุกปี

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ การเสียภาษีรถประจำปีให้กระทำได้ ณ สำนักงานขนส่งทุกแห่งทั่วประเทศหรือหน่วยงานที่กรมการขนส่งทางบกมอบหมาย หรือโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) ด้วยหลักฐาน ดังนี้

(๑) ใบคู่มือจดทะเบียนรถ (ถ้ามี)

(๒) หลักฐานการทำประกันภัยตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถที่ยังไม่สิ้นสุดระยะเวลาความคุ้มครอง

(๓) หลักฐานการทำประกันภัยเพิ่มเติม เฉพาะกรณีรถที่ต้องจัดทำประกันภัยเพิ่มเติม

(๔) หลักฐานผ่านการตรวจสภาพรถ เฉพาะกรณีรถที่อยู่ในข่ายต้องเข้ารับการตรวจสภาพก่อนเสียภาษีรถประจำปี

(๕) หนังสือขอรับการยกเว้นภาษีรถประจำปี (ถ้ามี)

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ เมื่อนายทะเบียนตรวจสอบเอกสารหลักฐานครบถ้วนถูกต้องแล้ว ให้จัดเก็บภาษีรถให้ถูกต้องครบถ้วนตามอัตราที่กฎหมายกำหนด พร้อมออกใบเสร็จรับเงินและเครื่องหมายการเสียภาษี

ในกรณีปรากฏว่าช่องรายการเสียภาษีเต็ม ให้จัดเก็บค่าธรรมเนียมใบคู่มือจดทะเบียนรถและจัดทำใบคู่มือจดทะเบียนรถฉบับใหม่ให้แก่เจ้าของรถ

การแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงตัวรถหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของรถ

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ การแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงตัวรถหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของรถให้ผิดไปจากรายการที่จดทะเบียนไว้ เช่น การเปลี่ยนเครื่องยนต์ซึ่งมิใช่กรณีที่ต้องตอกเลขเครื่องยนต์ การเปลี่ยนสี การติดตั้งโครงหลังคาหรือโครงเหล็กด้านข้างรถ การเปลี่ยนชนิดเชื้อเพลิง การเปลี่ยนถังก๊าซ ให้เจ้าของรถยื่นคำขอตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด พร้อมด้วยเอกสารหลักฐาน ดังนี้

(๑) ใบคู่มือจดทะเบียนรถ (ถ้ามี)

(๒) บัตรประจำตัวประชาชน หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลของเจ้าของรถ แล้วแต่กรณี ในกรณีเจ้าของรถเป็นคนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง ให้ยื่นใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวหรือหนังสือเดินทาง หรือเอกสารที่ใช้แทนหนังสือเดินทาง

(๓) หลักฐานการได้มาของชิ้นส่วนอุปกรณ์หรือที่เกี่ยวข้องกับรายการที่ขอเปลี่ยนแปลง เช่น กรณีการเปลี่ยนเครื่องยนต์ต้องมีหลักฐาน ได้แก่ หนังสือแจ้งจำหน่ายและการรับรองหลักฐาน การส่งบัญชีรับและจำหน่ายเครื่องยนต์ ใบเสร็จรับเงินค่าเครื่องยนต์ หรือหนังสือซื้อขายหรือหลักฐานการยกให้เครื่องยนต์ หรือกรณีการเปลี่ยนสีรถต้องมีใบเสร็จรับเงินค่าจ้างทำสี

กรณีการเปลี่ยนชนิดเชื้อเพลิงจากน้ำมันเป็นก๊าซหรือใช้ก๊าซร่วมหรือสลับน้ำมันหรือเปลี่ยนถังก๊าซต้องมีหนังสือรับรองการติดตั้งและหนังสือรับรองการตรวจและทดสอบการติดตั้งส่วนควบและเครื่องอุปกรณ์ของรถที่ใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิง

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ เจ้าของรถต้องแจ้งการเปลี่ยนสีรถต่อนายทะเบียนภายใน ๗ วัน นับแต่วันที่เปลี่ยนสีรถ

กรณีที่จ้างผู้อื่นทำสี ให้ถือวันที่ลงในใบเสร็จรับเงินค่าจ้างทำสีเป็นวันเปลี่ยนสีรถ สำหรับกรณีเจ้าของรถอ้างว่าทำสีเอง ให้มีหนังสือยืนยันว่าได้ทำสีเองเมื่อใด และให้ถือวันที่ยืนยันนั้นเป็นวันเปลี่ยนสีรถ

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ เมื่อได้รับคำขอตามข้อ ๒๐ ให้ดำเนินการ ดังนี้

(๑) ให้นายทะเบียนที่ทำหน้าที่ตรวจสภาพ ตรวจสอบหลักฐานประกอบคำขอ และตรวจสภาพรถเฉพาะรายการที่ขอเปลี่ยนแปลง เว้นแต่การเปลี่ยนสีให้ตรวจสอบว่าสีรถตรงกับสีรถที่ขอเปลี่ยนหรือไม่ และบันทึกเลขที่คำขอ วันที่ตรวจสภาพ และผลการตรวจสภาพลงในระบบฐานข้อมูลกรมการขนส่งทางบก ในกรณีรถนั้นตรวจสภาพไม่ผ่าน ให้จัดเก็บเฉพาะค่าธรรมเนียมคำขอและค่าธรรมเนียมตรวจสภาพรถ และออกใบเสร็จรับเงินพร้อมคืนเอกสารให้ผู้ยื่นคำขอนำรถกลับไปแก้ไข

(๒) เมื่อผ่านการตรวจสภาพรถหรือตรวจสอบรถ ให้นายทะเบียนจัดเก็บค่าธรรมเนียมคำขอ ค่าธรรมเนียมตรวจสภาพรถ ค่าธรรมเนียมการแก้ไขเพิ่มเติมรายการในทะเบียนรถ และออกใบเสร็จรับเงิน

(๓) บันทึกรายการแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงตัวรถในใบคู่มือจดทะเบียนรถ และจ่ายใบคู่มือจดทะเบียนรถ (ถ้ามี)

กรณีเป็นการรับดำเนินการแทนสำนักงานอื่น ให้บันทึกรายการในบันทึกเจ้าหน้าที่เพิ่มเติมต่อท้ายด้วยว่า “แจ้งต่างสำนักงาน”

กรณีเจ้าของรถไม่ได้ยื่นใบคู่มือจดทะเบียนรถเป็นหลักฐานประกอบคำขอ ให้ดำเนินการ ดังนี้

(๑) การตรวจสภาพรถให้เจ้าหน้าที่ใช้ข้อมูลรายการจดทะเบียนรถจากระบบฐานข้อมูลกรมการขนส่งทางบก

(๒) การบันทึกรายการทางทะเบียนให้บันทึกเพิ่มเติมด้วยว่า “ไม่ใช้ใบคู่มือ”

(๓) เมื่อบันทึกรายการทางทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ให้พิมพ์รายการจดทะเบียนรถจากโปรแกรมสอบถามข้อมูลในระบบฐานข้อมูลกรมการขนส่งทางบก พร้อมรับรองสำเนาถูกต้องและจัดเก็บค่าธรรมเนียมรับรองสำเนาเป็นเงิน ๒๐ บาท แล้วส่งมอบให้กับผู้ยื่นคำขอเก็บไว้เป็นหลักฐานแสดงว่าได้มีการแจ้งเปลี่ยนเครื่องยนต์ เปลี่ยนสี ติดตั้งโครงหลังคารถหรือโครงเหล็กด้านข้างรถ เปลี่ยนชนิดเชื้อเพลิง เปลี่ยนถังก๊าซ แล้ว

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ การแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงตัวรถหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของรถที่กระทบต่อความมั่นคงแข็งแรงของรถ หรือเป็นการแก้ไขตัวรถในรายการที่เป็นสาระสำคัญ ให้เจ้าของรถยื่นคำขอตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด ณ สำนักงานขนส่งที่รถนั้นจดทะเบียน โดยให้ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และเอกสารหลักฐานที่กำหนดไว้ในระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยหลักเกณฑ์การขออนุญาตและการอนุญาตให้ใช้รถที่ทำการแก้ไขเพิ่มเติมหรือดัดแปลงตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์

กรณีเจ้าของรถยื่นคำขอ ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดสาขา ให้สำนักงานขนส่งจังหวัดสาขานั้นรับคำขอพร้อมรวบรวมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องส่งสำนักงานขนส่งจังหวัดเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป

การย้ายรถ

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ การแจ้งย้ายรถออก ให้ยื่นคำขอตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด ณ จังหวัดต้นทางหรือจังหวัดปลายทางก็ได้ พร้อมเอกสารหลักฐาน ดังนี้

(๑) ใบคู่มือจดทะเบียนรถ

(๒) หลักฐานประจำตัวเจ้าของรถ ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ เมื่อได้รับคำขอและตรวจสอบเอกสารหลักฐานครบถ้วนถูกต้องแล้วให้ดำเนินการ ดังนี้

(๑) กรณีแจ้งย้ายรถที่จังหวัดต้นทาง

(ก) จัดเก็บค่าธรรมเนียมคำขอ ค่าธรรมเนียมการย้ายรถ และออกใบเสร็จรับเงิน

(ข) จัดทำบันทึกรายการย้ายรถในใบคู่มือจดทะเบียนรถเสนอนายทะเบียนลงนาม

(ค) จ่ายใบคู่มือจดทะเบียนรถให้ผู้ยื่นขอนำไปยื่นขอย้ายเข้าที่จังหวัดปลายทาง

(๒) กรณีแจ้งย้ายรถที่จังหวัดปลายทาง

(ก) จัดเก็บค่าธรรมเนียมคำขอ ค่าธรรมเนียมการย้ายรถ และออกใบเสร็จรับเงิน

(ข) จัดทำบันทึกรายการย้ายรถในใบคู่มือจดทะเบียนรถเสนอนายทะเบียนลงนาม

(ค) จ่ายใบคู่มือจดทะเบียนรถให้ผู้ยื่นขอ

(๓) กรณีแจ้งย้ายรถที่จังหวัดปลายทางที่เจ้าของรถประสงค์จะขอเปลี่ยนการแจ้งย้ายรถจากจังหวัดเดิมเพื่อไปใช้งานในจังหวัดนั้น

(ก) จัดเก็บค่าธรรมเนียมคำขอ ค่าธรรมเนียมการยกเลิกการย้ายรถ ค่าธรรมเนียมการย้ายรถ และออกใบเสร็จรับเงิน

(ข) จัดทำบันทึกการยกเลิกการแจ้งย้ายรถเดิม พร้อมบันทึกข้อมูลการย้ายรถใหม่ในใบคู่มือจดทะเบียนรถ เสนอนายทะเบียนลงนาม

(ค) จ่ายใบคู่มือจดทะเบียนรถ

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ การแจ้งย้ายรถเข้า ให้ยื่นคำขอตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด พร้อมด้วยเอกสารหลักฐาน ดังนี้

(๑) ใบคู่มือจดทะเบียนรถ

(๒) หลักฐานประจำตัวเจ้าของรถ ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล

(๓) แผ่นป้ายทะเบียนรถเดิม กรณีสูญหายให้นายทะเบียนจังหวัดปลายทางใช้หลักฐานการแจ้งความ แผ่นป้ายทะเบียนรถสูญหายจากสถานีตำรวจ หรือบันทึกถ้อยคำเจ้าของรถหรือผู้ได้รับมอบอำนาจ

การแจ้งย้ายรถเข้า ผู้ยื่นขอจะต้องนำรถมาเข้ารับการตรวจสอบในขณะที่ยื่นคำขอด้วย มิฉะนั้น ไม่อาจถือได้ว่าเป็นการแจ้งย้ายรถเข้าต่อนายทะเบียนแล้ว

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ กรณีการแจ้งย้ายรถที่จังหวัดปลายทาง แม้นายทะเบียนจังหวัดต้นทางยังไม่ได้บันทึกการอนุญาตย้ายในระบบฐานข้อมูลกรมการขนส่งทางบก ก็สามารถยื่นคำขอแจ้งย้ายรถเข้าพร้อมกับนำรถเข้ารับการตรวจสอบไว้ก่อนได้ และให้ถือว่าเป็นการแจ้งย้ายรถเข้าต่อนายทะเบียนแล้ว

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ เมื่อได้รับคำขอตามข้อ ๒๖ และตรวจสอบเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วนและนายทะเบียนจังหวัดต้นทางได้อนุญาตให้ย้ายรถออกแล้ว ให้ดำเนินการ ดังนี้

(๑) ตรวจสอบรถ

(๒) ตรวจสอบเอกสารหลักฐานกับรายงานรถขอย้ายเข้าในระบบงานคอมพิวเตอร์ และผลการผ่านการตรวจสอบรถ เมื่อเห็นว่าถูกต้องให้ดำเนินการ ดังนี้

(ก) ในกรณีที่แจ้งย้ายรถเข้าเกิน ๑๕ วัน นับแต่วันแจ้งย้ายรถออก ให้จัดเก็บค่าปรับตามอัตราที่กฎหมายกำหนด

(ข) จัดเก็บค่าธรรมเนียมคำขอ ค่าธรรมเนียมใบแทนเครื่องหมายการเสียภาษีประจำปี ค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายทะเบียนรถและค่าธรรมเนียมอื่น ๆ (ถ้ามี) ออกใบเสร็จรับเงิน

(ค) ออกหมายเลขทะเบียนรถ

(ง) จัดทำเครื่องหมายการเสียภาษีประจำปี แก้ไขเพิ่มเติมรายการต่าง ๆ ในใบคู่มือจดทะเบียนรถให้ถูกต้อง เสนอนายทะเบียนลงนาม

(จ) จ่ายใบคู่มือจดทะเบียนรถ เครื่องหมายการเสียภาษีประจำปี และแผ่นป้ายทะเบียนรถที่ออกใหม่ให้ผู้ยื่นขอ

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ สำหรับกรณีเป็นรถที่แจ้งไม่ใช้ตลอดไป เมื่อเจ้าของรถมาขอดำเนินการแจ้งย้ายรถเข้า ให้นายทะเบียนดำเนินการเช่นเดียวกับการจดทะเบียนรถใหม่

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ เจ้าของรถที่ประสงค์จะยกเลิกการแจ้งย้ายรถ ให้ยื่นคำขอตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด พร้อมด้วยหลักฐานประจำตัวเจ้าของรถประกอบคำขอ ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชนหรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลต่อนายทะเบียน ดังต่อไปนี้

(๑) กรณียกเลิกการแจ้งย้ายและขอใช้งานที่จังหวัดเดิม ให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนจังหวัดต้นทางหรือนายทะเบียนจังหวัดปลายทางก็ได้

(๒) กรณียกเลิกการแจ้งย้ายและประสงค์จะเปลี่ยนจังหวัดปลายทางที่ขอย้ายไว้เดิมไปยังอีกจังหวัดหนึ่ง ให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนจังหวัดต้นทาง นายทะเบียนจังหวัดปลายทางหรือนายทะเบียนจังหวัดที่เจ้าของรถประสงค์จะเปลี่ยนการแจ้งย้ายรถจากจังหวัดเดิมไปใช้งานจังหวัดนั้นก็ได้

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ เมื่อได้รับคำขอตามข้อ ๓๐ และตรวจสอบเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วนแล้วให้ดำเนินการ ดังนี้

(๑) ถ้าปรากฏว่า แจ้งขอยกเลิกการแจ้งย้ายเกิน ๑๕ วัน นับแต่วันแจ้งย้ายรถออก ให้จัดเก็บค่าปรับตามอัตราที่กฎหมายกำหนด พร้อมจัดเก็บค่าธรรมเนียมคำขอ ค่าธรรมเนียมการยกเลิกการแจ้งย้ายรถเดิม ค่าธรรมเนียมการย้ายรถ (ถ้ามี) และออกใบเสร็จรับเงิน

(๒) กรณียกเลิกการแจ้งย้ายและขอใช้งานที่เดิม ให้บันทึกยกเลิกการแจ้งย้ายในใบคู่มือจดทะเบียนรถ เสนอนายทะเบียนลงนาม

(๓) กรณียกเลิกการแจ้งย้ายและประสงค์จะเปลี่ยนจังหวัดปลายทางที่ขอย้ายไว้เดิมไปอีกจังหวัดหนึ่ง ให้ดำเนินการ ดังนี้

(ก) ตรวจสอบข้อมูลในระบบงานคอมพิวเตอร์ว่า รถนั้นได้มีการย้ายรถเข้าจังหวัดปลายทางเดิมหรือไม่

(ข) หากผลการตรวจสอบปรากฏว่า ยังไม่มีการแจ้งย้ายรถเข้าจังหวัดปลายทางเดิม ให้ยกเลิกการแจ้งย้ายในระบบงานคอมพิวเตอร์ และให้ดำเนินการย้ายรถออกไปยังจังหวัดใหม่ เช่นเดียวกับข้อ ๒๕

(๔) กรณีใบคู่มือจดทะเบียนรถสูญหาย ให้นายทะเบียนจังหวัดปลายทางใช้หลักฐานการแจ้งความ ใบคู่มือจดทะเบียนรถสูญหายจากสถานีตำรวจ หรือบันทึกถ้อยคำเจ้าของรถหรือผู้ได้รับมอบอำนาจ และดำเนินการ ดังนี้

(ก) ตรวจสอบข้อมูลในระบบงานคอมพิวเตอร์ว่า มีการแจ้งย้ายรถเข้าจังหวัดปลายทางแล้วหรือไม่

(ข) หากผลการตรวจสอบปรากฏว่า ยังไม่มีการแจ้งย้ายรถเข้า ให้ดำเนินการออกใบแทนใบคู่มือจดทะเบียนรถ และดำเนินการตาม (๒) หรือ (๓) แล้วแต่กรณี ต่อไป

การโอนรถ

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ การโอนรถ ให้ยื่นคำขอตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด พร้อมด้วยเอกสารหลักฐาน ดังนี้

(๑) การโอนรถโดยการซื้อขายเสร็จเด็ดขาด

(ก) ใบคู่มือจดทะเบียนรถ

(ข) หลักฐานการโอนกรรมสิทธิ์ เช่น ใบเสร็จรับเงิน สัญญาซื้อขาย เป็นต้น

(ค) หลักฐานประจำตัวผู้โอนและผู้รับโอน ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว แล้วแต่กรณี

(๒) การโอนรถโดยการเช่าซื้อ หรือการซื้อขายโดยมีเงื่อนไข

(ก) ใบคู่มือจดทะเบียนรถ

(ข) สำเนาสัญญาเช่าซื้อ หรือสัญญาซื้อขายโดยมีเงื่อนไข

(ค) ใบเสร็จรับเงินค่าเช่าซื้อหรือซื้อขายโดยมีเงื่อนไข และใบกำกับภาษีงวดสุดท้ายพร้อมหนังสือยันยันการชำระเงินครบถ้วนตามสัญญา

(ง) หลักฐานประจำตัวผู้โอนและผู้รับโอน ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชนหรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว แล้วแต่กรณี

(๓) การโอนโดยการรับมรดกมีพินัยกรรม

(ก) ใบคู่มือจดทะเบียนรถ

(ข) ภาพถ่ายใบมรณบัตรของเจ้ามรดก

(ค) พินัยกรรมพร้อมภาพถ่ายพินัยกรรม

(ง) หลักฐานประจำตัวของผู้รับมรดกและของผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม (ถ้ามี) ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว แล้วแต่กรณี

(๔) การโอนรถโดยศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก

(ก) ใบคู่มือจดทะเบียนรถ

(ข) ภาพถ่ายใบมรณบัตรของเจ้ามรดก

(ค) สำเนาคำสั่งศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก

(ง) หลักฐานประจำตัวผู้จัดการมรดกในฐานะผู้โอนและของผู้รับโอน ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว แล้วแต่กรณี

(๕) การโอนรถโดยการรับมรดกที่ไม่มีพินัยกรรมและไม่มีคำสั่งศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก

(ก) ใบคู่มือจดทะเบียนรถ

(ข) ภาพถ่ายใบมรณบัตรของเจ้ามรดก

(ค) หลักฐานประจำตัวของผู้รับโอน ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชนหรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว แล้วแต่กรณี

(๖) การโอนรถโดยคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาล หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตามกฎหมาย

(ก) ใบคู่มือจดทะเบียนรถ (ถ้ามี)

(ข) สำเนาคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลที่รับรองสำเนาถูกต้อง หรือหนังสือของเจ้าพนักงาน ผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ให้โอนรถให้กับผู้รับโอนพร้อมทั้งบัญชีรายละเอียดของรถคันดังกล่าว

(ค) หลักฐานประจำตัวของผู้รับโอน ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว แล้วแต่กรณี

(๗) การโอนรถที่ได้รับยกเว้นการเสียภาษีประจำปีให้กับบุคคลที่ไม่ได้รับยกเว้นการเสียภาษีประจำปี

(ก) ใบคู่มือจดทะเบียนรถ

(ข) หนังสือแจ้งการโอนรถจากส่วนราชการหรือหน่วยงานที่ได้รับยกเว้นการเสียภาษีประจำปี

(ค) หลักฐานการได้มาของรถ เช่น ใบเสร็จรับเงิน เป็นต้น

(ง) หลักฐานประจำตัวของผู้รับโอน ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว แล้วแต่กรณี

(๘) การโอนรถของบรรดาคณะทูต สถานกงสุล องค์การระหว่างประเทศ สำนักงานเศรษฐกิจและการค้าของต่างประเทศที่จัดตั้งขึ้นในประเทศไทยตามความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลต่างประเทศและรถของเจ้าหน้าที่สำนักงานดังกล่าว ซึ่งนำเข้ามาโดยได้รับการยกเว้นอากรศุลกากรและบรรดาภาษีต่าง ๆ ให้กับบุคคลที่ไม่ได้รับสิทธิดังกล่าว

(ก) ใบคู่มือจดทะเบียนรถ

(ข) หนังสือจากกระทรวงการต่างประเทศแจ้งให้ทราบถึงการโอน หรือการขายรถคันนั้นแล้ว

(ค) หลักฐานการเสียอากรขาเข้ามาจากกรมศุลกากรและภาษีอื่น ๆ (ถ้ามี)

(ง) หลักฐานประจำตัวผู้รับโอน ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว แล้วแต่กรณี

(๙) การโอนรถของบุคคลที่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าและภาษีอื่น ๆ แต่ไม่ได้รับการยกเว้นภาษีประจำปี ให้กับบุคคลที่ไม่ได้รับสิทธิดังกล่าว

(ก) ใบคู่มือจดทะเบียนรถ

(ข) หนังสือจากกรมพิธีการทูต กระทรวงการต่างประเทศ อนุมัติให้จำหน่ายรถและแจ้งให้ทราบถึงการโอนหรือขายรถคันนั้นแล้ว

(ค) หลักฐานการเสียอากรขาเข้าจากกรมศุลกากรและภาษีอื่น ๆ (ถ้ามี)

(ง) หลักฐานประจำตัวผู้รับโอน ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ เมื่อได้รับคำขอโอนรถตามข้อ ๓๒ ยกเว้นการโอนตามข้อ ๓๒ (๕) และตรวจสอบหลักฐานประกอบคำขอถูกต้องแล้ว ให้ดำเนินการ ดังนี้

(๑) ตรวจสอบรถเว้นแต่การโอนรถตามข้อ ๓๒ (๒) ไม่ต้องตรวจสอบ

(๒) เจ้าหน้าที่ทะเบียนรถตรวจสอบหลักฐานประกอบคำขอ ผลการผ่านการตรวจสอบรถ และการเสียอากรตามประมวลรัษฎากร เมื่อเห็นว่าถูกต้องแล้วจัดเก็บค่าธรรมเนียมคำขอ และค่าธรรมเนียมการโอนรถ

(๓) บันทึกรายการโอนในใบคู่มือจดทะเบียนรถ

(๔) จ่ายใบคู่มือจดทะเบียนรถ

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ การโอนรถโดยการรับมรดกที่ไม่มีพินัยกรรม และไม่มีคำสั่งศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก เมื่อได้รับคำขอโอนรถตามข้อ ๓๒ และตรวจสอบหลักฐานประกอบคำขอถูกต้องแล้ว ให้ดำเนินการ ดังนี้

(๑) ตรวจสอบรถ

(๒) จัดทำหนังสือไปยังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองหรือพนักงานสอบสวนท้องถิ่นที่ตามภูมิลำเนาของเจ้าของมรดก เพื่อขอความร่วมมือให้สอบปากคำบรรดาทายาทของเจ้ามรดก พร้อมทั้งขอให้ดำเนินการประกาศรับโอนมรดกภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ

ถ้าปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ดังกล่าวไม่อาจดำเนินการสอบปากคำบรรดาทายาท และประกาศรับมรดกตามที่ขอความร่วมมือไปได้ ให้นายทะเบียนแจ้งให้ทายาทยื่นคำร้องต่อศาลให้มีการแต่งตั้งผู้จัดการมรดกแล้วนำคำสั่งศาลมาเป็นหลักฐานประกอบการโอนรถ โดยให้ดำเนินการเช่นเดียวกับการโอนรถโดยศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดกตามข้อ ๓๒ (๔)

(๓) เมื่อได้รับแจ้งผลการดำเนินการตาม (๒) วรรคแรกแล้วให้จัดเก็บค่าธรรมเนียมคำขอและค่าธรรมเนียมการโอนรถ ออกใบเสร็จรับเงิน

(๔) บันทึกรายการโอนในใบคู่มือจดทะเบียนรถ

(๕) จ่ายใบคู่มือจดทะเบียนรถ

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ การโอนรถตามข้อ ๓๒ (๗) และ (๘) ให้คำนวณภาษีรถ นับแต่วันที่ลงในหนังสือแจ้งการโอนรถ

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ ในการโอนรถผู้โอนและผู้รับโอนต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายใน ๑๕ วันนับแต่วันโอน ในกรณีไม่แจ้งภายในกำหนด ให้ผู้ยื่นเสียค่าปรับตามอัตราที่กฎหมายกำหนด

การแจ้งไม่ใช้รถชั่วคราวหรือไม่ใช้รถตลอดไปและการแจ้งใช้รถ

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ การแจ้งไม่ใช้รถมี ๒ กรณี คือ

(๑) การแจ้งไม่ใช้รถชั่วคราว

(๒) การแจ้งไม่ใช้รถตลอดไป

การแจ้งไม่ใช้รถชั่วคราว ให้มีผลใช้ได้ครั้งละไม่เกินสองปี

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ การแจ้งไม่ใช้รถชั่วคราวหรือไม่ใช้รถตลอดไป ให้ยื่นคำขอตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด พร้อมด้วยเอกสารหลักฐาน ดังนี้

(๑) ใบคู่มือจดทะเบียนรถ

(๒) บัตรประจำตัวประชาชน หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว แล้วแต่กรณี

(๓) แผ่นป้ายทะเบียนรถ ในกรณีที่แผ่นป้ายทะเบียนรถสูญหายให้ใช้ หลักฐานการแจ้งความแผ่นป้ายสูญหายจากสถานีตำรวจ หรือบันทึกถ้อยคำเจ้าของรถโดยใช้แบบบันทึกที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ การแจ้งไม่ใช้รถในกรณีเลิกสัญญาเช่าซื้อ แต่ไม่สามารถนำแผ่นป้ายทะเบียนรถมาคืนได้เนื่องจากยังติดตามยึดรถคืนไม่ได้ ให้เจ้าของรถแจ้งไม่ใช้รถตลอดไป พร้อมกับแก้ไขรายการผู้ครอบครองรถในใบคู่มือจดทะเบียนรถ พร้อมด้วยหลักฐานประกอบคำขอ ดังนี้

(๑) ใบคู่มือจดทะเบียนรถ

(๒) บัตรประจำตัวประชาชน หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว แล้วแต่กรณี

(๓) สำเนาหนังสือบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ และหลักฐานการเช่าซื้อ ได้แก่ สำเนาสัญญาเช่าซื้อ

(๔) สำเนาหนังสือยืนยันความถูกต้องในการเลิกสัญญาเช่าซื้อ โดยอาศัยสิทธิตามกฎหมายหรือสัญญาข้อใด เลิกสัญญาตั้งแต่เมื่อใด และระบุด้วยว่าหากมีข้อโต้แย้งใด ๆ เกี่ยวกับสิทธิในรถคันดังกล่าว ผู้ให้เช่าซื้อยินยอมรับผิดชอบทุกประการ และหากผู้ให้เช่าซื้อติดตามรถคืนมาจากผู้เช่าซื้อได้จะนำแผ่นป้ายทะเบียนรถส่งคืนแก่นายทะเบียนทันที

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ เมื่อได้รับคำขอและตรวจสอบเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วนแล้วให้ดำเนินการ ดังนี้

(๑) จัดเก็บค่าธรรมเนียมคำขอ ค่าธรรมเนียมการแจ้งไม่ใช้รถ และค่าธรรมเนียมการแก้ไขเพิ่มเติมรายการในทะเบียนรถ และจัดเก็บค่าภาษีประจำปีสำหรับกรณีที่ต้องเสียเพิ่มตามที่กฎหมายกำหนด

(๒) บันทึกชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในใบคู่มือจดทะเบียนรถในหน้ารายการจดทะเบียนรถหน้าถัดไป

(๓) ให้บันทึกรายการในใบคู่มือจดทะเบียนรถในหน้ารายการบันทึกของเจ้าหน้าที่ว่า “เลิกสัญญาเช่าซื้อและแจ้งไม่ใช้รถตลอดไป ยังไม่คืนแผ่นป้ายเนื่องจากตามยึดรถไม่ได้ และได้แจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจ..............................ประจำวันลำดับที่......................วันที่....................”

(๔) ในกรณีนำแผ่นป้ายทะเบียนรถมาคืนภายหลัง ให้บันทึกรายการในใบคู่มือจดทะเบียนรถในหน้ารายการบันทึกของเจ้าหน้าที่เพิ่มเติมว่า “ส่งคืนแผ่นป้ายทะเบียนรถ จำนวน.....................แผ่น เมื่อวันที่.............................แล้ว”

(๕) ในกรณีมีการแจ้งใช้รถคันดังกล่าวใหม่ และไม่มีหลักฐานการส่งคืนแผ่นป้ายทะเบียนรถ ให้เรียกคืนแผ่นป้ายทะเบียนรถด้วย หากสูญหายให้นำหลักฐานการแจ้งความแผ่นป้ายสูญหายจากสถานีตำรวจมาแสดงหรือบันทึกถ้อยคำสูญหายตามแบบบันทึกที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ การแจ้งไม่ใช้รถตลอดไปกรณีรถสูญหายหรือรถเกิดอุบัติเหตุเสียหายจนใช้งานไม่ได้ ให้ยื่นคำขอตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด พร้อมด้วยเอกสารหลักฐาน ดังนี้

(๑) ใบคู่มือจดทะเบียนรถ

(๒) บัตรประจำตัวประชาชน หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว แล้วแต่กรณี

(๓) สำเนาประจำวันเกี่ยวกับคดีจากสถานีตำรวจที่เจ้าของรถแจ้งความสูญหายหรือเกิดอุบัติเหตุไว้ต่อพนักงานสอบสวน ซึ่งต้องระบุวันที่รถนั้นสูญหายหรือเกิดอุบัติเหตุเสียหายจนใช้งานไม่ได้ไว้ในสำเนารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีด้วย

(๔) แผ่นป้ายทะเบียนรถ (ถ้ามี) กรณีแผ่นป้ายทะเบียนรถสูญหายให้ใช้หลักฐานการแจ้งความแผ่นป้ายสูญหายจากสถานีตำรวจหรือบันทึกถ้อยคำเจ้าของรถโดยใช้แบบบันทึกตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ เมื่อได้รับคำขอและตรวจสอบเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วนแล้วให้ดำเนินการ ดังนี้

(๑) จัดเก็บภาษีประจำปีที่ค้างชำระ พร้อมเงินเพิ่มให้ครบถ้วน (ถ้ามี) โดยให้ดำเนินการจัดเก็บภาษีประจำปีที่ค้างอยู่ก่อนถึงวันที่รถสูญหายหรือเกิดอุบัติเหตุเสียหายจนใช้งานไม่ได้ทั้งรอบปีภาษี

(๒) จัดเก็บค่าธรรมเนียมคำขอและค่าธรรมเนียมการแจ้งไม่ใช้รถ ออกใบเสร็จรับเงิน

(๓) บันทึกรายการในใบคู่มือจดทะเบียนรถ ดังนี้

“แจ้งไม่ใช้ตลอดไป เนื่องจาก สูญหายหรือเกิดอุบัติเหตุเสียหายจนใช้งานไม่ได้ตั้งแต่วันที่ (วันที่รถสูญหายหรือเกิดอุบัติเหตุ) แจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจ................ประจำวันลำดับที่.........วันที่............”

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ เจ้าของรถซึ่งได้แจ้งไม่ใช้รถชั่วคราวไว้ หากมีความประสงค์จะแจ้งไม่ใช้รถชั่วคราวต่อไปอีกหรือจะแจ้งไม่ใช้รถตลอดไป ให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนแห่งท้องที่เดิมที่แจ้งไม่ใช้รถนั้นไว้ พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบคำขอ ดังนี้

(๑) ใบคู่มือจดทะเบียนรถ

กรณีใบคู่มือจดทะเบียนรถสูญหาย ให้เจ้าของรถยื่นคำขอออกใบแทนใบคู่มือจดทะเบียนรถแทนที่สูญหายโดยใช้หลักฐานการแจ้งความสูญหายจากสถานีตำรวจหรือบันทึกถ้อยคำเจ้าของรถโดยใช้แบบบันทึกตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

(๒) บัตรประจำตัวประชาชน หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว แล้วแต่กรณี

การแจ้งไม่ใช้รถตามวรรคหนึ่ง ให้ยื่นขอได้ล่วงหน้าภายใน ๓๐ วันก่อนครบกำหนดอายุการแจ้งไม่ใช้รถนั้น

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ เมื่อได้รับคำขอและตรวจสอบเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วนแล้วให้ดำเนินการดังนี้

(๑) หากเจ้าของรถซึ่งได้แจ้งไม่ใช้รถชั่วคราวไว้ มาแจ้งไม่ใช้รถชั่วคราวหรือแจ้งไม่ใช้รถตลอดไป เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาสองปี ให้จัดเก็บภาษีประจำปีตั้งแต่วันถัดจากวันครบกำหนดระยะเวลาดังกล่าวจนถึงวันสิ้นอายุภาษีตามรอบปีภาษีเดิม พร้อมกับเงินเพิ่มตามที่กฎหมายกำหนด

(๒) จัดเก็บค่าธรรมเนียมคำขอ ค่าธรรมเนียมการแจ้งไม่ใช้รถ ค่าธรรมเนียมใบแทนใบคู่มือจดทะเบียนรถกรณีสูญหาย และออกใบเสร็จรับเงิน

(๓) บันทึกรายการในใบคู่มือจดทะเบียนรถ จัดทำเครื่องหมายการเสียภาษีประจำปี และเสนอนายทะเบียนลงนาม

(๔) จ่ายใบคู่มือจดทะเบียนรถหรือใบแทนใบคู่มือจดทะเบียนรถและเครื่องหมายการเสียภาษีประจำปี

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ การแจ้งใช้รถสำหรับรถที่แจ้งไม่ใช้รถชั่วคราวไว้ ให้ยื่นคำขอตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด ต่อนายทะเบียนแห่งท้องที่เดิมที่แจ้งไม่ใช้รถนั้นไว้ พร้อมด้วยหลักฐานประกอบคำขอ ดังนี้

(๑) ใบคู่มือจดทะเบียนรถ

กรณีใบคู่มือจดทะเบียนรถสูญหาย ให้เจ้าของรถยื่นคำขอออกใบแทนใบคู่มือจดทะเบียนรถแทนที่สูญหายและให้ใช้หลักฐานการแจ้งความสูญหายจากสถานีตำรวจ หรือบันทึกถ้อยคำเจ้าของรถโดยใช้แบบบันทึกตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

(๒) บัตรประจำตัวประชาชน หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ เมื่อได้รับคำขอและตรวจสอบเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วนแล้วให้ดำเนินการดังนี้

(๑) ตรวจสภาพรถ ในกรณีรถนั้นตรวจสภาพไม่ผ่าน ให้จัดเก็บเฉพาะค่าธรรมเนียมคำขอและค่าธรรมเนียมตรวจสภาพรถ และออกใบเสร็จรับเงินพร้อมคืนเอกสารให้ผู้ยื่นคำขอนำรถกลับไปแก้ไข

(๒) จัดเก็บภาษีประจำปี

(ก) กรณีเป็นการแจ้งใช้รถก่อนครบกำหนดการแจ้งไม่ใช้รถชั่วคราว

๑) หากอายุภาษีประจำปีของรถนั้นยังเหลืออยู่ ไม่ต้องจัดเก็บภาษีใหม่ และให้ใช้อายุภาษีประจำปีที่เหลืออยู่นั้นต่อไป

๒) หากอายุภาษีประจำปีของรถนั้นสิ้นสุดลงแล้ว ให้จัดเก็บภาษีประจำปีนับแต่วันที่แจ้งใช้รถ จนถึงวันสิ้นอายุภาษีตามรอบปีภาษีเดิม

(ข) ในกรณีที่เป็นการแจ้งใช้รถเมื่อพ้นกำหนดการแจ้งไม่ใช้รถชั่วคราว ให้จัดเก็บภาษีประจำปีนับแต่วันถัดจากวันครบกำหนดการแจ้งไม่ใช้รถชั่วคราวจนถึงวันสิ้นอายุภาษีตามรอบปีภาษีเดิม พร้อมทั้งจัดเก็บเงินเพิ่มอีกร้อยละหนึ่งต่อเดือน

(๓) จัดเก็บค่าธรรมเนียมคำขอ ค่าธรรมเนียมการแจ้งใช้รถ ค่าธรรมเนียมการตรวจสภาพรถ ค่าธรรมเนียมใบแทนใบคู่มือจดทะเบียนรถกรณีสูญหาย ค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายทะเบียนรถกรณีแผ่นป้ายทะเบียนรถสูญหาย และออกใบเสร็จรับเงิน

(๔) บันทึกรายการในใบคู่มือจดทะเบียนรถพร้อมทั้งจัดทำเครื่องหมายการเสียภาษีประจำปีเสนอนายทะเบียนลงนาม

(๕) จ่ายใบคู่มือจดทะเบียนรถ เครื่องหมายการเสียภาษีประจำปี และแผ่นป้ายทะเบียนรถ”

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ กรณีแจ้งไม่ใช้รถชั่วคราว หรือแจ้งไม่ใช้ตลอดไปต่างสำนักงานให้บันทึกเพิ่มเติมด้วยว่า “แจ้งต่างสำนักงานโดย....(ชื่อสำนักงาน)”

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ การแจ้งใช้รถสำหรับรถที่เคยจดทะเบียนแล้ว และการจดทะเบียนเป็นอันระงับไปตามกฎหมาย หรือแจ้งการไม่ใช้ตลอดไป หรือแจ้งเลิกใช้รถ ให้ดำเนินการจดทะเบียนรถใหม่ โดยให้ใช้เอกสารหลักฐานตามข้อ ๑๒ (๔) และมีขั้นตอนดำเนินการตามข้อ ๑๔ เว้นแต่ในกรณีรถนั้นได้มีการนำไปแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงจากเดิม ให้นำข้อกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และเอกสารหลักฐานตามที่กำหนดไว้ในระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยหลักเกณฑ์การขออนุญาตและการอนุญาตให้ใช้รถที่ทำการแก้ไขเพิ่มเติมหรือดัดแปลงตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ด้วย

การออกใบแทนใบคู่มือจดทะเบียนรถ เครื่องหมายการเสียภาษีประจำปีหรือแผ่นป้ายทะเบียนรถ

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙ การขอออกใบแทนใบคู่มือจดทะเบียนรถ หรือเครื่องหมายการเสียภาษีประจำปี หรือแผ่นป้ายทะเบียนรถ กรณีสูญหาย ถูกทำลาย ชำรุดหรือลบเลือน ให้ยื่นคำขอ ณ สำนักงานขนส่งที่รถนั้นอยู่ในเขตความรับผิดชอบ ตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด พร้อมด้วยหลักฐานใบคู่มือจดทะเบียนรถ เครื่องหมายการเสียภาษีประจำปี หรือแผ่นป้ายทะเบียนรถ แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ กรณีสูญหายหรือถูกทำลายให้ใช้หลักฐานการแจ้งความสูญหายจากสถานีตำรวจ หรือให้นายทะเบียนบันทึกถ้อยคำประกอบคำขอด้วย

53 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. 2562 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_f754f0061966429e (accessed 2026-07-07)

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com