คำสั่งกรุงเทพมหานคร
คำสั่งกรุงเทพมหานคร
ที่ ๕๑๕/๒๕๖๑
เรื่อง
มอบอำนาจของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครตามกฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่[๑]
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงการมอบอำนาจของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครให้เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.
๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๕๙ ซึ่งได้กำหนดหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่
พ.ศ. ๒๕๓๙
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘๑
แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๒๘
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจึงให้ยกเลิกคำสั่งกรุงเทพมหานคร ที่ ๑๙๒๐/๒๕๕๓ ลงวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๓ และคำสั่งกรุงเทพมหานครที่ ๒๓๔๑/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๗
และมอบอำนาจให้ข้าราชการกรุงเทพมหานครปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
ดังต่อไปนี้
๑. มอบอำนาจให้ปลัดกรุงเทพมหานคร
ในกรณีดังต่อไปนี้
๑.๑ การรับทราบรายงานความเสียหายที่เกิดขึ้นตามข้อ ๗
และการวินิจฉัยสั่งการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดตามข้อ ๘
ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่
พ.ศ. ๒๕๓๙ กรณีเกิดความเสียหายแก่กรุงเทพมหานครจากผลการกระทำของเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานในสังกัดกรุงเทพมหานคร
๑.๒ การรับทราบรายงานความเสียหายที่เกิดขึ้นตามข้อ ๓๑
และการวินิจฉัยสั่งการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดตามข้อ
๓๑ ประกอบข้อ ๘ ข้อ ๓๒ ข้อ ๓๓ และหรือข้อ ๓๕
ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่
พ.ศ. ๒๕๓๙
กรณีเกิดความเสียหายต่อบุคคลภายนอกจากผลการกระทำของเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานในสังกัดกรุงเทพมหานคร
๑.๓ การรับทราบรายงานความเสียหายที่เกิดขึ้นตามข้อ ๗ และข้อ ๓๑
และการวินิจฉัยสั่งการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดตามข้อ ๘
และข้อ ๓๑ ประกอบข้อ ๘ ข้อ ๓๒ ข้อ ๓๓ และหรือข้อ ๓๕ ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙
กรณีเกิดความเสียหายแก่กรุงเทพมหานครและบุคคลภายนอกจากผลการกระทำของเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานในสังกัดกรุงเทพมหานคร
ทั้งนี้ ให้หน่วยงานซึ่งเจ้าหน้าที่ผู้กระทำละเมิดสังกัดหรือหน่วยงานที่ดูแล
บำรุงรักษาทรัพย์สินตกลงกันว่าหน่วยงานใดเป็นหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
โดยในกรณีที่ไม่สามารถตกลงได้ว่าหน่วยงานใดเป็นเจ้าของเรื่อง
ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานพร้อมชี้แจงเหตุผลให้ปลัดกรุงเทพมหานครเป็นผู้ชี้ขาดและวินิจฉัยสั่งการกรณีตามข้อ
๑.๑ ข้อ ๑.๒ และข้อ ๑.๓ ของคำสั่งนี้
๒. มอบอำนาจให้ปลัดกรุงเทพมหานครหรือรองปลัดกรุงเทพมหานครที่ปลัดกรุงเทพมหานครมอบหมายให้สั่งราชการหน่วยงาน
ส่วนราชการ การพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร กองอำนวยการตลาดนัดกรุงเทพมหานคร
และสถานีวิทยุกระจายเสียงกรุงเทพมหานคร ที่เป็นเจ้าของเรื่องดังนี้
๒.๑
การรับทราบรายงานความเสียหายที่เกิดขึ้นตามข้อ ๗ ข้อ ๙ และข้อ ๓๑
ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่
พ.ศ. ๒๕๓๙
๒.๒
การวินิจฉัยสั่งการว่ามีเหตุอันควรเชื่อว่าความเสียหายเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครหรือไม่
และการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดตามข้อ ๘
ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่
พ.ศ. ๒๕๓๙ ในกรณีดังต่อไปนี้
๒.๒.๑
เฉพาะกรณีเมื่อเกิดความเสียหายแก่หน่วยงาน ดังต่อไปนี้
(๑) สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร
(๒) สำนักงานเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
(๓) สำนักงานเลขานุการสภากรุงเทพมหานคร
(๔) ส่วนราชการในสำนักปลัดกรุงเทพมหานคร และ
(๕) การพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร
(๖) กองอำนวยการตลาดนัดกรุงเทพมหานคร
(๗) สถานีวิทยุกระจายเสียงกรุงเทพมหานคร
๒.๒.๒
เมื่อกรุงเทพมหานครได้รับแจ้งผลการตรวจสอบจากองค์กรตามรัฐธรรมนูญหรือหน่วยงานของรัฐอื่นที่มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบตามกฎหมาย
๒.๓
การแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดตามข้อ ๘ ข้อ ๑๐ และข้อ ๑๑
ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙
ร่วมกับหัวหน้าหน่วยงานของรัฐอื่น
๒.๔
การแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดตามข้อ ๓๒ ข้อ ๓๓ และหรือข้อ
๓๕ ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙
เฉพาะกรณีเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครผู้ทำให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลภายนอก
อยู่ในสังกัดของหน่วยงาน ดังต่อไปนี้
(๑) สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร
(๒) สำนักงานเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
(๓) สำนักงานเลขานุการสภากรุงเทพมหานคร
(๔) ส่วนราชการในสำนักปลัดกรุงเทพมหานคร และ
(๕) การพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร
(๖) กองอำนวยการตลาดนัดกรุงเทพมหานคร
(๗) สถานีวิทยุกระจายเสียงกรุงเทพมหานคร
๒.๕
การแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดตามข้อ ๘ ข้อ ๑๐ ข้อ ๑๑ และข้อ ๓๑
ประกอบข้อ ๘ ข้อ ๓๒ ข้อ ๓๓ และหรือข้อ ๓๕ ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่
พ.ศ. ๒๕๓๙ กรณีเกิดความเสียหายแก่หน่วยงานของรัฐอื่นและบุคคลภายนอก
ซึ่งบุคคลภายนอกผู้ได้รับความเสียหายยื่นคำขอให้กรุงเทพมหานครชดใช้ค่าสินไหมทดแทนและหรือฟ้องคดีต่อศาล
๒.๖
การแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด
กรณีหัวหน้าหน่วยงานส่วนราชการ การพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร
กองอำนวยการตลาดนัดกรุงเทพมหานคร และสถานีวิทยุกระจายเสียงกรุงเทพมหานคร
ต้องถูกสอบสวนในฐานะผู้บังคับบัญชา ผู้ผ่านงาน
ผู้อนุมัติหรือเป็นผู้มีส่วนได้เสียหรือเกี่ยวข้องกับการพิจารณาความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ในเรื่องที่สอบสวนนั้นตามหมวด
๑ และหรือหมวด ๒ ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙
๒.๗
การอนุญาตขยายระยะเวลาการสอบสวนในกรณี ดังต่อไปนี้
๒.๗.๑ การอนุญาตขยายระยะเวลาการสอบสวนตามข้อ ๑.๑ ข้อ ๒.๒ และข้อ ๒.๓ ของคำสั่งนี้
กรณีคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดไม่สามารถดำเนินการสอบสวนให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่ผู้แต่งตั้งกำหนด
ให้อนุญาตขยายระยะเวลาการสอบสวนได้ครั้งละไม่เกิน ๓๐ วัน
โดยคำนึงถึงเหตุผลและความจำเป็นในการขอขยายระยะเวลาและระมัดระวังเรื่องอายุความ
๒.๗.๒ การอนุญาตขยายระยะเวลาการสอบสวนตามข้อ ๑.๒ และข้อ ๒.๔ ของคำสั่งนี้
กรณีคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดไม่สามารถดำเนินการสอบสวนให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่ผู้แต่งตั้งกำหนด
ให้อนุญาตขยายระยะเวลาการสอบสวนได้ครั้งละไม่เกิน ๓๐ วัน แต่จะต้องไม่เกิน ๑๘๐
วันนับแต่วันที่หน่วยงานได้รับคำขอ หากเรื่องใดไม่อาจพิจารณาได้ทันในกำหนดนั้น
ให้ดำเนินการขออนุมัติขยายระยะเวลาตามมาตรา ๑๑
แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ และระมัดระวังเรื่องอายุความ
๒.๗.๓
การอนุญาตขยายระยะเวลาการสอบสวนตามข้อ ๑.๓ ข้อ ๒.๕ และข้อ ๒.๖ ของคำสั่งนี้
กรณีคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดไม่สามารถดำเนินการสอบสวนให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่ผู้แต่งตั้งกำหนด
การอนุญาตขยายระยะเวลาการสอบสวนให้เป็นไปตามข้อ ๒.๗.๑ และข้อ
๒.๗.๒ ของคำสั่งนี้ แล้วแต่กรณี
และระมัดระวังเรื่องอายุความ
๒.๘
การวินิจฉัยสั่งการ การลงนามในหนังสือถึงกระทรวงการคลังและการส่งสำนวน ให้กระทรวงการคลังตรวจสอบตามข้อ
๑๗ วรรคหนึ่งและวรรคสอง ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่
พ.ศ. ๒๕๓๙ การสั่งการให้ตระเตรียมเรื่องให้พร้อมสำหรับการออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครชำระค่าสินไหมทดแทนหรือดำเนินการฟ้องคดีเพื่อมิให้ขาดอายุความ
ในระหว่างการพิจารณาของกระทรวงการคลังตามข้อ ๑๗ วรรคสี่ ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙
การมีคำสั่งตามที่เห็นสมควร
ในกรณีที่กระทรวงการคลังไม่แจ้งผลการตรวจสอบให้ทราบภายในกำหนดเวลา
และการสั่งการให้หน่วยงานเจ้าของเรื่องแจ้งผลการตรวจสอบและคำสั่งดังกล่าวให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ
ตามข้อ ๑๗ วรรคห้า ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙
๒.๙
การวินิจฉัยสั่งการเรื่องที่กระทรวงการคลังประกาศกำหนดว่าไม่ต้องรายงานให้กระทรวงการคลังตรวจสอบตามข้อ ๑๗ วรรคหนึ่งและวรรคสอง
ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่
พ.ศ. ๒๕๓๙
การลงนามในหนังสือถึงกระทรวงการคลังเพื่อส่งรายงานความเสียหายที่เกิดขึ้นตามแบบที่กระทรวงการคลังกำหนด
ให้กระทรวงการคลังทราบทุกระยะ ๓ เดือน ตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง
ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ที่ไม่ต้องรายงานให้กระทรวงการคลังตรวจสอบ
๒.๑๐
การรับทราบผลการตรวจสอบของกระทรวงการคลังตามข้อ ๒.๘ วรรคหนึ่งของคำสั่งนี้
การสั่งการตามความเห็นของกระทรวงการคลัง การวินิจฉัยสั่งการให้หน่วยงานเจ้าของเรื่องแจ้งผลการตรวจสอบและคำสั่งดังกล่าวให้ผู้เกี่ยวข้องทราบตามข้อ
๑๘ วรรคหนึ่ง ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙
การสั่งการให้คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดทำการสอบข้อเท็จจริง
ความรับผิดตามความเห็นของกระทรวงการคลัง และการสั่งการผลการสอบสวนดังกล่าว
การลงนามในหนังสือรายงานผลคำวินิจฉัยไปยังกระทรวงการคลังตามข้อ ๑๘ วรรคสาม
ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่
พ.ศ. ๒๕๓๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๕๙
๒.๑๑
การรับทราบผลการตรวจสอบตามข้อ ๒.๙ ของคำสั่งนี้
ในกรณีที่กระทรวงการคลังได้แจ้งให้กรุงเทพมหานครส่งสำนวนไปให้ตรวจสอบและมีความเห็นว่ามีผู้ใดต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพิ่มขึ้นหรือต่างไปจากสำนวนที่กรุงเทพมหานครได้ส่งให้ตรวจสอบ
ให้วินิจฉัยสั่งการตามข้อ ๑๘ ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙
และข้อ ๒.๑๐ ของคำสั่งนี้
๒.๑๒
การวินิจฉัยสั่งการ
การลงนามในหนังสือถึงกระทรวงการคลังและการเสนอความเห็นไปยังกระทรวงการคลังตามข้อ ๒๐
ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙
การรับทราบผลการตรวจสอบจากกระทรวงการคลังตามวรรคหนึ่ง
การวินิจฉัยสั่งการตามความเห็นของกระทรวงการคลัง
การสั่งการให้หน่วยงานเจ้าของเรื่องแจ้งผลการตรวจสอบและคำสั่งดังกล่าวให้ผู้เกี่ยวข้องทราบตามข้อ
๑๘ ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่
พ.ศ. ๒๕๓๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙
๒.๑๓
การรับทราบผลการพิจารณาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยตามข้อ ๑๒ และข้อ ๑๒/๑
ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙
๒.๑๔ การวินิจฉัยสั่งการให้เรียกเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครผู้กระทำละเมิดเข้ามาเป็นคู่ความในคดีตามข้อ
๓๖ ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙
๒.๑๕
การวินิจฉัยสั่งการไม่ให้เรียกเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครผู้กระทำละเมิดเข้ามาเป็นคู่ความในคดีตามข้อ
๓๗ ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙
๒.๑๖
การรับทราบผลการตรวจสอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยตามข้อ ๓๕ และหรือข้อ ๓๘
การวินิจฉัยสั่งการตามความเห็นของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
การสั่งการให้หน่วยงานเจ้าของเรื่องแจ้งผลการตรวจสอบและคำสั่งดังกล่าวให้ผู้เกี่ยวข้องทราบตามข้อ
๓๑ ประกอบข้อ ๑๘ ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙
๒.๑๗
การอนุมัติยุติเรื่องกรณีเจ้าหน้าที่กระทำละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐที่ตนสังกัดที่ความเสียหายเกิดแก่เงินที่มีค่าเสียหายจำนวนแน่นอนและเจ้าหน้าที่ผู้กระทำละเมิดได้ชดใช้เงินครบถ้วนเต็มจำนวนแล้ว
๒.๑๘
การอนุมัติยุติเรื่องกรณีเจ้าหน้าที่กระทำละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐอื่นและหรือบุคคลภายนอกซึ่งเจ้าหน้าที่ผู้กระทำละเมิดได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่หน่วยงานของรัฐอื่นและหรือบุคคลภายนอกแล้ว
และเจ้าหน้าที่ผู้กระทำละเมิดแจ้งความประสงค์ไม่ใช้สิทธิเรียกให้กรุงเทพมหานครชดใช้ค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวคืน
และหน่วยงานของรัฐอื่นและหรือบุคคลภายนอกไม่ประสงค์จะเรียกร้องหรือดำเนินคดีกับกรุงเทพมหานครอีกต่อไป
๓. มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการสำนัก
และผู้อำนวยการเขต แล้วแต่กรณี ดังนี้
๓.๑
การวินิจฉัยสั่งการว่ามีเหตุอันควรเชื่อว่า
ความเสียหายเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครหรือไม่
และการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดตามข้อ ๘
ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่
พ.ศ. ๒๕๓๙
๓.๒
การแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดตามข้อ ๓๒ ข้อ ๓๓ และหรือข้อ ๓๕
ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙
๓.๓ การอนุญาตขยายระยะเวลาการสอบสวนในกรณี
ดังต่อไปนี้
๓.๓.๑ การอนุญาตขยายระยะเวลาการสอบสวนตามข้อ ๓.๑
ของคำสั่งนี้ กรณีคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดไม่สามารถดำเนินการสอบสวนให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่ผู้แต่งตั้งกำหนด
ให้ขยายระยะเวลาการสอบสวนได้ครั้งละไม่เกิน ๓๐ วัน โดยคำนึงถึงเหตุผลและความจำเป็นในการขอขยายระยะเวลาและระมัดระวังเรื่องอายุความ
๓.๓.๒ การอนุญาตขยายระยะเวลาการสอบสวนตามข้อ ๓.๒
ของคำสั่งนี้ กรณีคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดไม่สามารถดำเนินการสอบสวนให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่ผู้แต่งตั้งกำหนด
ให้ขยายระยะเวลาการสอบสวนได้ครั้งละไม่เกิน ๓๐ วัน แต่จะต้องไม่เกิน ๑๘๐
วันนับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐได้รับคำขอ
หากเรื่องใดไม่อาจพิจารณาได้ทันในกำหนดนั้น
ให้ดำเนินการขออนุมัติขยายระยะเวลาตามมาตรา ๑๑
แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙
และระมัดระวังเรื่องอายุความ
๔. การดำเนินการในกรณีเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครผู้รับผิดตาย
ตามข้อ ๒๔ ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙
ให้เป็นอำนาจของผู้ได้รับมอบอำนาจ ตามข้อ ๑ ข้อ ๒ และข้อ ๓ ของคำสั่งนี้ แล้วแต่กรณี
๕. การสั่งการให้คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดทบทวนหรือสอบสวนเพิ่มเติมตามข้อ
๑๖ และหรือข้อ ๓๑ ประกอบข้อ ๑๖ ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙
ให้เป็นอำนาจของผู้ได้รับมอบอำนาจตามข้อ ๑ ข้อ ๒ และข้อ ๓ ของคำสั่งนี้
แล้วแต่กรณี
กรณีที่ปลัดกรุงเทพมหานครหรือรองปลัดกรุงเทพมหานครที่ปลัดกรุงเทพมหานครมอบหมาย
ให้สั่งราชการหน่วยงาน ส่วนราชการ การพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร
กองอำนวยการตลาดนัดกรุงเทพมหานครและสถานีวิทยุกระจายเสียงกรุงเทพมหานคร
ที่เป็นเจ้าของเรื่อง
ไม่ได้เป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด
ให้มีอำนาจสั่งการตามข้อ ๑๖ และหรือข้อ ๓๑ ประกอบข้อ ๑๖
ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่
พ.ศ. ๒๕๓๙
๖. การแจ้งคำสั่งตามข้อ ๒.๘ ถึงข้อ ๒.๑๖
ของคำสั่งนี้ และการออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครผู้ต้องรับผิดชำระค่าสินไหมทดแทนแก่กรุงเทพมหานครหรือฟ้องคดีต่อศาลตามข้อ
๑๗ ข้อ ๑๘ ข้อ ๒๐ และหรือข้อ ๓๑ ประกอบข้อ ๑๗ และข้อ ๑๘ ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙
และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ (ฉบับที่
๒) พ.ศ. ๒๕๕๙ และมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่
พ.ศ. ๒๕๓๙ ให้เป็นอำนาจของผู้ได้รับมอบอำนาจตามข้อ ๑ ข้อ ๒ และข้อ ๓ ของคำสั่งนี้
แล้วแต่กรณี
๗. การนำข้อ ๘ ถึงข้อ ๒๐
มาใช้บังคับโดยอนุโลมตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๓๑ ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙
ให้เป็นอำนาจของผู้ได้รับมอบอำนาจตามข้อ ๑ ข้อ ๒ และข้อ ๓ ของคำสั่งนี้
แล้วแต่กรณี
ทั้งนี้
ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
สั่ง ณ วันที่ ๘
กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๑
พลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมือง
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
ปวันวิทย์/จัดทำ
๒๐ เมษายน ๒๕๖๑
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๕/ตอนพิเศษ ๕๗ ง/หน้า ๖๒/๑๒ มีนาคม ๒๕๖๑