法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 153/2559 เรื่อง การเสียอากรสำหรับตราสารการเช่าที่ดิน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น หรือแพ และตราสารจ้างทำของ

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
8
มาตรา อารัมภบท

คําสั่งกรมสรรพากร

ที่ ป. 153/2559

เรื่อง การเสียอากรสําหรับตราสารการเช่าที่ดิน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น หรือแพ และตราสารจ้างทําของ

เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพากรถือเป็นแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการเสียอากรสําหรับตราสาร เช่าที่ดิน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น หรือแพ และตราสารจ้างทําของ ตามมาตรา 103 (1) และ (3) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 37) เรื่อง กําหนดวิธีการชําระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์อากรสําหรับตราสารบางลักษณะ ลงวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2538 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 54) เรื่อง กําหนดวิธีการชําระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์อากรสําหรับตราสารบางลักษณะ ลงวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2557 กรมสรรพากรจึงมีคําสั่งตังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ตราสารเช่าที่ดิน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น หรือแพ ตามลักษณะแห่งตราสาร 1. แห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์ และตราสารจ้างทําของ ตามลักษณะแห่งตราสาร 4. แห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์ เป็นตราสารที่กําหนดให้ต้องเสียอากรแสตมป์ โดยมีวิธีการเสียอากรแสตมป์ดังนี้

(1) ปิดแสตมป์ทับบกระดาษ เป็นราคาไม่น้อยกว่าอากรที่ต้องเสีย และขีดฆ่าแสตมป์นั้นแล้ว หรือ

(2) ชําระเป็นตัวเงินเป็นราคาไม่น้อยกว่าอากรที่ต้องเสีย

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ตราสารตังต่อไปนี้ต้องชําระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์อากร (1) เช่าที่ดิน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น หรือแพ

(ก) ตราสารที่มีค่าเช่าตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป สําหรับตราสารที่กระทํา ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2558 เป็นต้นไป

(ข) ตราสารที่รัฐบาล องค์การของรัฐบาล เทศบาล สุขาภิบาล หรือองค์การ บริหารราชการส่วนท้องถิ่นเป็นผู้เช่า หรือ

(ค) ตราสารที่ต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ตามประมวลกฎหมายที่ดิน

(2) จ้างทําของ

(ก) ตราสารที่มีสินจ้างตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป สําหรับตราสารที่กระทํา ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2558 เป็นต้นไป หรือ

(ข) ตราสารที่รัฐบาล องค์การของรัฐบาล เทศบาล สุขาภิบาล หรือองค์การ บริหารราชการส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ว่าจ้างและมีสินจ้างตั้งแต่ 200,000 บาทขึ้นไป

ตราสารตามวรรคหนึ่ง หากมิได้มีการชําระอากรแสตมปเป็นตัวเงิน ถือว่าตราสารนั้น ไม่ได้ปีดแสตมป์บริบูรณ์ ต้องชําระอากรแสตมป์เป็นตัวเงินและเสียเงินเพิ่มอากร ตามมาตรา 113 และ 114 แหงประมวลรัษฎากร

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ตราสารเช่าาที่ต้องเสียอากร หมายถึง เอกสารการเช่าที่ดิน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น หรือแพ ซึ่งผู้ให้เช่าได้ส่งมอบการครอบครองทรัพย์สินอย่างใดอย่างหนึ่งให้แก่ผู้เช่า เพื่อให้ได้ใช้หรือได้รับประโยชน์ จากทรัพย์สินนั้นภายในกําหนดระยะเวลาที่ตกลงกัน และผู้เช่าได้ตกลงที่จะชําระค่าเช่าเป็นการตอบแทน โดยคู่สัญญาได้ลงลายมือซื่อทั้งสองฝ่าย

ตัวอย่าง

(1) บริษัท ก จํากัด ให้บริษัท ข จํากัด เช่าที่ดิน กําหนดเวลาเช่า 1 ปี โดยได้ทําสัญญา และลงลายมือชื่อคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายในวันที่ 1 มีนาคม 2559 โดยสัญญาเช่ามีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2559 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2560 บริษัท ก จํากัด ผู้ให้เช่ามีหน้าที่ต้องเสียอากร ในวันที่ 1 มีนาคม 2559 ซึ่งเป็นวันที่ได้จัดทําตราสารเช่า

(2) บริษัท ก จํากัดให้บริษัท ข จํากัด เช่าอาคารสํานักงานเพื่อใช้เป็นสถานประกอบการ กําหนดเวลาเช่า 1 ปี โดยสัญญาเช่ามีผลตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2560 และบริษัท ข จํากัด ผู้เช่า ได้เข้าใช้อาคารสํานักงานตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 แต่บริษัท ก จํากัด และบริษัท ข จํากัด ได้ทําสัญญาและลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่ายในวันที่ 1 มีนาคม 2559 บริษัท ก จํากัด ผู้ให้เช่ามีหน้าที่ต้องเสียอากร ในวันที่ 1 มีนาคม 2559 ซึ่งเป็นวันที่ได้จัดทําตราสารเช่า

(3) บริษัท ก จํากัด ให้บริษัท ข จํากัด เช่าโกดังเก็บสินค้า กําหนดเวลาเช่า 1 ปี โดยสัญญาเช่า มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2560 และบริษัท ข จํากัด ผู้เช่า ได้เข้าใช้โกดังเก็บสินค้าตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 ต่อมาบริษัท ก จํากัด ได้มีหนังสือแจ้งบริษัท ข จํากัด ให้มาลงนาม ในสัญญาเข่าในวันที่ 1 มีนาคม 2559 และบริษัท ข จํากัด ได้ลงนามในสัญญาเช่าดังกล่าวในวันที่ 1 เมษายน 2559 บริษัท ก จํากัด ผู้ให้เช่ามีหน้าที่ต้องเสียอากร ในวันที่ 1 เมษายน 2559 ซึ่งเป็นวันที่ได้จัดทําตราสารเช่า

(4) บริษัท ก จํากัด ให้บริษัท ข จํากัด เช่าห้องในศูนย์การค้าเพื่อประกอบกิจการขาย เฟอร์นิเจอร์ กําหนดเวลาเช่า 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2559 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 แต่บริษัท ข จํากัด ผู้เช่า ได้เข้าปรับปรุงพื้นที่เพื่อใช้ประกอบกิจการในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 ก่อนสัญญาเช่ามีผลใช้บังคับ ต่อมาบริษัท ก จํากัด และบริษัท ข จํากัด ลงนามในหนังสือเจตนาจองพื้นที่ (Reservation Information Sheet) ซึ่งเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับการเช่าในวันที่ 1 มีนาคม 2559 บริษัท ก จํากัดผู้ให้เช่า มีหน้าที่ต้องเสียอากร ในวันที่ 1 มีนาคม 2559 ซึ่งเป็นวันที่ได้จัดทําตราสารเช่า

(5) บริษัท ก จํากัดให้บริษัท ข จํากัด เช่าโรงงานเพื่อใช้ผลิตสินค้า กําหนดเวลาเช่า 5 ปี บริษัท ก จํากัด และบริษัท ข จํากัด ได้ทําสัญญาและลงลายมือชื่อคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย ในวันที่ 1 มีนาคม 2559 และ จดทะเบียนการเช่าต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ในวันที่ 1 เมษายน 2559 บริษัท ก จํากัด ผู้ให้เช่ามีหน้าที่ต้องเสีย อากรเป็นตัวเงินต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับจดทะเบียน ในวันที่ 1 เมษายน 2559 ซึ่งเป็นวันที่นําตราสาร ไปจดทะเบียนการเช่า

(6) บริษัท ก จํากัดให้บริษัท ข จํากัด เช่าห้องชุด-โดยบริษัท ข จํากัด มีหนังสือขอเช่า ห้องชุดดังกล่าวไปยังบริษัท ก จํากัด ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 และบริษัท ก จํากัด มีหนังสือตอบ รับยินยอมให้เช่าไปยังบริษัท ข จํากัด ในวันที่ 1 มีนาคม 2559 หนังสือตอบรับตามหนังสือขอเช่าเป็น หนังสือโต้ตอบระหว่างกันและก่อให้เกิดตราสารเช่า บริษัท ก จํากัด ผู้ให้เช่า มีหน้าที่ต้องเสียอากร ในวันที่ 1 มีนาคม 2559 ซี่งเป็นวันที่ได้จัดทําตราสารเช่า

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ผู้ให้เช่าตามข้อ 3 มีหน้าที่ต้องเสียอากร 1 บาท ต่อทุกจํานวนเงิน 1,000 บาท หรือ เศษของ 1,000 บาท แห่งค่าเช่าหรือเงินกินเปล่า หรือทั้งสองอย่างรวมกันตลอดอายุการเช่า

กรณีสัญญาเช่าที่ไม่ได้กําหนดอายุการเช่าไว้ให้ถือว่าสัญญาเช่านั้นมีกําหนด 3 ปี

กรณีสัญญาเช่าใดครบกําหนดเวลาเช่าแล้ว แต่ผู้เช่ายังคงครอบครองทรัพย์สินที่เช่าอยู่ โดยผู้ให้เช่าไม่ได้ทักท้วง และคู่สัญญาไม่ได้ทําสัญญาขึ้นใหม่ให้ถือว่าสัญญาเช่าเดิมนั้นได้เริ่มทํากันใหม่ โดยไม่มีกําหนดอายุการเช่าและต้องเสียอากรภายใน 30 วันนับแต่วันที่ถือว่าเริ่มสัญญาใหม่นั้น

ตัวอย่าง

(1) บริษัท ก จํากัด ให้บริษัท ข จํากัด เช่าอาคารสํานักงานเพื่อใช้เป็นสถานประกอบการ ตกลงค่าเช่าปีละ 300,000 บาท โดยไม่กําหนดระยะเวลาการเช่า ให้ถือว่าสัญญาเช่าดังกล่าวมีกําหนด ระยะเวลาการเช่า 3 ปี ดังนั้น สัญญาเช่าจึงมีมูลค่าทั้งสิ้นจํานวน 900,000 บาท บริษัท ก จํากัด ผู้ให้เช่า มีหน้าที่ต้องเสียอากรจากมูลค่า 900,000 บาท

(2) บริษัท ก จํากัด ให้บริษัท ข จํากัด เช่าอาคารสํานักงานเพื่อใช้เป็นสถานประกอบการ ตกลงค่าเช่าปีละ 300,000 บาท กําหนดระยะเวลาการเช่า 1 ปี บริษัท ก จํากัด ผู้ให้เช่ามีหน้าที่ต้อง เสียอากรจากมูลค่า 300,000 บาท

ต่อมาเมื่อครบกําหนดเวลาเช่า บริษัท ข จํากัด ผู้เช่ายังคงครอบครองทรัพย์สิน ที่เช่าอยู่โดยบริษัท ก จํากัด ผู้ให้เช่าไม่ทักท้วง และคู่สัญญาก็ไม่ได้ทําสัญญาขึ้นใหม่ ถือว่าสัญญาเช่าเดิม นั้นได้เริ่มทํากันใหม่โดยไม่มีกําหนดอายุการเช่า เนื่องจากสัญญาเช่าที่ถือว่าเริ่มขึ้นใหม่นั้นเป็นสัญญาเช่า ที่ไม่กําหนดเวลาจึงต้องถือว่ามีกําหนดระยะเวลาการเช่า 3 ปี และสัญญาเช่าใหม่มีมูลค่าทั้งสิ้นจํานวน 900,000 บาท บริษัท ก จํากัด ผู้ให้เช่าจึงมีหน้าที่ต้องเสียอากรภายใน 30 วันนับแต่วันที่ถือว่า เริ่มสัญญาใหม่ โดยต้องเสียอากรจากมูลค่า 900,000 บาท

(3) บริษัท ก จํากัด ให้บริษัท ข จํากัด เช่าอาคารโรงงานเพื่อใช้ผลิตสินค้า ตกลงค่าเช่าปีละ 500,000 บาท กําหนดระยะเวลาการเช่า 5 ปี แต่มิได้นําสัญญาเช่าไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แม้โดยผลกฎหมายจะทําให้สัญญาเช่าดังกล่าวใช้บังคับได้เพียง 3 ปี แต่สัญญาเช่ามีมูลค่าทั้งสิ้นจํานวน 2,500,000 บาท บริษัท ก จํากัด ผู้ให้เช่าจึงมีหน้าที่ต้องเสียอากรเป็นตัวเงินจากมูลค่า 2,500,000 บาท

(4) บริษัท ก จํากัด ให้บริษัท ข จํากัด เช่าโกดังเพื่อใช้เป็นที่เก็บสินค้า ตกลงค่าเช่าปีละ 500,000 บาท กําหนดระยะเวลาการเช่า 3 ปี บริษัท ก จํากัด ผู้ให้เช่ามีหน้าที่ต้องเสียอากรเป็นตัวเงินจาก มูลค่า 1,500,000 บาท

ต่อมาเมื่อครบกําหนดเวลาเช่า บริษัท ข จํากัดผู้เช่ายังคงครอบครองทรัพย์สินที่เช่า อยู่โดยบริษัท ก จํากัด ผู้ให้เช่าไม่ทักท้วง และคู่สัญญาก็ไม่ได้ทําสัญญาขึ้นใหม่ กรณีเช่นนี้ให้ถือว่าสัญญาเช่าเดิมนั้น ได้เริ่มทํากันใหม่โดยไม่มีกําหนดอายุการเช่า เนื่องจากสัญญาเช่าที่ถือว่าเริ่มขึ้นใหม่นั้นเป็นสัญญาเช่า ที่ไม่กําหนดเวลาจึงต้องถือว่ามีกําหนดระยะเวลาการเช่า 3 ปี และสัญญาเช่าใหม่มีมูลค่าทั้งสิ้นจํานวน 1,500,000 บาท บริษัท ก จํากัด ผู้ให้เช่าจึงมีหน้าที่ต้องเสียอากรภายใน 30 วันนับแต่วันที่ถือว่าเริ่มสัญญาใหม่ โดยต้องเสียอากรเป็นตัวเงินจากมูลค่า 1,500,000 บาท

(5) บริษัท ก จํากัด ให้บริษัท ข จํากัด เช่าโกดังเพื่อใช้เป็นที่เก็บสินค้า ตกลงค่าเช่า ปีละ 500,000 บาท กําหนดระยะเวลาการเช่า 3 ปี โดยข้อตกลงตามสัญญาเช่ากําหนดว่าเมื่อครบ กําหนดเวลาเช่าให้สัญญาเช่าเดิมมีผลใช้บังคับต่อไปตามเงื่อนไขของสัญญาเพื่อไม่ต้องจดทะเบียน การเช่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ข้อตกลงการต่ออายุสัญญาเช่าจึงใช้บังคับไม่ได้ บริษัท ก จํากัด ผู้ให้เช่ามีหน้าที่ต้องเสียอากรเป็นตัวเงินจากมูลค่า 1,500,000 บาท

แต่อย่างไรก็ตาม หากครบกําหนดเวลาเช่า บริษัท ข จํากัด ผู้เช่ายังคงครอบครอง ทรัพย์สินที่เช่าอยู่ โดยบริษัท ก จํากัด ผู้ให้เช่าไม่ทักท้วง และคู่สัญญาก็ไม่ได้ทําสัญญาขึ้นใหม่ ถือว่าสัญญาเช่าเดิมนั้นได้เริ่มทํากันใหม่โดยไม่มีกําหนดอายุการเช่า เนื่องจากสัญญาเช่าที่ถือว่า เริ่มขึ้นใหม่นั้นเป็นสัญญาเช่าที่ไม่กําหนดเวลาจึงต้องถือว่ามีกําหนดระยะเวลาการเช่า 3 ปี และ สัญญาเช่าใหม่มีมูลค่าทั้งสิ้นจํานวน 1,500,000 บาท บริษัท ก จํากัด ผู้ให้เช่าจึงมีหน้าที่ต้อง เสียอากรภายใน 30 วันนับแต่วันที่ถือว่าเริ่มสัญญาใหม่ โดยต้องเสียอากรเป็นตัวเงินจากมูลค่า 1,500,000 บาท

(6) บริษัท ก จํากัด ให้บริษัท ข จํากัด เช่าห้องในศูนย์การค้าเพื่อประกอบกิจการ ขายสินค้า กําหนดระยะเวลาการเช่า 3 ปี ตกลงค่าเช่าเดือนละ 25,000 บาท และมีข้อตกลงให้ บริษัท ข จํากัด ต้องจ่ายค่าเช่าอีกส่วนหนึ่งตามส่วนแบ่งรายได้ สัญญาเช่ามีมูลค่าที่ปรากฏจํานวน 900,000 บาท บริษัท ก จํากัด ผู้ให้เช่ามีหน้าที่ต้องเสียอากรจากมูลค่า 900,000 บาท

หากบริษัท ก จํากัด ได้รับส่วนแบ่งรายได้ในเดือนแรกแห่งสัญญาเช่าอีกจํานวน 200,000 บาท ซึ่งเป็นผลให้บริษัท ก จํากัด ได้รับค่าเช่าเกิน 1,000,000 บาท บริษัท ก จํากัด ผู้ให้เช่า มีหน้าที่ต้องเสียอากรเป็นตัวเงินจากมูลค่า 200,000 บาท

(7) บริษัท ก จํากัด ให้บริษัท ข จํากัด เช่าห้องในศูนย์การค้าเพื่อประกอบกิจการขายสินค้า กําหนดระยะเวลาการเช่า 3 ปี บริษัท ข จํากัด ตกลงจ่ายค่าเช่าให้บริษัท ก จํากัด ตามส่วนแบ่งรายได้ โดยประมาณค่าเช่าตลอดสัญญาเช่ามีมูลค่า จํานวน 900,000 บาท บริษัท ก จํากัด ผู้ให้เช่ามีหน้าที่ ต้องเสียอากรจากมูลค่า 900,000 บาท

ต่อมาบริษัท ก จํากัด ได้รับค่าเช่าตามส่วนแบ่งรายได้จริงมากกว่ามูลค่าที่ประมาณไว้ จํานวน 200,000 บาท ซึ่งเป็นผลให้บริษัท ก จํากัด ได้รับค่าเช่าเกิน 1,000,000 บาท บริษัท ก จํากัด ผู้ให้เช่ามีหน้าที่ต้องเสียอากรเป็นตัวเงินจากมูลค่า 200,000 บาท

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ตราสารจ้างทําของที่ต้องเสียอากร หมายถึง เอกสารการจ้างทําของซึ่งผู้รับจ้างตกลงทําการงาน สิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสําเร็จให้แก่ผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเป็นการตอบแทน โดยคู่สัญญาได้ลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่าย

ตัวอย่าง

(1) บริษัท ก จํากัด ว่าจ้างบริษัท ข จํากัด ซึ่งประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง ให้สร้างอาคาร สํานักงานโดยบริษัท ก จํากัด แจ้งให้บริษัท ข จํากัด ประเมินราคางานเบื้องต้นในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 และ บริษัท ข จํากัด ทําใบเสนอราคา (Quotation) ให้แก่บริษัท ก จํากัด ในวันที่ 1 มีนาคม 2559 ต่อมา บริษัท ก จํากัด และบริษัท ฃ จํากัด ได้ทําสัญญาจ้างและลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่ายในวันที่ 1 เมษายน 2559 บริษัท ข จํากัด ผู้รับจ้างจึงมีหน้าที่ต้องเสียอากรในวันที่ 1 เมษายน 2559 ซึ่งเปีนวันที่ได้จัดทําตราสารจ้างทําของ

(2) บริษัท ก จํากัด ว่าจ้างบริษัท ข จํากัด ซ่อมเครื่องจักร โดยบริษัท ข จํากัด ผู้รับจ้าง ออกใบเสนอราคา (Quotation) ให้บริษัท ก จํากัด ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 และ บริษัท ก จํากัด ได้ลงนามในใบเสนอราคาฉบับดังกล่าวในวันที่ 1 มีนาคม 2559 บริษัท ข จํากัด ผู้รับจ้าง จึงมีหน้าที่ ต้องเสียอากรในวันที่ 1 มีนาคม 2559 ซึ่งเป็นวันที่ได้จัดทําตราสารจ้างทําของ

(3) บริษัท ก จํากัด ว่าจ้างบริษัท ข จํากัด ซ่อมเครื่องถ่ายเอกสาร โดยบริษัท ข จํากัด ผู้รับจ้าง ออกใบเสนอราคา (Quotation) ให้บริษัท ก จํากัด ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 แต่บริษัท ก จํากัด ไม่ได้ลงนามในใบเสนอราคาดังกล่าว ต่อมาบริษัท ก จํากัด ออกใบสั่งจ้าง (Purchase order) แจ้งให้ บริษัท ข จํากัด ทราบในวันที่ 1 มีนาคม 2559 ใบสั่งจ้างตามใบเสนอราคาเป็นหนังสือโต้ตอบระหว่างกัน และก่อให้เกิดตราสารจ้างทําของบริษัท ข จํากัดผู้รับจ้างจึงมืหน้าที่ต้องเสียอากรในวันที่ 1 มีนาคม 2559

(4) บริษัท ก จํากัด ว่าจ้างบริษัท ข จํากัด ซ่อมหลังคาอาคารโรงงาน บริษัท ข จํากัด ได้ซ่อมหลังคาอาคารโรงงานตามที่ตกลงแล้วเสร็จใบวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 ต่อมาบริษัท ก จํากัด ออกใบสั่งจ้าง (Purchase Order) ให้แก่บริษัท ข จํากัด ในวันที่ 1 มีนาคม 2559 และบริษัท ข จํากัด ออกใบแจ้งหนี้ (Invoice) พร้อมแนบใบสั่งจ้างเรียกเก็บเงินจากบริษัท ก จํากัด ในวันที่ 1 เมษายน 2559 ใบแจ้งหนี้ตามใบสั่งจ้างเป็นหนังสือโต้ตอบระหว่างกันและก่อให้เกิดตราสารจ้างทําของ บริษัท ข จํากัด ผู้รับจ้าง จึงมีหน้าที่ต้องเสียอากรในวันที่ 1 เมษายน 2559

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ผู้รับจ้างตามขอ 5 มีหน้าที่ต้องเสียอากร 1 บาท ต่อทุกจํานวนเงิน 1,000 บาท หรือ เศษของ 1,000 บาท แห่ง่สินจ้างซึ่งไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม

กรณีไม่ทราบจํานวนสินจ้างในขณะทําสัญญาจ้างทําของว่าเป็นจํานวนเท่าใด ให้ประมาณ จํานวนสินจ้างตามสมควร แล้วเสียอากรตามจํานวนสินจ้างที่ประมาณนั้น

กรณีมีการรับเงินสินจ้างเป็นคราวๆ และอากรที่เสียไว้เดิมยังไม่ครบ ให้เสียอากร เพิ่มเติมให้ครบตามจํานวนที่ต้องเสียทุกครั้งในทันทีที่มีการรับเงิน

ตัวอย่าง

(1) นาย ก ได้ทําสัญญาว่าจ้างบริษัท ข จํากัด ให้ทําการก่อสร้างโรงจอดรถยนต์ ราคา ค่าก่อสร้าง 900,000 บาท บริษัท ข จํากัด ผู้รับจ้างมีหน้าที่ต้องเสียอากรจากมูลค่า 900,000

(2) บริษัท ก จํากัดได้ทําสัญญาว่าจ้างบริษัท ข จํากัด ซึ่งประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง ให้ทําการก่อสร้างอาคารสํานักงานราคาค่าก่อสร้าง 1,100,000 บาท บริษัท ข จํากัด ผู้รับจ้างมีหน้าที่ ต้องเสียอากรเป็นตัวเงินจากมูลค่า 1,100,000 บาท

(3) ในวันที่ 1 มีนาคม 2449 นาย ก ได้ทําสัญญาว่าจ้างบริษัท ข จํากัด ให้ทําการ ก่อสร้างโรงจอดรถยนต์ ราคาค่าก่อสร้าง 900,000 บาท บริษัท ข จํากัด ผู้รับจ้างมีหน้าที่ต้องเสีย อากรจากมูลค่า 900,000 บาท ต่อมาวันที่ 1 เมษายน 2559 นาย ก และบริษัท ข จํากัด ได้ทําบันทึกข้อตกลงต่อท้ายสัญญาจ้างฉบับดังกล่าวแก้ไขข้อสัญญาโดยเพิ่มค่าก่อสร้างอีกจํานวน 200,000 บาท บริษัท ข จํากัด ผู้รับจ้างมีหน้าที่ต้องชําระอากรเพิ่มเติมให้ครบเป็นตัวเงินจากมูลค่า 200,000 บาท ในวันที่ 1 เมษายน 2559 ซึ่งเป็นวันจัดทําตราสารบันทึกข้อตกลงต่อท้ายสัญญาจ้างทําของ

(4) ในวันที่ 1 มีนาคม 2559 นาย ก ได้ทําสัญญาว่าจ้างบริษัท ข จํากัด ให้ทําการ ก่อสร้างบ้าน ราคาค่าก่อสร้าง 900,000 บาท บริษัท ข จํากัด ผู้รับจ้างมีหน้าที่ต้องเสียอากรจากมูลค่า 900,000 บาท

ต่อมาวันที่ 1 เมษายน 2449 นาย ก และบริษัท ข จํากัด ได้ทําบันทึกข้อตกลง ต่อท้ายสัญญาจ้างฉบับดังกล่าวให้บริษัท ข จํากัด ทําการก่อสร้างโรงจอดรถยนต์ ราคาค่าก่อสร้าง 200,000 บาท โดยบันทึกข้อตกลงต่อท้ายสัญญาถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาว่าจ้าง บริษัท ข จํากัด ผู้รับจ้างมีหน้าที่ต้องเสียอากรเป็นตัวเงินจากมูลค่า 200,000 บาท ในวันที่ 1 เมษายน 2559 ซึ่งเป็น วันจัดทําตราสารบันทึกข้อตกลงต่อท้ายสัญญาจ้างทําของ

(5) บริษัท ก จํากัด ได้ทําสัญญาจ้างนาย ข เป็นนายหน้าจัดหาลูกค้า โดยคิดสินจ้างจาก จํานวนลูกค้าที่หาได้ในอัตราคนละ 10,000 บาท ทําให้ไม่อาจทราบจํานวนสินจ้างในขณะทําสัญญา จึง ประมาณสินจ้างตามสมควรไว้จํานวน 500,000 บาท นาย ข ผู้รับจ้างมีหน้าที่ต้องเสียอากรจากมูลค่า 500,000 บาท

ต่อมา เมื่อสัญญาจ้างสิ้นสุดลง บริษัท ก จํากัด จ่ายสินจ้างตามผลงานที่นาย ข ทําได้จํานวนรวมทั้งสิ้น 700,000 บาท นาย ข ผู้รับจ้าง มีหน้าที่ต้องเสียอากรจากมูลค่า 200,000 บาท ที่เพิ่มขึ้น ในทันทึที่มีการรับเงิน

(6) บริษัท ก จํากัด ได้ทําสัญญาจ้างนาย ข เป็นที่ปรึกษาทางการตลาดและแนะนํา ลูกค้า โดยคิดสินจ้างในอัตราร้อยละ 2 ของยอดขายของบริษัท ก จํากัด ในแต่ละปี ทําให้ไม่อาจทราบ จํานวนสินจ้างในขณะทําสัญญา จึงประมาณสินจ้างตามสมควรไว้จํานวน 800,000 บาท นาย ข ผู้รับจ้างมีหน้าที่ต้องเสียอากรจากมูลค่า 800,000 บาท

ต่อมา เมื่อสัญญาจ้างสิ้นสุดลง บริษัท ก จํากัด จ่ายสินจ้างตามผลงานที่นาย ข ทํา ได้จํานวนรวมทั้งสิ้น 1,000,000 บาท นาย ข ผู้รับจ้าง มีหน้าที่ต้องเสียอากรเป็นตัวเงินจากมูลค่า 200,000 บาทที่เพิ่มขึ้น ในทันทีที่มีการรับเงิน

(7) บริษัท ก จํากัด ได้ทําสัญญาว่าจ้างบริษัท ข จํากัด ให้ซ่อมเครื่องถ่ายเอกสาร ที่สํานักงานของบริษัท ก จํากัด กําหนดระยะเวลาการจ้าง 3 ปี ตกลงจ่ายสินจ้างรายปีๆ ละ 300,000 บาท รวมสินจ้างทั้งสิ้น 900,000 บาท โดยข้อตกลงการจ้างตามสัญญากําหนดให้บริษัท ข จํากัด ปฏิบัติงานเฉพาะช่วงเวลา 08.00 น. ถึง 16.00 น. และหากบริษัท ข จํากัด ได้ปฏิบัติงานนอกเวลาดังกล่าว จะเรียกเก็บสินจ้างเพิ่มอีกครั้งละ 5,000 บาท บริษัท ข จํากัด ผู้รับจ้างมีหน้าที่ต้องเสียอากรจากมูลค่า 900,000 บาท ในขณะทําสัญญา

หากบริษัท ข จํากัด ได้ปฏิบัติงานนอกเวลา บริษัท ข จํากัด ผู้รับจ้างมีหน้าที่ต้องเสียอากร เพิ่มเติมให้ครบ 1 บาท ต่อทุกจํานวน 1,000 บาท แห่งสินจ้างที่ได้รับเป็นคราว ๆ ในทันทีที่มีการรับเงิน และหากบริษัท ก จํากัด ได้จ่ายสินจ้างให้บริษัท ข จํากัด โดยมีจํานวนรวมทั้งสิ้นตั้งแต่ 1,000,000 บาท บริษัท ข จํากัด ผู้รับจ้าง มีหน้าที่ต้องเสียอากรเป็นตัวเงินจากมูลค่าสินจ้างที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ผู้มีหน้าที่เสียอากรใดเพิกเฉยหรือปฏิเสธไม่เสียอากรหรือกระทําการใด ๆ เพื่อไม่ให้ เสียอากร ผู้นั้นมีความผิดอาญาต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้ในประมวลรัษฎากร

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ คําสั่ง หนังสือตอบข้อหารือ หรือทางปฏิบัติใดที่ขัดหรือแย้ง กับคําสั่งนี้ให้เป็นอันยกเลิก

ผู้มีอํานาจลงนาม - สั่ง ณ วัน ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

(นายประสงค์ พูนธเนศ)

อธิบดีกรมสรรพากร

8 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 153/2559 เรื่อง การเสียอากรสำหรับตราสารการเช่าที่ดิน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น หรือแพ และตราสารจ้างทำของ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_f8278acfb2d896f6

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com