法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบสำนักงานศาลปกครอง ว่าด้วยการดำเนินการบังคับให้เป็นไปตามคำบังคับของศาลปกครอง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2555

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
18
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบสำนักงานศาลปกครอง

ระเบียบสำนักงานศาลปกครอง

ว่าด้วยการดำเนินการบังคับ

ให้เป็นไปตามคำบังคับของศาลปกครอง

(ฉบับที่ ๒)

พ.ศ. ๒๕๕๕[๑]

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบสำนักงานศาลปกครอง

ว่าด้วยการดำเนินการบังคับให้เป็นไปตามคำบังคับของศาลปกครอง

เพื่อให้สอดคล้องกับการปฏิบัติงานของสำนักงานศาลปกครอง และเพื่อให้การปฏิบัติราชการในการดำเนินการบังคับให้เป็นไปตามคำบังคับ

คำสั่ง และหมายบังคับคดีของศาลปกครองเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ

สำนักงานศาลปกครองจึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า

“ระเบียบสำนักงานศาลปกครอง

ว่าด้วยการดำเนินการบังคับให้เป็นไปตามคำบังคับของศาลปกครอง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๕”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกความในข้อ

๓ ของระเบียบสำนักงานศาลปกครอง

ว่าด้วยการดำเนินการบังคับให้เป็นไปตามคำบังคับของศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๔

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

(๑) “ศาล” หมายความว่า

ศาลปกครองหรือตุลาการศาลปกครอง แล้วแต่กรณี

(๒) “สำนักงาน” หมายความว่า

สำนักบังคับคดีปกครองหรือสำนักงานศาลปกครองในภูมิภาค

(๓) “สำนักงานศาล” หมายความว่า

สำนักงานศาลปกครองสูงสุด สำนักงานศาลปกครองกลาง หรือสำนักงานศาลปกครองในภูมิภาค

(๔) “เลขาธิการ” หมายความว่า

เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง

(๕) “ผู้อำนวยการ” หมายความว่า

ผู้อำนวยการสำนักบังคับคดีปกครอง หรือผู้อำนวยการสำนักงานศาลปกครองในภูมิภาค

(๖) “พนักงานคดีปกครอง” หมายความว่า

พนักงานคดีปกครองในสังกัดสำนักบังคับคดีปกครอง

หรือสำนักงานศาลปกครองในภูมิภาคที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่บังคับคดีปกครอง

(๗) “เจ้าพนักงานบังคับคดี”

หมายความว่า

พนักงานคดีปกครองหรือพนักงานเจ้าหน้าที่อื่นในสังกัดสำนักบังคับคดีปกครองหรือสำนักงานศาลปกครองในภูมิภาคที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานบังคับคดีในคดีปกครองเพื่อปฏิบัติตามวิธีการที่บัญญัติไว้ในภาค

๔ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

เพื่อคุ้มครองสิทธิของคู่กรณีในระหว่างการพิจารณาหรือเพื่อบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล

(๘) “เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา”

หมายความว่า คู่กรณีหรือบุคคลซึ่งเป็นฝ่ายชนะคดี

(๙) “ลูกหนี้ตามคำพิพากษา”

หมายความว่า คู่กรณีหรือบุคคลซึ่งเป็นฝ่ายแพ้คดี

(๑๐) “ผู้นำบังคับคดี” หมายความว่า

ผู้ซึ่งระบุไว้ในหมายบังคับคดีว่าเป็นผู้มีหน้าที่นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดหรืออายัดทรัพย์

หรือเป็นผู้มีหน้าที่นำเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดี

(๑๑) “หัวหน้าการเงิน” หมายความว่า

ผู้อำนวยการกลุ่มที่ปฏิบัติงานการเงินของสำนักงาน หรือข้าราชการฝ่ายศาลปกครองซึ่งได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ในลักษณะเดียวกัน

(๑๒) “เจ้าหน้าที่การเงิน”

หมายความว่า ข้าราชการฝ่ายศาลปกครองซึ่งได้รับมอบหมายหรือแต่งตั้งให้ปฏิบัติงานด้านการเงินและบัญชีในคดีปกครองของสำนักงาน

(๑๓) “เจ้าหน้าที่สนับสนุนงานบังคับคดีปกครอง” หมายความว่า

เจ้าหน้าที่ในสังกัดสำนักบังคับคดีปกครองหรือสำนักงานศาลปกครองในภูมิภาคที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่สนับสนุนงานบังคับคดีปกครอง”

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้แก้ไขคำว่า “เจ้าหน้าที่ธุรการ”

ทุกแห่งในระเบียบสำนักงานศาลปกครอง ว่าด้วยการดำเนินการบังคับให้เป็นไปตามคำบังคับของศาลปกครอง

พ.ศ. ๒๕๔๔ และให้ใช้คำว่า “เจ้าหน้าที่สนับสนุนงานบังคับคดีปกครอง” แทน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้แก้ไขคำว่า “พนักงานคดีปกครองเจ้าของสำนวน” และคำว่า “เจ้าพนักงานบังคับคดีเจ้าของสำนวน”

ทุกแห่งในระเบียบสำนักงานศาลปกครอง

ว่าด้วยการดำเนินการบังคับให้เป็นไปตามคำบังคับของศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๔

และให้ใช้คำว่า “พนักงานคดีปกครอง”

และคำว่า “เจ้าพนักงานบังคับคดี”

แทนตามลำดับ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้ยกเลิกความในข้อ

๔ ของระเบียบสำนักงานศาลปกครอง

ว่าด้วยการดำเนินการบังคับให้เป็นไปตามคำบังคับของศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๔

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๔ เมื่อศาลมีคำพิพากษาโดยกำหนดคำบังคับอย่างหนึ่งอย่างใด

และคดีถึงที่สุดแล้ว ให้ดำเนินการดังนี้

(๑) ให้สำนักงานศาลปกครองสูงสุดและสำนักงานศาลปกครองกลางรีบส่งคำพิพากษาและคำบังคับนั้นไปให้สำนักบังคับคดีปกครองเพื่อดำเนินการบังคับคดีโดยไม่ชักช้า

(๒) ให้สำนักงานศาลปกครองในภูมิภาคของศาลที่คำพิพากษามีคำบังคับ

รีบดำเนินการบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษาโดยไม่ชักช้า”

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของข้อ ๖

ของระเบียบสำนักงานศาลปกครอง

ว่าด้วยการดำเนินการบังคับให้เป็นไปตามคำบังคับของศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๔

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๖ ให้สำนักงานรายงานผลการดำเนินการตามคำบังคับหรือคำสั่งของศาลให้ศาลทราบเป็นระยะ

ๆ”

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้ยกเลิกความในข้อ ๗ และข้อ ๘

ของระเบียบสำนักงานศาลปกครอง

ว่าด้วยการดำเนินการบังคับให้เป็นไปตามคำบังคับของศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๔

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๗ ให้พนักงานคดีปกครองที่ได้รับมอบสำนวนเพิกถอนกฎ

รีบจัดทำหนังสือเพื่อส่งคำพิพากษาที่มีคำบังคับให้เพิกถอนกฎนั้นไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา

โดยให้ผู้อำนวยการตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำส่งให้สำนักบังคับคดีปกครองเพื่อเสนอเลขาธิการลงนามในหนังสือดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ เมื่อได้ดำเนินการตามข้อ

๗ แล้ว ให้เจ้าหน้าที่สนับสนุนงานบังคับคดีปกครองลงทะเบียนนัดเพื่อติดตามผลการลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา

โดยรายงานผลการติดตามให้พนักงานคดีปกครองทราบทุกสิบห้าวัน

หากมีเหตุขัดข้องประการใด

ให้พนักงานคดีปกครองเสนอผู้อำนวยการเพื่อพิจารณาสั่งการโดยด่วน

เมื่อสำนักบังคับคดีปกครองได้รับแจ้งผลการประกาศผลแห่งคำพิพากษาดังกล่าวลงในราชกิจจานุเบกษาจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแล้ว

ให้เจ้าหน้าที่สนับสนุนงานบังคับคดีปกครองแจ้งพนักงานคดีปกครองเพื่อเสนอให้ผู้อำนวยการรายงานเลขาธิการ

และแจ้งผลให้สำนักงานศาลของศาลที่มีคำพิพากษาเพื่อรายงานศาลทราบต่อไป”

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้ยกเลิกความในข้อ

๑๐ ของระเบียบสำนักงานศาลปกครอง

ว่าด้วยการดำเนินการบังคับให้เป็นไปตามคำบังคับของศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๔

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๑๐ ถ้าเป็นคำบังคับที่มีกำหนดระยะเวลา

ให้หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติตามคำบังคับดังกล่าวภายในเวลาที่กำหนด

และให้หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐรายงานผลการปฏิบัติตามคำบังคับนั้นให้สำนักงานทราบภายในเวลาที่ศาลกำหนด

ในการนี้ ให้พนักงานคดีปกครองปฏิบัติดังนี้

(๑)

หากหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐรายงานผลการปฏิบัติตามคำบังคับให้สำนักงานทราบภายในเวลาที่ศาลกำหนด

ไม่ว่าจะรายงานว่าปฏิบัติตามคำบังคับหรือไม่ก็ตาม ให้สำนักงานรายงานผลให้ศาลทราบ

หากศาลมีคำสั่งให้สำนักงานดำเนินการอย่างใดต่อไปก็ให้ดำเนินการไปตามนั้นและรายงานศาลทราบเป็นระยะ

(๒)

หากพ้นเวลาที่ศาลกำหนดให้หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐรายงานผลการปฏิบัติตามคำบังคับให้สำนักงานทราบ

แต่สำนักงานไม่ได้รับแจ้งผล

ให้สำนักงานมีหนังสือเตือนไปยังหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อขอทราบผลการปฏิบัติตามคำบังคับดังกล่าว

โดยให้ระยะเวลาหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐตอบกลับภายในไม่เกินเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือในกรณีนี้

(ก)

หากหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐแจ้งผลการปฏิบัติตามคำบังคับภายในเวลาที่สำนักงานกำหนด

ไม่ว่าจะรายงานว่าปฏิบัติตามทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน

หรือไม่ปฏิบัติตามโดยมีเหตุผลที่จะอ้างหรือไม่มีเหตุผลที่จะอ้างก็ตาม ให้สำนักงานรายงานผลให้ศาลทราบ

หากศาลมีคำสั่งให้สำนักงานดำเนินการอย่างใดต่อไป

ก็ให้ดำเนินการไปตามนั้นและรายงานศาลทราบเป็นระยะ ๆ

(ข)

หากหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่แจ้งผลการปฏิบัติตามคำบังคับภายในเวลาที่สำนักงานกำหนด

ให้สำนักงานรายงานผลให้ศาลทราบ หากศาลมีคำสั่งให้สำนักงานดำเนินการอย่างใดต่อไป

ก็ให้ดำเนินการไปตามนั้นและรายงานศาลทราบเป็นระยะ ๆ”

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๒

ของระเบียบสำนักงานศาลปกครอง

ว่าด้วยการดำเนินการบังคับให้เป็นไปตามคำบังคับของศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๔

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๑๒ ในกรณีที่ศาลไม่ได้กำหนดไว้ในคำบังคับให้หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐต้องรายงานผลการปฏิบัติตามคำบังคับให้สำนักงานทราบ

ถ้าคำบังคับนั้นไม่มีกำหนดระยะเวลาให้หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐต้องปฏิบัติตามคำบังคับ

ให้สำนักงานมีหนังสือไปยังหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อขอทราบผลโดยเร็ว

ส่วนการรายงานผลให้ศาลทราบให้ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ ๑๐

เว้นแต่คำบังคับจะมีลักษณะเป็นอย่างอื่น ให้สำนักงานพิจารณาดำเนินการเป็นกรณี ๆ ไป

แล้วรายงานให้ศาลทราบ”

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้ยกเลิกความในวรรคสองของข้อ

๑๘ ของระเบียบสำนักงานศาลปกครอง

ว่าด้วยการดำเนินการบังคับให้เป็นไปตามคำบังคับของศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๔

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้ยกเลิกความในข้อ

๒๑ ของระเบียบสำนักงานศาลปกครอง

ว่าด้วยการดำเนินการบังคับให้เป็นไปตามคำบังคับของศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๔

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๒๑ เมื่อศาลออกหมายบังคับคดีแล้ว

ให้สำนักงานศาลของศาลที่ออกหมายบังคับคดีนั้นรีบส่งหมายบังคับคดีไปให้เจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อดำเนินการโดยไม่ชักช้า

ถ้าจะต้องบังคับคดีนอกเขตอำนาจของศาลที่ออกหมายบังคับคดี

ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีของศาลที่ออกหมายบังคับคดีรายงานพร้อมส่งสำเนาหมายบังคับคดีไปให้สำนักงานศาลของศาลที่ทรัพย์นั้นตั้งอยู่ในเขตอำนาจศาลซึ่งจะบังคับคดีแทน

เพื่อเสนอศาลตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีของศาลนั้นดำเนินการบังคับคดีต่อไป”

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้ยกเลิกความในวรรคสองของข้อ

๘๔ ของระเบียบสำนักงานศาลปกครอง ว่าด้วยการดำเนินการบังคับให้เป็นไปตามคำบังคับของศาลปกครอง

พ.ศ. ๒๕๔๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“การเก็บรักษาทรัพย์ที่มีราคาสูง

ผู้อำนวยการโดยความเห็นชอบของเลขาธิการอาจสั่งให้เก็บรักษา ณ

สถานที่อื่นซึ่งปลอดภัยกว่าก็ได้”

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้ยกเลิกความในวรรคสามของข้อ ๑๑๓

ของระเบียบสำนักงานศาลปกครอง

ว่าด้วยการดำเนินการบังคับให้เป็นไปตามคำบังคับของศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๔

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“หากทรัพย์ที่ขายมีราคาสูงมากหรือมีเหตุผลพิเศษประการอื่น

ผู้อำนวยการโดยความเห็นชอบของเลขาธิการอาจขยายกำหนดเวลาชำระเงินดังกล่าวข้างต้นได้ตามที่เห็นสมควร”

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้ยกเลิกความในข้อ

๑๔๗ ของระเบียบสำนักงานศาลปกครอง

ว่าด้วยการดำเนินการบังคับให้เป็นไปตามคำบังคับของศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๔

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๑๔๗ เมื่อศาลออกหมายบังคับคดีตามข้อ ๑๔๖ แล้ว

ให้สำนักงานศาลส่งหมายบังคับคดีนั้นให้สำนักงานหรือผู้ซึ่งมีหน้าที่บังคับคดีเพื่อดำเนินการ”

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๕๒ และข้อ ๑๕๓

ของระเบียบสำนักงานศาลปกครอง ว่าด้วยการดำเนินการบังคับให้เป็นไปตามคำบังคับของศาลปกครอง

พ.ศ. ๒๕๔๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๑๕๒ ให้หัวหน้าการเงินตรวจสอบใบรับเงินกลาง

สมุดเงินสด รายการนำเงินฝากธนาคาร รายการเงินคงเหลือ

และบัญชีการรับและจ่ายเงินประจำวันของแต่ละวัน

แล้วเสนอผู้อำนวยการเพื่อทราบอย่างช้าภายในวันทำการถัดไป

มาตรา ข้อ ๑๕๓

ข้อ ๑๕๓ การรับเงินค่าขายทรัพย์ ณ ที่ทำการสำนักงาน

เมื่อได้รับเงินแล้วให้เจ้าหน้าที่การเงินออกใบรับเงินหรือใบรับเงินกลางให้ผู้ซื้อ

แล้วส่งเงินที่ได้รับให้หน่วยงานที่ทำหน้าที่เก็บรักษาเงินนำเข้าบัญชีเงินฝากของสำนักงานศาลปกครองที่เปิดไว้กับธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจภายในวันนั้น

หรืออย่างช้าภายในวันทำการถัดไป

ใบรับเงินหรือใบรับเงินกลางนั้นให้ทำเป็นสี่ฉบับ

ประกอบด้วยต้นฉบับและสำเนาสามฉบับ โดยต้นฉบับมอบให้ผู้ชำระหรือผู้นำส่งเงิน

สำเนาฉบับที่หนึ่งเก็บไว้ในสำนวนบังคับคดี

สำเนาฉบับที่สองให้เจ้าหน้าที่การเงินเก็บไว้เป็นหลักฐานในการบันทึกบัญชี

และสำเนาฉบับที่สามติดไว้ในเล่มเพื่อการตรวจสอบ”

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ให้ยกเลิกความในข้อ

๑๕๕ ของระเบียบสำนักงานศาลปกครอง

ว่าด้วยการดำเนินการบังคับให้เป็นไปตามคำบังคับของศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๔

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๑๕๕ การรับเงินนอกจากที่กล่าวไว้ในข้อ ๑๕๓

และข้อ ๑๕๔ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีหรือเจ้าหน้าที่การเงินจดรายงานการรับเงิน

และให้เจ้าหน้าที่การเงินรับเงินแล้วออกใบรับเงินกลางให้ผู้ชำระหรือผู้นำส่งเงิน

แล้วนำเข้าบัญชีเงินฝากเช่นเดียวกับข้อ ๑๕๓”

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ให้ยกเลิกความในวรรคสอง วรรคสาม

และวรรคสี่ของข้อ ๑๕๖ ของระเบียบสำนักงานศาลปกครอง ว่าด้วยการดำเนินการบังคับให้เป็นไปตามคำบังคับของศาลปกครอง

พ.ศ. ๒๕๔๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“เช็คตามวรรคหนึ่ง

ให้สั่งจ่ายในนามบัญชีเงินฝากตามที่สำนักงานศาลปกครองกำหนด

การรับชำระด้วยเช็ค

ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีหรือเจ้าหน้าที่การเงินจดรายงานการรับเช็คนั้นให้ปรากฏชื่อธนาคาร

วัน เดือน ปี ที่ลงในเช็ค เลขที่เช็ค จำนวนเงิน และเงื่อนไขอย่างอื่น (ถ้ามี)

แล้วให้เจ้าหน้าที่การเงินออกใบรับเงินกลางให้ผู้ชำระหรือผู้นำส่ง

ให้เจ้าหน้าที่การเงินจดชื่อธนาคาร วันที่ เดือน ปีที่ลงในเช็ค

เลขที่เช็ค และจำนวนเงินลงในใบรับเงินกลาง พร้อมข้อความว่า “ใบรับเงินกลางนี้จะสมบูรณ์ต่อเมื่อเรียกเก็บเงินตามเช็คได้แล้ว” แล้วนำเช็คเข้าบัญชีเงินฝากเช่นเดียวกับข้อ ๑๕๓”

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ให้ยกเลิกความในวรรคสองของข้อ ๑๕๘

ของระเบียบสำนักงานศาลปกครอง

ว่าด้วยการดำเนินการบังคับให้เป็นไปตามคำบังคับของศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ให้เจ้าหน้าที่การเงินหรือผู้ที่ผู้อำนวยการมอบหมายนำธนาณัตินั้นส่งให้หน่วยงานที่ทำหน้าที่เก็บรักษาเงินเพื่อนำไปขึ้นเงินภายในวันนั้นหรืออย่างช้าภายในวันทำการถัดไป

แล้วนำเงินเข้าบัญชีเงินฝากของสำนักงานศาลปกครองภายในวันเดียวกัน”

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ให้ยกเลิกความในวรรคสองและวรรคสามของข้อ

๑๖๗ ของระเบียบสำนักงานศาลปกครอง

ว่าด้วยการดำเนินการบังคับให้เป็นไปตามคำบังคับของศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๔

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“การจ่ายเงินและการลงชื่อในเช็คสั่งจ่ายเงินให้เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครองที่เกี่ยวกับการเงิน”

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ให้สำนักงานจัดให้มีการบันทึกหรือเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการบังคับคดีปกครองและข้อมูลอื่น

ๆ ที่เกี่ยวข้องไว้ในระบบบังคับคดีปกครองให้ครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน เพื่อประโยชน์ในการบังคับคดีปกครองและเพื่อประโยชน์ในทางวิชาการต่อไป

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ บรรดาสำนวนคดีที่ต้องดำเนินการบังคับคดีตามระเบียบสำนักงานศาลปกครอง

ว่าด้วยการดำเนินการบังคับให้เป็นไปตามคำบังคับของศาลปกครอง

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบนี้ ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการของสำนักบังคับคดีปกครองก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ

ให้สำนักบังคับคดีปกครองดำเนินการบังคับคดีนั้นจนแล้วเสร็จ

เว้นแต่สำนักบังคับคดีปกครองจะได้โอนและส่งมอบสำนวนบังคับคดีดังกล่าวให้สำนักงานศาลปกครองในภูมิภาครับไปดำเนินการบังคับคดีต่อไป

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ให้เลขาธิการสำนักงานศาลปกครองรักษาการตามระเบียบนี้

ประกาศ

ณ วันที่ ๑๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๕

ดิเรกฤทธิ์

เจนครองธรรม

เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๒๓ กรกฎาคม

๒๕๕๕

ปณตภร/ผู้ตรวจ

๒๔ กรกฎาคม

๒๕๕๕

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๙/ตอนที่ ๖๖ ก/หน้า ๕/๑๙ กรกฎาคม ๒๕๕๕

18 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบสำนักงานศาลปกครอง ว่าด้วยการดำเนินการบังคับให้เป็นไปตามคำบังคับของศาลปกครอง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2555 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_f84ffc6294e4e0be (accessed 2026-07-07)

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com