ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ
ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ
เรื่อง
ผลการไต่สวนการทุ่มตลาดสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณ
หน้าตัดรูปตัว H ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน
(ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๔๕[๑]
ตามที่คณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน
ได้มีประกาศคณะกรรมการ เรื่อง การตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว
H ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน พ.ศ. ๒๕๔๕ ลงวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๔๕
กำหนดมาตรการชั่วคราวตอบโต้สินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว H ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน
โดยให้เรียกเก็บอากรชั่วคราวหรือหลักประกันการชำระอากรชั่วคราวในการนำเข้าสินค้าดังกล่าว
ตั้งแต่วันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๔๕ จนถึงวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๔๕
รายละเอียดผลการพิจารณาตามประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง
ผลการไต่สวนการทุ่มตลาดสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว H ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน
พ.ศ. ๒๕๔๕ นั้น
บัดนี้
คณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุนมีคำวินิจฉัยชั้นที่สุดเมื่อวันที่ ๒
ตุลาคม ๒๕๔๕ ว่า
มีการทุ่มตลาดและมีความเสียหายตามพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ
พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๙ (๑) จึงให้เรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาด
เพื่อขจัดความเสียหายที่เกิดจากการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดดังกล่าว
แต่ไม่มีเหตุต้องเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดตั้งแต่มีการใช้มาตรการชั่วคราว
ตามประกาศคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน เรื่อง การตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว
H ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕
เพื่อให้เป็นไปตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๔๓)
ออกตามความในพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ
พ.ศ. ๒๕๔๒ ข้อ ๑ซึ่งกำหนดว่า
เมื่อคณะกรรมการมีคำวินิจฉัยชั้นที่สุดเกี่ยวกับการไต่สวนการทุ่มตลาด
ให้กรมการค้าต่างประเทศออกประกาศแสดงรายละเอียดข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอันเป็นสาระสำคัญที่ใช้เป็นพื้นฐานในการพิจารณาผลการไต่สวนชั้นที่สุด
กรมการค้าต่างประเทศจึงออกประกาศผลการไต่สวนการทุ่มตลาดสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว
H ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ ดังนี้
๑. การเปิดการไต่สวน
เมื่อวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๔๔
กรมการค้าต่างประเทศได้ออกประกาศเปิดการไต่สวนการทุ่มตลาดสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว
H ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ตามคำขอของบริษัท เหล็กสยามยามาโตะ
จำกัด ในฐานะอุตสาหกรรมภายในผู้ผลิตสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว H ทั้งนี้
เป็นไปตามมติคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน
๒๕๔๔ และกรมการค้าต่างประเทศได้ดำเนินการไต่สวนการทุ่มตลาดและความเสียหายเบื้องต้นตามหลักเกณฑ์ภายใต้พระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ
พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยมีรายละเอียดดังนี้
๑.๑ สินค้าทุ่มตลาดเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว H พิกัดอัตราศุลกากรประเภทที่
๗๒๑๖.๓๓๐.๐๐๕ ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน
๑.๒ ผู้มีส่วนได้เสีย
๑.๒.๑ ผู้ผลิตและผู้ส่งออกในสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้แก่
(๑) Laiwu
Steel Group, Ltd.
(๒) ผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกรายอื่น
ๆ นอกจาก (๑)
๑.๒.๒ ผู้นำเข้าไทย ได้แก่
(๑) บริษัท
โกศลโลหะกิจ จำกัด
(๒) บริษัท
ริช สตีล จำกัด
(๓) บริษัท
เอช - ไอบีมส์ จำกัด
(๔) ผู้นำเข้ารายอื่น
ๆ นอกจาก (๑) - (๓)
๑.๒.๓ บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด
มีฐานะเป็นอุตสาหกรรมภายในที่ผลิตสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว H ซึ่งเป็นสินค้าชนิดเดียวกันกับสินค้าทุ่มตลาด
๑.๒.๔ รัฐบาลของสาธารณรัฐประชาชนจีนในฐานะรัฐบาลของประเทศผู้ส่งออกสินค้าทุ่มตลาด
๒. คำวินิจฉัยเบื้องต้นและการกำหนดมาตรการชั่วคราว
คณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุนได้พิจารณาข้อมูลและพยานหลักฐานที่ได้รับจากการไต่สวนการทุ่มตลาดเบื้องต้น
ซึ่งได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว และมีคำวินิจฉัยเบื้องต้น เมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม
๒๕๔๕ ว่า การนำเข้าสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว H จากสาธารณรัฐประชาชนจีนมีการทุ่มตลาดและมีความเสียหายอย่างสำคัญที่เกิดแก่อุตสาหกรรมภายใน
ตามมาตรา ๑๙ (๑) แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ
พ.ศ. ๒๕๔๒ มีความจำเป็นต้องขจัดความเสียหายจากการนำเข้าสินค้าดังกล่าว
จึงกำหนดให้ใช้มาตรการชั่วคราวโดยเรียกเก็บอากรชั่วคราวหรือหลักประกันการชำระอากรชั่วคราวในการนำเข้าสินค้าดังกล่าว
ซึ่งผลิตหรือส่งออกโดย Laiwu Steel Group, Ltd. รวมทั้งผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกรายอื่นในอัตราร้อยละ
๒๗.๘๑ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.
๓. การยื่นคำขอข้อเท็จจริงและการยื่นแสดงความคิดเห็นในการกำหนดมาตรการชั่วคราว
ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง
การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๓
กำหนดให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถยื่นรับคำขอข้อเท็จจริงที่ใช้ในการกำหนดมาตรการชั่วคราว
รวมทั้งการยื่นแสดงความคิดเห็นได้เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๔๕ และวันที่ ๑๕ สิงหาคม
๒๕๔๕ กรมการค้าต่างประเทศได้แจ้งรายละเอียดข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย อันเป็นสาระสำคัญที่ใช้เป็นพื้นฐานในการกำหนดมาตรการชั่วคราวให้แก่
Laiwu Steel Group, Ltd. และบริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด ตามลำดับ
เพื่อยื่นแสดงความคิดเห็น รวมทั้งได้แจ้งรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนด้วย Laiwu
Steel Group, Ltd. และบริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด ได้มีหนังสือแสดงความคิดเห็นแต่มิได้แจ้งความประสงค์ให้กรมการค้าต่างประเทศจัดให้พบกับคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่ง
เพื่อแสดงความคิดเห็นแต่อย่างใด
๔.
การแจ้งข้อมูลและข้อเท็จจริงที่ใช้เป็นพื้นฐานในการไต่สวนชั้นที่สุด
เมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๔๕
กรมการค้าต่างประเทศได้แจ้งรายละเอียดข้อมูลและข้อเท็จจริงที่ใช้เป็นพื้นฐานในการพิจารณาผลการไต่สวนชั้นที่สุด
ขอให้ผู้มีส่วนได้เสียยื่นข้อโต้แย้งชั้นที่สุดภายในวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๔๕
๕. การพิจารณาผลการไต่สวนชั้นที่สุด
กรมการค้าต่างประเทศได้รายงานผลการไต่สวนการทุ่มตลาดต่อคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาด
เมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๔๕ ซึ่งคณะกรรมการพิจารณาผลการไต่สวน ดังนี้
๕.๑ ผลการไต่สวนการทุ่มตลาด คณะกรรมการได้พิจารณาให้สาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจแบบกลไกตลาด
ดังนั้น ในการไต่สวนครั้งนี้คณะกรรมการพิจารณาว่าการซื้อขายสินค้ารวมทั้งปัจจัยการผลิตสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว
H เป็นไปตามกลไกตลาดและการพิจารณาการทุ่มตลาดได้พิจารณาข้อมูลจาก Laiwu Steel
Group, Ltd.
ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายเดียวที่ให้ความร่วมมือตอบแบบสอบถามตามกระบวนการไต่สวน
โดยพิจารณาจากข้อมูลในช่วงระยะเวลาการไต่สวน คือ วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๔๓ - ๓๑
ธันวาคม ๒๕๔๓ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ได้ตรวจสอบแล้ว
รวมทั้งได้พิจารณาข้อคิดเห็นและข้อโต้แย้งต่าง ๆ ที่ได้รับแจ้งด้วย
สำหรับผู้ไม่ได้ให้ความร่วมมือตอบแบบสอบถามตามกระบวนการไต่สวน ผู้ผลิต
หรือผู้ส่งออกรายอื่นคณะกรรมการพิจารณาจากข้อมูลและข้อเท็จจริงเท่าที่มีอยู่
ในกรณีนี้คณะกรรมการพิจารณาเห็นว่ามีการทุ่มตลาดสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว
H จากสาธารณรัฐประชาชนจีน ดังนี้
๕.๑.๑ Laiwu Steel Group, Ltd.
(๑) มูลค่าปกติ
ในกรณีนี้มูลค่าปกติที่พิจารณาเป็นมูลค่าที่คำนวณขึ้น
(Constructed value)
ตามหลักเกณฑ์ในพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ
พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๕ (๒)
โดยคำนวณจากต้นทุนการผลิตในประเทศแหล่งกำเนิดที่ได้ปรับแล้วรวมกับจำนวนที่เหมาะสมของค่าใช้จ่ายในการจัดการ
และขายและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตลอดจนกำไรต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น
และได้หักค่าภาระที่ปรับลดคือความแตกต่างของระดับการค้า
และความแตกต่างของเงินเดือนพนักงานขายแล้ว และพิจารณาแล้วเห็นว่า
ราคาขายภายในประเทศตามที่บริษัทรายงานไม่ถือเป็นราคาในทางการค้าปกติที่จะนำมาพิจารณาหามูลค่าปกติได้
เนื่องจากราคาดังกล่าวต่ำกว่าต้นทุนการผลิตรวมกับค่าใช้จ่ายในการจัดการ
การขายและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในมาตรา ๑๕ วรรค ๓ ทั้งนี้
คณะกรรมการมิได้พิจารณาให้ตามข้อโต้แย้งของ Laiwu Steel Group, Ltd.
ซึ่งขอให้ใช้ต้นทุนจากแหล่งข้อมูลอื่นมิใช่ข้อมูลของบริษัท เนื่องจากผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า
บริษัทได้ซื้อวัตถุดิบจากบริษัทในเครือในราคาต่ำ
จึงถือว่าราคาวัตถุดิบที่รายงานเป็นราคาโอนระหว่างบริษัทในเครือและไม่น่าเชื่อถือ
จึงได้พิจารณาใช้ข้อมูลต้นทุนของบริษัทตามที่รายงานโดยมีการปรับในส่วนของต้นทุนวัตถุดิบ
และปรับเพิ่มในส่วนของค่าใช้จ่ายในการบริหารโดยปันส่วนค่าใช้จ่ายให้กับในเครือบริษัททั้ง
๒๙ บริษัทย่อย มิใช่ปันส่วนเฉพาะ ๕ บริษัทตามที่บริษัทได้แจ้ง
เนื่องจากผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของข้อมูล พบว่าบริษัทย่อย ๒๙ บริษัทมีส่วนเกี่ยวข้อในการผลิตสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว
H ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการขายที่บริษัทได้โต้แย้งให้หักค่าภาระปรับลด
เนื่องจากค่าใช้จ่ายดังกล่าวเกิดขึ้นเฉพาะการขายภายในประเทศคณะกรรมการก็มิได้พิจารณาหักให้
เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่าค่าใช้จ่ายบางรายการที่อยู่ภายใต้บัญชีของค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการขายได้แก่
ค่าธรรมเนียมการให้คำปรึกษา ค่าธรรมเนียมการให้บริการทางเทคนิค
การติดตั้งเครื่องปรับอากาศในแผนกการตลาด
และค่าธรรมเนียมการบำรุงรักษาของแผนกการตลาด ไม่ควรจะอยู่ภายใต้บัญชีดังกล่าว
และเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งการขายภายในประเทศและการส่งออก
(๒) ราคาส่งออก
คำนวณราคาส่งออกตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา
๑๔ โดยใช้ข้อมูลการส่งออกสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว H ที่ได้รับตามแบบสอบถามในช่วงระยะเวลาการไต่สวน
โดยคำนวณจากราคาส่งออก ณ หน้าโรงงาน ซึ่งได้หักค่าขนส่งทางเรือระหว่างประเทศ
ค่าขนส่งภายในประเทศ ค่าระวางและค่าขนถ่ายสินค้า ค่าทาสีกันสนิม
ค่าการตรวจสอบสินค้า
และหักค่าภาระที่ปรับลดคือความแตกต่างทางกายภาพของสินค้าออกแล้วถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก
(๓) ส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด
คำนวณตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา
๑๘ โดยเปรียบเทียบระหว่างมูลค่าปกติตาม (๑) และราคาส่งออก ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักตาม
(๒) ซึ่งเป็นราคา ณ ระดับการค้าเดียวกันคือ ณ หน้าโรงงาน
และในช่วงระยะเวลาเดียวกันคือ
ช่วงระยะเวลาการไต่สวนปรากฏอัตราส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดในอัตราร้อยละ ๒๗.๘๑
ของราคา CIF
๕.๑.๒ ผู้ผลิตและผู้ส่งออกรายอื่น ๆ
คณะกรรมการได้ใช้ข้อมูลและข้อเท็จจริงเท่าที่มีอยู่ในการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ในมาตรา
๒๗
ซึ่งกรณีนี้ถือว่าระดับการให้ความร่วมมือของประเทศมีมากจึงพิจารณาส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดเท่ากับอัตราส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดของผู้ให้ความร่วมมือคือ
Laiwu Steel Group, Ltd. คือ อัตราร้อยละ ๒๗.๘๑ ของราคา CIF
๕.๒ ผลการไต่สวนความเสียหาย
คณะกรรมการได้พิจารณาความเสียหายชั้นที่สุดตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ในมาตรา ๒๐ และมาตรา ๒๑ โดยพิจารณาจากข้อมูลตามที่ได้รับตอบแบบสอบถามในช่วง ๓ ปี
คือ พ.ศ. ๒๕๔๑ - ๒๕๔๓
ซึ่งเป็นข้อมูลที่ได้ตรวจสอบแล้วทั้งจากอุตสาหกรรมภายในและผู้นำเข้า ซึ่งปรากฏว่ามีความเสียหายอย่างสำคัญที่เกิดแก่อุตสาหกรรมภายใน
ตามมาตรา ๑๙ (๑) ดังนี้
๕.๒.๑ ปริมาณของสินค้าทุ่มตลาดและผลของการทุ่มตลาดที่มีต่อราคาสินค้าชนิดเดียวกันในตลาดภายในประเทศ
(๑) ปริมาณการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาด
ในช่วงระยะเวลาก่อนปี
๒๕๔๓ หรือก่อนระยะเวลาการไต่สวนนั้นแทบจะไม่มีการนำเข้าสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว
H จากสาธารณรัฐประชาชนจีนเลย โดยมีการนำเข้าในปี ๒๕๔๑
เพียงเล็กน้อยซึ่งคิดเป็นร้อยละ ๒.๓ ของปริมาณการนำเข้าสินค้าชนิดเดียวกันทั้งหมด
ในปี ๒๕๔๓ สินค้าเหล็กจากสาธารณรัฐประชาชนจีนได้เริ่มเข้ามาเจาะตลาดสินค้าชนิดเดียวกันในประเทศไทย
การนำเข้าสินค้าดังกล่าวจากสาธารณรัฐประชาชนจีนได้เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ ๗๑.๒๐
ของปริมาณการนำเข้าสินค้าชนิดเดียวกันทั้งหมด
จึงถือได้ว่าปริมาณการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดในช่วงระยะเวลาการไต่สวนนั้น
เกินกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำคือร้อยละ ๓ของปริมาณการนำเข้าสินค้าชนิดเดียวกันทั้งหมด
และได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญโดยสินค้าทุ่มตลาดทั้งหมดนั้นมาจากผู้ผลิต/ผู้ส่งออกของสาธารณรัฐประชาชนจีนที่ให้ความร่วมมือในการไต่สวน
คือ Laiwu Steel Group, Ltd.
นอกจากนี้
เมื่อพิจารณาข้อมูลส่วนแบ่งตลาดซึ่งคำนวณจากปริมาณการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเปรียบเทียบกับปริมาณการบริโภคทั้งหมดภายในประเทศ
พบว่าส่วนแบ่งตลาดสินค้าทุ่มตลาดที่นำเข้าจากสาธารณรัฐประชาชนจีนนั้นเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
คือ จากร้อยละ ๐.๕๗ ในปี ๒๕๔๑ เพิ่มสูงขึ้นเป็นร้อยละ๑๗.๖๑ ในปี ๒๕๔๓
(๒)
ผลกระทบของการทุ่มตลาดที่มีต่อราคาสินค้าชนิดเดียวกัน
เมื่อเปรียบเทียบราคาขาย
ของอุตสาหกรรมภายในกับราคาขายที่นำเข้าจากสาธารณรัฐประชาชนจีน
โดยนำข้อมูลค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของผู้นำเข้ามาปรับกับราคาส่งออก
เพื่อให้เป็นระดับการค้าเดียวกัน คือ ระดับการขายให้ผู้ซื้อภายในประเทศแล้วปรากฏว่าราคานำเข้าจากสาธารณรัฐประชาชนจีนก่อให้เกิดผลกระทบต่อราคาขายของอุตสาหกรรมภายในคือ
มีการตัดราคา การกดราคา และการยับยั้งการขึ้นราคาของอุตสาหกรรมภายใน
๕.๒.๒ ผลกระทบของการทุ่มตลาดที่มีต่ออุตสาหกรรมภายใน
(๑) ยอดจำหน่าย กำไร ผลผลิต ส่วนแบ่งตลาด
ความสามารถในการผลิต ผลตอบแทนการลงทุน
หรืออัตราการใช้กำลังการผลิตมีปริมาณหรืออัตราลดลงหรือมีแนวโน้มที่จะลดลงเมื่อพิจารณาถึงผลการดำเนินการของอุตสาหกรรมภายใน
โดยพิจารณาข้อมูลตั้งแต่ปี ๒๕๔๑ พบว่าในปี ๒๕๔๓
ผลผลิตภายในประเทศอัตราการใช้กำลังการผลิต ยอดจำหน่ายสินค้าและกำไรของอุตสาหกรรมภายในเพิ่มสูงขึ้น
ทั้งนี้
เนื่องจากปริมาณการใช้สินค้าดังกล่าวภายในประเทศเพิ่มสูงขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัวสูงขึ้นกว่าปี
๒๕๔๑ และ ๒๕๔๒
และเนื่องจากสินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเพิ่มเริ่มเข้ามาเจาะตลาดภายในประเทศของไทยในปี
๒๕๔๓ นี้เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม
เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบปริมาณขายกับปริมาณการใช้สินค้าดังกล่าวภายในประเทศในปี
๒๕๔๓ เทียบกับปี ๒๕๔๒
แล้วพบว่ายอดจำหน่ายสินค้าชนิดเดียวกันของอุตสาหกรรมภายในเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ
๖๙.๕๓ ซึ่งเพิ่มในอัตราที่ต่ำกว่าการเพิ่มขึ้นของความต้องการใช้ภายในประเทศที่เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ
๙๕.๘๖ ซึ่งเมื่อพิจารณาส่วนแบ่งตลาดของอุตสาหกรรมภายในพบว่าลดลงจากร้อยละ ๘๗
เหลือร้อยละ ๗๕ ในปี ๒๕๔๓
โดยสินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนได้เข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดของอุตสาหกรรมภายใน
ทำให้ส่วนแบ่งตลาดของอุตสาหกรรมภายในลดลง
นอกจากนี้อุตสาหกรรมภายในยังมีความสามารถในการผลิตและผลตอบแทนการลงทุนลดต่ำลงด้วย
(๒) ผลกระทบต่อราคาสินค้าในประเทศ
เมื่อพิจารณาข้อมูลราคารายไตรมาสตั้งแต่ปี
๒๕๔๑ ถึงปี ๒๕๔๓
พบว่าราคาที่ขายภายในประเทศของอุตสาหกรรมภายในมีแนวโน้มลดต่ำลงโดยเฉพาะในปี ๒๕๔๓
ซึ่งเป็นปีที่มีการนำเข้าสินค้าจากสาธารณรัฐประชาชนจีน
(๓) ผลกระทบและแนวโน้มที่จะเกิดต่อกระแสเงินสด
สินค้าคงคลัง การจ้างงาน ค่าจ้าง แรงงาน อัตราการเจริญเติบโต
ความสามารถในการเพิ่มทุนหรือการลงทุน
กระแสเงินสดของอุตสาหกรรมภายในและการจ้างแรงงานมีแนวโน้มลดต่ำลง
ส่วนค่าจ้างแรงงานนั้นเพิ่มสูงขึ้นเล็กน้อยสำหรับสินค้าคงคลังมีแนวโน้มลดต่ำลง
ทั้งนี้ เนื่องจากอุตสาหกรรมภายในสามารถขายสินค้าภายในประเทศได้เพิ่มขึ้น
อันเนื่องมาจากปริมาณการใช้สินค้าภายในประเทศเพิ่มสูงขึ้นรวมทั้งสามารถส่งสินค้าออกได้เพิ่มสูงขึ้นด้วยซึ่งในที่นี้อาจกล่าวได้ว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมภายในนั้นเป็นผลกระทบทางด้านราคาโดยอุตสาหกรรมภายในต้องลดราคาขายลง
จึงสามารถขายสินค้าภายในประเทศได้เพิ่มสูงขึ้นทำให้ไม่เกิดผลกระทบต่อปริมาณการผลิต
ปริมาณการจำหน่ายและสินค้าคงคลัง
การพิจารณาความสามารถในการเพิ่มทุนหรือลงทุนนั้นกล่าวได้ว่าอุตสาหกรรมภายในไม่มีความสามารถเพิ่มทุนหรือลงทุนเพราะถึงแม้ว่ายอดการขาดทุนขาดทุนสะสมในปี
๒๕๔๓ จะลดต่ำลงกว่าปี ๒๕๔๒ ก็ตาม
แต่ก็ลดลงเพียงเล็กน้อยและยังถือว่ามียอดขาดทุนสะสมสูงมาก คือกว่า ๓,๐๐๐ ล้านบาท
การพิจารณาอัตราการเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมภายใน
เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบปริมาณขายสินค้ากับแนวโน้มการใช้สินค้าดังกล่าวภายในประเทศปรากฏว่าแม้อัตราการเจริญเติบโตของปริมาณขายของอุตสาหกรรมภายในจะเพิ่มสูงขึ้นแต่ก็เพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่าการเพิ่มขึ้นของปริมาณการใช้ภายในประเทศ
(๔) ความสัมพันธ์ของปริมาณการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดกับส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด
ส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนคิดเป็นอัตราร้อยละ
๒๗.๘๑ ของราคาส่งออก CIF ซึ่งการทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนส่งผลให้การนำเข้าสินค้าดังกล่าวจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน
จากที่ไม่มีการนำเข้าจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเลยในปี ๒๕๔๒
เป็นการนำเข้าสินค้าคิดเป็นร้อย ๗๑.๒๐ ของปริมาณนำเข้าทั้งหมดในปี ๒๕๔๓
๕.๒.๓ การพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ
ที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายใน
(๑) ปริมาณและราคาของสินค้าที่นำเข้าที่มิได้ขายในราคาที่มีการทุ่มตลาด
เมื่อพิจารณาถึงปริมาณนำเข้าสินค้าชนิดเดียวกันจากประเทศผู้ส่งออกอื่น
ๆ ที่สำคัญคือ ประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน และสหราชอาณาจักร พบว่าในปี
๒๕๔๑มีการนำเข้าสินค้าชนิดเดียวกันจากประเทศญี่ปุ่นเป็นปริมาณมากคิดเป็นร้อยละ
๗๕.๓๕ ของปริมาณการนำเข้าทั้งหมด
อย่างไรก็ตามแนวโน้มการนำเข้าสินค้าจากประเทศญี่ปุ่นสัดส่วนลดลงคือในปี ๒๕๔๓
การนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นลดเหลือเพียงร้อยละ ๒๔.๘๗ ของปริมาณการนำเข้าทั้งหมด
ในขณะที่ปริมาณการนำเข้าจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญคือ จากไม่มีการนำเข้าในปี
๒๕๔๒ เป็นนำเข้าถึงร้อยละ ๗๑.๒๐ ในปี ๒๕๔๓
ส่วนการนำเข้าจากสหราชอาณาจักรและไต้หวันมีสัดส่วนการนำเข้าเพียงเล็กน้อย
อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาราคานำเข้าจากประเทศผู้ส่งออกที่สำคัญอื่น
ๆ ข้างต้นพบว่า
ราคาสินค้าที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นต่ำกว่าราคาขายของอุตสาหกรรมภายในเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
นอกจากนี้พบว่ามีการนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นมาเป็นเวลานานแล้ว
โดยเป็นการนำเข้ามาเพื่อขายให้กับลูกค้าเดิมของประเทศญี่ปุ่น
นอกจากนี้ก็ไม่มีหลักฐานแสดงว่ามีทุ่มตลาดสินค้าจากประเทศญี่ปุ่นด้วย
และเมื่อพิจารณาราคานำเข้าเฉลี่ยจากประเทศญี่ปุ่นเปรียบเทียบกับราคาจากสาธารณรัฐประชาชนจีน
ปรากฏว่าราคานำเข้าเฉลี่ยจากประเทศญี่ปุ่นสูงกว่าสาธารณรัฐประชาชนจีน
ส่วนสินค้าจากสหราชอาณาจักร
และไต้หวันมีราคานำเข้าเฉลี่ยสูงกว่าสาธารณรัฐประชาชนจีนมาก ดังนั้น
จึงกล่าวได้ว่าปริมาณและราคาของสินค้านำเข้าจากประเทศผู้ส่งออกอื่น ๆ
ที่ไม่ได้นำเข้ามาในราคาทุ่มตลาดมิใช่ปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายใน
(๒) ปริมาณการใช้สินค้าภายในประเทศ
เมื่อพิจารณาถึงความต้องการใช้ภายในประเทศพบว่าในปี
๒๕๔๓ ความต้องการใช้สินค้าภายในประเทศเพิ่มสูงขึ้นจะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
จึงไม่ใช่ปัจจัยที่ทำให้ส่วนแบ่งตลาดของอุตสาหกรรมภายในลดต่ำลงและกล่าวได้ว่ามิใช่เป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายในในเวลาเดียวกัน
(๓) ประสิทธิภาพในการผลิต
แม้ว่าต้นทุนการผลิตของอุตสาหกรรมภายในจะสูงกว่าต้นทุนการผลิตของสาธารณรัฐประชาชนจีน
แต่ก็ไม่มีหลักฐานที่แสดงว่าอุตสาหกรรมภายในไม่มีประสิทธิภาพในการผลิต
เนื่องจากอุตสาหกรรมภายในได้ใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ค่อนข้างทันสมัยจากประเทศญี่ปุ่น
การที่ต้นทุนการผลิตของอุตสาหกรรมภายในสูงนั้น
เป็นผลจากการที่อุตสาหกรรมภายในไม่ได้เปรียบจากการประหยัดต่อขนาด (Economy of
scale)
ทั้งนี้
คณะกรรมการได้พิจารณาข้อโต้แย้งของ Laiwu Steel Group, Ltd.
ในประเด็นที่แจ้งว่าสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว H เป็นสินค้า commodity
ซึ่งอุตสาหกรรมนี้เริ่มมีลักษณะถดถอยในตลาดโลกในช่วงปี ๒๕๔๓ - ๒๕๔๔
จึงถือเป็นสถานะปกติที่ราคาจะลดต่ำลง และเห็นว่าแม้ราคาตลาดโลกจะลดต่ำลง
แต่ก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะทำให้ Laiwu Steel Group, Ltd.
ส่งสินค้าเข้ามาในประเทศไทยในราคาทุ่มตลาด
นอกจากนี้เมื่อเทียบราคาสินค้าจากสาธารณรัฐประชาชนจีนกับราคานำเข้าจากประเทศอื่น
พบว่าราคาจากสาธารณรัฐประชาชนจีนต่ำกว่าประเทศอื่นมาก
จึงไม่มีเหตุผลเพียงพอที่บริษัทจะกล่าวอ้างว่าเป็นราคาตลาดโลก
นอกจากนี้ในประเด็นที่
Laiwu Steel Group, Ltd. แจ้งว่า
บริษัทเชื่อว่าอุตสาหกรรมภายในของไทยมีความสามารถในการทำกำไรแม้ว่าในอัตราที่ลดต่ำลงก็ตาม
เป็นผลจากเศรษฐกิจโลกไม่ใช่เกิดจากการทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน
และการที่ไม่มีเหตุผลอธิบายในเรื่องกำไรสุทธิของอุตสาหกรรมภายในที่เพิ่มขึ้น
ดังนั้นการพิจารณาว่าความเสียหายเกิดจากสินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนจึงไม่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ในความตกลงขององค์การการค้าโลกนั้น
คณะกรรมการเห็นว่า กำไรสุทธิของอุตสาหกรรมภายในที่เพิ่มสูงขึ้นในปี ๒๕๔๓
เป็นผลมาจากปริมาณขายภายในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างไรก็ดีแม้ปริมาณขายในประเทศจะเพิ่มสูงขึ้นแต่ก็เพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่าปริมาณการใช้ภายในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นมากและการที่สินค้าจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเข้ามาตัดราคาของอุตสาหกรรมภายใน
ก็ทำให้อุตสาหกรรมภายในต้องลดราคาลงมาแข่งขันกับสินค้าจากสาธารณรัฐประชาชนจีนแม้ว่าต้นทุนจะเพิ่มสูงขึ้นส่งผลให้กำไรต่อหน่วยของอุตสาหกรรมภายในลดต่ำลง
ซึ่งแสดงถึงความสามารถในการทำกำไรที่ลดลง
จากการพิจารณาข้างต้นสรุปได้ว่า
มีความเสียหายอย่างสำคัญที่เกิดแก่อุตสาหกรรมภายในตามมาตรา ๑๙ (๑) เนื่องจาก
ก. ปริมาณของสินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปี
๒๕๔๓ และการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนในราคาต่ำ
ได้ส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าชนิดเดียวกันภายในประเทศ
โดยเข้ามาตัดราคาสินค้าชนิดเดียวกันของอุตสาหกรรมภายใน
ทำให้อุตสาหกรรมภายในต้องลดราคาลงมาแข่งขันกับสินค้าทุ่มตลาด ก่อให้เกิดการกดราคาและการยับยั้งไม่ให้ราคาสินค้าชนิดเดียวกันเพิ่มสูงขึ้นแม้ต้นทุนจะเพิ่มสูงขึ้น
ข. การทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมภายใน
โดยพบว่าแม้อุตสาหกรรมภายในจะมีผลผลิต อัตราการใช้กำลังการผลิต
ความสามารถในการผลิต ค่าจ้างแรงงาน ยอดจำหน่าย และกำไรสุทธิเพิ่มสูงขึ้น
โดยสินค้าคงคลังมีแนวโน้มลดต่ำลง
แต่เป็นเพราะปริมาณการใช้สินค้าภายในประเทศเพิ่มสูงขึ้นและอุตสาหกรรมภายในลดราคาลงมาแข่งขันกับสินค้าทุ่มตลาด
อย่างไรก็ตามการที่ปริมาณขายของอุตสาหกรรมภายในเพิ่มขึ้นแต่ในอัตราที่ต่ำกว่าการเพิ่มขึ้นของปริมาณการใช้สินค้าภายในประเทศนั้น
ส่งผลให้ส่วนแบ่งตลาดของอุตสาหกรรมภายในลดต่ำลง
ความสามารถในการทำกำไรลดลงโดยกำไรต่อหน่วยลดลงแต่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเนื่องจากจำหน่ายสินค้าได้เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ยังมีผลตอบแทนการลงทุนลดลง กระแสเงินสดและการจ้างงานลดลง
ทั้งยังไม่มีความสามารถในการเพิ่มทุนหรือลงทุนด้วยเนื่องจากมียอดขาดทุนสะสมสูงมาก
ค.
มีความสัมพันธ์ระหว่างสินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนกับความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายในตามมาตรา
๒๑ โดยได้พิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ รวมทั้งได้พิจารณาจากปัจจัยอื่น ๆ
ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายในด้วยแล้ว
ซึ่งผลการพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ
พบว่ามิใช่ปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายในในเวลาเดียวกัน
๖. คำวินิจฉัยชั้นที่สุดของคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน
เมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๔๕
คณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุนได้มีคำวินิจฉัยชั้นที่สุดว่า
การนำเข้าสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว H จากสาธารณรัฐประชาชนจีน
มีการทุ่มตลาดและมีความเสียหายอย่างสำคัญที่เกิดแก่อุตสาหกรรมภายในตามพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ
พ.ศ. ๒๕๔๒ เพื่อขจัดความเสียหายที่เกิดจากการนำเข้าสินค้าดังกล่าว
คณะกรรมการอาศัยอำนาจตามมาตรา ๔๙
กำหนดให้มีการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดเท่ากับส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดที่พบ
ดังนี้
๖.๑ Laiwu Steel Group, Ltd. อัตราร้อยละ ๒๗.๘๑ ของราคา CIF
๖.๒ ผู้ผลิตและผู้ส่งออกรายอื่น ๆ อัตราร้อยละ ๒๗.๘๑
ของราคา CIF
ทั้งนี้ ไม่มีเหตุให้เรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดตั้งแต่มีการใช้มาตรการชั่วคราว
และให้คืนอากรชั่วคราวหรือหลักประกันการชำระอากรชั่วคราวที่เรียกเก็บไว้แล้ว
หลักเกณฑ์และวิธีการยื่นรับคำขอรายละเอียดเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ใช้เป็นพื้นฐานในการกำหนดอากรตอบโต้การทุ่มตลาดเป็นไปตามประกาศกระทรวงพาณิชย์
เรื่อง การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๓
ประกาศ ณ วันที่ ๒๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๕
ราเชนทร์ พจนสุนทร
ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์
รักษาราชการแทน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ
พรพิมล/จัดทำ
๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๖
จุฑามาศ/ปรับปรุง
๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๙
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๑๙/ตอนพิเศษ ๑๐๕ ง/หน้า ๑๑/๒๕ ตุลาคม ๒๕๔๕