คำสั่งการประปานครหลวง
คำสั่งการประปานครหลวง
ที่ ๓๘๓/๒๕๔๘
เรื่อง หลักเกณฑ์การติดตั้งประปาใหม่และการคิดค่าน้ำประปา
เฉพาะชุมชนผู้มีรายได้น้อย[๑]
อนุสนธิคำสั่งการประปานครหลวงที่
๑๖/๒๕๔๘ สั่ง ณ วันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๔๘ กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีปฏิบัติและอัตราค่าใช้จ่ายในการติดตั้งประปาใหม่
นั้น
เพื่อเป็นการให้บริการเชิงสังคมแก่ชุมชนผู้มีรายได้น้อยได้ใช้น้ำประปาโดยทั่วถึงและมิให้เกิดความเดือดร้อนด้านค่าใช้จ่ายในการขอติดตั้งประปาใหม่
อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๕ ของข้อบังคับการประปานครหลวง ฉบับที่ ๑๑๖ ว่าด้วยการบริการจัดส่ง
จำหน่ายและการใช้น้ำประปา พ.ศ. ๒๕๔๓ และข้อ ๙ ของระเบียบการประปานครหลวง ฉบับที่ ๕๐
ว่าด้วยการติดตั้งประปาใหม่ พ.ศ. ๒๕๔๔
จึงกำหนดหลักเกณฑ์การติดตั้งประปาใหม่และการคิดค่าน้ำประปาเฉพาะชุมชนผู้มีรายได้น้อยไว้
ดังต่อไปนี้
๑.
เงื่อนไขประกอบการพิจารณา
๑.๑
การขอใช้น้ำประปารายเดี่ยวและรายกลุ่มที่ยังไม่มีท่อประปาวางผ่าน
๑.๑.๑
เป็นชุมชนที่อยู่ในพื้นที่รอบนอก ห่างจากปลายท่อประปามาก
๑.๑.๒
มีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนไม่เกินเดือนละ ๘,๐๐๐ บาท โดยมีหน่วยงานผู้รับผิดชอบของกรุงเทพมหานคร
จังหวัดนนทบุรี จังหวัดสมุทรปราการ หรือหน่วยงานบริหารส่วนท้องถิ่นรับรอง
๑.๑.๓
สถานที่ขอติดตั้งประปาใหม่ จะต้องใช้เป็นที่อยู่อาศัยและใช้น้ำไม่เกินเดือนละ ๓๐ ลูกบาศก์เมตรต่อราย
เท่านั้น
๑.๑.๔
ท่อจ่ายน้ำที่อยู่ใกล้เคียงจะต้องมีปริมาณน้ำประปาให้บริการอย่างพอเพียงด้วยแรงดันน้ำที่เหมาะสมที่จะให้การบริการได้
๑.๑.๕
การประปานครหลวงจะช่วยลงทุนค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างวางท่อจ่ายน้ำเข้าไปในชุมชนไม่เกินรายละ
๑๕,๐๐๐ บาท หากค่าใช้จ่ายสูงกว่าเงินที่การประปานครหลวงช่วยลงทุนให้ ผู้ขอใช้น้ำต้องจ่ายเงินลงทุนสมทบค่าใช้จ่ายส่วนที่เกินนั้นเอง
กรณีผู้ขอใช้น้ำประปาไม่สามารถจ่ายเงินลงทุนสมทบค่าใช้จ่ายส่วนที่เกินตามวรรคแรกได้ชุมชนจะต้องขอรับการสนับสนุนเงินค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างวางท่อจ่ายน้ำจากหน่วยงานกรุงเทพมหานครจังหวัดนนทบุรี
จังหวัดสมุทรปราการ หรือองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น
๑.๒
กรณีการขอใช้น้ำประปารายเดี่ยวที่มีท่อประปาวางผ่านแล้ว
๑.๒.๑
อยู่ในบริเวณที่มีท่อจ่ายน้ำผ่านถึงระยะทางที่ต้องวางท่อเข้าสถานที่ใช้น้ำไม่เกิน
๒๐ เมตร และต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขตามข้อ ๑.๑.๒ และข้อ ๑.๑.๓ ด้วย
๑.๓
กรณีการขอใช้น้ำประปารายกลุ่มมีเงื่อนไขดังนี้
๑.๓.๑
จะต้องมีจำนวนตั้งแต่ ๓๐ ครัวเรือนขึ้นไป และเป็นอาคารที่พักอาศัยของทางราชการหรือรัฐวิสาหกิจที่มีลักษณะเป็นแฟลตของผู้มีรายได้น้อย
หรือชุมชนแออัดที่ไม่สามารถแยกติดตั้งมาตรวัดน้ำเฉพาะรายได้ ต้องติดตั้งมาตรวัดน้ำเพียงครึ่งเดียว
๑.๓.๒
ผู้ขอใช้น้ำประปาจะต้องตั้งตัวแทนของกลุ่มจำนวน ๕ คน เป็นผู้รับผิดชอบการดำเนินการทั้งหมดของกลุ่มในการติดต่อกับการประปานครหลวง
และลงนามในสัญญาการใช้น้ำประปาด้วยโดยต้องยื่นหลักฐานต่าง ๆ ต่อสำนักงานประปาสาขาที่รับผิดชอบในท้องที่ของผู้ขอใช้น้ำ
เพื่อประกอบการพิจารณาดังนี้
(๑) บัญชีรายชื่อเจ้าบ้านพร้อมบ้านเลขที่ของผู้ขอใช้น้ำทุกรายในกลุ่ม
(๒) สำเนาทะเบียนบ้าน สำหรับอาคารของทางราชการ หรือรัฐวิสาหกิจให้ใช้รายชื่อและเลขที่ห้องแทน
พร้อมทั้งหนังสือรับรองของทางราชการหรือรัฐวิสาหกิจที่รับผิดชอบ
กรณีที่ชุมชนผู้มีรายได้น้อยไม่มีสำเนาทะเบียนบ้าน
ให้เจ้าหน้าที่ของการประปานครหลวงร่วมกับผู้ที่จะเข้าทำสัญญาการใช้น้ำประปาออกสำรวจจำนวนที่พักอาศัยร่วมกัน
โดยจัดทำทะเบียนจำนวนครัวเรือนที่ขอใช้น้ำประปาไว้ทุกราย
(๓) หนังสือมอบอำนาจหรือสัญญาตั้งตัวแทนผู้ใช้น้ำรายกลุ่ม
๒.
ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งประปาใหม่
๒.๑
ผู้ขอใช้น้ำประปารายเดี่ยว ให้ขอติดตั้งมาตรวัดน้ำได้เฉพาะขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางครึ่งนิ้วและให้คิดค่าใช้จ่ายเหมาจ่ายตามอัตราที่การประปานครหลวงกำหนด
๒.๒
ผู้ขอใช้น้ำประปารายกลุ่ม ให้คิดค่าใช้จ่ายเหมาจ่ายตามขนาดมาตรวัดน้ำตามอัตราที่การประปานครหลวงกำหนด
๓.
การผ่อนชำระค่าใช้จ่ายในการติดตั้งประปาใหม่
การประปานครหลวงให้สิทธิผู้ขอใช้น้ำประปาประเภทรายเดี่ยวที่มีรายชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในฐานะเจ้าบ้านผ่อนชำระค่าใช้จ่ายในการติดตั้งประปาใหม่ได้
ดังนี้
๓.๑
ชำระงวดแรกอย่างน้อยร้อยละ ๒๐ ของค่าใช้จ่ายในการติดตั้งประปาใหม่ที่ผู้ขอใช้น้ำต้องรับผิดชอบ
๓.๒
ส่วนที่เหลือผ่อนชำระเดือนละ ๑ งวด ภายในกำหนดไม่เกิน ๑ ปี
๓.๓
ผู้ขอใช้น้ำจะต้องจัดหาผู้ค้ำประกันซึ่งเป็นข้าราชการ หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจที่ดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับ
๖ หรือเทียบเท่า หรือเป็นบุคคลที่น่าเชื่อถือ เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือประธานชุมชน
เป็นต้น
๓.๔
ให้จัดทำสัญญาผ่อนชำระโดยมีผู้จัดการสำนักงานประปาสาขาที่ติดตั้งประปาใหม่เป็นผู้ลงนามในสัญญา
และควบคุมดูแลการผ่อนชำระให้เป็นไปตามกำหนด หากผู้ใช้น้ำไม่ปฏิบัติตามสัญญาให้ระงับการจ่ายน้ำและเรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระเงินค่าใช้จ่ายในการติดตั้งประปาใหม่ที่ค้างชำระอยู่ทั้งหมดแก่การประปานครหลวง
๔.
เงินประกันการใช้น้ำประปา
๔.๑
ผู้ขอใช้น้ำประปารายเดี่ยว จะต้องชำระเงินประกันการใช้น้ำเท่ากับจำนวนเงินประกันการใช้น้ำของมาตรวัดน้ำขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางครึ่งนิ้ว
ตามอัตราที่การประปานครหลวงกำหนด
๔.๒
ผู้ขอใช้น้ำประปารายกลุ่ม จะต้องชำระเงินประกันการใช้น้ำตามจำนวนรายของผู้ขอใช้น้ำโดยคิดเงินแต่ละรายเท่ากับจำนวนเงินประกันของมาตรวัดน้ำขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางครึ่งนิ้ว
ตามอัตราที่การประปานครหลวงกำหนด ยกเว้นในกรณีที่เป็นอาคารที่พักอาศัยของทางราชการหรือรัฐวิสาหกิจ
๕.
การคิดค่าน้ำประปา
๕.๑
ผู้ขอใช้น้ำประปารายเดี่ยว คิดตามประเภทที่อยู่อาศัยตามอัตราที่การประปานครหลวงกำหนด
๕.๒
ผู้ขอใช้น้ำประปารายกลุ่ม คำนวณจากจำนวนครัวเรือนผู้ใช้น้ำในกลุ่มไปหารจำนวนน้ำรวมที่ใช้ไปแต่ละเดือน
หากผลหารไม่เกิน ๓๐ ลูกบาศก์เมตรต่อครัวเรือน ให้คิดค่าน้ำตามอัตราเช่นเดียวกับผู้ใช้น้ำรายเดี่ยว
ประเภทที่พักอาศัยที่ใช้น้ำไม่เกิน ๓๐ ลูกบาศก์เมตร แล้วรวมกลับเป็นค่าน้ำทั้งหมดเรียกเก็บจากตัวแทนกลุ่ม
หากนำจำนวนครัวเรือนผู้ใช้น้ำในกลุ่มไปหารจำนวนน้ำรวมที่ใช้ไปแต่ละเดือนแล้วผลหารเกิน
๓๐ ลูกบาศก์เมตรต่อครัวเรือน การประปานครหลวงสงวนสิทธิ์ที่จะคิดค่าน้ำจากผู้ใช้น้ำตามอัตราปกติ
ในกรณีที่ผู้ใช้น้ำรายกลุ่มชำระค่าน้ำประปาไม่ครบจำนวนตามใบแจ้งหนี้
การประปานครหลวงจะโอนเงินประกันการใช้น้ำเฉพาะรายที่ค้างชำระมาชำระหนี้ค่าน้ำจนครบ
และหากจำนวนเงินประกันลดลงน้อยกว่าจำนวนเงินประกันที่เรียกเก็บ ผู้ขอใช้น้ำรายนั้นจะต้องนำเงินประกันมาวางเพิ่มจนครบจำนวนตามที่กำหนด
กรณีผู้ขอใช้น้ำรายกลุ่มใดมีการเพิ่มจำนวนครัวเรือน
ต้องวางเงินประกันเพิ่มให้ครบถ้วนตามจำนวนครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นใหม่ทุกครั้ง
ผู้ขอใช้นํ้ารายกลุ่มที่ไม่ประสงค์จะใช้น้ำประปา
ให้มีสิทธิถอนเงินประกันของตนหลังจากหักหนี้ค่าน้ำประปาค้างชำระแล้ว
๖.
การอนุมัติ
๖.๑
การขอใช้น้ำประปารายเดี่ยว ให้ผู้จัดการสำนักงานประปาสาขาเป็นผู้อนุมัติ
๖.๒
การขอใช้น้ำประปารายกลุ่ม ให้สำนักงานประปาสาขาที่รับเรื่องการขอติดตั้งประปาใหม่ตามคำสั่งนี้
พิจารณาตรวจสอบหลักฐาน รายละเอียดต่าง ๆ โดยผู้จัดการภาคเป็นผู้รับรอง แล้วเสนอขออนุมัติจากรองผู้ว่าการ
(บริการ)
๗.
ให้รองผู้ว่าการ (บริการ) เป็นผู้มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาที่เกิดจากการปฏิบัติตามคำสั่งนี้และมีอำนาจกำหนดวิธีปฏิบัติเพิ่มเติม
เพื่อให้เป็นไปตามคำสั่งนี้
ทั้งนี้
ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๘ เป็นต้นไป และให้ยกเลิกคำสั่งการประปานครหลวงที่ ๓๙๒/๒๕๔๓
สั่ง ณ วันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๔๓ คำสั่งการประปานครหลวงที่ ๑๐๖/๒๕๔๕ สั่ง ณ วันที่ ๒๕
เมษายน ๒๕๔๕ และคำสั่งการประปานครหลวงที่ ๑๒๑/๒๕๔๔ สั่ง ณ วันที่ ๕ เมษายน ๒๕๔๔
สั่ง ณ วันที่ ๒๕ พฤศจิกายน
พ.ศ. ๒๕๔๘
พิพิธ พรหมสิทธิ์
ผู้ว่าการการประปานครหลวง
พชร/ผู้จัดทำ
๑๙ มกราคม ๒๕๔๙
สุเมธ/ปรับปรุง
๑๗ กรกฎาคม ๒๕๕๘
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๓/ตอนที่ ๔ ง/หน้า ๑๖๒/๑๒ มกราคม ๒๕๔๙