法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา พ.ศ. 2545 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
30
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการ

ในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา

พ.ศ. ๒๕๔๕

โดยที่เป็นการสมควรให้มีระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๘ วรรคสอง วรรคสาม และมาตรา ๓๐ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา พ.ศ. ๒๕๔๕”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ประธานศาลฎีการักษาการตามระเบียบนี้

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้ หากมิได้กำหนดไว้โดยเฉพาะเป็นอย่างอื่น

“ก.ต.” หมายความว่า คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการทดสอบความรู้ที่ ก.ต. แต่งตั้งขึ้นเพื่อทำการทดสอบความรู้ผู้สมัคร

“ผู้สมัคร” หมายความว่า ผู้สมัครทดสอบความรู้ตามมาตรา ๒๘ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕[๒] เมื่อสมควรจะมีการทดสอบความรู้เมื่อใด ให้เลขานุการ ก.ต. เสนอขอความเห็นชอบจาก ก.ต. เพื่อจัดให้มีการทดสอบความรู้ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์แห่งราชการศาลยุติธรรม ก.ต. อาจจะกำหนดให้มีการทดสอบความรู้ผู้สมัครตามความในมาตรา ๒๘ (๒) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ เฉพาะข้อ (ก) (ข) (ค) (ง) (จ) (ฉ) หรือ (ช) ข้อใดข้อหนึ่ง หรือหลายข้อในการทดสอบความรู้แต่ละคราวก็ได้

ให้ ก.ต. ประกาศเกี่ยวกับการรับสมัคร และแต่งตั้งคณะกรรมการทดสอบความรู้ขึ้นคณะหนึ่งตามจำนวนที่จำเป็น ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ในการสอน และการเป็นกรรมการสอบวิชากฎหมายของผู้ซึ่งจะได้รับการแต่งตั้งเป็นส่วนสำคัญ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในกรณีที่ระเบียบนี้มิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะทำงาน ออกประกาศ หรือกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการทดสอบความรู้ตามที่เห็นสมควร

คุณวุฒิและเงื่อนไขในการประกอบวิชาชีพ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ผู้สมัครตามความในมาตรา ๒๘ (๒) (ก) (ข) หรือ (ค) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ ต้องได้ศึกษาและสอบไล่ได้ในวิชากฎหมายต่อไปนี้จากต่างประเทศหรือในการศึกษาปริญญาโททางกฎหมายในประเทศไทย แล้วแต่กรณีด้วย คือ

(๑) กฎหมายอาญา

(๒) กฎหมายแพ่ง ซึ่งพอเทียบได้กับลักษณะใดลักษณะหนึ่งในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์รวม ๔ วิชา หรือกฎหมายแพ่ง ซึ่งพอเทียบได้กับลักษณะใดลักษณะหนึ่งในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และกฎหมายพิเศษตามที่ระบุท้ายระเบียบนี้ รวมกันแล้วไม่น้อยกว่า ๔ วิชา และ

(๓) กฎหมายลักษณะพยานหลักฐาน หรือกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหรือกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง หรือกฎหมายล้มละลาย

ผู้สมัครที่ได้ศึกษาและสอบไล่ได้ตามหลักสูตรการศึกษากฎหมายดังต่อไปนี้ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องศึกษาวิชากฎหมายตามวรรคหนึ่ง

(๑) ผู้สมัครที่ได้ศึกษาและสอบไล่ได้ตามหลักสูตรการศึกษากฎหมายที่จัดไว้เป็นหลักสูตรเฉพาะด้านในวิชากฎหมายเด็กและเยาวชน กฎหมายแรงงาน กฎหมายภาษีอากร กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายการค้าระหว่างประเทศ กฎหมายพาณิชย์นาวี กฎหมายล้มละลาย กฎหมายสิ่งแวดล้อม กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค

(๒) ผู้สมัครที่ได้ศึกษาและสอบไล่ได้ในวิชากฎหมายที่อยู่ในกลุ่มวิชากฎหมายกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งตามวรรคสอง (๑) ไม่น้อยกว่า ๔ วิชา และได้ศึกษาและสอบไล่ได้ในวิชากฎหมายตามที่ระบุไว้ในวรรคหนึ่งอีกไม่น้อยกว่า ๒ วิชา โดยในจำนวนนี้อย่างน้อย ๑ วิชา ต้องเป็นวิชาตาม (๑) (๓) หรือกฎหมายแพ่ง ซึ่งพอเทียบได้กับลักษณะใดลักษณะหนึ่งในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์[๓]

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ เพื่อประโยชน์ในการคำนวณจำนวนวิชาที่กำหนดในข้อ ๖ วรรคหนึ่ง (๒) และวรรคสอง (๒) ถ้าผู้สมัครคนใดได้ศึกษาและสอบไล่ได้ในวิชากฎหมายในระบบการจัดการศึกษาที่กำหนดให้มีการเรียนการสอนวิชากฎหมายนั้นตลอดปีการศึกษาและมีการวัดผลเมื่อสิ้นปีการศึกษาให้ถือว่าผู้นั้นได้ศึกษาและสอบไล่ได้ในวิชากฎหมายตามที่กำหนดไว้ในข้อดังกล่าว ๒ วิชา

มาตรา ข้อ ๘/๑

ข้อ ๘/๑[๔] ผู้สมัครตามความในมาตรา ๒๘ (๒) (ค) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ ต้องสอบไล่ได้ปริญญาโททางกฎหมายจากมหาวิทยาลัยในประเทศไทย โดยมีหลักสูตรเดียวไม่น้อยกว่าสองปี หรือหลายหลักสูตรรวมกันไม่น้อยกว่าสองปี หรือสอบไล่ได้ปริญญาโททางกฎหมายจากมหาวิทยาลัยในประเทศไทยและจากมหาวิทยาลัยในต่างประเทศซึ่ง ก.ต. รับรอง โดยมีหลายหลักสูตรรวมกันไม่น้อยกว่าสองปี

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ผู้สมัครตามความในมาตรา ๒๘ (๒) (ง) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ ต้องได้สอนวิชากฎหมายตามหลักสูตรในคณะนิติศาสตร์ หรือเทียบเท่าคณะนิติศาสตร์มาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๕ ปี ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ผู้สมัครตามความในมาตรา ๒๘ (๒) (จ) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ ต้องเป็นผู้ที่ดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่ง

(๑) นิติกร ซึ่งผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานด้านกฎหมายตามมาตรฐานในสายงานนิติการที่ ก.ศ. กำหนดเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๖ ปี ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้ หรือ

(๒) เจ้าพนักงานศาลยุติธรรม ซึ่งผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานในด้านกฎหมายอย่างแท้จริงตามมาตรฐานในสายงานนิติการที่ ก.ศ. กำหนด เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๖ ปี ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้ หรือ

(๓) เจ้าพนักงานคดี ซึ่งผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานในด้านกฎหมายอย่างแท้จริงตามมาตรฐานในสายงานนิติการที่ ก.ศ. กำหนด เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๖ ปี ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้[๕]

ทั้งนี้ ผู้สมัครตามวรรคหนึ่งจะต้องเป็นผู้ที่ดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งนิติกร เจ้าพนักงานศาลยุติธรรม หรือเจ้าพนักงานคดีไม่ต่ำกว่าระดับ ๖[๖]

การนับระยะเวลาการปฏิบัติงานของผู้สมัครตามวรรคหนึ่ง ให้นับเฉพาะเวลาที่ผู้นั้นดำรงตำแหน่งตามที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่งและได้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนั้นเท่านั้น

เพื่อประโยชน์ในการนับระยะเวลาการปฏิบัติงานของผู้สมัครตามวรรคหนึ่ง ถ้าผู้นั้นเคยดำรงตำแหน่งนิติกร เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป หรือพนักงานคุมประพฤติในกระทรวงยุติธรรมอยู่ในวันที่พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ ใช้บังคับและได้โอนมาเป็นข้าราชการศาลยุติธรรมโดยผลของกฎหมายดังกล่าวหรือโดยวิธีอื่นก่อนวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๔๕ หากผู้บังคับบัญชารับรองตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้ว่าในระหว่างที่ผู้นั้นดำรงตำแหน่งดังกล่าวในกระทรวงยุติธรรมได้ปฏิบัติงานด้านกฎหมายอย่างแท้จริงตามมาตรฐานในสายงานนิติการที่ ก.พ. กำหนด ก็ให้นับเวลาที่ดำรงตำแหน่งดังกล่าวรวมเป็นเวลาปฏิบัติงานของผู้สมัครนั้นด้วย

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑[๗] ผู้สมัครตามความในมาตรา ๒๘ (๒) (ฉ) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ ต้องสอบไล่ได้ปริญญาโทหรือปริญญาเอกหรือเทียบเท่าในสาขาวิชาแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์ เทคนิคการแพทย์ พยาบาลศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ หรือการบัญชี และได้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ทันตกรรม เภสัชกรรม การสัตวแพทย์ การพยาบาล นักเทคนิคการแพทย์ วิศวกรรม สถาปัตยกรรม หรือเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต แล้วแต่กรณี มาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๓ ปี หรือได้ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๒๗ (๓) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ ตามเงื่อนไขในข้อ ๑๔ มาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๓ ปี

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ผู้สมัครตามความในมาตรา ๒๘ (๒) (ช) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ ต้องสอบไล่ได้ปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ในสาขาวิชาแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์ เทคนิคการแพทย์ พยาบาลศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ หรือการบัญชี และได้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ทันตกรรม เภสัชกรรม การสัตวแพทย์ การพยาบาล นักเทคนิคการแพทย์ วิศวกรรม สถาปัตยกรรม หรือเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต แล้วแต่กรณี มาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๑๐ ปี[๘]

ผู้สมัครตามวรรคหนึ่ง ต้องส่งหลักฐานที่แสดงประสบการณ์ในการทำงาน ผลงานหรือความรู้เฉพาะด้านในวิชาการด้านนั้น ๆ เพื่อประกอบการประเมินความรู้ความเชี่ยวชาญในวิชาชีพของคณะอนุกรรมการประเมินซึ่ง ก.ต. แต่งตั้งขึ้น

ผู้ผ่านการประเมินของคณะอนุกรรมการประเมินจึงจะเป็นผู้มีสิทธิเข้ารับการทดสอบความรู้ในวิชากฎหมาย

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ผู้สมัครตามความในมาตรา ๒๘ (๒) (ฉ) (ช) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งประกอบวิชาชีพเวชกรรม ทันตกรรม เภสัชกรรม การสัตวแพทย์ การพยาบาล นักเทคนิคการแพทย์ การพยาบาล วิศวกรรม สถาปัตยกรรม หรือผู้สอบบัญชีรับอนุญาตในหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนจะต้องมีหนังสือรับรองของผู้บังคับบัญชามาแสดงว่าได้ประกอบวิชาชีพดังกล่าวอย่างแท้จริงตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้[๙]

ผู้สมัครตามวรรคหนึ่งซึ่งมิได้ประกอบวิชาชีพดังกล่าวในหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนจะต้องมีหนังสือรับรองตนเองมาแสดงว่าได้ประกอบวิชาชีพดังกล่าวอย่างแท้จริงตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

เงื่อนไขในการประกอบวิชาชีพทางกฎหมาย

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ผู้สมัครตามความในมาตรา ๒๘ (๒) (ข) (ค)หรือ (ฉ) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งได้ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายเป็นทนายความ พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ นายทหารซึ่งทำหน้าที่นายทหารสืบสวนสอบสวนหรือนายทหารสารวัตรสืบสวนสอบสวน เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือเจ้าพนักงานการเลือกตั้ง (งานวินัจฉัยหรืองานสืบสวนสอบสวน) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ตามมาตรา ๒๗ (๓) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ จะต้องได้ปฏิบัติงานในหน้าที่ดังกล่าวไม่น้อยกว่าที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) ผู้ที่ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายเป็นทนายความจะต้องได้ว่าความในศาลโดยทำหน้าที่หรือมีส่วนร่วมทำหน้าที่ทนายความในการที่ศาลออกนั่งพิจารณามาแล้วไม่น้อยกว่า ๑๐ เรื่อง สำหรับผู้สมัครตามมาตรา ๒๘ (๒) (ข) หรือ (ค) และไม่น้อยกว่า ๓๐ เรื่อง สำหรับผู้สมัครตามมาตรา ๒๘ (๒) (ฉ) ซึ่งในจำนวนนี้ต้องเป็นคดีแพ่งไม่น้อยกว่า ๕ เรื่อง

(๒) ผู้ที่ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายเป็นพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจต้องปฏิบัติงานในหน้าที่พนักงานสอบสวนมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑๐ เรื่อง สำหรับผู้สมัครตามมาตรา ๒๘ (๒) (ข) หรือ (ค) และไม่น้อยกว่า ๓๐ เรื่อง สำหรับผู้สมัครตามมาตรา ๒๘ (๒) (ฉ)

(๓) ผู้ที่ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายเป็นนายทหารซึ่งทำหน้าที่นายทหารสืบสวนสอบสวนหรือนายทหารสารวัตรสืบสวนสอบสวน กระทรวงกลาโหม ต้องได้ปฏิบัติงานสอบสวนคดีอาญาซึ่งอยู่ในอำนาจของศาลทหารมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑๐ เรื่อง สำหรับผู้สมัครตามมาตรา ๒๘ (๒) (ข) หรือ (ค) และไม่น้อยกว่า ๓๐ เรื่อง สำหรับผู้สมัครตามมาตรา ๒๘ (๒) (ฉ)

(๔) ผู้ที่ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายเป็นเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) ต้องปฏิบัติงานสอบสวนคดียาเสพติดมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑๐ เรื่อง สำหรับผู้สมัครตามมาตรา ๒๘ (๒) (ข) หรือ (ค) และไม่น้อยกว่า ๓๐ เรื่อง สำหรับผู้สมัครตามมาตรา ๒๘ (๒) (ฉ)

(๕) ผู้ที่ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายเป็นเจ้าพนักงานการเลือกตั้ง (งานวินิจฉัยหรืองานสืบสวนสอบสวน) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (สำนักงาน กกต.) ต้องปฏิบัติงานพิจารณาวินิจฉัยหรือสอบสวนมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑๐ เรื่อง สำหรับผู้สมัครตามมาตรา ๒๘ (๒) (ข) หรือ (ค) และไม่น้อยกว่า ๓๐ เรื่อง สำหรับผู้สมัครตามมาตรา ๒๘ (๒) (ฉ)

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ผู้สมัครที่ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายตามข้อ ๑๔ ต้องมีหนังสือรับรองของผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาหรือของผู้บังคับบัญชา แล้วแต่กรณี มาแสดงว่าได้ทำหน้าที่นั้นอย่างแท้จริงตามแบบที่กำหนดในระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยกำหนดการประกอบวิชาชีพอย่างอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับกฎหมาย และเงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพ พ.ศ. ๒๕๔๕

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ผู้ที่มีคุณสมบัติและปฏิบัติตามเงื่อนไขครบถ้วน หรือแต่เพียงบางส่วนตามประกาศคณะกรรมการตุลาการ เรื่องกำหนดวิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่น และเงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพตามมาตรา ๒๗ (๑) (ค) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. ๒๕๒๑ ฉบับลงวันที่ ๑๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ ให้ถือว่าได้ประกอบวิชาชีพอย่างอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับกฎหมายและปฏิบัติตามเงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพนั้น ๆ ครบถ้วนแล้ว หรือแต่เพียงส่วนนั้น แล้วแต่กรณี ตามที่คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมกำหนดตามนัยระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งรองจ่าศาลอยู่ก่อนวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๔๔ และยังคงปฏิบัติหน้าที่เดิมในตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นในสำนักงานศาลยุติธรรม โดยมีผู้บังคับบัญชารับรองตามแบบที่กำหนดในระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยกำหนดการประกอบวิชาชีพอย่างอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับกฎหมาย และเงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพ พ.ศ. ๒๕๔๕ ให้ถือว่าการปฏิบัติหน้าที่เดิมต่อมานั้นเป็นการประกอบวิชาชีพอย่างอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับกฎหมาย และได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพนั้น ๆ โดยให้นับระยะเวลาต่อเนื่องกันไป

หลักเกณฑ์การทดสอบความรู้

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘[๑๐] การทดสอบความรู้ของผู้สมัครให้มีทั้งการสอบข้อเขียนและการสอบปากเปล่า ภายใต้บังคับข้อ ๑๙/๑ ข้อ ๒๐/๑ และข้อ ๒๐/๒ วิชาที่ทดสอบ คือ กฎหมายอาญา กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง กฎหมายลักษณะพยานหลักฐาน พระธรรมนูญศาลยุติธรรม และกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว หรือกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา หรือกฎหมายภาษีอากร หรือกฎหมายแรงงาน หรือกฎหมายล้มละลาย หรือกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ กับภาษาอังกฤษ กฎหมายรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมและระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙[๑๑] การสอบข้อเขียนมี ๒ วัน คือ

(๑) วันที่หนึ่ง วิชากฎหมายอาญา จำนวน ๒ ข้อ กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จำนวน ๓ ข้อ กับวิชาภาษาอังกฤษ กฎหมายรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมและระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม ตามที่กำหนดในข้อ ๑๙/๑ จำนวน ๓ ข้อ เวลา ๔ ชั่วโมง คะแนนเต็ม ๘๐

(๒) วันที่สอง วิชากฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จำนวน ๓ ข้อ กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง จำนวน ๓ ข้อ กฎหมายลักษณะพยานหลักฐาน จำนวน ๑ ข้อ พระธรรมนูญศาลยุติธรรม จำนวน ๑ ข้อ และกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายภาษีอากร กฎหมายแรงงาน กฎหมายล้มละลายหรือกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ จำนวน ๑ ข้อ เวลา ๔ ชั่วโมง คะแนนเต็ม ๙๐[๑๒]

ผู้สอบต้องปฏิบัติตามระเบียบการสอบข้อเขียนที่คณะกรรมการทดสอบความรู้ประกาศไว้โดยเคร่งครัด และให้ประธานกรรมการรับผิดชอบในการจัดทำรหัสสมุดคำตอบของผู้สอบทุกคนแยกตามวันที่สอบ โดยไม่ให้รหัสซ้ำกันแล้วเก็บรักษารหัสดังกล่าวไว้ด้วยตนเอง[๑๓]

คณะกรรมการอาจจัดตัวบทกฎหมายที่ไม่มีข้อความอื่นใดไว้ให้ผู้สอบใช้ประกอบการสอบวิชาใดในห้องสอบก็ได้

ผู้สอบที่ขาดสอบ หรือเข้าสอบแต่ไม่ทำคำตอบเลยในการสอบข้อเขียนวิชากฎหมายวันใดวันหนึ่งจะไม่มีสิทธิเข้าสอบปากเปล่า

มาตรา ข้อ ๑๙/๑

ข้อ ๑๙/๑[๑๔] ให้ผู้สมัครที่เลือกสอบในกฎหมายลักษณะวิชากฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายภาษีอากร กฎหมายแรงงาน กฎหมายล้มละลาย หรือกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ ตามข้อ ๑๙ วรรคหนึ่ง (๒) แสดงความจำนงในวันสมัครสอบว่าจะสอบลักษณะวิชากฎหมายใด

ให้ผู้สมัครเลือกสอบในวิชาภาษาอังกฤษ กฎหมายรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมและระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม ตามข้อ ๑๙ วรรคหนึ่ง (๑) ดังต่อไปนี้

(๑) ให้ผู้สมัครตามความในมาตรา ๒๘ (๒) (ก) (ข) (ค) (ง) (ฉ) (ช) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ สอบวิชาภาษาอังกฤษข้อที่หนึ่งและข้อที่สอง และเลือกสอบในวิชาภาษาอังกฤษข้อที่สาม กฎหมายรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมและระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรมอีกจำนวน ๑ ข้อ

(๒) ให้ผู้สมัครตามความในมาตรา ๒๘ (๒) (จ) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ สอบวิชาภาษาอังกฤษข้อที่หนึ่ง และเลือกสอบในวิชาภาษาอังกฤษข้อที่สองและข้อที่สาม กฎหมายรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมและระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรมอีกจำนวน ๒ ข้อ

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐[๑๕] ในการออกข้อสอบ ให้คณะกรรมการออกข้อสอบ ดังนี้

(๑) วิชากฎหมายอาญา จำนวน ๒ ข้อ

(๒) วิชากฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จำนวน ๓ ข้อ โดยให้ออกข้อสอบเป็นคำถามเกี่ยวกับแนวความคิดทางกฎหมาย หลักกฎหมาย หรือปัญหาเชิงทฤษฎีที่ให้ผู้สอบแสดงทักษะในการให้เหตุผลและวิเคราะห์ จำนวน ๑ ข้อ และให้เป็นคำถามเกี่ยวกับปัญหาเชิงปฏิบัติ จำนวน ๒ ข้อ

(๓) วิชากฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งให้ออกข้อสอบวิชาละ ๓ ข้อ

(๔) วิชากฎหมายลักษณะพยานหลักฐาน กฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมและระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม พระธรรมนูญศาลยุติธรรม กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายภาษีอากร กฎหมายแรงงาน กฎหมายล้มละลาย และกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ ให้ออกข้อสอบวิชาละ ๑ ข้อ

(๕) วิชาภาษาอังกฤษ ให้ออกข้อสอบ ๓ ข้อ โดยให้ออกข้อสอบข้อที่หนึ่ง เป็นคำถามที่ให้แปลข้อความภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ และภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ๑ ข้อ ข้อที่สองเป็นคำถามภาษาอังกฤษที่ทดสอบความเข้าใจในการอ่านบทความกฎหมายภาษาอังกฤษ ๑ ข้อ และข้อที่สามเป็นคำถามที่ให้ผู้สมัครเขียนอธิบาย หรือวินิจฉัยปัญหากฎหมายเป็นภาษาอังกฤษ ๑ ข้อ[๑๖]

หากผู้สอบทำข้อสอบในวิชาที่ให้เลือกตอบเกินกว่าที่กำหนด ให้ถือข้อที่ได้คะแนนน้อยที่สุดเป็นข้อที่กำหนดให้ทำ

มาตรา ข้อ ๒๐/๑

ข้อ ๒๐/๑[๑๗] ในกรณีที่ ก.ต. กำหนดให้มีการทดสอบความรู้เฉพาะผู้สมัครตามความในมาตรา ๒๘ (๒) (ก) (ข) มิให้นำความในข้อ ๑๙ วรรคหนึ่ง ข้อ ๑๙/๑ และข้อ ๒๐ มาใช้บังคับและให้ดำเนินการทดสอบความรู้ ดังนี้

(๑) การสอบข้อเขียน ให้สอบวิชากฎหมายอาญา จำนวน ๒ ข้อ กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จำนวน ๒ ข้อ วิชากฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จำนวน ๒ ข้อ กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง จำนวน ๒ ข้อ และวิชากฎหมายลักษณะพยานหลักฐาน กฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายภาษีอากร กฎหมายแรงงาน กฎหมายล้มละลาย หรือกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ จำนวน ๑ ข้อ เวลา ๓ ชั่วโมง ๔๕ นาที คะแนนเต็ม ๙๐ กับวิชาภาษาอังกฤษ จำนวน ๓ ข้อ เวลา ๓ ชั่วโมง คะแนนเต็ม ๖๐ โดยสำหรับลักษณะวิชาที่ให้เลือกสอบ ผู้สมัครต้องแสดงความจำนงว่าจะสอบลักษณะวิชากฎหมายใดในวันสมัครสอบ (๒) ในการออกข้อสอบวิชากฎหมาย ให้คณะกรรมการออกข้อสอบวิชากฎหมายอาญา วิชากฎหมายแพ่งและพาณิชย์ วิชากฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ให้ออกข้อสอบวิชาละ ๒ ข้อ โดยให้ออกข้อสอบเป็นคำถามเกี่ยวกับแนวความคิดทางกฎหมาย หลักกฎหมาย หรือปัญหาเชิงทฤษฎีที่ให้ผู้สอบแสดงทักษะในการให้เหตุผลและวิเคราะห์วิชาละ ๑ ข้อ และเป็นคำถามเกี่ยวกับปัญหาเชิงปฏิบัติวิชาละ ๑ ข้อ วิชากฎหมายลักษณะพยานหลักฐาน กฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายภาษีอากร กฎหมายแรงงาน กฎหมายล้มละลายหรือกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ ให้ออกข้อสอบเป็นคำถามเกี่ยวกับแนวความคิดทางกฎหมาย หลักกฎหมาย หรือปัญหาเชิงทฤษฎีที่ให้ผู้สอบแสดงทักษะในการให้เหตุผลและวิเคราะห์วิชาละ ๑ ข้อ

(๓) ในการออกข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ ให้ออกข้อสอบ ๓ ข้อ โดยให้ออกข้อสอบข้อที่หนึ่งเป็นคำถามที่ให้แปลข้อความภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ ๑ ข้อ ข้อที่สองเป็นคำถามภาษาอังกฤษที่ทดสอบความเข้าใจในการอ่านบทความกฎหมายภาษาอังกฤษ ๑ ข้อ และข้อที่สามเป็นคำถามที่ให้ผู้สมัครเขียนอธิบาย หรือวินิจฉัยปัญหากฎหมายเป็นภาษาอังกฤษ ๑ ข้อ

(๔) ให้ผู้สมัครที่เลือกสอบในวิชากฎหมายลักษณะพยานหลักฐาน กฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายภาษีอากร กฎหมายแรงงาน กฎหมายล้มละลาย หรือกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ ตามข้อ ๒๐/๑ (๑) แสดงความจำนงในวันสมัครสอบว่าจะสอบลักษณะวิชากฎหมายใด

มาตรา ข้อ ๒๐/๒

ข้อ ๒๐/๒[๑๘] ก.ต. อาจกำหนดให้สอบวิชาภาษาต่างประเทศอื่นแทนวิชาภาษาอังกฤษก็ได้ ทั้งนี้ ให้นำความในข้อ ๒๐/๑ มาใช้บังคับกับการสอบวิชาภาษาต่างประเทศอื่นโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑[๑๙] ในการตรวจคำตอบแต่ละข้อ ให้องค์คณะซึ่งประกอบด้วยกรรมการทดสอบความรู้อย่างน้อยสองคนตรวจแล้วให้คะแนนคำตอบตามหลักเกณฑ์การตรวจและการให้คะแนนที่กำหนดท้ายระเบียบนี้ และให้ผู้สอบได้คะแนนคำตอบตามค่าเฉลี่ยที่คำนวณจากคะแนนที่กรรมการทดสอบความรู้แต่ละคนกำหนดให้

มาตรา ข้อ ๒๑/๑

ข้อ ๒๑/๑[๒๐] ให้จัดให้มีการทดสอบวัดทัศนคติ บุคลิกภาพ อุปนิสัย และวุฒิภาวะทางอารมณ์ หรือคุณลักษณะอื่นที่พึงประสงค์สำหรับการดำรงตำแหน่งข้าราชการตุลาการตามที่คณะกรรมการทดสอบกำหนด และให้นำผลการทดสอบดังกล่าวไปประกอบการสอบปากเปล่า

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ การสอบปากเปล่าให้กระทำโดยวิธีถามผู้สมัครเรียงตัว กำหนดเวลาประมาณคนละ ๒๕ นาที คะแนนเต็ม ๖๐ โดยให้กรรมการทดสอบความรู้แต่ละคนที่ทำการสอบปากเปล่าผู้สมัครให้คะแนนแบ่งตามหัวข้อที่กำหนดในแบบการให้คะแนนการสอบปากเปล่าท้ายระเบียบนี้ และให้ผู้สมัครได้คะแนนการสอบปากเปล่าตามค่าเฉลี่ยที่คำนวณจากคะแนนที่กรรมการทดสอบความรู้แต่ละคนกำหนดให้

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ผู้สมัครต้องได้คะแนนสอบข้อเขียนไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๕๐ ของคะแนนสอบข้อเขียนทั้งหมด จึงจะมีสิทธิเข้าสอบปากเปล่า และต้องได้คะแนนสอบปากเปล่าไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๕๐ ของคะแนนสอบปากเปล่า จึงจะเป็นผู้ผ่านการสอบปากเปล่า เมื่อนำคะแนนสอบข้อเขียนกับคะแนนสอบปากเปล่ารวมกันต้องได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๖๐ ของคะแนนทั้งหมดจึงจะอยู่ในเกณฑ์ที่จะได้รับบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ เมื่อทดสอบความรู้เสร็จแล้ว ก.ต. จะประกาศรายชื่อผู้ที่อยู่ในเกณฑ์จะได้รับการบรรจุเรียงตามลำดับคะแนนไว้ ณ สำนักงานศาลยุติธรรม

อัตราส่วนในการบรรจุ

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ การบรรจุข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาตามความในมาตรา ๒๘ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ นั้น ให้บรรจุได้ในอัตราส่วนของจำนวนผู้ที่สอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาได้ไม่เกินหนึ่งในสาม แต่ถ้าขณะใดไม่มีผู้ที่สอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาอยู่แล้วก็ให้บรรจุได้โดยไม่มีอัตราส่วน

ภายใต้บังคับวรรคหนึ่ง การบรรจุข้าราชการตุลาการตามมาตรา ๒๘ (๒) (ก) (ข) (ค) (ง) (จ) (ฉ) หรือ (ช) ซึ่งมีคุณวุฒิต่างกัน ให้บรรจุได้ในอัตราส่วนของจำนวนผู้ที่อยู่ในเกณฑ์จะได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาแต่ละคุณวุฒิตามที่ ก.ต. กำหนด

ประกาศ ณ วันที่ ๑๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๕

สันติ ทักราล

ประธานศาลฎีกา

ประธานกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

[เอกสารแนบท้าย]

๑. กฎหมายพิเศษ

๒. แบบการให้คะแนนการสอบปากเปล่าในการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา

๓. หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา ๒๘ (๒) (ง) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ (สนามเล็ก (แบบ ๑))

๔.[๒๑] หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา ๒๘ (๒) (จ) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ (สนามเล็ก (แบบ ๒))

๕. หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา ๒๘ (๒) (จ) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ (สนามเล็ก (แบบ ๓))

๖.[๒๒] หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา ๒๘ (๒) (ฉ) (ช) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ (สนามเล็ก (แบบ ๔))

๗.[๒๓] หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา ๒๘ (๒) (ฉ) (ช) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ (สนามเล็ก (แบบ ๕))

๘.[๒๔] ระเบียบการสอบข้อเขียนสำหรับการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา

๙.[๒๕] หลักเกณฑ์การตรวจและการให้คะแนนในการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๖[๒๖]

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๘[๒๗]

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๘[๒๘]

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๕๑[๒๙]

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๕๓[๓๐]

วิมล/ผู้จัดทำ

๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๓

นฤดล/ผู้ตรวจ

๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๙/ตอนที่ ๕ ก/หน้า ๘/๑๑ มกราคม ๒๕๔๕

[๒] ข้อ ๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๘

[๓] ข้อ ๗ วรรคสอง แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๕๓

[๔] ข้อ ๘/๑ เพิ่มโดยระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๖

[๕] ข้อ ๑๐ วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๕๓

[๖] ข้อ ๑๐ วรรคสอง แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๕๓

[๗] ข้อ ๑๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๕๓

[๘] ข้อ ๑๒ วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๕๓

[๙] ข้อ ๑๓ วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๕๓

[๑๐] ข้อ ๑๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๘

[๑๑] ข้อ ๑๙ แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๖

[๑๒] ข้อ ๑๙ วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๕๑

[๑๓] ข้อ ๑๙ วรรคสอง แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๕๓

[๑๔] ข้อ ๑๙/๑ เพิ่มโดยระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๖

[๑๕] ข้อ ๒๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๖

[๑๖] ข้อ ๒๐ วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๕๑

[๑๗] ข้อ ๒๐/๑ เพิ่มโดยระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๘

[๑๘] ข้อ ๒๐/๒ เพิ่มโดยระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๘

[๑๙] ข้อ ๒๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๖

[๒๐] ข้อ ๒๑/๑ เพิ่มโดยระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๕๑

[๒๑] หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา ๒๘ (๒) (จ) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ (สนามเล็ก (แบบ ๒)) แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๕๓

[๒๒] หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา ๒๘ (๒) (ฉ) (ช) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ (สนามเล็ก (แบบ ๔)) แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๕๓

[๒๓] หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา ๒๘ (๒) (ฉ) (ช) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ (สนามเล็ก (แบบ ๕)) แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๕๓

[๒๔] ระเบียบการสอบข้อเขียนสำหรับการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๘

[๒๕] หลักเกณฑ์การตรวจและการให้คะแนนในการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา เพิ่มโดยระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๖

[๒๖] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๐/ตอนที่ ๗๓ ก/หน้า ๘/๒๘ กรกฎาคม ๒๕๔๖

[๒๗] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๒/ตอนที่ ๑๖ ก/หน้า ๔๕/๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘

[๒๘] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๒/ตอนที่ ๑๐๕ ก/หน้า ๑๙/๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๘

[๒๙] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนที่ ๓๓ ก/หน้า ๘๘/๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

[๓๐] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๗/ตอนที่ ๑๐ ก/หน้า ๓๖/๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓

30 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา พ.ศ. 2545 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_fbb1997363633fc6 (accessed 2026-07-06)

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com