ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่ สนส. 44 /2551
เรื่อง หลักเกณฑ์การซื้อหรือมีไว้ซึ่งอสังหาริมทรัพย์เพื่อเป็นสถานที่สําหรับประกอบธุรกิจ หรือ
สําหรับพนักงานและลูกจ้างของธนาคารพาณิชย์
อื่นๆ - 1. เหตุผลในการออกประกาศ
การที่สถาบันการเงินถือครองอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์เป็นสถานที่สําหรับประกอบธุรกิจแล้ว เป็นการใช้เงินทุนที่ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ของการประกอบธุรกิจสถาบันการเงิน อีกทั้งยังอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงซึ่งมีผลกระทบต่อฐานะของสถาบันการเงินจึงห้ามมิให้สถาบันการเงินซื้อหรือมีไว้ซึ่งอสังหาริมทรัพย์ เว้นแต่เพื่อใช้เป็นสถานที่สําหรับการประกอบธุรกิจ หรือเป็นที่พัก หรือเพื่อสวัสดิการของพนักงานและถูกจ้างของสถาบันการเงินนั้นตามสมควร โดยต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย
ในการออกประกาศฉบับนี้เป็นการอ้างอิงอํานาจตามกฎหมายให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 โดยสาระสําคัญของหลักเกณฑ์ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
อื่นๆ - 2. อํานาจตามกฎหมาย
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 13 และมาตรา 80 (2) (ก) แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ธนาคารแห่งประเทศไทยออกข้อกําหนดเรื่อง หลักเกณฑ์การซื้อหรือมีไว้ซึ่งอสังหาริมทรัพย์เพื่อเป็นสถานที่สําหรับประกอบธุรกิจ หรือสําหรับพนักงานและลูกจ้างของธนาคารพาณิชย์ ตามความในประกาศฉบับนี้
อื่นๆ - 3. ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับกับธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินทุกแห่ง
อื่นๆ - 4. ประกาศ หนังสือเวียนที่ยกเลิก ตามเอกสารแนบ 1
อื่นๆ - 5. เนื้อหา
5.1 หลักเกณฑ์ในการให้ธนาคารพาณิชย์ซื้อหรือมีไว้ซึ่งอสังหาริมทรัพย์เพื่อใช้เป็นสถานที่สําหรับดําเนินธุรกิจ หรือเป็นที่พัก หรือเพื่อสวัสดิการของพนักงานและลูกจ้างของธนาคารพาณิชย์ มีดังต่อไปนี้
(1) การซื้อหรือมีไว้ซึ่งอสังหาริมทรัพย์เพื่อใช้เป็นที่ทําการสํานักงานใหญ่หรือศูนย์ฝึกอบรมพนักงาน หรือบ้านพักรับรอง ให้ธนาคารพาณิชย์ยื่นขออนุญาตต่อธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนดําเนินการ
(2) อนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ซื้อหรือมีไว้ซึ่งอสังหาริมทรัพย์เพื่อใช้เป็นสถานที่สําหรับประกอบธุรกิจฯ นอกเหนือจากที่กําหนดไว้ในข้อ (1) ได้โดยมีเงื่อนไขให้ธนาคารพาณิชย์กําหนดนโยบายและขั้นตอนในการจัดซื้อหรือมีไว้ซึ่งอสังหาริมทรัพย์เพื่อใช้ในวัตถุประสงค์ดังกล่าวข้างต้น และให้คณะกรรมการของธนาคารพาณิชย์เป็นผู้อนุมัตินโยบายนั้น โดยนโยบายดังกล่าวจะต้องระบุหลักเกณฑ์และขั้นตอนการพิจารณาในเรื่องขนาดและราคาของอสังหาริมทรัพย์ที่จะซื้อ รวมทั้งจะต้องมีนโยบายที่ชัดเจนในกรณีเป็นการซื้ออสังหาริมทรัพย์จากผู้ที่เกี่ยวข้องกับธนาคารพาณิชย์ด้วย
อนึ่ง ในกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นว่าธนาคารพาณิชย์ซื้อหรือมีไว้ซึ่งอสังหาริมทรัพย์ในลักษณะเก็งกําไร หรือไม่เหมาะสม ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกําหนดเงื่อนไขใด ๆ ให้ธนาคารพาณิชย์ปฏิบัติเพิ่มเติมก็ได้
5.2 หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการจําหน่ายอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเดิมใช้เป็นสถานที่สําหรับดําเนินธุรกิจหรือสําหรับพนักงานและลูกจ้างของธนาคารพาณิชย์ และปัจจุบันมิได้ใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว เนื่องจากการย้าย ระงับหรือยกเลิกการเปิด หรือปิดสํานักงานสาขา หรือเลิกใช้ประโยชน์ในสถานที่สําหรับพนักงานและลูกจ้างของธนาคารพาณิชย์ มีดังต่อไปนี้
(1) กรณีที่ธนาคารพาณิชย์ได้ย้าย ระงับหรือยกเลิกการเปิด หรือปิดสํานักงานสาขาหรือเลิกใช้ประโยชน์ในสถานที่สําหรับพนักงานและลูกจ้าง ก่อนวันที่ 1 มกราคม 2547 ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยได้เคยผ่อนผันเวลาการจําหน่ายอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวให้ถึงสิ้นปี 2549 โดยธนาคารพาณิชย์ต้องกันเงินสํารองร้อยละ 50 ของมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์ที่ถือครองภายในสิ้นปี 2549 นั้น หากธนาคารพาณิชย์ยังไม่สามารถจําหน่ายได้ตามกําหนดเวลา ธนาคารแห่งประเทศไทยผ่อนผันให้ธนาคารพณิชย์ถือครองอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวต่อไปอีก 2 ปี เฉพาะรายที่สามารถกันเงินสํารองสําหรับอสังหาริมทรัพย์เหล่านั้นในอัตราร้อยละ 75 และร้อยละ 100 ของมูลค่ายุติธรรม ภายในปี 2550 และ ปี 2551 ตามลําดับ แต่ทั้งนี้ การกันสํารองดังกล่าวต้องไม่เกินมูลค่าตามบัญชีสุทธิคงเหลือของอสังหาริมทรัพย์ที่ถือครอง
(2) กรณีที่ธนาคารพาณิชย์ได้ย้าย ระงับหรือยกเลิกการเปิด หรือปิดสํานักงานสาขา หรือเลิกใช้ประโยชน์ในสถานที่สําหรับพนักงานและลูกจ้าง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2547 เป็นต้นไป ธนาคารพาณิชย์ต้องจําหน่ายหรือยกเลิกการเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ถือครองไร้ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ย้ายไปเปิดดําเนินการ ณ สํานักงานสาขาแห่งใหม่ หรือสํานักงานสาขาถาวร วันที่แจ้งยกเลิกการเปิดสาขา หรือวันที่ครบกําหนดระยะเวลาการเปิดสาขาตามที่ได้รับอนุญาต วันที่ปิดดําเนินการสํานักงานสาขา หรือวันที่เลิกใช้ประโยชน์ในสถานที่สําหรับพนักงานหรือลูกจ้าง แล้วแต่กรณี
เมื่อครบกําหนดระยะเวลา 1 ปีข้างต้น หากธนาคารพาณิชย์ไม่สามารถจําหน่ายอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวได้ ธนาคารแห่งประเทศไทยผ่อนผันให้ธนาคารพาณิชย์ถือครองอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวต่อไปอีก 4 ปี เฉพาะรายที่สามารถกันเงินสํารองสําหรับอสังหาริมทรัพย์เหล่านั้นในอัตราร้อยละ 25 ร้อยละ 50 ร้อยละ 75 และร้อยละ 100 ของมูลค่ายุติธรรม ภายในปีที่ 1 ปีที่ 2 ปีที่ 3 และปีที่ 4 ตามลําดับ แต่ทั้งนี้ การกันสํารองดังกล่าวต้องไม่เกินมูลค่าตามบัญชีสุทธิคงเหลือของอสังหาริมทรัพย์ที่ถือครอง
(3) เมื่อพ้นระยะเวลาผ่อนผันการถือครองอสังหาริมทรัพย์ตามข้อ (1) และข้อ (2) แล้ว หากธนาคารพณิชย์ไม่สามารถจําหน่ายอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวได้หมด ธนาคารแห่งประเทศไทยจะดําเนินการเปรียบเทียบปรับหรือดําเนินการอื่นใคตามกฎหมายต่อไป
(4) ให้ธนาคารพาณิชย์จัดทําและเก็บรักษาเอกสารเกี่ยวกับการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ที่กล่าวข้างต้น รวมทั้งเอกสารเกี่ยวกับการจําหน่ายหรือการยกเลิกการเช่า และข้อมูลการกันเงินสํารองเพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบได้เมื่อร้องขอ
5.3 กรณีธนาคารพาณิชย์เช่าสถานที่เพื่อเก็บรักษาเอกสาร หรือสื่อบันทึกข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือใช้เป็นสถานที่จอดรถโดยไม่มีกรรมสิทธิ์ครอบครอง ให้ดําเนินการได้โดยไม่ต้องขออนุญาต ทั้งนี้ หากมีการใช้บริการจัดเก็บและดูแลอกสาร หรือเก็บรักษาสื่อบันทึกข้อมูลคอมพิวเตอร์จากบุคคลภายนอก ให้ปฏิบัติตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการใช้บริการจากบุคคลภายนอก (Outsourcing) ในการประกอบธุรกิจของสถาบันการเงิน และที่แก้ไขเพิ่มเติม
อื่นๆ - 6. วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 3 สิงหาคม 2551
(นางธาริษา วัฒนเกส)
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย