ข้อ ๓ ให้ยกเลิกข้อความในข้อ ๘.๒
และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน
๘.๒ ลูกหนี้ที่อยู่ระหว่างชำระหนี้ หมายถึง
ลูกหนี้ที่มิใช่ลูกหนี้ปิดบัญชี ได้แก่
ลูกหนี้ที่อยู่ระหว่างการชำระหนี้ตามสัญญาปรับโครงสร้างหนี้
แผนปรับโครงสร้างกิจการ หรือแผนฟื้นฟูกิจการ หรือลูกหนี้ที่อยู่ระหว่างดำเนินการตามมาตรา
๗๔ และ มาตรา ๕๘ แห่งพระราชกำหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย พ.ศ. ๒๕๔๔ ทั้งนี้
ให้หมายรวมถึงลูกหนี้ที่ยังไม่มีข้อยุติในการปรับโครงสร้างหนี้ ปรับโครงสร้างกิจการ
หรือฟื้นฟูกิจการ
โดยคำนวณเงินที่เรียกเก็บได้สุทธิสำหรับลูกหนี้ที่อยู่ระหว่างชำระหนี้
จากเงินที่เรียกเก็บได้ทั้งหมด หักด้วยต้นทุนการรับโอน
ซึ่งต้นทุนการรับโอนที่จะนำมาหัก ดังกล่าวให้คำนวณเป็นไปตามประเภทของลูกหนี้
แล้วแต่กรณี ดังนี้
(ก) กรณีมีการปรับโครงสร้างหนี้ ปรับโครงสร้างกิจการ
และ/หรือฟื้นฟูกิจการ
ให้คำนวณตามสัดส่วนของเงินที่เรียกเก็บได้ต่อภาระหนี้ที่ต้องชำระตามแผนการและเงื่อนไขในการปรับโครงสร้างหนี้แผนปรับโครงสร้างกิจการ
และ/หรือแผนฟื้นฟูกิจการ โดยภาระหนี้ที่ต้องชำระตามแผนดังกล่าว ไม่รวมส่วนของการแปลงหนี้เป็นทุนยกเว้นส่วนของการแปลงหนี้เป็นทุนในหุ้นของลูกหนี้ที่ได้
จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหรือตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ (mai)
ซึ่งมีการซื้อขาย ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหรือตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ (mai)
ณ วันที่อนุมัติการปรับโครงสร้างหนี้ ปรับโครงสร้างกิจการ และ/หรือฟื้นฟูกิจการ
โดยให้ใช้ราคาปิดของหุ้น ณ
วันดังกล่าวในการคำนวณมูลค่าส่วนของการแปลงหนี้เป็นทุนเพื่อรวมอยู่ในภาระหนี้ที่ต้องชำระตามแผน
(ข) กรณีมีการดำเนินการตามมาตรา ๗๔ และมาตรา ๕๘
แห่งพระราชกำหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย พ.ศ. ๒๕๔๔ และ/หรือกรณีที่ลูกหนี้ที่ยังไม่มีข้อยุติในการปรับโครงสร้างหนี้
ปรับโครงสร้างกิจการ หรือฟื้นฟูกิจการ
ให้คำนวณตามสัดส่วนของเงินที่เรียกเก็บได้ต่อต้นทุนการรับโอน
(ค) กรณีมีการปรับโครงสร้างหนี้
ปรับโครงสร้างกิจการ และ/หรือฟื้นฟูกิจการบางส่วน กับมีการดำเนินการตามมาตรา ๗๔
และมาตรา ๕๘ แห่งพระราชกำหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย พ.ศ. ๒๕๔๔ บางส่วน
ให้คำนวณตามสัดส่วนของเงินที่เรียกเก็บได้ต่อภาระหนี้ที่ต้องชำระตามแผนการและเงื่อนไขในการปรับโครงสร้างหนี้
แผนปรับโครงสร้างกิจการ และ/หรือแผนฟื้นฟูกิจการ
โดยภาระหนี้ที่ต้องชำระตามแผนดังกล่าวไม่รวมส่วนของการแปลงหนี้เป็นทุน
ดังเช่นที่กำหนดในข้อ ๘.๒ (ก)
ทั้งนี้ ต้นทุนการรับโอนที่คำนวณตามข้อ ๘.๒ (ก)
(ข) และ (ค)
จะต้องมีจำนวนไม่เกินกว่าต้นทุนการรับโอนของลูกหนี้แต่ละรายในแต่ละสถาบันผู้โอน