法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบเทศบาลตำบลกุสุมาลย์ ว่าด้วยคณะกรรมการชุมชน พ.ศ. 2553

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
34
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบเทศบาลตำบลกุสุมาลย์

ระเบียบเทศบาลตำบลกุสุมาลย์

ว่าด้วยคณะกรรมการชุมชน

พ.ศ. ๒๕๕๓[๑]

เพื่อให้การดำเนินงานของเทศบาลตำบลกุสุมาลย์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

สอดคล้องกับวิธีการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี

ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการและพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง สามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน

และสนองตอบต่อความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นอันเป็นการส่งเสริมความร่วมมือของประชาชนกับเทศบาล

หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ในการจัดทำบริการสาธารณะตามอำนาจหน้าที่ ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี

จึงมีความจำเป็นต้องมีระเบียบเทศบาลตำบลกุสุมาลย์ ว่าด้วยคณะกรรมการชุมชนขึ้น

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔๘ เตรส (๔) แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.

๒๔๙๖ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๕๒ นายกเทศมนตรีจึงวางระเบียบไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า

“ระเบียบเทศบาลตำบลกุสุมาลย์ ว่าด้วยคณะกรรมการชุมชน พ.ศ. ๒๕๕๓”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้นายกเทศมนตรีรักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้

และให้มีอำนาจตีความวินิจฉัยปัญหา

กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบนี้

เมื่อมีเหตุจำเป็นนายกเทศมนตรีอาจยกเว้นการปฏิบัติตามระเบียบเป็นกรณีได้

ข้อความทั่วไป

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

“เทศบาล” หมายความว่า

เทศบาลตำบลกุสุมาลย์

“นายกเทศมนตรี” หมายความว่า

นายกเทศมนตรีตำบลกุสุมาลย์ และให้รวมถึงผู้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งดังกล่าวด้วย

“ชุมชน” หมายความว่า

ชุมชนในเขตเทศบาลที่มีประชาชนอาศัยอยู่รวมกัน โดยมีสภาพพื้นที่

หรือภูมิศาสตร์ร่วมกัน เช่น ในเขตแนวถนน ตรอก ซอย อาคารเรือนแถวเดียวกัน

หรือลักษณะเป็นบล็อก หรือโซนเดียวกัน ซึ่งทางเทศบาลกำหนดและประกาศจัดตั้ง

“คณะกรรมการชุมชน” หมายความว่า

คณะบุคคลซึ่งได้รับเลือกตั้งจากประชาชนและได้รับการแต่งตั้งจากนายกเทศมนตรี

เพื่อทำหน้าที่บริหารงานภายในชุมชนของตน

“กรรมการชุมชน” หมายความว่า

บุคคลที่ได้รับเลือกตั้งตามระเบียบนี้ และได้รับการแต่งตั้งจากนายกเทศมนตรี

“ที่ปรึกษาชุมชน” หมายความว่า

บุคคลหรือกลุ่มบุคคล ซึ่งเป็นผู้ให้คำปรึกษา แนะนำคณะกรรมการชุมชน

โดยคณะกรรมการชุมชนเป็นผู้เสนอให้นายกเทศมนตรีเป็นผู้พิจารณาแต่งตั้ง

“สมาชิกชุมชน” หมายความว่า

ประชาชนผู้ที่อยู่อาศัยในชุมชน

ซึ่งเทศบาลได้จัดตั้งขึ้นเป็นชุมชนเพื่อที่จะเข้าไปดำเนินการพัฒนาชุมชน

“เจ้าหน้าที่” หมายความว่า

พนักงานเทศบาลหรือลูกจ้าง

ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายกเทศมนตรีให้ปฏิบัติงานประจำชุมชน

คณะกรรมการชุมชน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในชุมชนหนึ่งให้มีคณะกรรมการชุมชนคณะหนึ่งมาจากการเลือกตั้ง

โดยมีจำนวนไม่น้อยกว่าเจ็ดคนแต่ไม่เกินสิบห้าคน

การเลือกตั้งคณะกรรมการชุมชนให้นายกเทศมนตรีเป็นผู้กำหนด วัน เวลา

สถานที่เลือกตั้งและจำนวนคณะกรรมการชุมชน

และดำเนินการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเสร็จสิ้นตามวันเวลาที่กำหนดไว้

แต่ต้องไม่น้อยกว่าเจ็ดวันนับแต่วันประกาศกำหนดวันเลือกตั้ง ทั้งนี้ ให้เป็นตามหลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขที่นายกเทศมนตรีประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ หลังจากที่ได้เลือกตั้งกรรมการชุมชุนครบจำนวนแล้ว

ให้นายกเทศมนตรีหรือผู้ที่นายกเทศมนตรีมอบหมายเรียกประชุมกรรมการชุมชนครั้งแรกภายในเจ็ดวัน

เพื่อเลือกประธานกรรมการชุมชนหนึ่งคน รองประธานกรรมการหนึ่งคน เลขานุการหนึ่งคน

และกรรมการชุมชนฝ่ายต่าง ๆ ฝ่ายละหนึ่งคน กรรมการหนึ่งคนอาจทำหน้าที่หลายฝ่ายได้

การออกเสียงลงคะแนนให้กระทำโดยเปิดเผย

เว้นแต่ที่ประชุมกรรมการชุมชนมีมติให้ใช้วิธีลงคะแนนแบบลับ

คณะกรรมการชุมชนประกอบด้วยตำแหน่ง ดังต่อไปนี้

(๑) ประธานคณะกรรมการชุมชน

(๒) รองประธานคณะกรรมการชุมชน

(๓) กรรมการฝ่ายปกครอง

(๔) กรรมการฝ่ายป้องกันและรักษาความเรียบร้อย

(๕) กรรมการฝ่ายคลัง

(๖) กรรมการฝ่ายพัฒนา

(๗) กรรมการฝ่ายสวัสดิการและสังคม

(๘) กรรมการฝ่ายสาธารณสุข

(๙) กรรมการฝ่ายการศึกษา

(๑๐) เลขานุการคณะกรรมการชุมชน

(เลือกจากคณะกรรมการชุมชนที่เห็นสมควร)

(๑๑) กรรมการฝ่ายอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการชุมชนเห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ บุคคลผู้มีสิทธิที่จะได้รับเลือกเป็นคณะกรรมการชุมชน

ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง

(๓) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตชุมชนนั้นมาแล้วไม่น้อยกว่าหกเดือน

(๔) เป็นผู้มีความเสียสละ มีความรับผิดชอบ ไม่แสวงหาประโยชน์ตอบแทนใด

ๆ เพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ

(๕) ไม่เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น

หรือพนักงานหรือลูกจ้างของเทศบาล ซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ

(๖) ไม่เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช

(๗) ไม่เป็นผู้ที่มีร่างกายทุพพลภาพ หรือวิกลจริต

หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

(๘) ไม่ติดยาเสพติดให้โทษ

(๙) ไม่เป็นผู้ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก

และได้พ้นโทษมายังไม่ถึงห้าปีนับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(๑๐) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย

(๑๑) ไม่เป็นบุคคลที่เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ

หน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ เพราะทุจริตต่อหน้าที่

หรือถือว่ากระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ

(๑๒) ไม่อยู่ในระหว่างเสียสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น

หรือผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น

หรือตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ บุคคลผู้มีคุณสมบัติดังต่อนี้เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์นับถึงวันเลือกตั้ง

(๓) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตชุมชนนั้นมาแล้วไม่น้อยกว่าสามเดือน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ คณะกรรมการชุมชนมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปีนับแต่วันที่ได้รับการประกาศแต่งตั้ง

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ คณะกรรมการชุมชนทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑) คณะกรรมการชุมชนลาออกทั้งคณะ โดยยื่นหนังสือลาออกต่อนายกเทศมนตรี

(๒) ถึงคราวออกตามวาระ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ความเป็นกรรมการชุมชนสิ้นสุดลงเฉพาะตัวเมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก โดยยื่นหนังสือลาออกต่อนายกเทศมนตรี

(๓) ต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก

(๔)

คณะกรรมการชุมชนไม่น้อยกว่าสองในสามที่อยู่ในตำแหน่งมีมติให้พ้นจากตำแหน่งโดยเห็นว่ามีความประพฤติในทางที่จะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่ชุมชนหรือราชการ

หรือขาดการประชุมคณะกรรมการชุมชนติดต่อกันสามครั้ง โดยไม่มีเหตุผลอันควร

(๕) ขาดคุณสมบัติตามข้อ ๗

เมื่อมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสมาชิกภาพของกรรมการชุมชนผู้ใดสิ้นสุดลงตาม

(๔) หรือ (๕) ให้นายกเทศมนตรีสอบสวนและวินิจฉัยโดยเร็ว

คำวินิจฉัยของนายกเทศมนตรีให้เป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ เมื่อตำแหน่งกรรมการชุมชนว่างลงเพราะเหตุอื่นใด

นอกจากถึงคราวออกตามวาระให้มีการเลือกตั้งกรรมการชุมชนขึ้น แทนตำแหน่งที่ว่าง ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ตำแหน่งนั้นว่างลง

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เมื่อคณะกรรมการชุมชนพ้นจากตำแหน่งตามข้อ

๑๐ ให้เทศบาลจัดให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการชุมชนให้แล้วเสร็จภายในสี่สิบห้าวัน

และให้คณะกรรมการชุมชนชุดเดิมปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการชุมชนชุดใหม่

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้คณะกรรมการชุมชนที่พ้นจากสมาชิกภาพ

ส่งมอบงานและทรัพย์สินของชุมชนให้แก่คณะกรรมการชุมชนชุดใหม่

ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่คณะกรรมการชุมชนชุดใหม่ได้รับการแต่งตั้ง

อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการชุมชน

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ คณะกรรมการชุมชนมีอำนาจหน้าที่

ดังต่อไปนี้

(๑) เป็นผู้นำและเป็นแกนกลางในการบริหารงานของชุมชน

และเป็นที่ปรึกษาของประชาชนในชุมชน ในด้านการจัดทำบริการสาธารณะ

(๒) สำรวจ ค้นหาปัญหาของชุมชน

เพื่อนำข้อมูลมาวางแผนพัฒนาและแก้ไขปัญหาของชุมชน

(๓) เสนอขอรับความช่วยเหลือจากเทศบาลหรือหน่วยงานอื่น ๆ

ที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาชุมชน

(๔) ประสานความร่วมมือระหว่างชุมชนและเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานอื่น ๆ

ที่เกี่ยวข้อง

(๕) เสนอแผนงาน โครงการ

หรือความคิดเห็นในการพัฒนาชุมชนต่อเทศบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

(๖) วางระเบียบชุมชนของตนเอง

เพื่อให้การดำเนินงานของชุมชนเป็นไปด้วยความเรียบร้อยโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย ระเบียบ

หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

(๗) สามารถคัดเลือกผู้ช่วยกรรมการชุมชนฝ่ายต่าง ๆ

ได้ตามที่คณะกรรมการชุมชนจะเห็นสมควรและเหมาะสม

(๘) ส่งเสริมสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง

(๙) ส่งเสริมความสามัคคีของประชาชนในชุมชน

(๑๐) ดำเนินการอื่น ๆ ตามที่เทศบาลมอบหมาย หรือตามที่เห็นสมควร

โดยไม่ขัดต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ทั้งนี้

เพื่อประโยชน์ของชุมชนและสังคมส่วนรวม

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้กรรมการชุมชนฝ่ายต่าง

ๆ มีหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) ประธานคณะกรรมการชุมชนมีหน้าที่เป็นประธานในการประชุม

ควบคุมการนับคะแนนออกเสียงชี้ขาดในกรณีมีคะแนนเสียงเท่ากัน

ควบคุมดูแลและติดตามการดำเนินงานของกรรมการชุมชนฝ่ายต่าง ๆ

เป็นตัวแทนกรรมการชุมชนในการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรต่าง

ๆ และงานอื่น ๆ ที่รับมอบหมายจากเทศบาล

(๒)

รองประธานคณะกรรมการชุมชนมีหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานคณะกรรมการชุมชนในกรณีที่ประธานคณะกรรมการชุมชนไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

และหน้าที่อื่น ๆ ตามที่ประธานกรรมการชุมชนหรือคณะกรรมการชุมชนมอบหมาย

(๓) เลขานุการคณะกรรมการชุมชน มีหน้าที่ประสานงานกับผู้ที่เกี่ยวข้อง

นัดหมายประชุมจัดทำระเบียบวาระการประชุมและบันทึกรายงานการประชุม

จัดเก็บและรักษาเอกสารต่าง ๆ ของชุมชน และมีหน้าที่อื่น ๆ

ตามที่ประธานกรรมการชุมชนหรือคณะกรรมการชุมชนมอบหมาย

(๔) กรรมการฝ่ายปกครอง มีหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขของประชาชน

ดูแลกิจการของชุมชนให้เป็นไปตามกฎหมาย ขนบธรรมเนียม จารีตประเพณี วัฒนธรรมท้องถิ่น

และนโยบายแห่งรัฐส่งเสริม

สนับสนุนให้ประชาชนมีความสนใจการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย

อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขในทุกระดับ เสริมสร้างความสามัคคีของส่วนรวม

ดูแลรักษาสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน และหน้าที่อื่น ๆ

ตามที่ประธานกรรมการชุมชนหรือคณะกรรมการชุมชนมอบหมาย

(๕) กรรมการฝ่ายป้องกันและรักษาความสงบเรียบร้อย

มีหน้าที่เกี่ยวกับการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

ระมัดระวัง ดูแล ป้องกันและช่วยเหลือกรณีเกิดภัยพิบัติต่าง ๆ และมีหน้าที่อื่น ๆ

ตามที่ประธานกรรมการชุมชนหรือคณะกรรมการชุมชนมอบหมาย

(๖) กรรมการฝ่ายพัฒนา

มีหน้าที่สำรวจความต้องการของชุมชนในการเสนอโครงการ แผนงาน การทำแผนชุมชน

การพัฒนาชุมชนในด้านต่าง ๆ อาทิ ส่งเสริม สนับสนุน

และพัฒนาการประกอบอาชีพของประชาชนในชุมชน

ประสานขอรับความช่วยเหลือจากหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชนตามที่เห็นสมควร

เพื่อแก้ไขปัญหา อุปสรรค และความเดือดร้อนของชุมชนและหน้าที่อื่น ๆ

ตามที่ประธานกรรมการชุมชนหรือคณะกรรมการชุมชนมอบหมาย

(๗) กรรมการฝ่ายคลัง มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงิน การคลัง การบัญชี

และทรัพย์สินของชุมชนและหน้าที่อื่น ๆ

ตามที่ประธานกรรมการชุมชนหรือคณะกรรมการชุมชนมอบหมาย

(๘) กรรมการฝ่ายสวัสดิการสังคม มีหน้าที่เกี่ยวกับการสวัสดิการสังคม

การสงเคราะห์ผู้ด้อยโอกาสทางสังคม เช่น คนยากจน เด็ก ผู้สูงอายุ

คนพิการที่ไม่สามารถช่วยตัวเองได้ หรือผู้ประสบภัยธรรมชาติตามความจำเป็น

และหน้าที่อื่น ๆ ตามที่ประธานกรรมการชุมชนหรือคณะกรรมการชุมชนมอบหมาย

(๙) กรรมการฝ่ายสาธารณสุข มีหน้าที่เกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันและควบคุมโรค การวางแผนครอบครัว การสุขาภิบาล

การป้องกัน รักษา ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชุมชน และหน้าที่อื่น ๆ

ตามที่ประธานกรรมการชุมชน หรือคณะกรรมการชุมชนมอบหมาย

(๑๐) กรรมการฝ่ายการศึกษา มีหน้าที่เกี่ยวกับการศึกษา การลูกเสือ

กิจกรรมเกี่ยวกับเด็ก เยาวชน การศาสนา ศิลปวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น

การกีฬาและนันทนาการ และหน้าที่อื่น ๆ ตามที่ประธานกรรมการชุมชนหรือคณะกรรมการชุมชนมอบหมาย

ในการดำเนินงานของกรรมการชุมชนแต่ละฝ่ายอาจจัดตั้งกลุ่มเยาวชน

กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มอาชีพ อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) หรือกลุ่มพลังมวลชนอื่นใด

เพื่อช่วยเหลือสนับสนุนการปฏิบัติงาน ของคณะกรรมการชุมชนได้ตามที่เห็นสมควร ทั้งนี้ เท่าที่ไม่ขัดต่อระเบียบ

กฎหมายหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

สิทธิและหน้าที่ของสมาชิกชุมชน

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ สมาชิกชุมชนมีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งและลงคะแนนเลือกตั้งกรรมการชุมชนตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ สมาชิกชุมชนมีสิทธิที่จะได้รับการบริการด้านต่าง

ๆ และได้รับความคุ้มครองจากหน่วยงานของรัฐโดยเท่าเทียมกัน ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ สมาชิกชุมชนซึ่งได้รวมตัวกันเป็นกลุ่มมีสิทธิอนุรักษ์

หรือฟื้นฟูจารีตประเพณีภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่นและของชาติ

และมีส่วนร่วมในการจัดการการบำรุงรักษา และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ

สิ่งแวดล้อม ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุลและยั่งยืน

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ สมาชิกชุมชนมีสิทธิเสนอข้อคิดเห็น

ข้อเสนอแนะ ข้อแนะนำ ปัญหาของชุมชน การพัฒนาชุมชน และแผนชุมชนต่อคณะกรรมการชุมชน

เทศบาล หน่วยงานของรัฐ เพื่อให้มีการปรับปรุง แก้ไข หรือดำเนินการ

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ สมาชิกชุมชนมีสิทธิได้รับทราบและเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของราชการ

ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ สมาชิกชุมชนมีสิทธิติดตามและร้องขอให้มีการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่การดำเนินงานของคณะกรรมการชุมชน

เจ้าหน้าที่ของเทศบาลทั้งฝ่ายประจำและฝ่ายการเมือง

การประชุม

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

ให้ประธานคณะกรรมการชุมชนเป็นผู้กำหนดและเรียกประชุมคณะกรรมการชุมชน

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ การประชุมคณะกรรมการชุมชน

ต้องมีกรรมการชุมชนมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการชุมชนเท่าที่มีอยู่จึงจะเป็นองค์ประชุม

แต่ต้องไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนคณะกรรมการชุมชนตามที่ระเบียบนี้กำหนดไว้

ในการประชุมคณะกรรมการชุมชนถ้าประธานกรรมการชุมชนไม่มาประชุม

หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้รองประธานคณะกรรมการชุมชนทำหน้าที่ประธาน

ในกรณีที่ประธานหรือรองประธานไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้

ให้กรรมการชุมชนที่มาประชุมเลือกกรรมการชุมชนคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุมครั้งนั้น

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ การนัดประชุมคณะกรรมการชุมชน

ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามวัน พร้อมด้วยระเบียบวาระการประชุม

เว้นแต่ได้มีการนัดหมายไว้แล้วในที่ประชุมครั้งก่อน

หรือเป็นการประชุมอันรีบด่วนจะนัดน้อยกว่านั้นก็ได้

โดยให้ประธานคณะกรรมการชุมชนแจ้งเหตุอันรีบด่วนไว้ในหนังสือนัดประชุม และแจ้งให้ที่ประชุมคณะกรรมการชุมชนทราบด้วย

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก

กรรมการชุมชนคนหนึ่งมีสิทธิออกเสียงหนึ่งเสียงในการลงคะแนน

ถ้ามีจำนวนเสียงลงคะแนนเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นได้อีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

เงินกองทุนชุมชน

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ให้แต่ละชุมชนมีเงินกองทุนชุมชนสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในกิจการ

และการบริหารงานของชุมชนได้ตามความจำเป็น โดยเงินกองทุนชุมชนอาจได้มาจาก

(๑) เงินที่มีผู้อุทิศให้

(๒) เงินอุดหนุนจากรัฐ

(๓) ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร

(๔) รายได้อื่น ๆ

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ เงินกองทุนชุมชนให้ฝากธนาคารในนามของชุมชน

และให้กรรมการฝ่ายการคลังเป็นผู้จัดทำบัญชีรายรับ - รายจ่ายเงินกองทุน

และทรัพย์สินของชุมชนด้วย

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ การใช้จ่ายเงินกองทุนชุมชนต้องนำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการชุมชนและคณะกรรมการชุมชนมีมติให้ใช้จ่ายเงินกองทุนชุมชนได้

เว้นแต่กรณีฉุกเฉินให้ประธานคณะกรรมการชุมชนมีอำนาจสั่งจ่ายได้ครั้งละไม่เกินห้าร้อยบาท

และให้รายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการชุมชนครั้งต่อไป

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ อำนาจการเบิก -

จ่ายเงินกองทุนชุมชน ประกอบด้วย ประธานคณะกรรมการชุมชนหนึ่งคน

กรรมการชุมชนฝ่ายคลังหนึ่งคน และกรรมการชุมชนอื่นที่คณะกรรมการชุมชนพิจารณาเห็นสมควรจำนวนหนึ่งคน

การรับ - จ่ายเงินกองทุนชุมชนต้องจัดให้มีบัญชีและหลักฐานเอกสาร

เพื่อประโยชน์แก่การตรวจสอบของทางราชการ

และให้นายกเทศมนตรีจัดให้มีการตรวจสอบการเงินและการบัญชีอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง ทั้งนี้ คณะกรรมการชุมชนต้องให้ความสะดวกในการตรวจสอบของนายกเทศมนตรีหรือผู้ที่นายกเทศมนตรีมอบหมายตามสมควร

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ การจ่ายเงินกองทุนให้จ่ายได้ในกรณี

ดังต่อไปนี้

(๑) เพื่อประโยชน์สาธารณะ

(๒) เพื่อกิจการของชุมชน

(๓) เพื่อการบริหารงานของชุมชน

การควบคุม

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ให้ปลัดเทศบาลเป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการชุมชนให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบแบบแผนของทางราชการ

และอาจมีคำสั่งระงับการกระทำใด ๆ ซึ่งเห็นว่าเป็นผลเสียแก่ชุมชนหรือทางราชการ

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ให้กรรมการชุมชนซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันประกาศใช้ระเบียบนี้

เป็นคณะกรรมการชุมชนตามระเบียบนี้ และอยู่ภายใต้บังคับของระเบียบนี้โดยอนุโลม

จนกว่าจะพ้นจากตำแหน่ง

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ ให้สมาชิกภาพของกรรมการชุมชนซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันประกาศใช้ระเบียบนี้สิ้นสุดลงเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันประกาศใช้ระเบียบนี้

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓

อานนท์

จันทร์แก้ว

นายกเทศมนตรีตำบลกุสุมาลย์

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๒๘ กุมภาพันธ์

๒๕๕๔

ณัฐวดี/ตรวจ

๒๘ กุมภาพันธ์

๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๘/ตอนพิเศษ ๑๙ ง/หน้า ๑๕/๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

34 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบเทศบาลตำบลกุสุมาลย์ ว่าด้วยคณะกรรมการชุมชน พ.ศ. 2553 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_fd83e8bb710a2e60 (accessed 2026-07-07)

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com