ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ
เรื่อง ให้ใช้หลักสูตรแกนกลางของสถาบันศึกษาปอเนาะ
พุทธศักราช ๒๕๖๑/ฮิจเราะฮฺศักราช
๑๔๓๙[๑]
เพื่อสนับสนุน
ส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนในสถาบันศึกษาปอเนาะให้มีคุณภาพ และประสิทธิภาพ พร้อมกับให้ผู้เรียนได้รับวุฒิบัตรเมื่อสำเร็จการศึกษาและสามารถศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น ตลอดจนเพื่อสนองความต้องการของโต๊ะครู ผู้เรียน
ผู้ปกครองและชุมชนในการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนของสถาบันศึกษาปอเนาะที่เหมาะสมกับสภาพความเปลี่ยนแปลงทางสังคมปัจจุบันนี้
ฉะนั้น
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ มาตรา ๑๓ (๖) แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน
พ.ศ. ๒๕๕๐ และข้อ ๓ (๑) แห่งประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เรื่อง การกำหนดประเภทและลักษณะของโรงเรียน
การจัดการเรียนการสอนและหลักสูตรของโรงเรียนนอกระบบ ประกอบกับมติคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนในการประชุม
ครั้งที่ ๔/๒๕๖๐ เมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จึงประกาศให้ใช้หลักสูตรแกนกลางของสถาบันศึกษาปอเนาะ
พุทธศักราช ๒๕๖๑/ฮิจเราะฮฺศักราช ๑๔๓๙ ดังปรากฏแนบท้ายประกาศนี้ โดยดำเนินการตามกำหนดเวลาดังนี้
ปีการศึกษา
๒๕๖๑ ให้ใช้หลักสูตรแกนกลางของสถาบันศึกษาปอเนาะ พุทธศักราช ๒๕๖๑/ฮิจเราะฮฺศักราช ๑๔๓๙
ในชั้นระดับต้น ระดับกลาง และระดับสูง ปีที่ ๑
ปีการศึกษา
๒๕๖๒ ให้ใช้หลักสูตรแกนกลางของสถาบันศึกษาปอเนาะ พุทธศักราช ๒๕๖๑/ฮิจเราะฮฺศักราช ๑๔๓๙
ในชั้นระดับต้น ระดับกลาง และระดับสูง ปีที่ ๒
ปีการศึกษา
๒๕๖๓ ให้ใช้หลักสูตรแกนกลางของสถาบันศึกษาปอเนาะ พุทธศักราช ๒๕๖๑/ฮิจเราะฮฺศักราช ๑๔๓๙
ในชั้นระดับต้น ระดับกลาง และระดับสูง ปีที่ ๓
ปีการศึกษา
๒๕๖๔ ให้ใช้หลักสูตรแกนกลางของสถาบันศึกษาปอเนาะ พุทธศักราช ๒๕๖๑/ฮิจเราะฮฺศักราช ๑๔๓๙
ในชั้นระดับต้น ปีที่ ๔ และทุกชั้นเรียน
ให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
มีอำนาจในการยกเลิก เพิ่มเติม เปลี่ยนแปลง มาตรฐานการเรียนรู้ระดับชั้นให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายและวิธีการจัดการศึกษา
ทั้งนี้
ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๖๑ เป็นต้นไป
ประกาศ ณ
วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๑
ธีระเกียรติ
เจริญเศรษฐศิลป์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
[เอกสารแนบท้าย]
๑.
หลักสูตรแกนกลางของสถาบันศึกษาปอเนอะ พุทธศักราช ๒๕๖๑/ฮิจเราะฮฺศักราช ๑๔๓๙
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
ภูมิกิติ/จัดทำ
๒๐ เมษายน ๒๕๖๑
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๕/ตอนพิเศษ ๖๙ ง/หน้า ๕/๒๓ มีนาคม ๒๕๖๑