ข้อ ๕ ภายใต้บังคับข้อ 6 และข้อ 7 บุคคลที่จะได้รับความเห็นชอบจากสํานักงาน ก.ล.ต. ให้เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้
(1) อยู่ระหว่างถูกกล่าวโทษหรือถูกดําเนินคดีตามกฎหมาย ดังนี้
(ก) กฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลโดยหน่วยงานที่มีอํานาจตามกฎหมายนั้น ทั้งนี้ ในความผิดเกี่ยวกับการกระทําอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลหรือการบริหารงานที่มีลักษณะเป็นการหลอกลวง ฉ้อฉล หรือทุจริต
(ข) กฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์โดยหน่วยงานที่มีอํานาจตามกฎหมายนั้น ทั้งนี้ ในความผิดเกี่ยวกับการกระทําอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์หรือการบริหารงานที่มีลักษณะเป็นการหลอกลวง ฉ้อฉล หรือทุจริต
(2) อยู่ระหว่างถูกกล่าวโทษหรือถูกดําเนินคดีตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินโดยหน่วยงานที่มีอํานาจตามกฎหมายนั้น
(3) เคยได้รับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุกในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทําโดยทุจริต
(4) เคยต้องคําพิพากษาหรือถูกเปรียบเทียบปรับเนื่องจากกระทําความผิดตาม (1) หรือ (2)
(5) เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากงาน อันเนื่องจากการกระทําโดยทุจริต
(6) เคยถูกถอดถอนจากการเป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดําเนินงานของบริษัทหลักทรัพย์ตามมาตรา 144 หรือมาตรา 145 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535
(7) มีการทํางานอันส่อไปในทางไม่สุจริต
(8) จงใจแสดงข้อความอันเป็นเท็จในสาระสําคัญหรือปกปิดข้อความจริงอันเป็นสาระสําคัญที่ควรบอกให้แจ้งในการขอรับความเห็นชอบเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลหรือผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ หรือในรายงานอื่นใดที่ต้องยื่นต่อสํานักงาน ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการ ก.ล.ต.
(9) มีการทํางานที่แสดงถึงการขาดจรรยาบรรณหรือขาดมาตรฐานในการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ธุรกิจหลักทรัพย์ หรือการประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับการเงิน
(10) อยู่ระหว่างถูกหน่วยงานอื่นที่มีอํานาจในการกํากับดูแลธุรกิจทางการเงินในประเทศหรือต่างประเทศ สั่งพักการประกอบธุรกิจหรือการเป็นผู้บริหารของนิติบุคคลที่อยู่ภายใต้การกํากับดูแล
(11) ถูกหน่วยงานอื่นที่มีอํานาจในการกํากับดูแลธุรกิจทางการเงินในประเทศหรือต่างประเทศสั่งเพิกถอนการประกอบธุรกิจ หรือการเป็นผู้บริหาร หรือการให้ความเห็นชอบในการเป็น
ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของนิติบุคคลที่อยู่ภายใต้การกํากับดูแล และปัจจุบันยังไม่ได้รับอนุญาตให้กลับมาประกอบธุรกิจ หรือเป็นผู้บริหาร หรือเป็นผู้ถือหุ้นของนิติบุคคลที่อยู่ภายใต้การกํากับดูแล
(12) มีลักษณะต้องห้ามตามที่หน่วยงานอื่นที่มีอํานาจในการกํากับดูแลธุรกิจทางการเงินในประเทศหรือต่างประเทศจะไม่ให้ประกอบธุรกิจหรือเป็นผู้บริหารหรือเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของนิติบุคคลที่อยู่ภายใต้การกํากับดูแล
ในกรณีที่บุคคลตามวรรคหนึ่งเป็นนิติบุคคล กรรมการหรือหุ้นส่วนของนิติบุคคลนั้นต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กําหนดใน (1) ถึง (12) ด้วย