法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินเดือน เงินปี บำเหน็จบำนาญ เงินประจำตำแหน่ง เงินเพิ่ม และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน พ.ศ. 2550

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
39
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกระทรวงการคลัง

ระเบียบกระทรวงการคลัง

ว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินเดือน

เงินปี บำเหน็จบำนาญ เงินประจำตำแหน่ง เงินเพิ่ม

และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน

พ.ศ. ๒๕๕๐[๑]

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงระเบียบเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินเดือน

เงินปี บำเหน็จบำนาญ เงินประจำตำแหน่ง เงินเพิ่ม และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน

เพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการเบิกจ่ายเงินตามระบบการบริหารการเงินการคลังภาครัฐด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์

(GFMIS) และการเบิกจ่ายเงินตามโครงการจ่ายเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้มีสิทธิรายบุคคลโดยตรง

(โครงการจ่ายตรง) รวมทั้งเพื่อให้การเบิกจ่ายเงินดังกล่าวมีความคล่องตัว

และสอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบัน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๖ วรรคหก แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการการเมือง พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๕

แห่งพระราชกฤษฎีกาการจ่ายเงินเดือน เงินปี บำเหน็จบำนาญ

และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๔ แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการการจ่ายเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการ

พ.ศ. ๒๕๓๙ และข้อ ๓๕ แห่งระเบียบการเบิกจ่ายเงินจากคลัง พ.ศ. ๒๕๒๐

กระทรวงการคลังออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงการคลัง

ว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินเดือน เงินปี บำเหน็จบำนาญ เงินประจำตำแหน่ง เงินเพิ่ม

และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน พ.ศ. ๒๕๕๐”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิก

(๑)

ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการเบิกและการจ่ายเงินเดือน เงินปี

และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน พ.ศ. ๒๕๓๓

(๒)

ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจ่ายเงินเดือนและเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งข้าราชการการเมือง

พ.ศ. ๒๕๓๕

(๓)

ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการ

พ.ศ. ๒๕๓๙

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ปลัดกระทรวงการคลังรักษาการตามระเบียบนี้

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในระเบียบนี้

“เงินเดือน” หมายความว่า

เงินเดือนและเงินอื่นที่มีกำหนดจ่ายเป็นรายเดือนจากเงินงบประมาณรายจ่ายประเภทงบบุคลากรหรืองบอื่นที่จ่ายในลักษณะเงินเดือน

“เงินปี” หมายความว่า เงินปีพระบรมวงศานุวงศ์

และให้หมายความรวมถึง เงินเบี้ยหวัดของพนักงานฝ่ายใน

“บำเหน็จบำนาญ” หมายความว่า

บำเหน็จบำนาญตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ และหมายความรวมถึงเบี้ยหวัดตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหม

“เงินประจำตำแหน่ง” หมายความว่า

เงินประจำตำแหน่งตามกฎหมายว่าด้วยเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง

และให้หมายความรวมถึง เงินประจำตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ประธานองคมนตรีหรือองคมนตรี

เงินประจำตำแหน่งของผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการ และเงินวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

“เงินเพิ่ม” หมายความว่า

เงินเพิ่มสำหรับข้าราชการตามที่กฎหมายกำหนด

“เงินอื่นในลักษณะเดียวกัน” หมายความว่า

เงินอื่นที่กำหนดจ่ายในลักษณะเดียวกันกับเงินเดือน เงินปี บำเหน็จบำนาญ

เงินประจำตำแหน่ง และเงินเพิ่ม

“การเบิกเงิน” หมายความว่า การเบิกเงินเดือน เงินปี

บำเหน็จบำนาญ เงินประจำตำแหน่ง เงินเพิ่ม และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน

“การจ่ายเงิน” หมายความว่า การจ่ายเงินเดือน เงินปี

บำเหน็จบำนาญ เงินประจำตำแหน่ง เงินเพิ่ม และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน

“การเบิกจ่ายเงิน” หมายความว่า การเบิกเงินและการจ่ายเงิน

“วันจ่ายเงิน” หมายความว่า

วันจ่ายเงินเดือนหรือวันจ่ายบำนาญตามพระราชกฤษฎีกาการจ่ายเงินเดือน เงินปี

บำเหน็จบำนาญ และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน พ.ศ. ๒๕๓๕

“ส่วนราชการ” หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม

สำนักงานหรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐซึ่งเป็นเจ้าของงบประมาณ

“ส่วนราชการผู้เบิก” หมายความว่า

ส่วนราชการซึ่งเบิกเงินจากกรมบัญชีกลาง สำนักงานคลังจังหวัด

หรือสำนักงานคลังจังหวัด ณ อำเภอ

“สำนักเบิกเงินเดือน” หมายความว่า กรมบัญชีกลาง

สำนักงานคลังจังหวัด หรือสำนักงานคลังจังหวัด ณ อำเภอ

“ข้าราชการ” หมายความว่า

ข้าราชการตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น

และให้หมายความรวมถึงบุคคลอื่นซึ่งได้รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณรายจ่ายประเภทงบบุคลากรหรืองบอื่นที่จ่ายในลักษณะเงินเดือน

“ผู้เบิก” หมายความว่า

ผู้เบิกตามระเบียบว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินจากคลัง

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การเบิกจ่ายเงินเดือน เงินปี บำเหน็จบำนาญ

เงินประจำตำแหน่ง เงินเพิ่ม และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน

ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้ส่วนราชการผู้เบิกมีหน้าที่ควบคุม

ตรวจสอบและรับผิดชอบการเบิกจ่ายเงินให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในกรณีที่ส่วนราชการใดไม่สามารถปฏิบัติตามข้อใดข้อหนึ่งของระเบียบนี้

ให้หัวหน้าส่วนราชการขอทำความตกลงกับกระทรวงการคลัง

การเบิกเงิน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การเบิกเงินเดือน เงินปี บำเหน็จบำนาญ

เงินประจำตำแหน่ง เงินเพิ่ม และเงินอื่นในลักษณะเดียวกันให้เบิกได้ตามระบบการบริหารการเงินการคลังภาครัฐด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์

(Government Fiscal Management Information System) เรียกโดยย่อว่า “ระบบ

GFMIS”

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การเบิกเงินตามข้อ ๙

ซึ่งเป็นเงินค้างเบิกข้ามปี ให้ปฏิบัติตามวิธีการเบิกเงินค่าใช้จ่ายค้างเบิกข้ามปี

โดยไม่ต้องมีหนังสือรับรองเงินเหลือจ่าย

กรณีที่ต้องเบิกเงินตามวรรคหนึ่งตามคำสั่งที่มีผลย้อนหลังไปในปีงบประมาณที่ล่วงมาแล้ว

ให้เบิกจ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่มีคำสั่ง โดยไม่ถือเป็นเงินค้างเบิกข้ามปี

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ข้าราชการการเมืองที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่เงินเดือนสูงขึ้นในระหว่างเดือน

ให้เบิกเงินเดือนเพิ่มได้

โดยเบิกเงินเดือนตำแหน่งใหม่หักส่งใช้เงินเดือนตำแหน่งเดิม

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้ส่วนราชการผู้เบิกหักภาษีเงินได้ ณ

ที่จ่าย ตามอัตราและวิธีการที่กำหนดไว้ในประมวลรัษฎากรส่งเป็นเงินรายได้แผ่นดิน

ให้ส่วนราชการตรวจสอบรายได้พึงประเมินรวมทั้งปี

(รายได้ตามปีภาษี) และการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ของผู้รับเงิน

เมื่อตรวจสอบถูกต้องแล้วให้ออกใบรับรองภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย

ส่งให้ผู้รับเงินในสังกัดและออกรายงาน ภงด. ๑ ก (พิเศษ) ส่งให้กรมสรรพากร

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เงินที่ขอเบิกซึ่งได้หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายแล้ว

หากมีกรณีจะต้องนำส่งคืนคลัง เมื่อจะเบิกเงินรายนี้ใหม่ไม่ต้องหักภาษีเงินได้อีก ทั้งนี้

ไม่ว่าการเบิกและการนำเงินคืนคลังจะกระทำภายในปีงบประมาณเดียวกันหรือไม่ก็ตาม

กรณีที่ส่วนราชการได้เบิกเงินงบประมาณให้แก่ผู้รับเงินเกินสิทธิที่ได้รับ

และได้หักเงินบางส่วนเป็นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไว้แล้ว

ให้ส่วนราชการเบิกคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาส่วนที่เกินส่งใช้เงินงบประมาณด้วย

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ การเบิกเงินประจำตำแหน่ง เงินเพิ่ม

และเงินอื่นในลักษณะเดียวกันประจำเดือนใด ให้เบิกพร้อมกับการเบิกเงินเดือน

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ กรณีข้าราชการโอนหรือย้าย

และเปลี่ยนสำนักเบิกเงินเดือน

หรือการตัดโอนอัตราเงินเดือนที่ว่างไปตั้งจ่ายทางสำนักเบิกเงินเดือนใหม่

ให้ส่วนราชการผู้เบิกเดิมจัดทำหนังสือรับรองการจ่ายเงินครั้งสุดท้ายหรือหนังสือรับรองการโอนอัตราเงินเดือน

แล้วแต่กรณี จำนวนสองฉบับ ส่งให้ส่วนราชการผู้เบิกใหม่จำนวนหนึ่งฉบับ

เก็บไว้ที่ส่วนราชการผู้เบิกเดิมจำนวนหนึ่งฉบับ

และให้งดเบิกเงินสำหรับข้าราชการผู้นั้น

สำหรับการเบิกเงินตามโครงการจ่ายตรง

ให้ส่วนราชการผู้เบิกเดิมจัดทำหนังสือรับรอง

การจ่ายเงินครั้งสุดท้ายเฉพาะกรณีโอนข้าราชการ

กรณีที่มีการเบิกเงินล่วงล้ำจากสำนักเบิกเงินเดือน

ให้ระบุในหนังสือรับรองการจ่ายเงินครั้งสุดท้ายว่า ให้เบิกและส่งคืนเงินในแผนงาน

งาน หรือโครงการที่ได้เบิกเงินล่วงล้ำ พร้อมทั้งแจ้งรหัสหน่วยงาน ลักษณะงาน

โครงการ และบัญชีด้วย

หากส่วนราชการผู้เบิกใหม่ได้นำเงินส่งคืนภายหลังที่ออกหนังสือรับรองไปแล้ว

ให้ส่วนราชการผู้เบิกเดิมทำหนังสือรับรองฉบับใหม่ และยกเลิกหนังสือรับรองฉบับเดิม

การเบิกเงินโดยใช้ระบบ GFMIS

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้ส่วนราชการผู้เบิกดำเนินการเพื่อเบิกเงินโดยใช้ระบบ

GFMIS ดังนี้

(๑)

กรณีมีเครื่อง GFMIS Terminal ให้เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลการขอเบิกเงินและบันทึกคำขอให้เบิกเงินสมทบ

เงินชดเชย และการหักเงินสะสม โดยใช้ระบบ GFMIS และให้ผู้เบิกตรวจสอบความถูกต้อง

ก่อนส่งคำขอเบิกเงินไปยังกรมบัญชีกลาง สำนักงานคลังจังหวัด

หรือสำนักงานคลังจังหวัด ณ อำเภอ แล้วแต่กรณี ภายในวันที่สิบห้าของเดือน

(๒)

กรณีไม่มีเครื่อง GFMIS Terminal ให้เจ้าหน้าที่บันทึกรายการขอเบิกเงินลงในแบบรายการขอเบิกเงินงบประมาณผ่านโปรแกรม

Excel Loader และให้ผู้เบิกตรวจสอบความถูกต้อง

ก่อนนำข้อมูลเข้าสู่ระบบ GFMIS โดยผ่านเครื่อง GFMIS Terminal ของกรมบัญชีกลาง สำนักงานคลังจังหวัด

สำนักงานคลังจังหวัด ณ อำเภอ หรือหน่วยงานอื่นที่มีเครื่อง GFMIS Terminal แล้วแต่กรณี ภายในวันที่สิบห้าของเดือน

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ให้กรมบัญชีกลาง สำนักงานคลังจังหวัด

หรือสำนักงานคลังจังหวัด ณ อำเภอ แล้วแต่กรณี

ดำเนินการอนุมัติคำขอเบิกเงินของส่วนราชการผู้เบิกผ่านระบบ GFMIS

การเบิกเงินตามโครงการจ่ายตรง

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ การเบิกเงินในเดือนแรกของการเริ่มโครงการจ่ายตรง

ให้ส่วนราชการนำข้อมูลเกี่ยวกับผู้รับเงินแต่ละรายเข้าระบบฐานข้อมูลบุคลากรของกรมบัญชีกลาง

ดังนี้

(๑)

เลขที่บัญชีเงินฝากธนาคารที่มิใช่ประเภทเงินฝากประจำ

(๒)

เลขประจำตัวประชาชน

(๓)

ที่อยู่

(๔)

รายการแสดงการลดหย่อนภาษี

(๕)

รายการที่ขอเบิกและหักหนี้

(๖)

ข้อมูลอื่นตามที่กรมบัญชีกลางกำหนด

เมื่อดำเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว

ให้ประมวลผลข้อมูลและตรวจสอบความถูกต้อง

สำหรับการเบิกบำเหน็จบำนาญในเดือนแรก

ให้ส่วนราชการผู้เบิกส่งหนังสือรับรองการขอเบิกบำเหน็จบำนาญปกติ

พร้อมหลักฐานเพิ่มเติมตามที่ระบุในใบแนบหนังสือสั่งจ่าย (ถ้ามี)

ไปยังกรมบัญชีกลางตามแบบและระยะเวลาที่กรมบัญชีกลางกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ การเบิกเงินในเดือนต่อไป

ให้ส่วนราชการดำเนินการ ดังนี้

(๑)

ตรวจสอบและปรับปรุงข้อมูลที่มีการเปลี่ยนแปลงในระบบฐานข้อมูลบุคลากรของกรมบัญชีกลาง

(๒)

บันทึกรายการขอเบิกและหักหนี้

(๓)

ประมวลผลข้อมูลและตรวจสอบความถูกต้อง

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ในแต่ละเดือนให้ส่วนราชการผู้เบิกส่งคำขอเบิกเงินพร้อมรายละเอียดการขอเบิกเงินไปยังกรมบัญชีกลางตามแบบและระยะเวลาที่กรมบัญชีกลางกำหนด

กรณีที่ส่วนราชการประสงค์จะหักเงินจากเงินที่ขอเบิกเพื่อชำระหนี้ตามความยินยอมของผู้รับเงิน

ให้ส่วนราชการผู้เบิกแจ้งข้อมูลการหักเงินในคำขอเบิกเงิน

หรือแบบแจ้งสรุปข้อมูลหนี้ แล้วแต่กรณี

กรณีจำนวนหนี้ของผู้รับเงิน

เกินวงเงินที่ผู้รับเงินแต่ละคนมีสิทธิได้รับ

ให้ส่วนราชการผู้เบิกตรวจสอบดำเนินการให้อยู่ภายในวงเงินก่อนการขอเบิกเงิน

กรณีกรมบัญชีกลางตรวจพบว่าข้อมูลการขอเบิกเงินหรือข้อมูลหนี้ไม่ถูกต้อง

ให้แจ้งส่วนราชการผู้เบิกแก้ไขให้ถูกต้อง

และส่งให้กรมบัญชีกลางภายในระยะเวลาที่กรมบัญชีกลางกำหนด

การจ่ายเงิน

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ การจ่ายเงินเดือน เงินปี บำเหน็จบำนาญ

เงินประจำตำแหน่ง เงินเพิ่ม และเงินอื่นในลักษณะเดียวกันให้จ่ายโดยใช้ระบบ GFMIS

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ การจ่ายเงินเดือนของนายกรัฐมนตรี

รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีให้จ่ายตั้งแต่วันที่เข้ารับหน้าที่

ส่วนข้าราชการการเมืองอื่นให้จ่ายตั้งแต่วันที่เริ่มเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการแต่ไม่ก่อนวันที่ระบุไว้ในคำสั่ง

ทั้งนี้

ให้จ่ายตามส่วนของจำนวนวันในเดือนนั้น

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ในกรณีที่รัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง

ให้จ่ายเงินเดือนถึงวันก่อนวันที่นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี

และรัฐมนตรีที่ได้รับแต่งตั้งขึ้นใหม่เข้ารับหน้าที่

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ข้าราชการการเมืองที่ได้รับแต่งตั้งหรือพ้นจากตำแหน่งในระหว่างเดือน

หรือได้รับเงินเดือนไม่เต็มเดือนโดยประการอื่น ให้จ่ายเงินประจำตำแหน่ง และเงินเพิ่มตามส่วนของจำนวนวันที่ได้รับเงินเดือนในเดือนนั้น

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ข้าราชการการเมืองผู้ใดดำรงตำแหน่งทางการเมืองในขณะเดียวกันเกินหนึ่งตำแหน่ง

ให้ได้รับเงินเดือนในตำแหน่งที่มีอัตราเงินเดือนสูงเพียงตำแหน่งเดียว

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ข้าราชการการเมืองถึงแก่ความตาย

ให้จ่ายเงินช่วยพิเศษเป็นจำนวนสามเท่าของอัตราเงินเดือนที่ได้รับอยู่จริงเมื่อถึงแก่ความตาย

ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการจ่ายเงินช่วยพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยการจ่ายเงินเดือน

เงินปี บำเหน็จบำนาญ และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ข้าราชการการเมืองไม่ได้ปฏิบัติราชการโดยประการใดก็ตาม

สิทธิในการได้รับเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง หรือเงินเพิ่ม

ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการจ่ายเงินเดือน เงินปี บำเหน็จบำนาญ

และเงินอื่นในลักษณะเดียวกันโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ข้าราชการสังกัดส่วนราชการใด

รวมทั้งส่วนราชการที่เป็นสำนักงานในต่างประเทศให้ได้รับเงินเดือนทางส่วนราชการนั้น

ในกรณีที่มีเหตุพิเศษ ข้าราชการจะขอรับเงินเดือนทางส่วนราชการผู้เบิกอื่นก็ได้

โดยปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กรมบัญชีกลางกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ การจ่ายเงินล่วงล้ำในทุกกรณี

ให้ส่วนราชการเจ้าสังกัดใหม่เบิกเงินดังกล่าวชดใช้คืนและแจ้งให้ส่วนราชการเดิมทราบ

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ การจ่ายเงิน

มิให้ส่วนราชการผู้เบิกหักเงินไว้เพื่อการใด ๆ

เว้นแต่จะมีหนังสือยินยอมจากข้าราชการ หรือผู้มีสิทธิรับบำเหน็จบำนาญ

เพื่อชำระเงินให้แก่สหกรณ์ที่จัดตั้งโดยส่วนราชการ และค่าสวัสดิการต่าง ๆ

ตามระเบียบว่าด้วยการจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการ หรือชำระตามข้อผูกพันกับทางราชการเท่านั้น

ส่วนราชการและข้าราชการในสังกัดหรือผู้มีสิทธิรับบำเหน็จบำนาญ

จะตกลงกันโดยทำเป็นหนังสือให้ความยินยอมในการจัดลำดับการหักเงินเพื่อชำระเงินตามวรรคหนึ่งก็ได้

ทั้งนี้

จะต้องจัดลำดับการชำระเงินให้แก่ทางราชการไว้ในลำดับต้น

หนังสือให้ความยินยอมให้หักเงินและจัดลำดับการหักเงิน

ให้มีผลผูกพันตลอดไปจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จสิ้น

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ การจ่ายเงินให้แก่ผู้รับเงินเกินสิทธิ

ให้ส่วนราชการเรียกเงินส่วนที่เกินดังกล่าวคืน แล้วนำส่งคืนคลังตามระเบียบว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินจากคลัง

และระเบียบว่าด้วยการเก็บรักษาเงินและการนำเงินส่งคลังของส่วนราชการ

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ การจ่ายเงินประจำตำแหน่ง เงินเพิ่ม

และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน ให้จ่ายพร้อมกับเงินเดือน

การจ่ายเงินโดยใช้ระบบ GFMIS

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ เมื่อกรมบัญชีกลางได้รับแจ้งรายละเอียดการเบิกเงินจากส่วนราชการผ่านระบบ

GFMIS แล้ว ให้กรมบัญชีกลางดำเนินการตรวจสอบรายการขอเบิก

และอนุมัติคำขอเบิกเงินของส่วนราชการ เพื่อจ่ายเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของส่วนราชการ

และโอนเงินเข้าบัญชีต่าง ๆ แล้วแต่กรณี

ให้กรมบัญชีกลางสั่งจ่ายเงินเดือน

เงินประจำตำแหน่ง เงินเพิ่ม และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน เข้าบัญชีของส่วนราชการก่อนวันจ่ายเงินเดือนสองวันทำการ

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ การจ่ายเงินตามข้อ ๓๓ วรรคสอง

โดยนำเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้รับเงินแต่ละราย

ให้ส่วนราชการผู้เบิกแจ้งรายชื่อผู้รับเงิน เลขที่บัญชีเงินฝาก

และจำนวนเงินที่จะโอนเข้าบัญชีเงินฝากของผู้รับเงินในแบบหลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีของธนาคาร

พร้อมทั้งออกเช็คสั่งจ่ายเงินให้ธนาคารเป็นจำนวนเท่ากับยอดรวมที่จะให้ธนาคารเครดิตบัญชีของผู้รับเงิน

ทั้งนี้

ตั้งแต่วันที่ได้มีการสั่งจ่ายเงินเข้าบัญชีของส่วนราชการแล้ว

แต่อย่างช้าก่อนวันจ่ายเงินเดือนหนึ่งวันทำการ

เมื่อธนาคารได้รับเช็คและรายละเอียดตามวรรคหนึ่งแล้ว

ให้ผู้มีอำนาจของธนาคารลงนามรับรองว่าได้รับเงินไว้เพื่อเครดิตบัญชีเงินฝากผู้รับเงินในวันจ่ายเงิน

ให้ส่วนราชการผู้เบิกจัดทำรายละเอียดตามแบบหลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีของธนาคารที่กำหนดในวรรคหนึ่ง

จำนวนสามฉบับ โดยส่วนราชการเก็บไว้จำนวนหนึ่งฉบับ ส่งให้ธนาคาร จำนวนสองฉบับ และให้ธนาคารส่งฉบับที่ลงนามรับรองการเครดิตบัญชีเงินฝากคืนให้ส่วนราชการผู้เบิกเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการจ่ายต่อไป

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ การจ่ายเงินเป็นเช็คให้แก่ผู้รับเงินในเดือนใด

ให้ส่วนราชการผู้เบิกออกเช็คสั่งจ่ายเงินให้แก่ผู้รับเงินแต่ละรายเท่ากับจำนวนที่จะต้องจ่ายในเดือนนั้นในวันจ่ายเงิน

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ การจ่ายเงินให้ผู้รับเงินเป็นเงินสด

ให้ส่วนราชการเบิกเงินจากบัญชีเงินฝากธนาคารของส่วนราชการ

เพื่อจ่ายให้ผู้รับเงินในวันจ่ายเงิน และให้ผู้รับเงินลงลายมือชื่อในหลักฐานการจ่ายเงิน

การจ่ายเงินตามโครงการจ่ายตรง

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ เมื่อกรมบัญชีกลางได้รับแจ้งรายละเอียดการเบิกเงินจากส่วนราชการแล้วให้กรมบัญชีกลางดำเนินการตรวจสอบรายการขอเบิกและโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้รับเงินและบัญชีเงินฝากธนาคารของส่วนราชการ

(ถ้ามี) โดยแจ้งเลขที่เอกสารขอเบิกเงินให้ส่วนราชการใช้เป็นหลักฐาน

เมื่อกรมบัญชีกลางได้โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของส่วนราชการแล้ว

ให้ส่วนราชการนำเงินดังกล่าวไปชำระหนี้หรือส่งคืนคลังแล้วแต่กรณีต่อไป

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ ให้กรมบัญชีกลางจัดส่งข้อมูลการจ่ายเงินของผู้รับเงินให้ธนาคาร

และจัดส่งข้อมูลเงินสะสม เงินสมทบ เงินชดเชยของข้าราชการ

ให้กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการตามแบบที่กรมบัญชีกลางกำหนด

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ ให้นำหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินที่กำหนดโดยกระทรวงการคลังหรือกรมบัญชีกลางก่อนระเบียบนี้ใช้บังคับ

มาบังคับใช้เป็นหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินเดือน เงินปี

บำเหน็จบำนาญ เงินประจำตำแหน่ง เงินเพิ่ม และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน

ได้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้

ประกาศ ณ วันที่ ๖

มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๐

ฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

โสรศ/ผู้จัดทำ

๙ กรกฎาคม ๒๕๕๐

นฤดล/ผู้ตรวจ

๒๘ มีนาคม ๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๔/ตอนพิเศษ ๗๙ ง/หน้า ๑/๒ กรกฎาคม ๒๕๕๐

39 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินเดือน เงินปี บำเหน็จบำนาญ เงินประจำตำแหน่ง เงินเพิ่ม และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน พ.ศ. 2550 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_fe859ee370acdf70 (accessed 2026-07-06)

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com