ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ
ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ
เรื่อง
ผลการไต่สวนเบื้องต้นการทุ่มตลาดสินค้าบล็อกแก้วชนิดใส
ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐอินโดนีเซีย
พ.ศ.
๒๕๔๘[๑]
ด้วยคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน
ภายใต้พระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ
พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้มีคำวินิจฉัยเบื้องต้น เมื่อวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๔๘
กำหนดมาตรการชั่วคราวตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าบล็อกแก้วชนิดใส
ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐอินโดนีเซีย
ตามประกาศคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน เรื่อง
การตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าบล็อกแก้วชนิดใส
ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐอินโดนีเซีย พ.ศ. ๒๕๔๘
กรมการค้าต่างประเทศจึงได้ออกประกาศ
เรื่อง ผลการไต่สวนเบื้องต้นการทุ่มตลาดสินค้าบล็อกแก้วชนิดใส
ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐอินโดนีเซีย พ.ศ. ๒๕๔๘ ซึ่งออกตามความในข้อ ๑ ของกฎกระทรวง
ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๔๓)
แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ.
๒๕๔๒
เพื่อประกาศรายละเอียดข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอันเป็นสาระสำคัญที่ใช้เป็นพื้นฐานในการพิจารณาผลการไต่สวน
ดังนี้
๑.
การเปิดการไต่สวน
เมื่อวันที่
๕ สิงหาคม ๒๕๔๗ กรมการค้าต่างประเทศได้ออกประกาศเปิดการไต่สวนการทุ่มตลาดสินค้าบล็อกแก้ว
ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ตามคำขอของ บริษัทบางกอกคริสตัล จำกัด
ในฐานะอุตสาหกรรมภายในผู้ผลิตสินค้าบล็อกแก้ว ทั้งนี้
เป็นไปตามมติคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน เมื่อวันที่ ๔ สิงหาคม
พ.ศ. ๒๕๔๗ และกรมการค้าต่างประเทศได้ดำเนินการไต่สวนการทุ่มตลาดและความเสียหาย
ตามหลักเกณฑ์ภายใต้พระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ
พ.ศ. ๒๕๔๒
๒.
สินค้าทุ่มตลาด
สินค้าที่ประกาศไต่สวนคือสินค้าบล็อกแก้วตามพิกัดอัตราศุลกากรประเภทที่๗๐๑๖.๙๐๐.๐๐๑
ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐอินโดนีเซีย
อย่างไรก็ตาม
จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงของข้อมูล
พบว่าอุตสาหกรรมภายในผลิตเฉพาะสินค้าบล็อกแก้วชนิดใสตามพิกัดข้างต้นเท่านั้น
ขอบเขตของการไต่สวนเพื่อกำหนดมาตรการจึงจำกัดเฉพาะสินค้าบล็อกแก้วชนิดใส
๓.
ผู้มีส่วนได้เสีย
๓.๑
ผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกในสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ได้แก่
(๑) บริษัท PT
Muliaglass
(๒) P.T. Keduang
Medan Industrial Ltd.
บริษัท
P.T. Keduang
Medan Industrial Ltd. ได้ส่งคืนแบบสอบถามและตอบไม่ครบถ้วนในส่วนที่เป็นสาระสำคัญที่ใช้เพื่อการคำนวณส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด
นอกจากนั้นกรมการค้าต่างประเทศ
ได้มีหนังสือถึงบริษัทดังกล่าวให้ตอบแบบสอบถามให้ครบถ้วนแต่บริษัทดังกล่าวปฏิเสธการให้ความร่วมมือดังนั้นกรมการค้าต่างประเทศจึงใช้ข้อมูลข้อเท็จจริงเท่าที่มีอยู่
(Best Information Available)
(๓) ผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกรายอื่น
ๆ นอกจาก ๓.๑ (๑) และ ๓.๑ (๒)
๓.๒ ผู้นำเข้าในไทย ได้แก่
(๑) บริษัท เอพี โกลบอลไซท์
จำกัด
(๒) รายอื่น ๆ นอกจาก ๓.๒ (๑)
๓.๓
อุตสาหกรรมภายในที่ผลิตสินค้าบล็อกแก้วในฐานะผู้ผลิตสินค้าชนิดเดียวกันภายในประเทศ
คือ บริษัท บางกอกคริสตัล จำกัด และบริษัท บางกอกกล๊าส จำกัด
สถานะของอุตสาหกรรมภายในคิดเป็นร้อยละ
๑๐๐ เนื่องจากทั้งบริษัท บางกอกคริสตัล จำกัด และบริษัท บางกอกกล๊าส จำกัด
ได้ให้ความร่วมมือตอบแบบสอบถามครบถ้วน
๓.๔ รัฐบาลของสาธารณรัฐอินโดนีเซีย
ในฐานะรัฐบาลของประเทศที่ถูกไต่สวน
๔.
การตรวจสอบข้อเท็จจริงของข้อมูล
เมื่อวันที่
๒๐ - ๒๒ ธันวาคม ๒๕๔๗ และวันที่ ๑๘ ๒๐ มกราคม ๒๕๔๘ กรมการค้าต่างประเทศ
ได้เดินทางไปตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงที่ได้รับตามแบบสอบถาม ณ
ที่ทำการของอุตสาหกรรมภายใน ๒ ราย คือ บริษัท บางกอกคริสตัล จำกัด และบริษัท
บางกอกกล๊าส จำกัดและ ณ ที่ทำการของผู้ผลิต/ผู้ส่งออกในสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ๑ ราย
ที่ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามคือ PT Muliaglass ตามลำดับ
ซึ่งผลการตรวจสอบพบว่าข้อมูลในส่วนที่เป็นสาระสำคัญตามแบบสอบถามของอุตสาหกรรมภายในมีความน่าเชื่อถือและยอมรับได้
แต่สำหรับผู้ผลิต/ผู้ส่งออกในสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ดังกล่าว
พบว่าข้อมูลส่วนใหญ่ตามคำตอบแบบสอบถามมีความถูกต้องตามหลักการทางบัญชีและสามารถอ้างอิงได้กับเอกสารต้นฉบับ
ยกเว้นการขอหักค่านายหน้าด้านมูลค่าปกติซึ่งเป็นการจ่ายให้กับบริษัทแม่และไม่มีการบันทึกทางบัญชี
จึงขาดความน่าเชื่อถือ
๕.
ผลการพิจารณาการทุ่มตลาด
ในการคำนวณส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดสำหรับผู้ให้ความร่วมมือ
จะพิจารณาข้อมูลตามแบบสอบถามที่ได้รับจากผู้ผลิต/ผู้ส่งออกแต่ละราย
สำหรับผู้ไม่ให้ความร่วมมือหรือผู้ผลิต/ผู้ส่งออกรายอื่น ๆ
จะพิจารณาโดยใช้ข้อมูลข้อเท็จจริงเท่าที่มีอยู่ (Best Information Available : BIA) ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา ๒๗
ของพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ.
๒๕๔๒ โดยระยะเวลาของข้อมูลที่ใช้ในการไต่สวนการทุ่มตลาด (Investigation
Period : IP) คือ วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๔๖ วันที่
๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๗ ซึ่งผู้ผลิต/ผู้ส่งออกสินค้าบล็อกแก้ว ๑ รายที่ตอบแบบสอบถาม คือ
บริษัท PT Muliaglass มีปริมาณส่งออกมาไทยเฉพาะสินค้าที่ถูกพิจารณา
รวมทั้งสิ้น ๗,๗๑๒.๑๕ ตัน
เมื่อเทียบกับปริมาณการนำเข้าจากสาธารณรัฐอินโดนีเซียตามสถิติกรมศุลกากร
ซึ่งรวมบล็อกแก้วทุกขนาดเท่ากับ ๙,๖๕๐.๕๙ ตัน
ปริมาณนำเข้าของผู้ผลิตสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ที่ให้ความร่วมมือจึงคิดเป็นร้อยละ ๘๐
ของปริมาณนำเข้าที่รวมบล็อกแก้วทุกขนาด
ดังนั้นข้อมูลที่ได้รับจากแบบสอบถามของผู้ผลิตสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ๑
รายถือว่าเป็นตัวแทนของผู้ผลิต/ผู้ส่งออก จากสาธารณรัฐอินโดนีเซียทั้งหมดได้
จากการพิจารณาข้อมูลตามแบบสอบถามของผู้ผลิตสาธารณรัฐอินโดนีเซีย
๑ รายดังกล่าว
พบว่าข้อมูลในแบบสอบถามในประเด็นการขอหักค่านายหน้าด้านมูลค่าปกติไม่น่าเชื่อถือเพราะเป็นการจ่ายให้กับบริษัทแม่และไม่มีการบันทึกทางบัญชี
จึงไม่นำข้อมูลส่วนนี้มาใช้สรุปการคำนวณมูลค่าปกติและราคาส่งออกเพื่อพิจารณาส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด
ดังนี้
๕.๑ PT Muliaglass
(๑) มูลค่าปกติ
คำนวณตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา
๑๕ ของพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ
พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยคำนวณจากราคาขายภายในสาธารณรัฐอินโดนีเซียตามแบบสอบถาม
แล้วทอนเป็นราคาขาย ณ
หน้าโรงงานถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักทั้งนี้ไม่ได้นำค่านายหน้ามารวมในค่าใช้จ่ายสำหรับการหักทอนเป็นราคา
ณ หน้าโรงงาน
(๒) ราคาส่งออก
คำนวณตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา
๑๔ ของพระราชบัญญัติการตอบโต้ การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ
พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยคำนวณจากราคาส่งออกมาประเทศไทยตามแบบสอบถาม
แล้วทอนเป็นราคาส่งออกถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก ณ หน้าโรงงาน
(๓) ส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด
คำนวณตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา
๑๘ ของพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ
พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยเปรียบเทียบระหว่างมูลค่าปกติตาม๕.๑ (๑) และราคาส่งออกตาม ๕.๑ (๒)
ซึ่งเป็นราคา ณ ระดับการค้าเดียวกันคือ ณ
หน้าโรงงานและในช่วงระยะเวลาเดียวกันคือช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
ซึ่งปรากฏส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดในอัตราร้อยละ ๑๔.๒๗ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ
๕.๒ ผู้ผลิต/ผู้ส่งออกรายอื่น ๆ
ได้ใช้ข้อมูลและข้อเท็จจริงเท่าที่มีอยู่ในการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา
๒๗ ของพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ
พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยมีรายละเอียดดังนี้
(๑) มูลค่าปกติ
ใช้ข้อมูลราคาขายภายในสาธารณรัฐอินโดนีเซียในระดับราคา
ณ หน้าโรงงานตามแบบสอบถามของบริษัท PT Muliaglass จากธุรกรรมการขายสินค้าชนิดที่ส่งออกมายังประเทศไทยมากที่สุดที่มีราคาสูงสุด
(๒) ราคาส่งออก
ใช้ข้อมูลราคาส่งออก
ณ หน้าโรงงานตามแบบสอบถามของบริษัท PT Muliaglass โดยเลือกธุรกรรมการขายสินค้าชนิดเดียวกันกับที่ใช้พิจารณามูลค่าปกติที่มีราคาต่ำสุด
(๓) ส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด
คำนวณตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา
๑๘ ของพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ
พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยเปรียบเทียบระหว่างมูลค่าปกติตาม ๕.๒ (๑) และราคาส่งออกตาม ๕.๒ (๒) ณ
ระดับการค้าเดียวกัน คือ ณ หน้าโรงงานและในช่วงระยะเวลาเดียวกันคือ
ช่วงระยะเวลาการไต่สวนปรากฏส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดร้อยละ ๕๐.๕๙ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ
๖.
ผลการพิจารณาความเสียหาย
คณะกรรมการได้วินิจฉัยความเสียหายเบื้องต้นตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ในมาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ และมาตรา ๒๑
ของพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ.
๒๕๔๒ โดยพิจารณาจากข้อมูลที่ได้รับตามแบบสอบถามของอุตสาหกรรมภายใน ๒ ราย คือ
บริษัท บางกอกคริสตัล จำกัด และ บริษัท บางกอกกล๊าส จำกัด ผู้นำเข้า ๑ ราย คือ บริษัท
เอพี โกลบอล ไซท์ จำกัด ที่ตอบแบบสอบถามครบถ้วน
รวมทั้งผู้ผลิต/ผู้ส่งออกสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ๑ ราย โดยข้อมูลที่ใช้ในการพิจารณา
คือ ข้อมูลในช่วง ๓ ปีย้อนหลัง (ปี ๒๕๔๔ ๒๕๔๖) ช่วงระยะเวลาไต่สวนการทุ่มตลาด
คือ วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๔๖ - ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๗
และช่วงเดียวกันก่อนช่วงระยะเวลาไต่สวนการทุ่มตลาด คือวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๔๕ -๓๐
มิถุนายน ๒๕๔๖
ผลการพิจารณาความเสียหายเบื้องต้น
ปรากฏว่ามีความเสียหายอย่างสำคัญที่เกิดแก่อุตสาหกรรมภายในตามมาตรา ๑๙ (๑) ดังนี้
๖.๑ ปริมาณของสินค้าทุ่มตลาดและผลของการทุ่มตลาดที่มีต่อราคาของสินค้าชนิดเดียวกันในตลาดภายในประเทศ
๖.๑
(๑) ปริมาณการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาด
จากสถิติกรมศุลกากรพบว่าปริมาณนำ
เข้าสินค้าบล็อกแก้วจากสาธารณรัฐอินโดนีเซีย เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงปี ๒๕๔๔
- ๒๕๔๖ และการนำเข้าจากอินโดนีเซียมีสัดส่วนสูงสุดตั้งแต่ช่วงปี ๒๕๔๔ -
ช่วงระยะเวลาไต่สวนการทุ่มตลาด โดยมีสัดส่วนร้อยละ ๖๗ -๙๘
ในขณะที่ปริมาณนำเข้าจากประเทศอื่นมีสัดส่วนร้อยละ ๒ - ๓๓ ของช่วงระยะเวลาเดียวกัน
๖.๑
(๒)
ผลกระทบของการทุ่มตลาดที่มีต่อราคาของสินค้าชนิดเดียวกันในตลาดภายในประเทศ
เกิดผลกระทบต่อราคาของอุตสาหกรรมภายใน
ในลักษณะการตัดราคาและการกดราคา
โดยสินค้าจากสาธารณรัฐอินโดนีเซียมีการขายตัดราคาตั้งแต่ ๔,๘๗๓ - ๕,๒๓๔ บาท/ตันในปี ๒๕๔๔ ช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
และมีการกดราคา
โดยพบว่าราคาขายเฉลี่ยของอุตสาหกรรมภายในมีแนวโน้มลดลงตลอดตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ เป็นต้นมา
๖.๒
ผลกระทบของการทุ่มตลาดนั้นที่มีต่ออุตสาหกรรมภายใน
ยอดจำหน่าย
อุตสาหกรรมภายในมียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นในปี
๒๕๔๕ และปี ๒๕๔๖ แต่มีแนวโน้มลดลงในช่วงระยะเวลาไต่สวนการทุ่มตลาด
กำไร
อุตสาหกรรมภายในอยู่ในภาวะขาดทุนไม่สามารถเพิ่มราคาขายหรือทำกำไรในระดับที่เพียงพอต่อการเยียวยาความเสียหายได้
ผลผลิต
อุตสาหกรรมภายในได้เพิ่มปริมาณการผลิตเพื่อให้เกิดการประหยัดต่อขนาดของต้นทุน
(Economy of
Scale) และสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น
ส่วนแบ่งตลาด
อุตสาหกรรมภายในมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นในปี
๒๕๔๕ อย่างไรก็ตามส่วนแบ่งตลาดลดลงตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ ช่วงระยะเวลาการไต่สวน
ความสามารถในการผลิต
ความสามารถในการผลิตของอุตสาหกรรมภายในเมื่อพิจารณาจากอัตราของผลผลิตที่ได้เทียบกับวัตถุดิบที่ใช้
พบว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
ผลตอบแทนการลงทุน
โดยรวมอุตสาหกรรมภายในมีผลตอบแทนการลงทุนติดลบ
การใช้กำลังการผลิต
การใช้กำลังการผลิตของอุตสาหกรรมภายในค่อนข้างคงที่
ผลกระทบต่อราคาสินค้าในประเทศ
ผลกระทบต่อราคาสินค้าบล็อกแก้วในประเทศ
ได้พิจารณาจากราคาขายเฉลี่ยของอุตสาหกรรมภายในที่ขายให้ผู้ซื้อทอดแรก
พบว่ามีแนวโน้มลดลงตลอดในปี ๒๕๔๔ ช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
กระแสเงินสด
มีแนวโน้มในทิศทางที่ลดลง
สินค้าคงคลัง
สินค้าคงคลังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี
๒๕๔๖ ช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
การจ้างงาน
พิจารณาจากจำนวนแรงงาน
โดยอุตสาหกรรมภายในมีการจ้างแรงงานคงที่ตั้งแต่ปี๒๕๔๔ ช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
ค่าจ้างแรงงาน
อัตราค่าจ้างแรงงานทางตรงเฉลี่ยต่อเดือนลดลงในช่วงปี
๒๕๔๔ ๒๕๔๖ แต่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในช่วงระยะเวลาการไต่สวน
อัตราการเจริญเติบโต
อัตราการเจริญเติบโตของปริมาณขายในประเทศน้อยมากและเป็นในอัตราที่ลดลงรวมทั้งเติบโตในอัตราที่ต่ำกว่าการเจริญเติบโตของอุปสงค์ภายในประเทศ
ความสามารถในการระดมทุนหรือการลงทุน
ไม่มีการเพิ่มทุนหรือกู้ยืมเพิ่มเติมในช่วงปี
๒๕๔๔ ๒๕๔๖
ความสัมพันธ์ของปริมาณการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดกับส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด
มีความสัมพันธ์ของปริมาณการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดกับส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดโดยมีอัตราการทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐอินโดนีเซียระหว่างร้อยละ
๑๔.๒๗ - ๕๐.๕๙ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ ซึ่งการทุ่มตลาดจากประเทศดังกล่าว
ส่งผลให้มีการนำเข้าสินค้าบล็อกแก้วจากสาธารณรัฐอินโดนีเซียเป็นปริมาณมากอย่างต่อเนื่อง
๖.๓ การพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ
ที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายใน
๖.๓
(๑)
ปริมาณการนำเข้าสินค้าชนิดเดียวกันจากประเทศอื่น
จากสถิติกรมศุลกากรจะเห็นว่าปริมาณการนำเข้าบล็อกแก้วจากประเทศอื่นรวมกันเมื่อเทียบกับปริมาณการนำเข้าจากสาธารณรัฐอินโดนีเซีย
ปรากฏว่ามีสัดส่วนเพียงร้อยละ ๒ ๓๓ ในช่วงปี ๒๕๔๔ ช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
ในขณะที่การนำเข้าจากสาธารณรัฐอินโดนีเซียครองสัดส่วนสูงที่สุดตลอดช่วงระยะเวลาเดียวกัน
คือ ร้อยละ ๖๗ ๙๘
๖.๓ (๒)
ความต้องการใช้ภายในประเทศ
ความต้องการใช้สินค้าบล็อกแก้วภายในประเทศเพิ่มขึ้นโดยตลอดในช่วงปี
๒๕๔๔ ช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
ดังนั้นความเสียหายที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่สาเหตุจากการหดตัวของตลาดหรือการลดลงของอุปสงค์
จากการพิจารณาข้างต้นสรุปได้ว่า
มีความเสียหายอย่างสำคัญที่เกิดแก่อุตสาหกรรมภายในตามมาตรา ๑๙ (๑) เนื่องจาก
๑.
ปริมาณนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐอินโดนีเซียเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
๒.
มีผลกระทบต่อราคาของอุตสาหกรรมภายใน โดยมีการขายตัดราคา และกดราคา
๓.
ด้านผลกระทบต่อสถานะของอุตสาหกรรมภายใน สินค้าทุ่มตลาดได้เข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาด
ทำให้อุตสาหกรรมภายในมีส่วนแบ่งตลาดลดลง
และแม้ว่าความต้องการใช้ภายในประเทศจะเพิ่มขึ้น แต่อุตสาหกรรมภายในไม่สามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดได้
แต่กลับลดลงอย่างมากในช่วงระยะเวลาการไต่สวน
๔.
มีความสัมพันธ์ระหว่างการทุ่มตลาดและความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายในตามมาตรา ๒๑ ในช่วงปี
๒๕๔๔ ๒๕๔๖ และช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
การนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐอินโดนีเซียเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คือจาก ๕,๙๕๗ ตันในปี ๒๕๔๔ เพิ่มขึ้นเป็น ๙,๖๕๑ ตันในช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
โดยมีการทุ่มตลาดในอัตราระหว่างร้อยละ ๑๔.๒๗-๕๐.๕๙ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ
และเมื่อพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายใน
ได้แก่ปริมาณและราคาสินค้านำเข้าจากประเทศอื่น ๆ
พบว่ามีสัดส่วนน้อยในขณะที่ความต้องการใช้ภายในประเทศเพิ่มสูงขึ้นมาก
ดังนั้นปัจจัยอื่น ๆ
เหล่านี้จึงมิใช่ปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายใน
สรุปได้ว่าความเสียหายที่เกิดแก่อุตสาหกรรมภายในเกิดจากการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐอินโดนีเซีย
๗.
ผลวินิจฉัยของคณะกรรมการ
คณะกรรมการได้พิจารณาข้อมูลและพยานหลักฐานที่ได้รับจากการไต่สวนการทุ่มตลาดและความเสียหายข้างต้นแล้ว
มีผลวินิจฉัยเบื้องต้นว่า
การนำเข้าสินค้าบล็อกแก้วชนิดใสที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐอินโดนีเซียมีการทุ่มตลาดและมีความเสียหายอย่างสำคัญที่เกิดแก่อุตสาหกรรมภายใน
ตามมาตรา ๑๙ (๑) อันมีความจำเป็นต้องป้องกันความเสียหายแก่อุตสาหกรรมภายใน
จึงกำหนดให้ใช้มาตรการชั่วคราวตอบโต้การทุ่มตลาดการนำเข้าสินค้าดังกล่าว
โดยเรียกเก็บอากรชั่วคราวหรือให้วางหลักประกันการชำระอากรชั่วคราว
สำหรับการนำเข้าสินค้าบล็อกแก้วชนิดใสตามพิกัดอัตราศุลกากรประเภทที่ ๗๐๑๖.๙๐๐.๐๐๑
ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ซึ่งผลิตจาก
๗.๑ บริษัท PT Muliaglass ให้เรียกเก็บในอัตราร้อยละ
๑๔.๒๗ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ
๗.๒ ผู้ผลิต/ผู้ส่งออกรายอื่น
ให้เรียกเก็บในอัตราร้อยละ ๕๐.๕๙ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ
หลักเกณฑ์และวิธีการยื่นรับคำขอข้อเท็จจริงที่ใช้ในการกำหนดมาตรการชั่วคราว
รวมทั้งการยื่นแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง
การตอบโต้การทุ่มตลาด และการอุดหนุน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๓
ประกาศ ณ วันที่ ๑๑
มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๘
ราเชนทร์ พจนสุนทร
อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ
วิภา/ผู้จัดทำ
๗ กันยายน ๒๕๕๔
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๒/ตอนพิเศษ ๒๕ ง/หน้า ๑๔/๒๓ มีนาคม ๒๕๔๘