法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568

เลขที่
วันที่ประกาศ
26 ธันวาคม 2568
จำนวนมาตรา
10

บทเฉพาะกาล

มาตรา อารัมภบท

หน้า ๕๐

เล่ม ๑๕๒ ตอนที ๕๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ จันวาคม ๒๕๒๐๕

๑7 ๑>-

พระราชบญญต

การบริหารจัดการระบบตัวร่วม

พ.ศ. ๒๕๒๐๕

๕ =% ซ ซ= =

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดศรสนทรมหาวชราลงกรณ

ณี 9๑7 9๑7 1 ๓

พระวชรเกลาเจาอยูหว

ให้ไว้ ณ วันที ๒๓ จธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๕

เป็นปีที ๑๐ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยทีเป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการระบบตัวร่วม

พระราชบัญญัตินีมีบทบัญญัติบางประการเกียวกับการจํากัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๒ ประกอบกับมาตรา ๓๓ มาตรา ๓ซ๓ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญ

แห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทําได้โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

เหตุผลและความจําเป็นในการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัตินี่

เพื่อให้การกํากับดูแลการบริหารจัดการระบบตัวร่วมในระบบขนส่งสาธารณะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ฒซ่ ฆส ๑7 ข = ๑7 1 1 ๑7 ๐ ขฆ ขฆ =

เป็นมาตรฐานเดียวกันและบูรณาการให้เกิดอัตราค่าโดยสารร่วม อันจะทําให้ประชาชนผู้ใช้บริการ

ได้รับความสะดวกและความรวดเร็วยิงขึน รวมทั้งเป็นการสนับสนุนให้ประชาชนเปลี่ยนรูปแบบ

การเดินทางจากขนส่งส่วนบุคคลเป็นการเดินทางโดยระบบขนส่งสาธารณะเพื่อแก้ปัญหาการจราจรและ

หน้า ๕๑

เล่ม ๑๕๒ ตอนที่ ๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ จันวาคม ๒๕๒๐๕

ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งการตราพระราชบัญญัตินี้สอดคล้องกับเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๒๐

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคําแนะนําและยินยอมของรัฐสภา

ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม

พ.ศ. ๒๕๐๕”

มาตรา ๒

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตตินี้

“ระบบตั๋วร่วม” หมายความว่า ระบบชําระค่าโดยสาร ค่าธรรมเนียม หรือค่าบริการใน

การใช้บริการขนส่งสาธารณะทางอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งใช้มาตรฐานทางเทคโนโลยีของระบบตั๋วร่วม ไม่ว่า

ด้วยการใช้บัตรหรือสิ่งอื่นใดแทนการใช้บัตรก็ตาม

“ศูนย์บริหารจัดการรายได้กลาง” หมายความว่า การให้บริการประมวลผล รับส่งข้อมูลการใช้งาน

และคํานวณปริมาณการใช้งาน รวมทั้งจํานวนเงินการใช้งานของระบบตั๋วร่วมจากการทําธุรกรรม

ในระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อจัดสรรรายได้และหักบัญชี

“การให้บริการออกบัตรชําระค่าโดยสารในระบบตั๋วร่วม” หมายความว่า การให้บริการ

ออกบัตรหรือสิงอื่นใดที่ใช้แทนบัตรเพื่อชําระค่าโดยสาร ค่าธรรมเนียม หรือค่าบริการแก่ผู้ใช้บริการ

ขนส่งสาธารณะที่มีมาตรฐานทางเทคโนโลยีของระบบตั๋วร่วม

“การให้บริการระบบตั๋วร่วมในระบบขนส่งสาธารณะ” หมายความว่า การให้บริการระบบตั๋วร่วม

ในระบบขนส่งสาธารณะที่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัตตินี้

“อัตราค่าโดยสารร่วม” หมายความว่า ค่าโดยสาร ค่าธรรมเนียม หรือค่าบริการในกรณี

ที่มีการใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะเชื่อมต่อต่างรูปแบบกันหรือระหว่างผู้ให้บริการขนส่งต่างราย

โดยคํานวณอัตราค่าโดยสารจากจุดต้นทางไปยังจุดปลายทาง ตามอัตราที่รัฐมนตรีประกาศกําหนด

“ขนส่งสาธารณะ” หมายความว่า การขนส่งผู้โดยสารโดยระบบขนส่งสาธารณะ ทั้งรูปแบบ

ทางถนน รูปแบบทางราง หรือรูปแบบทางน้า

“ผู้ให้บริการขนส่ง” หมายความว่า หน่วยงานของรัฐและผู้ประกอบการภาคเอกชน

ที่ให้บริการขนส่งสาธารณะ

“ใบอนุญาต” หมายความว่า ใบอนุญาตประกอบกิจการระบบตั๋วร่วม

หน้า ๕๒

เล่ม ๑๕๒ ตอนที่ ๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ จันวาคม ๒๕๒๐๕

“ผู้รับใบอนุญาต” หมายความว่า ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการระบบตั๋วร่วม

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการนโยบายระบบตั๋วร่วม

“คณะกรรมการบริหาร” หมายความว่า คณะกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมระบบตัวร่วม

“กองทุน” หมายความว่า กองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วม

“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้อํานวยการหรือผู้ซึ่งผู้อํานวยการแต่งตั้งให้ปฏิบัติการ

ตามพระราชบัญญัตินี้

“สํานักงาน” หมายความว่า สํานักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร

“ผู้อํานวยการ” หมายความว่า ผู้อํานวยการสํานักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร

“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตตินี้

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มี

อํานาจออกกฎกระทรวงกําหนดอัตราค่าโดยสารร่วม กําหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้

ลดหรือยกเว้นค่าธรรมเนียม และกําหนดกิจการอื่น กับออกประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

กฎกระทรวงและประกาศนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้

คณะกรรมการนโยบายระบบตั๋วร่วม

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ให้มีคณะกรรมการนโยบายระบบตั๋วร่วม ประกอบด้วย

(๑) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานกรรมการ

(๒) ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นรองประธานกรรมการ

(๓) กรรมการโดยตําแหน่ง จํานวนสิบสองคน ได้แก่ ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวง

มหาดไทย เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ อธิบดี

กรมการขนส่งทางบก อธิบดีกรมการขนส่งทางราง อธิบดีกรมเจ้าท่า อธิบดีกรมบัญชีกลาง อธิบดี

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

และประธานสภาองค์กรของผู้บริโภค

(๑ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จํานวนไม่เกินห้าคน ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ซึ่งมีความรู้

ความสามารถหรือประสบการณ์ด้านการเงิน ด้านการตลาด ด้านกฎหมาย ด้านเศรษฐศาสตร์

ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้านวิศวกรรมศาสตร์ หรือด้านอื่นที่เกี่ยวข้องหรือเป็นประโยชน์ต่อ

การบริหารจัดการระบบทตั๋วร่วม

หน้า ๕๓

เล่ม ๑๕๒ ตอนที่ ๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ จันวาคม ๒๕๒๐๕

ให้ผู้อํานวยการเป็นกรรมการและเลขานุการ และผู้อํานวยการจะแต่งตั้งข้าราชการของ

สํานักงานจํานวนไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการก็ได้

มาตรา ๒

มาตรา ๒ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) มีอายุไม่ตํากว่าสามสิบห้าปี

(๓) ไม่เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต

(๑ ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(@) ไม่เคยได้รับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก เว้นแต่เป็นโทษสําหรับความผิด

ที่ได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(๒) ไม่เป็นผู้เคยต้องคําพิพากษาหรือคําสังศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะรํารวย

ผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ

(๓) ไม่เป็นข้าราชการ พนักงานหรือลูกจ้างของส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่น

ของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เว้นแต่เป็นผู้ดํารงตําแหน่งอาจารย์ในมหาวิทยาลัยของรัฐ

(๕) ไม่เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการการเมือง ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น

หรือผู้บริหารท้องถิ่น เว้นแต่ได้พันจากตําแหน่งดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีนับถึงวันที่ได้รับแต่งตั้ง

(๑) ไม่เป็นผู้ดํารงตําแหน่งในพรรคการเมือง เว้นแต่ได้พันจากตําแหน่งดังกล่าวมาแล้ว

ไม่น้อยกว่าสองปีนับถึงวันที่ได้รับแต่งตั้ง

(๑๐) ไม่เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ

หรือหน่วยงานของเอกชน เพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง

(๑๑) ไม่เป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอํานาจในการบริหารจัดการของนิติบุคคล

ซึ่งประกอบการเกี่ยวข้องกับการขนส่งสาธารณะ

(๑๒) ไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในกิจการที่เกี่ยวข้องกับการประกอบ

กิจการระบบตั๋วร่วม

มาตรา ๓

มาตรา ๓ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดํารงตําแหน่งคราวละสี่ปี

ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพันจากตําแหน่งก่อนวาระ หรือในกรณีที่รัฐมนตรีแต่งตั้ง

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มขึ้นในระหว่างที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่แต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตําแหน่ง

ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งแทนตําแหน่งที่ว่างหรือเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มขึ้นอยู่ในตําแหน่งเท่ากับวาระ

หน้า ๕๕

เล่ม ๑๕๒ ตอนที่ ๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ จันวาคม ๒๕๒๐๕

ที่เหลืออยู่ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่แต่งตั้งไว้แล้ว ทั้งนี้ ในกรณีการแต่งตั้งแทนตําแหน่งที่ว่าง

หากวาระที่เหลืออยู่ไม่ถึงเก้าสิบวัน จะไม่แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทนก็ได้

ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพันจากตําแหน่งก่อนวาระ ให้คณะกรรมการประกอบด้วย

กรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่

เมื่อครบกําหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง หากยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่

ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพันจากตําแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตําแหน่งเพื่อดําเนินงานต่อไปจนกว่า

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพันจากตําแหน่งตามวาระอาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้ แต่จะดํารงตําแหน่ง

ติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้

มาตรา ๕

มาตรา ๕ นอกจากการพ้นจากตําแหน่งตามวาระ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพันจากตําแหน่งเมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) รัฐมนตรีให้ออก เพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือหย่อนความสามารถ

(๓๑ ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามอย่างหนึ่งอย่างใดตามมาตรา ๒

มาตรา «๕ คณะกรรมการมีหน้าที่และอํานาจ ดังต่อไปนี้

(๑) กําหนดนโยบายการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมในการขนส่งสาธารณะ การพัฒนาระบบ

ตั๋วร่วม หรือการพัฒนาการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม รวมทั้งกิจการที่เกี่ยวข้อง

(๒) ให้ความเห็นชอบมาตรฐานทางเทคโนโลยีของระบบตั๋วร่วมและรูปแบบของบัตรชําระ

ค่าโดยสาร

(๓) กําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคํานวณอัตราค่าโดยสารร่วมตามมาตรา ๓๑

(๑) เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับมาตรการหรือแนวทางในการสนับสนุนระบบตัวร่วม

หรือการดําเนินงานของกองทุนให้มีประสิทธิภาพหรือให้การอุดหนุนประชาชนผู้ใช้บริการการขนส่งสาธารณะ

(@) กําหนดนโยบายการนําส่งเงินเข้ากองทุนและการใช้จ่ายเงินกองทุน

(๐) พิจารณาวินิจฉัยปัญหาในการดําเนินการตามพระราชบัญญัตินี้

(๓) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กําหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้หรือตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของ

จํานวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม

หน้า ๕๕

เล่ม ๑๕๒ ตอนที ๕๕« ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ จันวาคม ๒๕๒๐๕

ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าทีได้

ให้รองประธานกรรมการเป็นประธานในทีประชุม ถ้ารองประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจ

ปฏิบัติหน้าทีได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

ในการปฏิบัติหน้าที ถ้ามีการพิจารณาในเรืองทีประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ

ฆ = 0 9๑/ ส =ฆ '=. 6 ๑7 9/ 1 1 =ฆ 9/

หรือกรรมการผู้ใด มีส่วนได้เสียหรือมีผลประโยชน์ขัดแย้งไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม ประธานกรรมการ

รองประธานกรรมการ หรือกรรมการผู้นันไม่มีสิทธิเข้าร่วมประชุม

== ย%ะ 3จ จ่ เว ฆ ข = บมฆ ฆ =

การวินิจฉัยชิขาดของทีประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึงให้มีเสียงหนึ่งใน

บ ฆ 1 ๑ เว จ่ ฆ =@3 ๕% = ๆจ

การลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในทีประชุมออกเสียงเพิ่มขืนอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชีขาด

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ คณะกรรมการมีอํานาจแต่งตังคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการ

อย่างหนึ่งอย่างใดตามทิมอบหมายได้

ให้นําบทบัญญัติมาตรา ๑๐ มาใช้บังคับแก่การประชุมคณะอนุกรรมการด้วยโดยอนุโลม

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ ในการปฏิบัติหน้าทีตามพระราชบัญญัตินี ให้คณะกรรมการมีอํานาจเรียกให้

บ ย มฆ่ ฆ ฆ่ จ ฆ มบมข ๐ ฆ ขยเ ฆ ๑7 จ่งจ่ เ ฆ่

เจ้าหน้าทีหรือบุคคลอืนใดมาชีแจงหรือให้ถ้อยคํา หรือให้ส่งเอกสารหรือหลักฐานทีเกียวข้องเพื่อประกอบ

การพิจารณาได้

การบริหารจัดการระบบตัวร่วม

1 จ่

ส่วนที ๑

การกํากับดูแล

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ ให้สํานักงานรับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการ และให้มีหน้าที่และอํานาจ

ดังต่อไปนี

(๑) จัดทําและเสนอนโยบาย มาตรการ หรือแนวทางในการบริหารจัดการระบบตัวร่วม

มาตรฐานทางเทคโนโลยีของระบบตัวร่วม และรูปแบบของบัตรชําระค่าโดยสารต่อคณะกรรมการ

(๒) ศึกษาวิจัย รวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลเกียวกับการบริหารจัดการและมาตรฐาน

ทางเทคโนโลยีของระบบตัวร่วม และโครงสร้างอัตราค่าโดยสารร่วมเสนอต่อคณะกรรมการ

(๓) ออกประกาศ ระเบียบ หรือข้อบังคับ ในเรืองดังต่อไปนี้ โดยความเห็นชอบของ

คณะกรรมการ

(ก) มาตรฐานทางเทคโนโลยีของระบบตัวร่วมและรูปแบบของบัตรโดยสาร

หน้า ๕๐

เล่ม ๑๕๒ ตอนที่ ๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ จันวาคม ๒๕๒๐๕

(ข) หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และข้อกําหนดเกี่ยวกับการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม

(ค) การเชื่อมต่อระบบตั๋วร่วมระหว่างผู้รับใบอนุญาต

(ง) การบริหารจัดการรหัสความปลอดภัยของระบบตั๋วร่วม

(๑ กํากับดูแล ติดตาม และตรวจสอบมาตรฐานทางเทคโนโลยีของระบบตั๋วร่วมและ

รูปแบบของบัตรโดยสารของผู้รับใบอนุญาต และผู้ให้บริการขนส่ง

(๕@) กํากับดูแล ติดตาม และประเมินผลการดําเนินงานของผู้รับใบอนุญาต และรายงานต่อ

คณะกรรมการ

(๒) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

(๓) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กําหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้หรือตามที่คณะกรรมการหรือ

คณะรัฐมนตรีมอบหมาย

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ เมื่อได้มีประกาศ ระเบียบ หรือข้อบังคับตามมาตรา ๑๓ (๓) แล้ว

ให้หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบอนุญาตให้เอกชนประกอบกิจการขนส่งสาธารณะในระบบตั๋วร่วม

นําหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และมาตรฐานทางเทคโนโลยีที่กําหนดในประกาศ ระเบียบ หรือข้อบังคับนั้น

ไปใช้บังคับ โดยกําหนดไว้ในสัญญาสัมปทาน สัญญาร่วมงาน สัญญาร่วมลงทุน หรือใบอนุญาตประกอบ

กิจการระบบขนส่งสาธารณะ แล้วแต่กรณี

การประกอบกิจการระบบตั๋วร่วม

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ ผู้ใดประสงค์จะประกอบกิจการศูนย์บริหารจัดการรายได้กลาง การให้บริการ

ออกบัตรชําระค่าโดยสารในระบบตั๋วร่วม และการให้บริการระบบตั๋วร่วมในระบบขนส่งสาธารณะ

ต้องได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ ในกรณีจําเป็นเพื่อรักษาการให้บริการระบบตั๋วร่วม หรือเพื่อประโยชน์ใน

การเสริมสร้างระบบตั๋วร่วม หรือเพื่อป้องกันความเสียหายต่อสาธารณชน ให้มีการตราพระราชกฤษฎีกา

กําหนดให้การประกอบกิจการขนส่งสาธารณะใดเป็นกิจการที่ต้องใช้ระบบตั๋วร่วม และต้องได้รับใบอนุญาต

ตามพระราชบัญญัตินี้

ก่อนเสนอให้ตราพระราชกฤษฎีกาตามวรรคหนึ่ง ต้องจัดให้มีการเจรจาและทําความตกลง

ร่วมกับผู้ประกอบกิจการขนส่งสาธารณะที่จะอยู่ภายใต้บังคับแห่งพระราชกฤษฎีกาตามวรรคหนึ่ง

หน้า ๕๓

เล่ม ๑๕๒ ตอนที่ ๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ จันวาคม ๒๕๒๐๕

รวมถึงดําเนินการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตามความเหมาะสม และนําข้อมูลที่ได้รับมาประกอบ

การพิจารณา

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ ใบอนุญาตประกอบกิจการระบบตั๋วร่วมมีสามประเภท ดังต่อไปนี้

(๑) ใบอนุญาตประกอบกิจการศูนย์บริหารจัดการรายได้กลาง

(๒) ใบอนุญาตการให้บริการออกบัตรชําระค่าโดยสารในระบบตั๋วร่วม

(๓) ใบอนุญาตการให้บริการระบบตั๋วร่วมในระบบขนส่งสาธารณะ

ใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้มีอายุสิบปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต

การขออนุญาต การออกใบอนุญาต และการต่ออายุใบอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกําหนด

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

(๑) เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด สหกรณ์ รัฐวิสาหกิจ

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือนิติบุคคลอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกําหนด

(๒) มีทุนจดทะเบียนซึ่งชําระแล้วในแต่ละประเภทการให้บริการตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ

ประกาศกําหนด

(๓) มีฐานะทางการเงินและการดําเนินงานที่มั่นคงที่แสดงให้เห็นว่าสามารถดําเนินธุรกิจและ

ให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง และไม่มีความเสียงที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ใช้บริการ

(๑ มีกรรมการอย่างน้อยหนึ่งคน ซึ่งมีสัญชาติไทยและมีภูมิลําเนาอยู่ในประเทศไทย

ผู้รับใบอนุญาตที่เป็นสหกรณ์ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตาม (๒)

ผู้รับใบอนุญาตที่เป็นรัฐวิสาหกิจหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติ

ตาม (๒) (๓) และ (@)

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดําเนินงานของนิติบุคคลนั้น

ต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

(๑) เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกพิทักษ์ทรัพย์ หรือเป็นบุคคลล้มละลาย หรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย

และยังไม่พันกําหนดสองปีนับแต่วันที่มีคําสั่งยกเลิกการล้มละลายหรือปลดจากล้มละลาย

(๒) เป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

หน้า ๕๕

เล่ม ๑๕๒ ตอนที ๕๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ จันวาคม ๒๕๒๐๕

(๓) เคยต้องคําพิพากษาถึงทีสุดให้จําคุกในความผิดเกียวกับการปลอมและการแปลง

๑7 ๑7 6 =่ ๑7 6 =. ๑7 6 = ๑7 6 9/ ๑7 ด 9/ 9/ จ ๑7

ลักทรัพย์ วิงราวทรัพย์ กรรโชก รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ฉ้อโกง โกงเจ้าหนี ยักยอก

ฆ ๓๑ 1 ฆ ฆ 1เ๕ ฆ ๑7๐ ๐ ๐ = = จ่

หรือรับของโจร ไม่ว่าจะมีการรอการลงโทษหรือไม่ก็ตาม หรือเคยได้รับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงทิสุด

ให้จําคุกในความผิดเกียวกับคอมพิวเตอร์ตามกฎหมายว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

(๕@ เคยต้องคําพิพากษาหรือคําสังของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน หรือเคยต้อง

คําพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทําความผิดฐานฟอกเงินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

ฆ ๕ จ่ ๐ ข ๕ บมฆ่=ฆ ๐ ๓ ๕ 1 เว ฆ ม ๐ =

หรือเคยเป็นบุคคลทิถูกกําหนดให้เป็นผู้ทีมีการกระทําอันเป็นการก่อการร้ายหรือเคยต้องคําพิพากษา

ถึงทีสุดว่ากระทําความผิดฐานสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและ

ปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธทีมีอานุภาพทําลายล้างสูง

(๓ เป็นกรรมการหรือผู้ซึงมีอํานาจจัดการของนิติบุคคลทีเคยถูกเพิกถอนการอนุญาต

การประกอบกิจการ เว้นแต่จะได้พันกําหนดหนึ่งปีนับแต่วันทีมีคําสังเพิกถอนการอนุญาต

(๐) เคยเป็นผู้ต้องพันจากตําแหน่งกรรมการหรือผู้บริหารบริษัทมหาชนจํากัดเพราะเหตุ

มีลักษณะทิแสดงถึงการขาดความเหมาะสมทีจะได้รับความไว้วางใจให้บริหารจัดการกิจการทิมีมหาชน

เป็นผู้ถือหุ้นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

(๓) เคยได้รับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงทิสุดให้จําคุกในความผิดเกี่ยวกับการประกอบกิจการ

ระบบตัวร่วมโดยมิได้รับอนุญาต

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ ห้ามมิให้ผู้รับใบอนุญาตโอนสิทธิตามใบอนุญาตให้บุคคลอินไม่ว่าทังหมดหรือ

1 9จ/ เท 97๑7 ๕ ๑7 '= ซี จ ๑7 6 =๑๑ ฆ่ จ่๓ ฆ

บางส่วน เว้นแต่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรี ทั้งนี ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขทิรัฐมนตรี

ประกาศกําหนด

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑ ผู้รับใบอนุญาตต้องให้บริการระบบตัวร่วมอย่างต่อเนื่องและไม่หยุดชะงัก

ในกรณีมีเหตุฉุกเฉินหรือเหตุอันทําให้หรือจะทําให้การให้บริการระบบตัวร่วมต้องหยุดชะงัก ให้ผู้รับ

ใบอนุญาตแจ้งให้ผู้อํานวยการทราบโดยทันที และดําเนินการแก้ไขเหตุดังกล่าวให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

ในกรณีผู้รับใบอนุญาตจะพักหรือหยุดให้บริการระบบตัวร่วม ผู้รับใบอนุญาตจะต้องแจ้งให้

สํานักงานทราบล่วงหน้า ทังนี่ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงือนไข และระยะเวลาทิรัฐมนตรีประกาศ

กําหนด

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ ผู้รับใบอนุญาตซึงประสงค์จะเลิกประกอบกิจการระบบตัวร่วมต้องได้รับ

๕ ๑7 จ ๑% 4 ๓% ฆ ๐ ฆ่ ขบยข = เว = ๓=% % ๕ทๆ ข

ความเห็นชอบจากรัฐมนตรี ทังนี่ รัฐมนตรีจะกําหนดเงือนไขให้ผู้ประกอบกิจการต้องปฏิบัติด้วยก็ได้

หน้า ๕๕

เล่ม ๑๕๒ ตอนที่ ๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ จันวาคม ๒๕๒๐๕

ให้ผู้รับใบอนุญาตซึ่งประสงค์จะเลิกประกอบกิจการตามวรรคหนึ่งจัดทําหนังสือแจ้งขอเลิก

ประกอบกิจการให้สํานักงานทราบล่วงหน้าตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ผู้อํานวยการประกาศ

กําหนด เมื่อสํานักงานได้รับหนังสือแล้ว ให้สํานักงานเสนอคณะกรรมการให้ความเห็นชอบก่อนเสนอ

รัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ ทั้งนี้ สํานักงานมีอํานาจสังให้ผู้รับใบอนุญาตนั้นต้องปฏิบัติ

อย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ใช้บริการจนกว่าจะเลิกประกอบกิจการก็ได้

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ ให้ผู้รับใบอนุญาตมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) ประกอบกิจการระบบตั๋วร่วมให้เป็นไปตามมาตรฐานทางเทคโนโลยีของระบบตั๋วร่วม

(๒) บํารุงรักษา ซ่อมแซม และแก้ไขปรับปรุงระบบตั๋วร่วม หรือเครื่องมือที่ใช้ในการประกอบ

กิจการระบบตั๋วร่วมให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นไปตามมาตรฐาน และให้บริการประชาชน

ในระบบขนส่งสาธารณะได้อย่างต่อเนื่อง

(๓) รวบรวมและประมวลผลข้อมูลการใช้บริการระบบตั๋วร่วม ข้อมูลการเดินทาง และข้อมูล

ผู้ใช้บริการ ตามที่สํานักงานร้องขอ เพื่อรายงานต่อสํานักงาน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ผู้อํานวยการ

ประกาศกําหนด

(๓ จัดส่งรายงานการประกอบกิจการและกระแสเงินสดทุกหกเดือน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์

และวิธีการที่ผู้อํานวยการประกาศกําหนด

(@ รับเรื่องราวร้องทุกข์จากผู้ใช้บริการอันเนื่องมาจากการให้บริการระบบตั๋วร่วมเพื่อรายงาน

ต่อสํานักงาน

(๒) นําส่งเงินเข้ากองทุนตามมาตรา ๓๒๐

(๓) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กําหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ ให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการศูนย์บริหารจัดการรายได้กลางดําเนินการ

ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการประกาศกําหนด

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการศูนย์บริหารจัดการรายได้กลางถูกสังระงับ

การดําเนินกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนตามพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นและผู้รับใบอนุญาตนั้น

มีการร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการ ถูกฟ้องล้มละลาย หรือถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ ให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบ

กิจการดังกล่าวแจ้งให้สํานักงานทราบทันที ตามวิธีการที่ผู้อํานวยการประกาศกําหนด

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ เมื่อปรากฏว่าผู้รับใบอนุญาตมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ คณะกรรมการ

มีอํานาจสั่งให้ผู้รับใบอนุญาตนั้นแก้ไขหรือปฏิบัติให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กําหนด เว้นแต่ปรากฏ

หน้า ๒๐

เล่ม ๑๕๒ ตอนที่ ๕๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ จันวาคม ๒๕๒๐๕

ข้อเท็จจริงว่าลักษณะดังกล่าวจะก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อประชาชน รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบ

ของคณะกรรมการอาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตของผู้รับใบอนุญาตนั้นได้ทันที

(๑) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๑๕ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๕

(๒) ประกอบกิจการโดยทุจริตหรืออาจทําให้ประชาชนเสียหาย

(๓) ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตตินี้ รวมถึงกฎกระทรวง ประกาศ หรือระเบียบ

ที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๒

มาตรา ๒ ในกรณีที่รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมีคําสังให้แก้ไขหรือ

ปฏิบัติให้ถูกต้องตามมาตรา ๒๒๐ แต่ผู้รับใบอนุญาตไม่ดําเนินการภายในระยะเวลาที่กําหนด ไม่ว่าจะมี

คําสั่งพักใช้ใบอนุญาตด้วยหรือไม่ก็ตาม ให้คณะกรรมการเสนอต่อรัฐมนตรีเพื่อพิจารณามีคําสังเพิกถอน

ใบอนุญาตของผู้รับใบอนุญาต

เมื่อมีคําสั่งเพิกถอนใบอนุญาตแล้ว ให้สํานักงานประกาศการเพิกถอนใบอนุญาตภายในสิบห้าวัน

นับแต่วันที่เพิกถอนใบอนุญาต

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ ให้ผู้รับใบอนุญาตซึ่งถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตยังคงมี

หน้าที่รับผิดชอบในการใด ๆ ที่ได้ดําเนินการไว้แล้วก่อนถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาต

โดยมิให้เกิดผลเสียหายหรือกระทบต่อผู้ใช้บริการ

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ ในกรณีที่รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสั่งพักใช้ใบอนุญาต

หรือเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรา ๒๒ หรือมาตรา ๒ แล้ว ให้คณะกรรมการมอบหมายให้สํานักงาน

หรือหน่วยงานเข้าดําเนินการแทนโดยจ้างพนักงานของผู้รับใบอนุญาตได้ โดยให้ผู้รับใบอนุญาตเป็น

ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดําเนินการแทน ทั้งนี้ ผู้รับใบอนุญาตต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน

เพื่อความเสียหายที่เกิดจากการพักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าวด้วย

มาตรา ๓๐

มาตรา ๓๐ ผู้ถูกพักใช้ใบอนุญาตจะขอรับใบอนุญาตใดตามพระราชบัญญัตินี้ในระหว่าง

ถูกสังพักใช้ใบอนุญาตมิได้

ผู้ถูกเพิกถอนใบอนุญาตจะขอรับใบอนุญาตใดอีกไม่ได้ จนกว่าจะพันหนึ่งปีนับแต่วันที่ถูกเพิกถอน

ในกรณีที่นิติบุคคลถูกเพิกถอนใบอนุญาต ให้นําความในวรรคสองมาใช้บังคับแก่กรรมการ ผู้จัดการ

หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดําเนินการของนิติบุคคลนั้น

อัตราค่าโดยสารร่วม

หน้า ๒๑

เล่ม ๑๕๒ ตอนที่ ๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ จันวาคม ๒๕๒๐๕

มาตรา ๓๑

มาตรา ๓๑ ให้คณะกรรมการมีอํานาจกําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคํานวณอัตราค่าโดยสารร่วม

โดยคํานึงถึงความเป็นธรรม ความเสมอภาค และไม่เป็นการเลือกปฏิบัติ และหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

ประกอบกัน

(๑) การบูรณาการอัตราค่าโดยสารร่วมระหว่างระบบขนส่งสาธารณะที่ต่างระบบและ

ต่างผู้ให้บริการขนส่งของระบบขนส่งสาธารณะในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และระบบขนส่ง

สาธารณะในจังหวัดอื่น โดยคํานึงถึงความได้สัดส่วนและสมดุลของอัตราค่าโดยสารร่วมนั้นต่อต้นทุน

ที่แตกต่างกันของบริการขนส่งสาธารณะแต่ละระบบและแต่ละพื้นที่

(๒) ค่าใช้จ่ายตามปกติของการประกอบกิจการให้บริการขนส่งสาธารณะ ตามประเภท

และลักษณะของการให้บริการ โดยคํานึงถึงภาวะเศรษฐกิจและดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป

(๓) สิทธิของผู้โดยสารที่เป็นผู้สูงอายุ เด็ก คนพิการ หรือผู้ด้อยโอกาส

(๓ สิทธิของผู้รับใบอนุญาตตามสัญญาสัมปทาน สัญญาร่วมงาน สัญญาร่วมลงทุน

หรือใบอนุญาตประกอบกิจการระบบขนส่งสาธารณะ รวมถึงแนวทางการชดเชยและเยียวยาอย่างเป็นธรรม

โดยต้องไม่เป็นภาระแก่ผู้ให้บริการขนส่งและผู้ใช้บริการ ตลอดจนการแข่งขันที่เป็นธรรม

(๕@) สภาพเศรษฐกิจ สังคม การลงทุน หรือเทคโนโลยี โดยต้องพิจารณาความคุ้มค่า

ต้นทุน ผลประโยชน์ เสถียรภาพและความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนความยั่งยืน

ทางการคลังของรัฐ เพื่อไม่เป็นการก่อให้เกิดภาระทางการเงินการคลังแก่รัฐเกินสมควร

ให้คณะกรรมการเปิดเผยสูตรหรือวิธีการที่ใช้ในการคํานวณเพื่อกําหนดอัตราค่าโดยสารร่วม

รวมทั้งข้อมูลค่าตัวแปรที่ใช้ในการคํานวณ

มาตรา ๓๒

มาตรา ๓๒ อัตราค่าโดยสารร่วมให้เป็นไปตามที่กําหนดในกฎกระทรวง โดยจะต้องสอดคล้อง

กับหลักเกณฑ์และวิธีการคํานวณอัตราค่าโดยสารร่วมที่คณะกรรมการกําหนดตามมาตรา ๓๑

มาตรา ๓๓

มาตรา ๓๓ ให้หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่รับถิดชอบอนุญาตให้เอกชนประกอบกิจการ

ขนส่งสาธารณะในระบบตั๋วร่วมต้องนําอัตราค่าโดยสารร่วมที่กําหนดตามมาตรา ๓๒ ไปใช้บังคับ

โดยกําหนดไว้ในสัญญาสัมปทาน สัญญาร่วมงาน สัญญาร่วมลงทุน หรือใบอนุญาตประกอบกิจการ

ระบบขนส่งสาธารณะ แล้วแต่กรณี

กองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วม

หน้า ๒๒

เล่ม ๑๕๒ ตอนที่ ๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ จันวาคม ๒๕๒๐๕

มาตรา ๓๕

มาตรา ๓๕ ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่ง เรียกว่า “กองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วม”

ในสํานักงาน มีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

(๑) เพื่อสนับสนุนในการดําเนินงาน การพัฒนา และการส่งเสริมเกี่ยวกับการบริหารจัดการ

ระบบตั๋วร่วม

(๒) เพื่อส่งเสริมและอุดหนุนประชาชนผู้ใช้บริการระบบตั๋วร่วมให้สามารถใช้ระบบขนส่งสาธารณะ

ด้วยความสะดวก โดยมีต้นทุนการเดินทางที่สมเหตุสมผล

(๓) เพื่อสนับสนุนการดําเนินงานระบบตั๋วร่วมของผู้รับใบอนุญาตที่ได้รับผลกระทบเนื่องจาก

การเข้าร่วมระบบตั๋วร่วม

(๑ เพื่อให้ผู้รับใบอนุญาตกู้ยืมสําหรับดําเนินการลงทุน ปรับปรุง และพัฒนาการให้บริการ

ระบบตั๋วร่วม

มาตรา ๓๕

มาตรา ๓๕ กองทุนประกอบด้วยเงินและทรัพย์สิน ดังต่อไปนี้

(๑) เงินทุนประเดิมที่รัฐบาลจัดสรรให้

(๒) เงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรให้จากงบประมาณรายจ่ายประจําปี

(๓) ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต

(๑ จงงินที่ผู้รับใบอนุญาตนําส่งเข้ากองทุนตามมาตรา ๓๒๐ วรรคหนึ่ง

(๓ จงงินที่ผู้รับใบอนุญาตการให้บริการระบบตั๋วร่วมในระบบขนส่งสาธารณะนําส่งเข้ากองทุน

ตามมาตรา ๓๒๐ วรรคสอง

(๒) เงินที่ได้รับจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยตามกฎหมายว่าด้วยการรถไฟฟ้า

ขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย

(๓) เงินค่าปรับเป็นพินัย

(๕) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้แก่กองทุน

(๓๑) ดอกผลของเงินหรือทรัพย์สินของกองทุน

เงินอุดหนุนตาม (๒) ให้รัฐมนตรีดําเนินการขอรับการจัดสรรงบประมาณเพื่อสมทบเข้ากองทุน

ในแต่ละปีงบประมาณตามความจําเป็น

เงินและทรัพย์สินของกองทุนตามวรรคหนึ่ง ไม่ต้องนําส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน

มาตรา ๓๒๐

มาตรา ๓๒๐ ให้ผู้รับใบอนุญาตนําส่งเงินเข้ากองทุน โดยเงินที่นําส่งเข้ากองทุนให้หักจาก

รายได้จากการประกอบกิจการระบบตั๋วร่วม ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารกําหนดภายใต้

กรอบนโยบายของคณะกรรมการตามมาตรา «๕ (@)

หน้า ๒๓

เล่ม ๑๕๒ ตอนที่ ๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ จันวาคม ๒๕๒๐๕

ให้หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบอนุญาตให้เอกชนประกอบกิจการการให้บริการระบบ

ตั๋วร่วมในระบบขนส่งสาธารณะกําหนดให้มีการนําส่งเงินเข้ากองทุนตามมาตรา ๓๕ (๕) ไว้ในสัญญา

สัมปทาน สัญญาร่วมงาน สัญญาร่วมลงทุน หรือใบอนุญาตประกอบกิจการระบบขนส่งสาธารณะ

แล้วแต่กรณี

มาตรา ๓

มาตรา ๓ เงินกองทุนให้ใช้จ่ายเพื่อเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุน ดังต่อไปนี้

(๑) สนับสนุนการจัดตั้งหรือปรับปรุงศูนย์บริหารจัดการรายได้กลางเฉพาะส่วนที่ดําเนินการ

โดยสํานักงาน

(๒) สนับสนุนผู้รับใบอนุญาตการให้บริการระบบตั๋วร่วมในระบบขนส่งสาธารณะ ซึงให้บริการ

ขนส่งผู้โดยสารทางถนน ทางราง และทางน้้า ในการลงทุนพัฒนาระบบจัดเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติ

(๓) ส่งเสริมและอุดหนุนผู้รับใบอนุญาตการให้บริการระบบตั๋วร่วมในระบบขนส่งสาธารณะ

ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และระบบขนส่งสาธารณะในจังหวัดอื่นตามที่คณะกรรมการกําหนด

โดยคํานึงถึงความได้สัดส่วนและสมดุลของการส่งเสริมหรืออุดหนุนต้นทุนที่แตกต่างกันของบริการ

ขนส่งสาธารณะแต่ละระบบและแต่ละพื้นที่ ต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน และ

ความยั่งยืนทางการคลังของรัฐ

(๓ ส่งเสริมและอุดหนุนประชาชนผู้ใช้บริการระบบตั๋วร่วม ให้สามารถใช้ระบบขนส่งสาธารณะ

ด้วยความสะดวก โดยมีต้นทุนการเดินทางที่สมเหตุสมผล

(@ ให้ผู้รับใบอนุญาตกู้ยืมสําหรับดําเนินการลงทุน ปรับปรุง และพัฒนาการให้บริการระบบ

ตั๋วร่วม

(๒) สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการศึกษาหรือวิจัยเพื่อการพัฒนาระบบตั๋วร่วม

(๓) เป็นค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานของกองทุน

การใช้จ่ายเงินกองทุนตาม (๑) (๒) (๓) (๕) (๕) และ (>) ให้เป็นไปตามระเบียบที่

คณะกรรมการบริหารกําหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง และต้องจัดให้มีการแยกบัญชี

ตามกิจการที่ใช้จ่ายอย่างชัดเจน ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการบริหารรายงานผลการดําเนินงานของกองทุน

ให้คณะกรรมการทราบเป็นรายไตรมาส

ค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานของกองทุนตาม (๓) ให้รวมถึงเงินที่นําส่งคืนการรถไฟฟ้าขนส่ง

มวลชนแห่งประเทศไทยและภาระผูกพันที่เกี่ยวข้อง

การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการบริหารกองทุน ให้เป็นไปตามระเบียบ

ที่คณะกรรมการบริหารกําหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง

หน้า ๒๕

เล่ม ๑๕๒ ตอนที่ ๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ จันวาคม ๒๕๒๐๕

มาตรา ๓๕

มาตรา ๓๕ ให้มีคณะกรรมการบริหารกองทุน ประกอบด้วย

(๑) ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานกรรมการ

(๒) กรรมการโดยตําแหน่ง จํานวนหกคน ได้แก่ ผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ อธิบดี

กรมการขนส่งทางบก อธิบดีกรมการขนส่งทางราง อธิบดิกรมเจ้าท่า อธิบดีกรมบัญชีกลางและ

อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

(๓) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จํานวนไม่เกินห้าคน ซึ่งประธานกรรมการแต่งตั้งโดยความเห็นชอบ

ของกระทรวงการคลัง จากผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านการเงิน ด้านเศรษฐศาสตร์

ด้านการลงทุน ด้านกฎหมาย ด้านขนส่ง ด้านเทคโนโลยี หรือด้านอื่นที่เกี่ยวข้อง

ให้ผู้อํานวยการเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้มอบหมายข้าราชการของสํานักงานจํานวน

สองคน เป็นผู้ช่วยเลขานุการ

กรรมการตาม (๓) ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒ (๑) (๒) (๓)

(๓ (๕) (๑) (๕) (๑๐) (๑๑) และ (๑๒) และมีวาระการดํารงตําแหน่งคราวละสีปี และอาจได้รับ

การแต่งตั้งอีกได้ แต่จะดํารงตําแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้

ให้นํามาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๑ มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะกรรมการบริหารด้วย

โดยอนุโลม

พนักงานเจ้าหน้าที่

มาตรา ๓๕

มาตรา ๓๕ ในการปฏิบัติหน้าที่ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอํานาจดังต่อไปนี้

(๑) เข้าไปในสถานที่ประกอบกิจการ สถานที่ตั้ง หรือสถานที่ซึ่งรวบรวมหรือประมวลข้อมูล

ของผู้ประกอบกิจการระบบตั๋วร่วม ในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตก หรือในเวลาทําการ

ของสถานที่นั้น เพื่อตรวจสอบกิจการ สินทรัพย์ และหนี้สิน รวมทั้งเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้อง

ของผู้ประกอบกิจการระบบตั๋วร่วม

(๒) สั่งให้บุคคลใดมาชี้แจงหรือให้ถ้อยคํา หรือให้ส่งเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องหรือ

จําเป็นหรือเป็นประโยชน์แก่การปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่

(๓) ยึดหรืออายัดเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการกระทําผิดตามพระราชบัญญัตตินี้

เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบหรือการดําเนินคดี

หน้า ๒๕

เล่ม ๑๕๒ ตอนที ๕๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ จันวาคม ๒๕๒๐๕

ในการปฏิบัติหน้าทีของพนักงานเจ้าหน้าทีตามวรรคหนึ่ง ให้บุคคลทีเกียวข้องอํานวยความสะดวก

ตามสมควร

ฆ่ ฆ 9 ๐ 9 9/ ๑๐๑/ ๐ = 1 ๕ ๐ 1

เมือได้เข้าไปและทําการตรวจสอบตาม (๑) แล้ว ถ้ายังดําเนินการไม่เสร็จ จะกระทําต่อไป

ในเวลากลางคืนหรือนอกเวลาทําการของสถานทีนันก็ได้

มาตรการปรับเป็นพินัย

มาตรา ๕๐

มาตรา ๕๐ ในกรณีทิผู้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ทีกําหนดในมาตรา ๑๓ (๑)

ต้องชําระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินสองล้านบาท

มาตรา ๕๑

มาตรา ๕๑ ในกรณีทีผู้ประกอบกิจการขนส่งสาธารณะซึ่งมีพระราชกฤษฎีกากําหนดให้

ต้องใช้ระบบตัวร่วมและต้องได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงือนไข

ฆ่๐ ฆ ๑ ๐ 1 ๑7 ๕ =- ๑7 | ๑ ๑ ๑

ทิกําหนดในพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๑๐ ต้องชําระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินสองล้านบาท และปรับอีก

ไม่เกินวันละสองหมีนบาทตลอดเวลาทียังฝ่าฝืนอยู่

มาตรา ๕๒

มาตรา ๕๒ ในกรณีทีผู้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติตามประกาศ หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข

หรือคําสังตามทีกําหนดในมาตรา ๒๐ มาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ หรือมาตรา ๒๓ (๑) (๒) (๓) หรือ (๐)

ข ๐ 1 ๑ ฒซ่ =- ๑7 | =๑ 9 ๑ | =๑ ๑7 = ฆ่

ต้องชําระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินสองล้านบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลา

ทิยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

มาตรา ๕๓

มาตรา ๕๓ ในกรณีผู้รับใบอนุญาตไม่แก้ไขปัญหาจากการร้องทุกข์จากผู้ใช้บริการ

ตามมาตรา ๒๓ (๕) ภายในระยะเวลาทีสํานักงานกําหนดโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ต้องชําระค่าปรับ

๕ .๑7 | ๑ ๑ ๕ | = 0๐ = ฆ่ ฆ่๑๓ ๑ท ข เฉ๑ ข๑ๆ ข 9/

เป็นพินัยไม่เกินสามแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาทียังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

มาตรา «๕๕ ในกรณีผู้รับใบอนุญาตไม่นําส่งเงินเข้ากองทุนตามระเบียบทีคณะกรรมการบริหาร

๐ 9/ ๐ 1 ฆ ๕ =- ๑7 | ๑ ๑ ๑ | = 2๑ = ฆ่

กําหนดตามมาตรา ๓๒ ต้องชําระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินสองล้านบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาท

ฆ่๑ =๑ๆ ข* เซ=@ ๑๕=๑๑ 9 9๑/

ตลอดเวลาทียังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

มาตรา ๕๕

มาตรา ๕๕ ในกรณีทีคณะกรรมการสังพักใช้ใบอนุญาต ต้องชําระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน

สามแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาทิยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

1 ๑7 ไร =- ๑7 จัท เข 1 ๑ ๕ ๑ | = ฆ

มาตรา ๕๐

มาตรา ๕๐ ค่าปรับเป็นพินัยตามความในหมวดนีไม่ต้องส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน และให้

นําส่งเข้ากองทุน

หน้า ๒๒๐

เล่ม ๑๕๒ ตอนที่ ๕๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ จันวาคม ๒๕๒๐๕

หมวด

โทษทางอาญา

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ผู้ใดประกอบกิจการระบบตัวร่วมโดยมิได้รับอนุญาตตามมาตรา ๑๕

ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

มาตรา ๕๕

มาตรา ๕๕ ผู้ประกอบกิจการศูนย์บริหารจัดการรายได้กลางที่ไม่ดําเนินงานให้เป็นไป

ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดตามมาตรา ๒๕ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกิน

สามแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

มาตรา ๕๕

มาตรา ๕๕ ผู้ประกอบกิจการศูนย์บริหารจัดการรายได้กลางที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๕

ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

มาตรา ๕๐

มาตรา ๕๐ ผู้ใดรู้ว่ามีหรือจะมีคําสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของผู้ประกอบกิจการศูนย์บริหารจัดการ

รายได้กลางแล้ว โดยทุจริต ยักย้าย ซุกซ่อน รับ หรือจัดการเงินรับล่วงหน้าที่ผู้ประกอบกิจการ

ดังกล่าวได้รับไว้ ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งล้านบาทถึงห้าล้านบาท

หรือทั้งจําทั้งปรับ

มาตรา ๕๑

มาตรา ๕๑ ในกรณีที่ผู้กระทําความผิดเป็นนิติบุคคล ถ้าการกระทําความผิดของนิติบุคคลนั้น

เกิดจากการสังการหรือการกระทําของกรรมการ หรือผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดําเนินงาน

ของนิติบุคคลนั้น หรือในกรณีที่บุคคลดังกล่าวมีหน้าที่ต้องสังการหรือกระทําการและละเว้นไม่สั่งการ

หรือกระทําการจนเป็นเหตุให้นิติบุคคลนั้นกระทําความผิด ผู้นั้นต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้สําหรับ

ความผิดนั้น ๆ ด้วย

บทเฉพาะกาล

10 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/rkj-2025-12-27-00094157

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com