มาตรา ๕๕附則
มาตรา ๕๕ เมื่อรัฐมนตรีได้ออกกฎกระทรวงกําหนดอัตราค่าโดยสารร่วมตามมาตรา ๓๒ แล้ว ในกรณีที่อัตราค่าโดยสารร่วมดังกล่าวจะกระทบต่อสัญญาสัมปทาน สัญญาร่วมงาน สัญญาร่วมลงทุน หรือใบอนุญาตประกอบกิจการระบบขนส่งสาธารณะ แล้วแต่กรณี ให้หน่วยงานของรัฐที่เป็นคู่สัญญา กับเอกชนดําเนินการเจรจาเพื่อแก้ไขสัญญาสัมปทาน สัญญาร่วมงาน สัญญาร่วมลงทุน หรือใบอนุญาต ประกอบกิจการระบบขนส่งสาธารณะ แล้วแต่กรณี ให้สอดคล้องกับอัตราค่าโดยสารร่วมที่รัฐมนตรี กําหนด โดยให้ดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงประกาศกําหนดอัตรา ค่าโดยสารร่วมใช้บังคับ ทั้งนี้ ให้หน่วยงานของรัฐที่เป็นคู่สัญญากับเอกชนรายงานต่อรัฐมนตรีเจ้าสังกัด เพื่อให้รัฐมนตรีเจ้าสังกัดรายงานความคืบหน้าของการเจรจาเพื่อแก้ไขสัญญาสัมปทาน สัญญาร่วมงาน หรือสัญญาร่วมลงทุน แล้วแต่กรณี ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบทุกหกสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงดังกล่าว ใช้บังคับ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ อนุทิน ชาญวิรกูล นายกรัฐมนตรี อัตราค่าธรรมเนียม ๑. ใบอนุญาตประกอบกิจการศูนย์บริหารจัดการรายได้กลาง ฉบับละ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ๒. ใบอนุญาตการให้บริการออกบัตรชําระค่าโดยสารในระบบตัวร่วง: ฉบับละ ๑๕๐,๐๐๐ บาท ๓,. ใบอนุญาตการให้บริการระบบตัวร่วมในระบบขนส่งสาธารณะ ฉบับละ ๑๕๐,๐๐๐ บาท ๕. การต่ออายุใบอนุญาต ครั้งละเท่ากับค่าธรรมเนียมใบอนุญาต หน้า ๒๕ เล่ม ๑๕๒ ตอนที่ ๕๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ จันวาคม ๒๕๒๐๕ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ในปัจจุบันการขนส่งผู้โดยสาร ในระบบขนส่งสาธารณะมีผู้ให้บริการหลายราย โดยผู้ให้บริการแต่ละรายมีต้นทุนในการจัดทําและบริหารจัดการ ระบบการจัดเก็บค่าโดยสารหรือค่าธรรมเนียมของตนเองอันเป็นส่วนสําคัญที่ทําให้ต้นทุนในการให้บริการ ระบบขนส่งสาธารณะอยู่ในอัตราสูง และประชาชนผู้ใช้บริการต้องรับผิดชอบต้นทุนดังกล่าวของผู้ประกอบการ ทุกระบบ ซึ่งนอกจากจะเป็นต้นทุนและภาระของประชาชนแล้ว ยังทําให้เกิดความไม่สะดวกในการใช้บริการ ขนส่งสาธารณะอีกด้วย ดังนั้น เพื่ออํานวยความสะดวกและลดค่าใช้จ่ายแก่ประชาชนผู้ใช้บริการให้สามารถ ใช้บัตรโดยสารใบเดียวในการเดินทางได้ทุกระบบขนส่งสาธารณะ อันเป็นการสนับสนุนให้ประชาชน เปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทางจากขนส่งส่วนบุคคลเป็นการเดินทางโดยระบบขนส่งสาธารณะเพื่อแก้ปัญหา การจราจร และลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมทั้งลดค่าใช้จ่ายในด้านต้นทุนการจัดทําและบริหารจัดการ ระบบการจัดเก็บค่าโดยสารหรือค่าธรรมเนียมของผู้ประกอบการอันจะทําให้สามารถลดค่าโดยสารลงอันจะเป็น ประโยชน์แก่ประชาชนผู้ใช้บริการ สมควรกําหนดให้มีการบริหารจัดการร่วมกันในรูปแบบระบบตั๋วร่วม และบูรณาการให้เกิดอัตราค่าโดยสารร่วม โดยการจัดตั้งกองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วมสนับสนุนการดําเนินงาน การพัฒนา และการส่งเสริมเกี่ยวกับการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้