ประกาศคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
ประกาศคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
เรื่อง การเปลี่ยนแปลงเขต เขตอุตสาหกรรมทั่วไป
นิคมอุตสาหกรรมอาร์ ไอ แอล
(ฉบับที่ ๔)
ตามที่ได้มีประกาศคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
เรื่อง การจัดตั้งเขตอุตสาหกรรมทั่วไป นิคมอุตสาหกรรมอาร์ ไอ แอล ลงวันที่ ๓ มิถุนายน
พ.ศ. ๒๕๔๘ กำหนดให้พื้นที่ตำบลมาบตาพุด อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง เป็นเขตอุตสาหกรรมทั่วไป
ตามมาตรา ๓๖ (๑) แห่งพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๒ ต่อมาได้มีการประกาศเปลี่ยนแปลงเขตอุตสาหกรรมทั่วไปดังกล่าว
ตามประกาศคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เรื่อง การเปลี่ยนแปลงเขต เขตอุตสาหกรรมทั่วไป
นิคมอุตสาหกรรมอาร์ ไอ แอล ลงวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๕๐ ลงวันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๕๐ และลงวันที่
๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๐ นั้น
เนื่องจากเอกชนผู้ร่วมดำเนินงานกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
ในการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมอาร์ ไอ แอล มีความประสงค์ขอขยายพื้นที่ของโครงการนิคมอุตสาหกรรมออกไปอีกจึงเห็นสมควรขยายพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมดังกล่าว
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๓๖ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๒ และข้อ ๔ วรรคสอง
ของกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๔๘
ประธานกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยจึงประกาศเปลี่ยนแปลงเขต เขตอุตสาหกรรมทั่วไป
นิคมอุตสาหกรรมอาร์ ไอ แอล
โดยให้ยกเลิกแผนที่ท้ายประกาศคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เรื่อง การจัดตั้งเขตอุตสาหกรรมทั่วไปนิคมอุตสาหกรรมอาร์
ไอ แอล ลงวันที่ ๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
เรื่อง การเปลี่ยนแปลงเขต เขตอุตสาหกรรมทั่วไป นิคมอุตสาหกรรมอาร์ ไอ แอล (ฉบับที่
๓) ลงวันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๐และให้ใช้แผนที่ท้ายประกาศนี้แทน
ทั้งนี้
ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๑]
ประกาศ ณ วันที่ ๑๐
สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
ประสาน ตันประเสริฐ
ประธานกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
[เอกสารแนบท้าย]
๑.
แผนที่ท้ายประกาศคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เรื่อง การเปลี่ยนแปลงเขต
เขตอุตสาหกรรมทั่วไป นิคมอุตสาหกรรมอาร์ ไอ แอล (ฉบับที่ ๔)
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
วัชศักดิ์/ผู้จัดทำ
๑๘ กันยายน ๒๕๕๐
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนพิเศษ ๑๑๓ ง/หน้า ๑๙/๑๒ กันยายน ๒๕๕๐