คำสั่งกรมธนารักษ์
คำสั่งกรมธนารักษ์
ที่
๒๙๙/๒๕๕๓
เรื่อง
หลักเกณฑ์การให้สิทธิการเช่า การกำหนดจำนวนทุนจดทะเบียน
และการจัดให้ผู้เช่าช่วงเช่าเมื่อมีการนำที่ราชพัสดุไปให้เช่าช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต[๑]
ด้วยระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ
พ.ศ. ๒๕๕๒ ข้อ ๑๐ (๑), ข้อ ๒๖ (๓) และข้อ ๒๙ (๒.๒)
กำหนดให้หลักเกณฑ์การให้สิทธิการเช่าเมื่อมีการประมูลเพื่อปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลัง
หลักเกณฑ์การพิจารณาจัดให้เช่าเมื่อสัญญาเช่าสิ้นสุดและมีการนำที่ราชพัสดุไปให้เช่าช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาตและหลักเกณฑ์การกำหนดจำนวนทุนจดทะเบียนของนิติบุคคลที่จะเข้าร่วมประมูลในการจัดให้เช่าที่ดินเพื่อปลูกสร้างอาคารยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลังซึ่งมีเนื้อที่เกินกว่าสองไร่ขึ้นไป
หรือมีราคาที่ดินเกินกว่าสิบล้านบาทขึ้นไป ตามลำดับ เป็นไปตามคำสั่งกรมธนารักษ์
ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ
พ.ศ. ๒๕๕๒ ข้อ ๑๐ (๑), ข้อ ๒๖ (๓) และข้อ ๒๙ (๒.๒)
กรมธนารักษ์จึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้
๑. การให้สิทธิการเช่า
และการกำหนดจำนวนทุนจดทะเบียนของนิติบุคคลในการเข้าร่วมประมูลพัฒนาที่ดินราชพัสดุ มีหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณา
ดังนี้
๑.๑
การพัฒนาที่ราชพัสดุที่มีเนื้อที่ไม่เกินสองไร่หรือมีราคาที่ดินไม่เกินสิบล้านบาท
(๑) กรณีไม่มีการกำหนดเงื่อนไขการชดเชย
ให้สิทธิการเช่ามีระยะเวลา ๒๐ ปี นับแต่วันลงนามในสัญญาเช่า
(๒) กรณีมีการกำหนดเงื่อนไขการชดเชย ให้สิทธิการเช่ามีระยะเวลา
๒๕ ปี นับแต่วันลงนามในสัญญาเช่า
๑.๒
การพัฒนาที่ราชพัสดุที่มีเนื้อที่เกินกว่าสองไร่ขึ้นไปหรือมีราคาที่ดินเกินกว่าสิบล้านบาทขึ้นไป
(๑) ให้สิทธิการเช่ามีระยะเวลา ๓๐ ปี
นับแต่วันลงนามในสัญญาเช่า
(๒) ต้องเป็นนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่าร้อยละ
๑๐ ของทุนทรัพย์ในการก่อสร้าง
โดยจำนวนทุนจดทะเบียนดังกล่าวจะต้องเป็นทุนจดทะเบียนที่ได้ชำระแล้วและผลลัพธ์ที่ได้จากการคำนวณทุนจดทะเบียนตามสัดส่วนดังกล่าวให้ปัดเศษลง
(๓)
สำหรับโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุที่อยู่ในเกณฑ์ต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ
พ.ศ. ๒๕๓๕ ให้กำหนดจำนวนทุนจดทะเบียนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติดังกล่าว
๒. การพิจารณาจัดให้ผู้เช่าช่วงเป็นผู้เช่าต่อกรมธนารักษ์โดยตรง
เมื่อสัญญาเช่าสิ้นสุดและมีการนำที่ราชพัสดุไปให้เช่าช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต
มีหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณา ดังนี้
๒.๑
เมื่อทางราชการเห็นสมควรให้ผู้เช่าเป็นผู้เช่าต่อไป
แต่ผู้เช่าไม่ยินยอมชำระค่าปรับตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ
พ.ศ. ๒๕๕๒ ข้อ ๔๕ (๕) ภายในเวลาที่ทางราชการกำหนดโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร และ
๒.๒ ผู้เช่าช่วง
(๑)
ครอบครองสถานที่เช่าอยู่ในขณะที่สัญญาสิ้นสุดลง
และประสงค์จะเช่าโดยยินยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กรมธนารักษ์กำหนดทุกประการ และ
(๒)
ครอบครองหรือเช่าช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาตติดต่อกันมาเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๓ ปี
และ
(๓) ต้องไม่มีที่อยู่อาศัยหรือที่ทำกินนอกเหนือจากที่ราชพัสดุที่เช่าช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต
หลักเกณฑ์ที่กำหนดหรือดำเนินการตามคำสั่งนี้
หากอธิบดีกรมธนารักษ์เห็นเป็นอย่างอื่นอาจสั่งการตามที่เห็นสมควรได้
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
สั่ง
ณ วันที่ ๒๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๓
เทวัญ
วิชิตะกุล
อธิบดีกรมธนารักษ์
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๗
กันยายน ๒๕๕๓
ณัฐวดี/ตรวจ
๗
กันยายน ๒๕๕๓
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ ๑๐๒ ง/หน้า ๕๐/๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๓