法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อบังคับสภามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ว่าด้วยการจัดตั้งและการบริหารงานโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา พ.ศ. 2551

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
46
มาตรา อารัมภบท

ข้อบังคับสภามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

ข้อบังคับสภามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

ว่าด้วยการจัดตั้งและการบริหารงานโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

พ.ศ. ๒๕๕๑[๑]

เพื่อให้การบริหารงานโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และตอบสนองต่อวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งโรงเรียน

อาศัยอำนาจตามความในพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๑๘ (๓) (๕) และ (๑๒) สภามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ในคราวประชุมครั้งที่ ๓/๒๕๕๑ เมื่อวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๑ จึงออกข้อบังคับไว้ดังนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับสภามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ว่าด้วยการจัดตั้งและการบริหารงานโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา พ.ศ. ๒๕๕๑”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศหรือคำสั่งอื่นใด ซึ่งขัดหรือแย้งกับข้อบังคับนี้ให้ใช้ข้อบังคับนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในข้อบังคับนี้

“มหาวิทยาลัย” หมายความว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

“สภามหาวิทยาลัย” หมายความว่า สภามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

“โรงเรียน” หมายความว่า โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

“คณะกรรมการอำนวยการ” หมายความว่า คณะกรรมการอำนวยการโรงเรียน

“ผู้อำนวยการ” หมายความว่า ผู้อำนวยการโรงเรียน

“ข้าราชการ” หมายความว่า ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา

“พนักงานมหาวิทยาลัย” หมายความว่า พนักงานมหาวิทยาลัยตามระเบียบสภามหาวิทยาลัยว่าด้วยพนักงานมหาวิทยาลัย

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้อธิการบดีรักษาการตามข้อบังคับนี้ และมีอำนาจออกประกาศ หรือคำสั่งเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามข้อบังคับนี้

ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ ให้อธิการบดีมีอำนาจวินิจฉัย ตีความ

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้โรงเรียนมัธยมสาธิต มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และโรงเรียนประถมสาธิต มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ที่มีอยู่ก่อนข้อบังคับนี้ใช้บังคับ รวมกันเป็นโรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มีการบริหารจัดการเทียบเท่าคณะที่มีความคล่องตัว มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ภายใต้การกำกับดูแลของมหาวิทยาลัย

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ โรงเรียนมีวัตถุประสงค์ดังนี้

(๑) จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้เป็นแบบอย่างที่ดี

(๒) เป็นศูนย์ฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู และห้องปฏิบัติการทางการศึกษาของคณะครุศาสตร์และหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกของมหาวิทยาลัย

(๓) เป็นแหล่งทดลอง ศึกษา ค้นคว้า วิจัย และพัฒนาองค์ความรู้ด้านต่าง ๆ

(๔) ส่งเสริม ทะนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม

(๕) เพื่อบริการทางวิชาการแก่ชุมชนและสังคม

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ โรงเรียนอาจแบ่งส่วนงานเพื่อการบริหารจัดการของโรงเรียนได้ โดยกำหนดภาระหน้าที่ของส่วนงานนั้น ๆ ให้ชัดแจ้ง

การแบ่ง การยุบเลิกส่วนงานตามวรรคหนึ่ง ให้เสนอสภามหาวิทยาลัยพิจารณาอนุมัติ และทำเป็นประกาศมหาวิทยาลัย

การบริหารและการดำเนินการ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้โรงเรียนมีคณะกรรมการอำนวยการ จำนวนเก้าคน ประกอบด้วย

(๑) อธิการบดีหรือรองอธิการบดีที่ได้รับมอบหมาย เป็นประธานกรรมการ

(๒) คณบดีคณะครุศาสตร์ เป็นกรรมการ

(๓) ผู้แทนคณบดีคณะอื่นซึ่งเลือกกันเองให้เหลือหนึ่งคน เป็นกรรมการ

(๔) ประธานกรรมการสถานศึกษาโรงเรียน เป็นกรรมการ

(๕) นายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียน เป็นกรรมการ

(๖) ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกหนึ่งคน เป็นกรรมการ

(๗) ผู้แทนอาจารย์โรงเรียนซึ่งไม่ได้ทำหน้าที่ผู้บริหารเลือกกันเองให้เหลือสองคนเป็นกรรมการ และ

(๘) ผู้อำนวยการ เป็นกรรมการและเลขานุการ

หลักเกณฑ์และวิธีการได้มาซึ่งกรรมการตาม (๓) (๖) และ (๗) ให้เป็นไปตามที่กำหนดในประกาศมหาวิทยาลัย

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ กรรมการอำนวยการตามข้อ ๙ (๓) (๖) และ (๗) มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสองปี

นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระในวรรคหนึ่งแล้ว กรรมการอำนวยการตามข้อ ๙ (๓) (๖) และ (๗) พ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) ขาดคุณสมบัติของการเป็นกรรมการในประเภทนั้น ๆ

(๔) ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นความผิดที่กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(๕) สภามหาวิทยาลัยให้ออกด้วยคะแนนเสียงสองในสามของจำนวนกรรมการสภามหาวิทยาลัยทั้งหมดเท่าที่มีอยู่เพราะมีความประพฤติเสื่อมเสีย บกพร่องต่อหน้าที่ หรือหย่อนความสามารถ

(๖) เป็นบุคคลล้มละลาย

(๗) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

ในกรณีที่กรรมการอำนวยการตามข้อ ๙ (๓) (๖) หรือ (๗) พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระและได้ดำเนินการให้มีผู้ดำรงตำแหน่งแทนแล้ว ให้ผู้นั้นอยู่ในตำแหน่งเพียงเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน แต่ถ้าวาระการดำรงตำแหน่งเหลืออยู่น้อยกว่าเก้าสิบวันจะไม่ดำเนินการให้มีผู้ดำรงตำแหน่งแทนก็ได้ ให้คณะกรรมการอำนวยการประกอบด้วยกรรมการอำนวยการเท่าที่มีอยู่มีอำนาจและปฏิบัติหน้าที่ตามข้อ ๑๑ ต่อไปได้

ในกรณีที่กรรมการอำนวยการตามข้อ ๙ (๓) (๖) หรือ (๗) พ้นจากตำแหน่งตามวาระแต่ยังมิได้ดำเนินการให้ได้มาซึ่งกรรมการอำนวยการใหม่ ให้กรรมการอำนวยการซึ่งพ้นจากตำแหน่งปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะได้มีกรรมการอำนวยการใหม่เข้ามารับหน้าที่

ให้ดำเนินการให้ได้มาซึ่งกรรมการอำนวยการตามข้อ ๙ (๓) (๖) และ (๗) ภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ผู้นั้นพ้นจากตำแหน่ง

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ คณะกรรมการอำนวยการมีหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการทั่วไปของโรงเรียน รวมทั้งให้มีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) กำหนดนโยบายของโรงเรียนเกี่ยวกับการจัดการศึกษา การวิจัย การให้บริการทางวิชาการแก่สังคม การทะนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ

(๒) ออกระเบียบ ประกาศและข้อบังคับในการบริหารงานของโรงเรียนตามข้อบังคับนี้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบ ประกาศและข้อบังคับหรือนโยบายของมหาวิทยาลัย กฎหมายว่าด้วยการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน

(๓) กำกับมาตรฐานการศึกษา การประกันคุณภาพการศึกษา การเปิดสอนของโรงเรียนและติดตามประเมินผลการดำเนินงานของโรงเรียน ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโรงเรียน

(๔) พิจารณาการแบ่ง การรวมและการยุบเลิกส่วนงานของโรงเรียน

(๕) เสนอแนะมหาวิทยาลัยในการแต่งตั้งและถอดถอนรองผู้อำนวยการ

(๖) พิจารณาเสนอแผนงบประมาณรายจ่ายจากเงินรายได้ของมหาวิทยาลัยในส่วนของโรงเรียน

(๗) แต่งตั้งคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ ที่ปรึกษาหรือบุคคลหนึ่งบุคคลใด เพื่อพิจารณาและเสนอความเห็นในเรื่องที่เกี่ยวกับงานของโรงเรียน หรือมอบหมายให้ปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดอันอยู่ในอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการอำนวยการ

(๘) พิจารณาและให้ความเห็นชอบในเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการของโรงเรียน ตามที่ผู้อำนวยการเสนอ และอาจมอบหมายให้ผู้อำนวยการปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดอันอยู่ในอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการอำนวยการได้

(๙) ส่งเสริม สนับสนุนและแสวงหาวิธีการเพื่อพัฒนาโรงเรียน ตลอดจนการปฏิบัติภารกิจร่วมกันกับสถานศึกษาอื่นตามวัตถุประสงค์ของโรงเรียน

(๑๐) ปฏิบัติหน้าที่อื่นเกี่ยวกับกิจการของโรงเรียน ที่มิได้ระบุให้เป็นหน้าที่ของผู้ใดหรือหน่วยงานใดโดยเฉพาะ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้กรรมการอำนวยการได้รับค่าเบี้ยประชุมตามระเบียบสภามหาวิทยาลัยว่าด้วยเบี้ยประชุมกรรมการ โดยให้เบิกจ่ายจากเงินรายได้มหาวิทยาลัยในส่วนของโรงเรียน

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การประชุมของคณะกรรมการอำนวยการให้นำข้อบังคับการประชุมของสภามหาวิทยาลัยมาใช้โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้มีผู้อำนวยการคนหนึ่งเป็นผู้บริหารกิจการของโรงเรียน และเป็นผู้บังคับบัญชาบุคลากรของโรงเรียน

คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการได้มาซึ่งผู้อำนวยการให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการอำนวยการกำหนดโดยทำเป็นประกาศของมหาวิทยาลัย

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ผู้อำนวยการมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันมิได้

นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง ผู้อำนวยการพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) สภามหาวิทยาลัยมีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการสภามหาวิทยาลัยทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ให้ออกตามข้อเสนอของคณะกรรมการอำนวยการเพราะมีความประพฤติเสื่อมเสีย บกพร่องต่อหน้าที่หรือหย่อนความสามารถ

(๔) ไม่ผ่านการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ตามกำหนดในข้อ ๑๖ หรือตามระเบียบสภามหาวิทยาลัยว่าด้วยพนักงานมหาวิทยาลัย แล้วแต่กรณี

(๕) ถูกลงโทษทางวินัยอย่างร้ายแรง หรือถูกสั่งให้ออกจากราชการเพราะถูกสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงแต่ผลการสอบสวนทางวินัยไม่อาจลงโทษทางวินัยอย่างร้ายแรงได้ หรือถูกลงโทษให้ออกจากงาน หรือถูกเลิกจ้างเพราะถูกสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงแต่ผลการสอบสวนทางวินัยไม่อาจลงโทษทางวินัยอย่างร้ายแรงได้

(๖) ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

(๗) เป็นบุคคลล้มละลาย

(๘) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้มหาวิทยาลัยจัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของผู้อำนวยการเมื่อครบสองปีนับแต่วันที่แต่งตั้ง ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สภามหาวิทยาลัยกำหนดในประกาศมหาวิทยาลัย

ให้สภามหาวิทยาลัยพิจารณาผลการประเมินตามวรรคหนึ่ง และถ้าสภามหาวิทยาลัยมีมติให้พ้นจากตำแหน่งด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการสภามหาวิทยาลัยทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ให้ผู้อำนวยการพ้นจากตำแหน่ง

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ผู้อำนวยการมีอำนาจและหน้าที่ ดังนี้

(๑) บริหารกิจการของโรงเรียนให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ และข้อบังคับของโรงเรียนและของมหาวิทยาลัย ให้สอดคล้องกับนโยบายและวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งโรงเรียนและของมหาวิทยาลัย

(๒) ควบคุมดูแลบุคลากร การเงิน การพัสดุ สถานที่และทรัพย์สินอื่นของมหาวิทยาลัยที่อยู่ในความควบคุมดูแลของโรงเรียนให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ และข้อบังคับของโรงเรียนและของมหาวิทยาลัยซึ่งใช้บังคับกับโรงเรียน

(๓) จัดทำแผนพัฒนาโรงเรียน และปฏิบัติตามนโยบายและแผนงาน รวมทั้งติดตามประเมินผลการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ของโรงเรียน

(๔) รักษาระเบียบวินัย จรรยาบรรณ และมารยาทแห่งวิชาชีพของข้าราชการ พนักงานและลูกจ้างที่สังกัดโรงเรียน

(๕) เป็นผู้แทนโรงเรียนในกิจการตามที่กำหนดในข้อบังคับนี้

(๖) เสนอรายงานประจำปีเกี่ยวกับกิจการด้านต่าง ๆ ของโรงเรียนต่อคณะกรรมการอำนวยการ และสภามหาวิทยาลัย

(๗) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศและข้อบังคับของโรงเรียนมหาวิทยาลัย หรือตามที่สภามหาวิทยาลัยมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ในการติดต่อภายในมหาวิทยาลัยให้ผู้อำนวยการเป็นผู้แทนโรงเรียน และอาจมอบหมายให้รองผู้อำนวยการ เป็นผู้แทนเป็นเรื่อง ๆ ก็ได้

ในการติดต่อกับส่วนราชการหรือหน่วยงานภายนอกมหาวิทยาลัย ให้ผู้อำนวยการ หรือรองผู้อำนวยการที่ผู้อำนวยการมอบหมายเป็นผู้แทนได้ตามที่อธิการบดีพิจารณามอบหมายตามความเหมาะสม

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ให้อธิการบดีแต่งตั้งรองผู้อำนวยการและผู้ช่วยผู้อำนวยการ โดยคำแนะนำของผู้อำนวยการและตามความเห็นชอบของคณะกรรมการอำนวยการ

รองผู้อำนวยการและผู้ช่วยผู้อำนวยการให้ทำหน้าที่และรับผิดชอบในการปฏิบัติงานตามที่ผู้อำนวยการมอบหมาย

เมื่อผู้อำนวยการพ้นจากตำแหน่ง ให้รองผู้อำนวยการและผู้ช่วยผู้อำนวยการพ้นจากตำแหน่งด้วย

นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามผู้อำนวยการตามวรรคสามแล้ว รองผู้อำนวยการและผู้ช่วยผู้อำนวยการพ้นจากตำแหน่งตามข้อ ๑๕ ด้วย

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ในกรณีที่ผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้อธิการบดีแต่งตั้งรองผู้อำนวยการคนหนึ่งเป็นผู้ทำหน้าที่แทน

ในกรณีที่ไม่มีผู้ทำหน้าที่แทนผู้อำนวยการตามความในวรรคหนึ่ง หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติงานได้หรือไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ ให้คณบดีคณะครุศาสตร์เป็นผู้ทำหน้าที่แทนผู้อำนวยการแต่ต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวัน หากไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งคณบดีคณะครุศาสตร์ ให้อธิการบดีแต่งตั้งรองอธิการบดีคนหนึ่งทำหน้าที่แทนผู้อำนวยการแต่ ทั้งนี้ ต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวัน

การประกันคุณภาพและการประเมิน

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ให้โรงเรียนมีการประกันคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานในการจัดการศึกษาของโรงเรียน

การติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลงานของโรงเรียน ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในประกาศมหาวิทยาลัย

บุคลากร

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ การบริหารงานบุคลากรของโรงเรียนให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ ระเบียบสภามหาวิทยาลัย ว่าด้วยพนักงานมหาวิทยาลัยหรือระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจ้างลูกจ้างประจำ พ.ศ. ๒๕๓๗ แล้วแต่กรณี

การศึกษา

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการใดที่เกี่ยวกับการจัดการศึกษาของโรงเรียนที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานที่กล่าวถึงหัวหน้าสถานศึกษา ให้หมายความถึงอธิการบดี

อธิการบดีอาจมอบอำนาจให้ผู้อำนวยการเป็นผู้สั่งการ อนุญาต อนุมัติ แทนอธิการบดีตามระเบียบในวรรคหนึ่ง

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ การรับนักเรียนเข้าศึกษาในโรงเรียน ให้เป็นไปตามนโยบายของคณะกรรมการอำนวยการ

หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขและเงินที่จะเรียกเก็บในการรับนักเรียนเข้าเรียนในโรงเรียน ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการอำนวยการเห็นชอบโดยทำเป็นประกาศมหาวิทยาลัย

งบประมาณและการเงิน

งบประมาณ

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ให้ผู้อำนวยการเป็นผู้รับผิดชอบจัดทำแผนงาน อัตราค่าจ้าง อัตรากำลัง และงบประมาณของโรงเรียนและเสนอให้คณะกรรมการอำนวยการพิจารณา เพื่อเสนอขออนุมัติต่อสภามหาวิทยาลัย ตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามระเบียบสภามหาวิทยาลัย ว่าด้วยการบริหารเงินรายได้ของมหาวิทยาลัย

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ การจัดทำแผนและงบประมาณของโรงเรียน ให้กำหนดปีงบประมาณตามที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ การโอนหรือเปลี่ยนแปลงหมวดรายจ่าย นอกเหนือจากหมวดค่าตอบแทนค่าใช้สอยและค่าวัสดุ ซึ่งถัวจ่ายได้ ให้สามารถโอนหรือเปลี่ยนแปลงได้โดยความเห็นชอบของอธิการบดี แต่ ทั้งนี้ ต้องไม่เกินจำนวนเงินที่ระบุไว้ในงบประมาณรายจ่ายประจำปี

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ในกรณีที่เกิดความจำเป็นต้องใช้จ่ายโดยไม่ตั้งงบประมาณเพื่อการนั้นไว้ ให้ผู้อำนวยการจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมและเสนอให้คณะกรรมการอำนวยการพิจารณาเพื่อเสนอขออนุมัติต่อสภามหาวิทยาลัย

การเงิน

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ โรงเรียนอาจมีรายได้ ดังนี้

(๑) เงินอุดหนุนจากงบประมาณแผ่นดิน

(๒) เงินอุดหนุนจากมหาวิทยาลัย

(๓) ค่าธรรมเนียม ค่าบำรุง ค่าตอบแทนและเงินรายได้จากการดำเนินการของโรงเรียน

(๔) เงินและทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคแก่โรงเรียน

(๕) ดอกผลของเงินหรือรายได้ของโรงเรียน

(๖) รายได้และผลประโยชน์อื่น ๆ

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ บรรดารายได้และทรัพย์สินของโรงเรียนจะต้องจัดการเพื่อประโยชน์ภายใต้วัตถุประสงค์ของโรงเรียนตามข้อ ๗ และวัตถุประสงค์อื่นตามที่คณะกรรมการอำนวยการเห็นสมควร

เงินและทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคแก่โรงเรียนจะต้องจัดการตามเงื่อนไขที่ผู้บริจาคกำหนดไว้และต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโรงเรียน แต่ถ้ามีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขดังกล่าว โรงเรียนต้องได้รับความยินยอมจากผู้บริจาคหรือทายาท หากไม่มีทายาทหรือทายาทไม่ปรากฏจะต้องได้รับอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัย

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ให้ผู้อำนวยการเป็นผู้รับผิดชอบจัดเก็บเงินรายได้ โดยมีหลักฐานการรับเงินตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ เงินรายได้ประเภทต่าง ๆ ของโรงเรียน ให้นำฝากธนาคารพาณิชย์ตามระเบียบกระทรวงการคลังโดยให้นำฝากในวันนั้นหรืออย่างช้าในวันทำการถัดไป

เงินรายได้ทุกประเภทจะหักไว้ใช้จ่ายเพื่อการใดก่อนนำฝากมิได้

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ให้โรงเรียนมีรายจ่ายประเภทต่าง ๆ ดังนี้

(๑) รายจ่ายเพื่อการเรียนการสอน

(๒) รายจ่ายเพื่อการบริหารงานของโรงเรียน

(๓) รายจ่ายเพื่อการวิจัย

(๔) รายจ่ายเพื่อเป็นค่าจ้างและการพัฒนาบุคลากรและพัฒนาวิชาการ

(๕) รายจ่ายเพื่อเป็นทุนการศึกษา

(๖) รายจ่ายเพื่อเป็นการบริการทางวิชาการแก่สังคม และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม

(๗) รายจ่ายเพื่อเป็นเงินบำรุงมหาวิทยาลัยตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด

(๘) รายจ่ายตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค

(๙) รายจ่ายอื่นตามที่คณะกรรมการอำนวยการเห็นชอบ

เงินรายได้ของโรงเรียนที่เหลือจากการใช้จ่ายตามวรรคหนึ่ง ให้มหาวิทยาลัยนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ของโรงเรียนเท่านั้น

รายละเอียดสำหรับการจ่ายในแต่ละกรณีให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการอำนวยการกำหนดโดยทำเป็นประกาศของมหาวิทยาลัย

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ ผู้อำนวยการมีอำนาจอนุมัติการสั่งซื้อ สั่งจ้าง และอนุมัติการเบิกจ่าย หรือก่อหนี้ผูกพันได้ตามวงเงินแผนงานและงบประมาณที่ได้รับอนุมัติไว้แล้ว แต่ไม่เกินวงเงินสูงสุดที่คณะกรรมการอำนวยการกำหนด ทั้งนี้ เว้นแต่ในการอนุมัติจ่ายเงินเดือนหรือค่าจ้างให้มีอำนาจสั่งจ่ายได้ตามจำนวนและอัตราที่คณะกรรมการอำนวยการได้ให้ความเห็นชอบไว้

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ การจ่ายเงินทุกรายการให้จ่ายเป็นเช็คขีดคร่อมระบุชื่อผู้รับเงินโดยเฉพาะ ทั้งนี้ เว้นแต่กรณีที่มีความจำเป็นต้องจ่ายเป็นเงินสด

การสั่งจ่ายเช็ค ให้อธิการบดีหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่อธิการบดีมอบหมายลงลายมือชื่อสั่งจ่ายร่วมกับผู้อำนวยการ หรือรองผู้อำนวยการคนใดคนหนึ่งที่คณะกรรมการอำนวยการกำหนด

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ ห้ามมิให้จ่ายเงินของโรงเรียนเป็นเงินยืม เว้นแต่การยืมเงินทดรองจ่ายเพื่อการปฏิบัติงานตามแผนงานและโครงการของโรงเรียน

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ อัตราการจัดเก็บค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ประเภทและอัตราการจ่ายเงินค่าตอบแทนวงเงินสูงสุดที่ผู้อำนวยการมีอำนาจสั่งจ่าย จำนวนเงินหมุนเวียนที่มีได้ ให้ผู้อำนวยการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการอำนวยการนำเสนอต่ออธิการบดีเพื่อกำหนดเป็นประกาศของมหาวิทยาลัยแล้วรายงานให้สภามหาวิทยาลัยทราบ

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ ให้โรงเรียนจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาโรงเรียน มีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการคุณภาพของโรงเรียน และให้นำเงินตามข้อ ๒๙ (๒) (๓) (๔) (๕) และ (๖) ที่เหลือจ่ายในแต่ละปีงบประมาณสมทบเข้ากองทุน การนำเงินจากกองทุนมาใช้จ่ายให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการอำนวยการ โดยทำเป็นประกาศของมหาวิทยาลัย

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ การงบประมาณ การบริหารการเงินและพัสดุ การหารายได้และผลประโยชน์นอกจากที่กำหนดในข้อบังคับนี้ให้เป็นไปตามระเบียบ ข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

การตรวจสอบและควบคุม

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ ให้กำหนดตัวบุคลากรผู้รับผิดชอบการเงินของโรงเรียน แยกต่างหากจากบุคลากรทางด้านงบประมาณและบัญชี โดยให้เป็นไปตามความเห็นชอบของคณะกรรมการอำนวยการ

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ ให้ผู้อำนวยการเป็นผู้รับผิดชอบและควบคุมดูแลให้มีการทำบัญชีของโรงเรียนที่ถูกต้อง โดยใช้หลักการบัญชีที่รับรองโดยทั่วไป และให้มีการเก็บหลักฐานการบันทึกบัญชีไว้ในที่ปลอดภัย มิให้สูญหายหรือเสียหายได้

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ ให้ผู้อำนวยการเป็นผู้รับผิดชอบและควบคุมดูแลให้มีการจัดทำรายงานการเงินซึ่งแสดงผลการดำเนินงาน และฐานะการเงินตามหลักการบัญชีที่รับรองโดยทั่วไป เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการอำนวยการ และมหาวิทยาลัยเป็นประจำทุกเดือน ภายในวันที่ยี่สิบของเดือนถัดไป และประจำไตรมาส ภายในยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นไตรมาสและประจำปีภายในหกสิบวันนับแต่วันสิ้นปีงบประมาณ

ให้คณะกรรมการอำนวยการเสนอรายงานการเงินประจำปีให้มหาวิทยาลัยทราบ

ให้ผู้อำนวยการรับผิดชอบจัดทำรายงานผลการดำเนินงานของโรงเรียนเสนอต่อมหาวิทยาลัยเพื่อรายงานให้สภามหาวิทยาลัยทราบเมื่อสิ้นสุดแต่ละปีการศึกษาหรือตามที่ได้รับแจ้งจากสภามหาวิทยาลัย

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ ให้งานตรวจสอบภายในของมหาวิทยาลัยทำหน้าที่ตรวจสอบงบการเงินและหลักฐานการเบิกจ่ายของโรงเรียนอย่างน้อยปีละ ๒ ครั้ง และให้รายงานการตรวจสอบต่อคณะกรรมการอำนวยการภายในหกสิบวันนับแต่รายงานงบการเงินและหลักฐานการเบิกจ่ายแล้วเสร็จ

รายงานงบการเงินและหลักฐานการเบิกจ่ายและรับรองแล้ว ให้นำเสนอมหาวิทยาลัยเพื่อรายงานให้สภามหาวิทยาลัยทราบโดยเร็ว

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ ในวาระเริ่มแรกหลังการประกาศใช้ข้อบังคับนี้ ให้อธิการบดีแต่งตั้งบุคคลให้ปฏิบัติหน้าที่แทนคณะกรรมการอำนวยการและให้ผู้อำนวยการโรงเรียนประถมสาธิตมหาวิทยาลัย ผู้อำนวยการโรงเรียนประถมสาธิตมหาวิทยาลัยปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ ตามที่กำหนดในข้อบังคับนี้ไปจนกว่าจะได้แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการ และผู้อำนวยการตามหลักเกณฑ์ และวิธีการตามข้อบังคับนี้แล้ว ทั้งนี้ ต้องไม่เกินเก้าสิบวันนับแต่วันที่ข้อบังคับนี้ใช้บังคับ

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ ให้โอนงบประมาณที่ได้รับอุดหนุนจากรัฐสำหรับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานและเงินรายได้ที่ผ่านวิธีงบประมาณตามระเบียบสภามหาวิทยาลัยแล้ว ในส่วนของโรงเรียนมัธยมสาธิต มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และโรงเรียนประถมสาธิต มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาไปเป็นรายได้ของโรงเรียน

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน สิทธิทั้งปวง หนี้สิน บุคลากร ของโรงเรียนมัธยมสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และโรงเรียนประถมสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาไปเป็นของโรงเรียน และให้โอนเงินสะสมของโรงเรียนมัธยมสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาและเงินสะสมของโรงเรียนประถมสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา จัดตั้งเป็นกองทุนแรกเริ่มตามข้อ ๓๘

ประกาศ ณ วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๑

กร ทัพพะรังสี

นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

หมายเหตุ :- ด้วยมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มีการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อให้บริการทางวิชาการแก่สังคม ทะนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม เป็นศูนย์ฝึกประสบการณ์วิชาชีพ เพื่อผลิตครูโดยดำเนินการเป็นโรงเรียนสาธิต แต่เนื่องจาก มิได้จัดตั้งโรงเรียนสาธิตเป็นส่วนราชการภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาทำให้ประสบปัญหาในการดำเนินงานจัดการศึกษา ฉะนั้น เพื่อให้มีการดำเนินงานที่ชัดเจน บรรลุวัตถุประสงค์ในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนสาธิต จึงจำเป็นต้องออกข้อบังคับนี้

ปริญสินีย์/ผู้จัดทำ

๒๘ เมษายน ๒๕๕๔

คุณากร/ผู้ตรวจ

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนพิเศษ ๑๑๑ ง/หน้า ๕๘/๓ กรกฎาคม ๒๕๕๑

46 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อบังคับสภามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ว่าด้วยการจัดตั้งและการบริหารงานโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา พ.ศ. 2551 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_0058004f0b14fb53

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com