ประกาศกระทรวงการคลัง
ประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง
การไถ่ถอนตั๋วสัญญาใช้เงินก่อนกำหนด
จากธนาคารกรุงไทย
จำกัด (มหาชน)[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ
พ.ศ. ๒๕๔๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๕๑ และตามข้อ ๓ วรรค ๒ ของประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง
การกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุล โดยตั๋วสัญญาใช้เงิน ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒
(ครั้งที่ ๒) จากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ลงวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๒ จำนวน ๑๐,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท
(หนึ่งหมื่นล้านบาทถ้วน) ซึ่งกระทรวงการคลังได้ไถ่ถอนตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับนี้ก่อนครบกำหนดแล้วบางส่วน
จำนวน ๖,๕๐๕,๐๐๐,๐๐๐
บาท (หกพันห้าร้อยห้าล้านบาทถ้วน) เมื่อวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๕๓ โดยดำเนินการออกประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง การไถ่ถอนตั๋วสัญญาใช้เงินก่อนกำหนดจากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
ลงวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๓ ทำให้มียอดคงเหลือตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับนี้ จำนวน ๓,๔๙๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท
(สามพันสี่ร้อยเก้าสิบห้าล้านบาทถ้วน)
ซึ่งกระทรวงการคลังจะชำระคืนต้นเงินกู้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินนี้ทั้งหมดหรือบางส่วนก่อนกำหนดก็ได้
โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบวัน
โดยที่เป็นการสมควรชำระคืนต้นเงินกู้ให้กับธนาคารกรุงไทย จำกัด
(มหาชน) สำหรับตั๋วสัญญาใช้เงินตามประกาศกระทรวงการคลัง ลงวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๒
ดังกล่าว โดยกำหนดชำระคืนต้นเงินกู้ จำนวน ๓,๔๙๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท (สามพันสี่ร้อยเก้าสิบห้าล้านบาทถ้วน)
พร้อมชำระดอกเบี้ยงวดสุดท้าย ในวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๕๔ โดยมีรายละเอียดดังนี้
รายการ
วงเงิน
(ล้านบาท)
อายุ
อัตราดอกเบี้ย
งวดแรก
(ร้อยละต่อปี)
สถาบันการเงิน
ผู้ให้กู้
ปรับอัตรา
ดอกเบี้ย
อัตรา
ดอกเบี้ย
ในปัจจุบัน
วันครบ
กำหนด
๑. ตั๋วสัญญาใช้เงิน
ปีงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๕๒
(ครั้งที่ ๒)
๓,๔๙๕
๕
ปี
๑.๗๐
ธนาคารกรุงไทย
จำกัด
(มหาชน)
FDR*
6M +
๐.๘๙
๑.๙๙๖
๒๒
เมษายน
๒๕๕๗
หมายเหตุ :- *
คืออัตราดอกเบี้ยอัตราต่ำสุดของอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ ๖ เดือน
ประเภทบุคคลธรรมดา เฉลี่ย ๗ วัน ของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ๔ แห่ง
ประกอบด้วยธนาคารกรุงเทพฯ ธนาคารกรุงไทยฯ ธนาคารกสิกรไทยฯ และธนาคารไทยพาณิชย์ฯ
ประกาศ
ณ วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๔
กรณ์ จาติกวณิช
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๑๕ มีนาคม ๒๕๕๔
ณัฐวดี/ตรวจ
๑๕ มีนาคม ๒๕๕๔
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๘/ตอนพิเศษ ๒๗ ง/หน้า ๓๐/๘ มีนาคม ๒๕๕๔