法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ว่าด้วยการปฏิบัติราชการเพื่อประชาชนของสำนักงานคณะกรรมการ คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2547

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
15
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

ระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

ว่าด้วยการปฏิบัติราชการเพื่อประชาชนของสำนักงานคณะกรรมการ

คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๔๗

สืบเนื่องจากพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๓/๑ บัญญัติให้การบริหารราชการต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนเกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ ความมีประสิทธิภาพ ความคุ้มค่าในเชิงภารกิจแห่งรัฐ การลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน การลดภารกิจและการยุบเลิกหน่วยงานที่ไม่จำเป็น การกระจายภารกิจและทรัพยากรในท้องถิ่น การกระจายอำนาจตัดสินใจ การอำนวยความสะดวก และการตอบสนองความต้องการของประชาชนโดยมีผู้รับผิดชอบต่อผลของงาน ในการปฏิบัติหน้าที่ของส่วนราชการต้องใช้วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้คำนึงถึงความรับผิดชอบของผู้ปฏิบัติงาน การมีส่วนร่วมของประชาชน การเปิดเผยข้อมูล การติดตามตรวจสอบและประเมินผลการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ ตามความเหมาะสมของแต่ละภารกิจ ดังนั้น การปรับปรุงคุณภาพการให้บริการ จึงเป็นแนวทางหนึ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้การบริหารราชการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถตอบสนองตามความต้องการของประชาชน และเพื่อให้การบริหารราชการของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นไปด้วยความมีประสิทธิภาพ มีการพัฒนาการให้บริการประชาชน ที่สอดคล้องกับมาตรา ๓/๑ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕ ประกอบกับมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๔๖ เรื่อง การลดขั้นตอนและระยะเวลาการปฏิบัติราชการเพื่อประชาชน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๐ (๖) และมาตรา ๒๐ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคว่าด้วยการปฏิบัติราชการเพื่อประชาชนของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๔๗”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ว่าดัวยการปฏิบัติราชการเพื่อประชาชนของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๔๒

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

“ผู้บังคับบัญชา” หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือผู้ได้รับมอบหมายอื่นๆ

“ผู้อำนวยการ” หมายความว่า ผู้อำนวยการส่วน ผู้อำนวยการกอง หรือผู้อำนวยการสำนัก หรือผู้ได้รับมอบหมายอื่นๆ ในสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

“เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ” หมายความว่า เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคที่ผู้บังคับบัญชาหรือผู้อำนวยการ มอบหมายงานให้พิจารณาดำเนินการ

“ผู้ประสานคดี” หมายความว่า นิติกร หรือเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้รับผิดชอบสำนวนคดีที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีมติให้ดำเนินคดี

“สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

“หน่วยงาน” หมายความว่า กลุ่มงาน ส่วน กอง หรือสำนักในสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

“คณะกรรมการเฉพาะเรื่อง” หมายความว่า คณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณาคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก และคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค

การปฏิบัติราชการทั่วไป

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การรับเรื่องร้องทุกข์จากผู้บริโภคหรือการรับเรื่องอื่นใด ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบในการรับเรื่องเป็นผู้ดำเนินการลงรับหนังสือและเสนอผู้บังคับบัญชาลงนามเพื่อมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบเป็นผู้ดำเนินการตามที่ผู้บังคับบัญชาสั่งการโดยผู้อำนวยการพิจารณาสั่งการให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบดำเนินการต่อไปภายใน ๑ วันทำการนับแต่วันที่ได้รับเรื่อง

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องนำเสนอผู้อำนวยการ เพื่อนำเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาลงนามในหนังสือส่งเรื่องให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องพิจารณา หรือในหนังสือเชิญ หนังสือเรียกคู่กรณีให้จัดส่งเอกสารหลักฐานหรือให้มาพบเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบเพื่อเจรจาไกล่เกลี่ยภายใน ๗ วันทำการนับแต่วันที่ได้รับเรื่อง

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เมื่อสำนักงานได้รับแจ้งผลการดำเนินการจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องหรือผลการเจรจาไกล่เกลี่ยแล้ว เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสรุปผลการพิจารณาดำเนินงานเสนอผู้บังคับบัญชา และแจ้งผลให้ผู้บริโภคทราบ ภายใน ๕ วันทำการ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในกรณีที่ผลการเจรจาไกล่เกลี่ย คู่กรณีไม่สามารถตกลงระงับข้อพิพาทที่เกิดขึ้นได้ ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบประมวลเรื่องเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการโดยเร็ว ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชาเห็นสมควรยุติเรื่อง หรือให้ดำเนินคดีแก่ผู้ประกอบธุรกิจให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ ประมวลเรื่องเสนอต่อคณะกรรมการเฉพาะเรื่องหรือคณะอนุกรรมการที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคแต่งตั้งแล้วแต่กรณีเพื่อพิจารณาภายใน ๑๐ วันทำการนับแต่วันที่ผู้บังคับบัญชาได้สั่งการดังกล่าว

ในกรณีที่เป็นการเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการเฉพาะเรื่อง หรือคณะอนุกรรมการที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคแต่งตั้งแล้วแต่กรณี หากคณะกรมการเฉพาะเรื่องหรือคณะอนุกรรมการที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคแต่งตั้งแล้วแต่กรณี ได้พิจารณาและมีมติเห็นสมควรให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบประมวลเรื่องเสนอหน่วยงานเลขานุการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคภายใน ๑๐ วันทำการ นับแต่วันที่คณะกรรมการเฉพาะเรื่องหรือคณะอนุกรรมการที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคแต่งตั้ง แล้วแต่กรณี ได้ให้การรับรองมติดังกล่าว เพื่อนำเสนอคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคพิจารณาต่อไป

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ เมื่อคณะกรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีมติในการประชุมแต่ละครั้งให้หน่วยงานเลขานุการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคสรุปผลการประชุม และมติคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคจัดส่งให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบภายใน ๗ วันทำการ นับแต่วันที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีมติ และเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบมีหน้าที่แจ้งผู้บริโภคที่ร้องเรียนทราบผลการพิจารณาของคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นหนังสือภายใน ๗ วันทำการ นับแต่วันที่ได้รับแจ้งผลการพิจารณา

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้หน่วยงานที่มีหน้าที่เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ดำเนินการนำมติคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเผยแพร่แก่ประชาชนทั่วไป

การปฏิบัติราชการเฉพาะเรื่อง

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การปฏิบัติราชการในส่วนที่เกี่ยวกับการรับรองสมาคมตามมาตรา ๔๐ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบดำเนินการดังนี้

๑๑.๑ ตรวจสอบเอกสารหลักฐานตาม “แบบคำขอรับการรับรองเป็นสมาคมที่มีสิทธิและอำนาจฟ้องคดีเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค” (แบบ ส.ค.บ. ๑) ให้เสร็จภายใน ๑๕ วันทำการ นับแต่วันที่ได้รับคำขอจากสมาคม

๑๑.๒ กรณีเอกสารหลักฐานตามแบบ ส.ค.บ. ๑ ที่สมาคมยื่นคำขอครบถ้วนและสมาคมนั้นเป็นสมาคมซึ่งมีลักษณะถูกต้องตามมาตรา ๔๐ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ ให้ประกาศชื่อของสมาคมและชื่อของคณะกรรมการของสมาคมไว้ในที่เปิดเผย ณ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคและประกาศทางวิทยุกระจายเสียงเป็นเวลาสามวัน ตามข้อ ๒ ของกฎกระทรวง ฉบับที่ ๙ (พ.ศ. ๒๕๔๐) ภายใน ๒๐ วันทำการนับแต่วันที่ได้รับเอกสารประกอบคำขอครบถ้วน

๑๑.๓ กรณีเอกสารหลักฐานตามแบบ ส.ค.บ. ๑ ที่สมาคมยื่นคำขอไม่ครบถ้วน ให้แจ้งสมาคมทราบภายใน ๗ วันทำการ นับแต่วันที่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบตรวจเอกสารหลักฐานตามแบบ ส.ค.บ. ๑ เสร็จตามข้อ ๙.๑

๑๑.๔ กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าสมาคมที่ยื่นคำขออาจมีลักษณะไม่ถูกต้องตามมาตรา ๔๐ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ ให้เสนอเรื่องขอความเห็นต่อคณะอนุกรรมการฝ่ายกฎหมายที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคแต่งตั้งโดยเร็ว

๑๑.๕ การสอบสวนข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานในกรณีที่มีผู้คัดค้าน ให้ดำเนินการภายใน ๓๐ วันทำการ นับแต่วันที่ได้รับคำคัดค้าน และให้ขยายระยะเวลาได้ไม่เกิน ๒ ครั้งๆ ละไม่เกิน ๑๕ วันทำการ แต่ต้องบันทึกเหตุผลการขยายระยะเวลาแต่ละครั้งไว้ในสำนวนการสอบสวนด้วย

๑๑.๖ เมื่อได้ดำเนินการเสร็จสิ้นตามข้อ ๑๑.๒ หรือข้อ ๑๑.๕ แล้วแต่กรณี ให้นำเสนอคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคพิจารณาโดยเร็ว

๑๑.๗ กรณีคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีมติให้การรับรองสมาคมให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเสนอ “แบบหนังสือรับรองให้สมาคมที่มีสิทธิและอำนาจฟ้องคดีเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค” (แบบ ส.ค.บ. ๒) ให้ประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อลงนามภายใน ๗ วันทำการ นับแต่วันที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีมติ และให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคส่งเรื่องไปลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาพร้อมกับส่งหนังสือรับรองดังกล่าวให้แก่สมาคมภายใน ๑๕ วันทำการ นับแต่วันที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีมติ

๑๑.๘ กรณีคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีมติไม่ให้การรับรองให้แจ้งสมาคมทราบภายใน ๑๕ วันทำการ นับแต่วันที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีมติ

การดำเนินการตามมติคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ กรณีที่มีมติให้เปรียบเทียบผู้กระทำความผิด

๑๒.๑ เมื่อคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีมติให้เปรียบเทียบความผิดหรือผู้ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคให้มีอำนาจเปรียบเทียบความผิดเห็นสมควรดำเนินการเปรียบเทียบความผิดบุคคลและหรือนิติบุคคลผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบประมวลเรื่องและจัดส่งสำนวนเรื่องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินคดี เพื่อดำเนินการเปรียบเทียบความผิดภายใน ๑ วันทำการ นับแต่วันที่รับทราบผลการพิจารณาของคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคหรือผู้ได้รับมอบหมายแล้วแต่กรณี

๑๒.๒ ให้ผู้อำนวยการหน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินคดีสั่งการให้ผู้ประสานคดีดำเนินการตรวจสอบสำนวนเรื่องและเอกสารที่เกียวข้องและนำเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาลงนามในหนังสือแจ้งให้ผู้กระทำความผิดชำระค่าปรับตามที่เปรียบเทียบภายใน ๓ วันทำการ นับแต่วันที่ได้รับสำนวนเรื่อง

๑๒.๓ หนังสือแจ้งให้ผู้กระทำความผิดมาชำระค่าปรับตามมติคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค โดยกำหนดเวลาให้ผู้กระทำความผิดไปชำระค่าปรับภายใน ๗ วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง

๑๒.๔ เมื่อผู้กระทำความผิดได้มายินยอมชำระค่าปรับ ให้ผู้ประสานคดีแจ้งให้ผู้กระทำผิดกรอกรายละเอียดรับทราบข้อกล่าวหาตามแบบ คคบ. ๑ คคบ. ๒, คคบ. ๓ และ คคบ. ๔ เสร็จแล้วตรวจสอบหลักฐานพร้อมนำเสนอผู้กล่าวหาและผู้มีอำนาจเปรียบเทียบความผิดนำผู้กระทำความผิดไปชำระเงินต่อเจ้าหน้าที่การเงินเก็บหลักฐานพร้อมสำเนาใบเสร็จรับเงินรวมไว้ในสำนวนเรื่อง ทั้งนี้ ให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน ๑ วันทำการ

๑๒.๕ ภายหลังล่วงเลยกำหนดระยะเวลาตามข้อ ๑๒.๓ และมีพยานหลักฐานว่าผู้กระทำความผิดได้รับหนังสือแจ้งแล้วไม่ยินยอมให้เปรียบเทียบความผิด ให้ผู้ประสานคดีสรุปเรื่องเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณามอบหมายให้ไปร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนหรือส่งสำนวนเรื่องให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคดำเนินคดีภายใน ๓ วันทำการ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ กรณีที่มีมติให้ดำเนินคดีเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคตามมาตรา ๓๙ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒

๑๓.๑ เมื่อได้รับสำนวนเรื่องการดำเนินคดีจากหน่วยงานเจ้าของเรื่องให้ผู้อำนวยการหน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินคดีมอบหมายผู้ประสานคดีตรวจสอบสำนวนเอกสารการดำเนินคดี สรุปข้อเท็จจริง จัดทำตารางรายละเอียดของผู้บริโภคให้แล้วเสร็จภายใน ๑๐ วันทำการ นับแต่วันที่ได้รับสำนวนเรื่อง

๑๓.๒ กรณีจำเป็นต้องบอกเลิกสัญญาหรือบอกกล่าวหรือแจ้งให้ผู้ประกอบธุรกิจที่ถูกดำเนินคดีปฏิบัติตามกฎหมาย ให้จัดทำหนังสือบอกเลิกสัญญาหรือบอกกล่าวทวงถาม หรือหนังสือแจ้งให้ผู้ประกอบธุรกิจปฏิบัติภายในกำหนด ๑๕ วัน เว้นแต่กรณีที่กฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

๑๓.๓ ภายหลังล่วงเลยกำหนดระยะเวลาตามข้อ ๑๓.๒ และมีพยานหลักฐานว่าผู้ประกอบธุรกิจได้รับหนังสือแจ้งแล้วไม่ปฏิบัติตาม ให้ผู้ประสานคดีนำเรื่องเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาลงนามจัดส่งสำนวนเรื่องให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคพิจารณาดำเนินคดีตามมติคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ภายใน ๕ วันทำการ

๑๓.๔ การดำเนินคดีตามมติคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคให้ผู้ประสานคดีติดตามคดีและประสานงานกับเจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคทุกๆ ๓ เดือน และต้องรายงานผลการดำเนินคดีให้ผู้บังคับบัญชาและประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคทราบทุก ๓๐ วันทำการ

๑๓.๕ ภายหลังการดำเนินคดีและศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ผู้ประกอบธุรกิจแพ้คดี ให้ผู้ประสานคดีแจ้งผลการดำเนินคดีให้กับผู้บริโภคทราบและหากมีความจำเป็นต้องดำเนินการบังคับคดีตามกฎหมายให้ผู้ประสานคดีดำเนินการเชิญผู้บริโภคในคดีมาประชุมชี้แจงและดำเนินการเกี่ยวกับการบังคับคดีภายใน ๙๐ วันทำการ นับแต่วันที่ได้รับหมายบังคับคดีของศาล

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ กรณีผู้ประกอบธุรกิจที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีมติให้ดำเนินคดีถูกศาลพิพากษาให้ฟื้นฟูกิจการ พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด หรือล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบหรือผู้ประสานคดีมีหนังสือแจ้งให้ผู้บริโภคที่ร้องเรียนไปยื่นขอรับชำระหนี้ภายในระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ในกรณีที่มีความจำเป็นซึ่งจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ไม่ได้ ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบหรือผู้ประสานคดีรายงานเหตุที่ดำเนินการไม่แล้วเสร็จเพื่อขยายระยะเวลาต่อผู้บังคับบัญชาก่อนวันที่ครบกำหนดเวลาดังกล่าว

ประกาศ ณ วันที่ ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๗

พลเอก ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา

รองนายกรัฐมนตรี

ประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

มยุรี/พิมพ์

๑๖ สิงหาคม ๒๕๔๗

อมราลักษณ์/ศุภสรณ์/ตรวจ

๒๖ สิงหาคม ๒๕๔๗

A+B

[๑] รก.๒๕๔๗/พ๕๘ง/๖๓/๒๔ พฤษภาคม ๒๕๔๗

15 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ว่าด้วยการปฏิบัติราชการเพื่อประชาชนของสำนักงานคณะกรรมการ คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2547 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_00786d681185f443

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com