ข้อ ๑ รถยนต์นั่งกึ่งบรรทุก (Pick - up Passenger
Vehicle : PPV) ที่มีความจุของกระบอกสูบ ไม่เกิน
๓,๒๕๐
ลูกบาศก์เซนติเมตร ใน (ก) และ (ข) ของ (๒) ของประเภทที่ ๐๖.๐๑
ในบัญชีท้ายกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ ต้องมีคุณลักษณะและเป็นไปตามหลักเกณฑ์
เงื่อนไขดังนี้
๑.๑
รถยนต์นั่งกึ่งบรรทุก (Pick - up
Passenger Vehicle
: PPV)
หมายถึง รถยนต์นั่ง
ที่สร้างบนโครงสร้างของรถยนต์กระบะ ที่มีคุณลักษณะครบถ้วนทุกข้อ ดังต่อไปนี้
๑.๑.๑ ตัวถังวางบนโครงสร้าง (Frame
Construction)
แบบแชสซีส์ของรถยนต์กระบะที่ออกแบบสำหรับให้มีน้ำหนักรถไม่น้อยกว่า ๑,๒๐๐
กิโลกรัม มีน้ำหนักบรรทุกไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐ กิโลกรัม
และมีน้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๔,๐๐๐ กิโลกรัมซึ่งเป็นแบบเดียวกับรุ่นที่มีการผลิตในประเทศ
มีการจำหน่ายเป็นการทั่วไปหรือส่งออกเป็นปกติวิสัยและจดทะเบียนเป็นรถยนต์กระบะบรรทุกตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์
๑.๑.๒
ระยะห่างระหว่างจุดกึ่งกลางล้อหน้า กับจุดกึ่งกลางล้อหลังทั้งข้างซ้าย และข้างขวา
(Wheelbase)
ต้องไม่เปลี่ยนแปลงไปจากรหัสรุ่นรถยนต์ (Model Code)และแบบแชสซีส์ (Chassis
Model)
ของรถยนต์กระบะแบบเดียวกับรุ่นรถยนต์นั้น
๑.๑.๓
ระยะห่างระหว่างจุดกึ่งกลางล้อหน้า กับจุดกึ่งกลางล้อหลังทั้งข้างซ้าย และข้างขวา
(Wheelbase)
ต้องไม่น้อยกว่า ๒,๗๕๐
มิลลิเมตร
๑.๑.๔ ต้องไม่มีกระบะ
หรือส่วนท้ายยื่นออกมาเหมือนรถยนต์นั่งแบบเก๋ง
๑.๑.๕ ต้องไม่ใช่รถยนต์กระบะดัดแปลง
๑.๒
ผู้มีหน้าที่เสียภาษีจะต้องยื่นเอกสารแสดงปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)
เพื่อใช้ในการกำหนดอัตราภาษีที่จะต้องเสียดังนี้
๑.๒.๑ กรณีผลิตในราชอาณาจักร
ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษียื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ ตามมาตรฐานสากล (ECO
Sticker)
และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)
และอัตราการใช้พลังงาน ต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิต ณ
สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่
ก่อนนำรถยนต์ออกจากโรงอุตสาหกรรม หากอยู่ในระหว่างการยื่นขอเอกสารดังกล่าว
ให้ยื่นเอกสารที่ระบุข้อมูลรถยนต์ ตามมาตรฐานสากลเบื้องต้น (ECO
Sticker
เบื้องต้น) แทน หลังจากนั้นให้ยื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล (ECO
Sticker)
และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)
และอัตราการใช้พลังงานต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิต ณ
สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่ ภายในระยะเวลา ๔๕ วัน
นับแต่วันที่นำรถยนต์ออกจากโรงอุตสาหกรรม
๑.๒.๒ กรณีผลิตในเขตปลอดอากร
คลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทโรงผลิตสินค้าตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร
หรือเขตประกอบการเสรี
ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษียื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล (ECO
Sticker)
และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)
และอัตราการใช้พลังงาน ต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ
สำนักงานศุลกากรที่มีการตรวจปล่อยตั้งอยู่
และชำระภาษีก่อนการตรวจปล่อยพ้นจากอารักขาศุลกากร
หากอยู่ในระหว่างการยื่นขอเอกสารดังกล่าวให้ยื่นเอกสารที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากลเบื้องต้น
(ECO
Sticker
เบื้องต้น) แทน หลังจากนั้นให้ยื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล (ECO
Sticker)
และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)
และอัตราการใช้พลังงาน ต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ
สำนักงานศุลกากรที่มีการตรวจปล่อยตั้งอยู่ ภายในระยะเวลา ๔๕ วัน
นับแต่วันที่ตรวจปล่อยพ้นจากอารักขาศุลกากร
๑.๒.๓
กรณีรถยนต์ใหม่สำเร็จรูปที่นำเข้าจากต่างประเทศ
ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษียื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล (ECO
Sticker)
และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)
และอัตราการใช้พลังงาน ต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ
สำนักงานศุลกากรที่มีการตรวจปล่อยตั้งอยู่
และชำระภาษีก่อนการตรวจปล่อยพ้นจากอารักขาศุลกากร
หากอยู่ในระหว่างการยื่นขอเอกสารดังกล่าว
ให้ยื่นเอกสารที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากลเบื้องต้น (ECO
Sticker
เบื้องต้น) แทน หลังจากนั้นให้ยื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล (ECO
Sticker)
และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)
และอัตราการใช้พลังงานต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ สำนักงานศุลกากร
ที่มีการตรวจปล่อยตั้งอยู่ ภายในระยะเวลา ๔๕
วันนับแต่วันที่ตรวจปล่อยพ้นจากอารักขาศุลกากร
กรณีเป็นรถยนต์ที่มียี่ห้อ รุ่น แบบ และ
Model
Code
เดียวกันกับรถยนต์ที่เคยได้รับการตรวจวัดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)
ที่ระบุในเว็บไซต์ www.car.go.th
ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีแสดงปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)
ของรถยนต์ที่เคยได้รับการตรวจวัดตามที่ระบุไว้ดังกล่าว
เพื่อใช้ในการกำหนดอัตราภาษีก็ได้
หากไม่มีเอกสารตามวรรคหนึ่ง
และไม่ใช่กรณีตามวรรคสอง
ผู้มีหน้าที่เสียภาษีจะยื่นหนังสือรับรองหรือเอกสารแสดงปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
(CO2)
จากผู้ผลิตของประเทศที่เป็นแหล่งกำเนิด ผลิต หรือประกอบ ที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมหรือหน่วยงานที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมมอบหมายรับรองเพื่อใช้ในการกำหนดอัตราภาษีก็ได้
หากไม่มีเอกสารตามวรรคหนึ่ง
และไม่ใช่กรณีตามวรรคสอง และวรรคสาม
หรือผู้มีหน้าที่เสียภาษีไม่ประสงค์จะยื่นเอกสารตามวรรคหนึ่ง วรรคสอง หรือวรรคสาม
ให้ยื่นเอกสารที่แสดงปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)
ที่วัดได้ตามหลักเกณฑ์ที่ระบุในข้อกำหนด UN Reg.101 Rev.2
หรือระดับที่สูงกว่า โดยอ้างอิงแหล่งข้อมูลอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(๑)
คู่มือผู้ใช้รถยนต์ของรถยนต์รุ่นนั้น ๆ จากผู้ผลิต
(๒)
ข้อมูลจากเว็บไซต์ของผู้ผลิตหรือสถาบันทดสอบยานยนต์ที่ได้รับการรับรองจากหน่วยรับรอง
(ECE
101
Type
Approval
Authority)
(๓)
หนังสือรับรองจากผู้ผลิต
พร้อมกับชำระค่าภาษีและวางประกันเพิ่มเติมจนเต็มจำนวนตามอัตราภาษีที่กำหนดในบัญชีท้ายกฎกระทรวง
กำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐
เพื่อนำรถยนต์ไปตรวจวัดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)
เมื่อได้รับป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล (ECO
Sticker)
และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)
และอัตราการใช้พลังงานแล้วให้ยื่นเอกสารดังกล่าวเพื่อพิจารณากำหนดอัตราภาษี
และดำเนินการผลักเงินประกันหรือขอคืนหลักประกันต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ
สำนักงานศุลกากรที่มีการตรวจปล่อยตั้งอยู่ภายในระยะเวลา ๑๒๐
วันนับแต่วันที่ตรวจปล่อยพ้นจากอารักขาศุลกากร
๑.๒.๔ รถยนต์ใช้แล้วที่นำเข้าจากต่างประเทศ
ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีแสดงปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
(CO2) ตามที่ปรากฏในคู่มือผู้ใช้รถยนต์ของรถยนต์รุ่นนั้น
ๆ จากผู้ผลิต หรือจากเว็บไซต์ของผู้ผลิต หรือหนังสือรับรองจากผู้ผลิต
พร้อมกับชำระค่าภาษีและวางประกันเพิ่มเติมจนเต็มจำนวนตามอัตราภาษีที่กำหนดในบัญชีท้ายกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต
พ.ศ. ๒๕๖๐ เพื่อนำรถยนต์ไปตรวจวัดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)
โดยผู้ตรวจสอบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา ๕
แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๑๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
และให้ยื่นเอกสารการรับรองผลการทดสอบดังกล่าวเพื่อพิจารณากำหนดอัตราภาษี
และดำเนินการผลักเงินประกันหรือขอคืนหลักประกันต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ
สำนักงานศุลกากร ที่มีการตรวจปล่อยตั้งอยู่ภายในระยะเวลา ๑๒๐
วันนับแต่วันที่ตรวจปล่อยพ้นจากอารักขาศุลกากร
๑.๒.๕ กรณีผู้มีหน้าที่เสียภาษีตามมาตรา ๒๒
หรือมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐
ให้ยื่นเอกสารการรับรองผลการทดสอบจากผู้ตรวจสอบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา
๕ แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๑๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิต ณ
สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีอยู่ในเขตท้องที่นั้นพร้อมกับการยื่นแบบรายการภาษีและชำระภาษีภายใน
๓๐ วันนับแต่วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น
๑.๒.๖
ในกรณีมีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเป็นจนไม่สามารถยื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล
(ECO
Sticker)
และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)
และอัตราการใช้พลังงาน หรือยื่นเอกสารการรับรองผลการทดสอบ
ตามระยะเวลาที่กำหนดให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษียื่นคำขอขยายระยะเวลาการยื่นป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล
(ECO
Sticker)
และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)
และอัตราการใช้พลังงานหรือยื่นเอกสารการรับรองผลการทดสอบ ณ
สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมหรือสำนักงานศุลกากรที่มีการตรวจปล่อยตั้งอยู่
แล้วแต่กรณี ก่อนวันครบกำหนด โดยให้สรรพสามิตพื้นที่มีอำนาจในการขยายระยะเวลาดังนี้
(๑)
กรณีขยายระยะเวลาการยื่น ป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล (ECO
Sticker)
และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)
และอัตราการใช้พลังงาน ต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิตหรือเจ้าหน้าที่ศุลกากร
เมื่อรวมกับจำนวนวันที่กำหนดตามข้อ ๑.๒.๑ ข้อ ๑.๒.๒ หรือข้อ ๑.๒.๓
วรรคหนึ่ง แล้วแต่กรณี แล้วจะต้องไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒)
กรณีขยายระยะเวลาการยื่น ป้ายที่ระบุข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล (ECO
Sticker)
และใบแจ้งอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)
และอัตราการใช้พลังงานหรือเอกสารการรับรองผลการทดสอบเพื่อพิจารณากำหนดอัตราภาษี
และดำเนินการผลักเงินประกันหรือขอคืนหลักประกัน ต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร
เมื่อรวมกับจำนวนวันที่กำหนดตามข้อ ๑.๒.๓ วรรคสี่ หรือข้อ ๑.๒.๔
แล้วแต่กรณี แล้วจะต้องไม่เกิน ๒๔๐ วัน