法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เรื่อง การแบ่งส่วนราชการภายใน และกำหนดอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2553

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
13
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ประกาศคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

เรื่อง การแบ่งส่วนราชการภายใน และกำหนดอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการ

ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

พ.ศ. ๒๕๕๓

โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๕๖ วรรคหก และมาตรา ๒๕๗ บัญญัติให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง และฟ้องคดีต่อศาลยุติธรรมแทนผู้เสียหายเสนอแนะนโยบายและข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหมาย และกฎ ต่อรัฐสภาหรือคณะรัฐมนตรี ส่งเสริมการศึกษาวิจัย ส่งเสริมความร่วมมือและประสานงานระหว่างหน่วยราชการ องค์การเอกชน และองค์การอื่นในด้านสิทธิมนุษยชน และจัดทำรายงานประจำปี เพื่อประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนภายในประเทศ โดยได้บัญญัติให้มีสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นหน่วยงานอิสระในการบริหารงานบุคคล การงบประมาณ และการดำเนินการอื่น ประกอบกับพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๘ บัญญัติให้สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับกิจการทั่วไปของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และให้มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ รับคำร้อง สืบสวนสอบสวน หรือตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนตามที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมอบหมาย ศึกษาเผยแพร่ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชน ประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗ วรรคสองและวรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบปฏิบัติราชการฝ่ายรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดระเบียบปฏิบัติราชการฝ่ายรัฐสภา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ ประกอบกับมาตรา ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในการประชุมครั้งที่ ๘/๒๕๕๓ เมื่อวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๓ จึงออกประกาศแบ่งส่วนราชการภายในและกำหนดอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ดังนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เรื่อง การแบ่งส่วนราชการภายใน และกำหนดอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๓”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกประกาศคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เรื่อง การแบ่งส่วนราชการภายในและกำหนดอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๘ ลงวันที่ ๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๘

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้แบ่งส่วนราชการในสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติดังต่อไปนี้ โดยให้ขึ้นตรงต่อเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(๑) สำนักบริหารกลาง

(๒) สำนักคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

(๓) สำนักวินิจฉัยและคดี

(๔) สำนักวิจัยและวิชาการ

(๕) สำนักส่งเสริมและประสานงานเครือข่าย

(๖) สำนักสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ

(๗) กลุ่มงานอำนวยการกิจการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(๘) กลุ่มงานตรวจสอบภายใน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ สำนักบริหารกลาง มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(๑) ดำเนินการเกี่ยวกับงานสารบรรณ งานบริหารทั่วไป งานอาคารสถานที่และยานพาหนะ งานพิธีการ งานรักษาความปลอดภัย งานช่วยอำนวยการ และปฏิบัติงานในฐานะฝ่ายเลขานุการของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(๒) ดำเนินการเกี่ยวกับงานเลขานุการของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (ก.ส.) ในฐานะองค์กรกลางการบริหารงานบุคคล

(๓) สนับสนุนการดำเนินงานของกลุ่มงานอำนวยการกิจการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(๔) จัดระบบงานและบริหารงานทรัพยากรบุคคล รวมทั้งการเสริมสร้างวินัย และระบบคุณธรรม

(๕) จัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(๖) จัดทำแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการประจำปี ประสานนโยบายและแผนไปสู่การปฏิบัติ รวมทั้งเร่งรัด ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตามแผน

(๗) บริหารงบประมาณและแผนการเงิน ดำเนินการเกี่ยวกับการเงิน การบัญชี การงบประมาณและการพัสดุ

(๘) เสนอความเห็นด้านกฎหมายเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในเรื่องและปัญหาต่าง ๆ เกี่ยวกับกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศและคำสั่งในการปฏิบัติหน้าที่

(๙) ดำเนินการเกี่ยวกับงานนิติกรรมสัญญา

(๑๐) ดำเนินการจัดทำร่างกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศและคำสั่งของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(๑๑) ปฏิบัติงานที่มิได้กำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการใดของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(๑๒) ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือตามที่ได้รับมอบหมาย

ให้สำนักบริหารกลาง แบ่งออกเป็น ๕ กลุ่มงาน ดังนี้

(๑) กลุ่มงานบริหารทั่วไป มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(ก) ดำเนินการเกี่ยวกับงานสารบรรณ งานบริหารทั่วไป และงานช่วยอำนวยการ

(ข) ปฏิบัติงานในฐานะฝ่ายเลขานุการของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และติดตามการดำเนินการตามนโยบาย คำสั่ง หรือมติของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และรายงานความก้าวหน้า พร้อมทั้งจัดทำรายงานผลการดำเนินงาน

(ค) สนับสนุนการดำเนินงานของกลุ่มงานอำนวยการกิจการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(ง) สนับสนุนการดำเนินงานพระราชพิธี รัฐพิธี ศาสนพิธี และพิธีการต่าง ๆ

(จ) ควบคุม ตรวจสอบและดูแลรักษาอาคารสถานที่ ยานพาหนะ ระบบสาธารณูปโภคและรักษาความปลอดภัย

(ฉ) ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือตามที่ได้รับมอบหมาย

(๒) กลุ่มงานบริหารงานทรัพยากรบุคคล มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(ก) ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดระบบงานและบริหารงานทรัพยากรบุคคล รวมทั้งการเสริมสร้างวินัย และระบบคุณธรรม

(ข) จัดทำแผนพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ จัดการฝึกอบรม พัฒนาศักยภาพบุคลากร จัดทำหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน รวมถึงติดตามและประเมินผล

(ค) ดำเนินการเกี่ยวกับงานเลขานุการของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในฐานะองค์กรกลางการบริหารงานบุคคล (ก.ส.)

(ง) จัดทำโครงสร้าง อัตรากำลัง และมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง

(จ) ดำเนินการเกี่ยวกับการสรรหา บรรจุแต่งตั้ง งานวินัยและจริยธรรม และงานทะเบียนประวัติ

(ฉ) จัดทำบัญชีถือจ่ายเงินเดือนและค่าจ้างของข้าราชการและพนักงาน

(ช) ดำเนินการเกี่ยวกับการประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัติงาน เพื่อเลื่อนขั้นเงินเดือน และการจ่ายเงินรางวัลประจำปี

(ซ) ดำเนินการสอบแข่งขันหรือประเมินสมรรถภาพข้าราชการเพื่อเลื่อนตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้น

(ฌ) ดำเนินการเกี่ยวกับงานบำเหน็จบำนาญ งานกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) และงานประกันสังคม

(ญ) จัดระบบงานและบริหารงานด้านสวัสดิการ

(ฎ) ดำเนินการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

(ฏ) ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือตามที่ได้รับมอบหมาย

(๓) กลุ่มงานคลังและพัสดุ มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(ก) ควบคุม กำกับ ตรวจสอบ และจัดระบบงานการเงิน ทั้งเงินงบประมาณและเงินนอกงบประมาณ การบัญชีและการพัสดุ

(ข) ดำเนินการรับ - เบิกจ่าย และนำส่งเงินทุกประเภท

(ค) ดำเนินการจัดทำบัญชี และทะเบียนคุมที่เกี่ยวข้อง

(ง) จัดทำแผนเบิกจ่ายเงินงบประมาณจากกระทรวงการคลัง

(จ) ดำเนินการขออนุมัติเงินประจำงวดและเปลี่ยนแปลงเงินงบประมาณ รวมทั้งควบคุมและรายงานการใช้จ่ายงบประมาณ

(ฉ) จัดทำรายงานการเงิน การบัญชี และฐานะเงินงบประมาณ

(ช) ดำเนินการเก็บรักษาและควบคุมเงินคงเหลือ

(ซ) ดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารงานพัสดุ โดยวางแผนการจัดซื้อ จัดหา จัดจ้าง ดำเนินการทำสัญญาซื้อ สัญญาจ้าง รวมทั้งควบคุม เก็บรักษา เบิกจ่ายและจำหน่ายพัสดุ

(ฌ) ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือตามที่ได้รับมอบหมาย

(๔) กลุ่มงานนโยบายและยุทธศาสตร์ มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(ก) จัดทำนโยบาย ยุทธศาสตร์ เป้าหมายการดำเนินงาน กำหนดกรอบวงเงินงบประมาณ แผนงบประมาณ และแผนปฏิบัติการประจำปีของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(ข) ศึกษา วิเคราะห์ และดำเนินการเกี่ยวกับการวางระบบการจัดทำคำของบประมาณและจัดทำคำของบประมาณให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการประจำปีตลอดจนวิเคราะห์การใช้จ่ายเงินงบประมาณ

(ค) ควบคุม กำกับ ติดตาม และรายงานผลการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนการใช้จ่ายเงินงบประมาณ

(ง) ติดตาม วิเคราะห์ ประเมินผลและรายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายแผนปฏิบัติการประจำปี ตลอดจนการใช้จ่ายเงินงบประมาณ

(จ) วิเคราะห์และประเมินผลการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการประจำปี พร้อมทั้งเสนอความเห็นและข้อเสนอแนะเพื่อการปรับปรุงและพัฒนา

(ฉ) จัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยปฏิบัติงานในฐานะฝ่ายเลขานุการขององค์กรกลุ่มในการจัดทำรายงาน

(ช) ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือตามที่ได้รับมอบหมาย

(๕) กลุ่มงานนิติการ มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(ก) เสนอความเห็นด้านกฎหมายเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในเรื่องและปัญหาต่าง ๆ เกี่ยวกับกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศและคำสั่งในการปฏิบัติหน้าที่

(ข) รวบรวม ประมวลข้อมูล ศึกษา วิเคราะห์ และกลั่นกรองในเรื่องและปัญหาต่าง ๆ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาดำเนินการของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(ค) ดำเนินการเกี่ยวกับงานนิติกรรมสัญญา

(ง) ดำเนินการจัดทำร่างกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ และคำสั่งของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(จ) วิเคราะห์กฎหมาย ให้คำปรึกษา ความเห็นทางกฎหมาย ตีความ และวินิจฉัยข้อกฎหมาย

(ฉ) ให้คำปรึกษา คำแนะนำ ตอบข้อหารือทางกฎหมายแก่ส่วนราชการ หน่วยงานอื่น และประชาชน

(ช) จัดระบบงาน พร้อมสารบัญกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง และมติของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมปรับปรุงแก้ไขให้ทันสมัย

(ซ) ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ สำนักคุ้มครองสิทธิมนุษยชน มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(๑) จัดระบบงานและดำเนินการเกี่ยวกับการรับเรื่องร้องเรียนการละเมิดสิทธิมนุษยชน

(๒) ดำเนินการเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนเบื้องต้น ระหว่างคู่กรณีที่เป็นบุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

(๓) ประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนเพื่อให้การคุ้มครองและช่วยเหลือแก่ผู้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ผู้พิทักษ์สิทธิมนุษยชน พยานบุคคล และผู้ที่ได้รับผลกระทบ

(๔) สืบสวน สอบสวนและตรวจสอบ เพื่อหาข้อมูล ข้อเท็จจริงและหลักฐานเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียน และเสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(๕) ดำเนินการตามมติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในการส่งเรื่องต่อไปให้บุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนและติดตามผล

(๖) ดำเนินการตรวจสอบการกระทำหรือการละเลยการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน หรืออันไม่เป็นไปตามพันธกรณีระหว่างประเทศเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน ตามที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมอบหมาย

(๗) ดำเนินการเกี่ยวกับการไกล่เกลี่ยเพื่อประนีประนอมและระงับข้อพิพาท พร้อมทั้งจัดทำข้อตกลงระหว่างคู่กรณี

(๘) สืบสวน สอบสวนเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริง รวบรวมพยานหลักฐานและรับฟังคำชี้แจงของผู้ที่เกี่ยวข้องประกอบข้อกฎหมายเพื่อวิเคราะห์ประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ร้องเรียน พร้อมทั้งจัดทำสำนวน ความเห็น และมาตรการการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือแนวทางการแก้ไขการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(๙) จัดทำรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนตามมติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และแจ้งมาตรการการแก้ไข หรือแนวทางการแก้ไขตามรายงานผลการตรวจสอบไปยังบุคคลหรือหน่วยงานที่กระทำหรือละเลยกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม พร้อมแจ้งผู้ร้องเรียนหรือผู้ทำการแทนทราบ

(๑๐) เร่งรัด ติดตาม และตรวจสอบผลการดำเนินการตามมาตรการการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือแนวทางการแก้ไขการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมของบุคคลหรือหน่วยงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์

(๑๑) จัดทำความเห็นและข้อเสนอ กรณีบุคคลหรือหน่วยงานไม่ดำเนินการตามมาตรการการแก้ไขโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เสนอคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเพื่อพิจารณาเห็นชอบให้รายงานต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อสั่งการต่อไป

(๑๒) จัดทำความเห็นและข้อเสนอ กรณีนายกรัฐมนตรีไม่ดำเนินการหรือสั่งการให้ดำเนินการตามมาตรการการแก้ไข เสนอคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพิจารณาเห็นชอบให้รายงานต่อรัฐสภาเพื่อดำเนินการต่อไป

(๑๓) ดำเนินการเผยแพร่ กรณีที่ไม่มีการดำเนินการตามมาตรการการแก้ไขให้สาธารณชนทราบตามมติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(๑๔) พัฒนาระบบ รูปแบบ หลักเกณฑ์และวิธีการในการดำเนินงานด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

(๑๕) จัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ทั้งเรื่องที่อยู่ระหว่างดำเนินการและที่ได้ดำเนินการแล้วเสร็จ

(๑๖) ปฏิบัติงานในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ด้านการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน

(๑๗) ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือตามที่ได้รับมอบหมาย

ให้สำนักคุ้มครองสิทธิมนุษยชน แบ่งออกเป็น ๑ ฝ่าย ๕ กลุ่มงาน ดังนี้

(๑) ฝ่ายช่วยอำนวยการ มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(ก) งานสารบรรณ กลั่นกรองเรื่อง งานช่วยอำนวยการ ร่างหนังสือโต้ตอบ ย่อเรื่อง ตรวจทานหนังสือ งานระเบียบแบบแผน ช่วยวางแผนและติดตามงาน ติดต่อนัดหมาย

(ข) ดำเนินการเกี่ยวกับพัสดุ ครุภัณฑ์ เก็บรักษาเอกสาร งานรวบรวม ประมวลข้อมูลสถิติในเรื่องต่าง ๆ

(ค) กำหนดวาระการประชุม รวมทั้งจัดเตรียมการประชุมและจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้อง จัดทำบันทึกรายงานการประชุมและรายงานอื่น ๆ ติดตามผลการดำเนินงานตามมติที่ประชุม

(ง) ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือตามที่ได้รับมอบหมาย

(๒) กลุ่มงานประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(ก) จัดระบบงานและดำเนินการเกี่ยวกับการรับเรื่องร้องเรียนการละเมิดสิทธิมนุษยชน

(ข) ดำเนินการเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนเบื้องต้น ระหว่างคู่กรณีที่เป็นบุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

(ค) ดำเนินการแจ้งผู้ร้องเรียนหรือผู้ทำการแทนภายในสามวัน นับแต่วันที่ได้รับคำร้อง

(ง) ประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนเพื่อให้การคุ้มครองและช่วยเหลือแก่ผู้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ผู้พิทักษ์สิทธิมนุษยชน พยานบุคคล และผู้ที่ได้รับผลกระทบ

(จ) สืบสวน สอบสวน และตรวจสอบเพื่อหาข้อมูล ข้อเท็จจริงและหลักฐานเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียน และเสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(ฉ) ดำเนินการตามมติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในการส่งเรื่องต่อไปให้บุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนและติดตามผล

(ช) ดำเนินการแจ้งผู้ร้องเรียนหรือผู้ทำการแทนทราบ ในกรณีที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไม่รับเรื่องร้องเรียนไว้พิจารณาโดยไม่ชักช้า

(ซ) จัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ทั้งเรื่องที่อยู่ระหว่างดำเนินการและที่ดำเนินการแล้วเสร็จ

(ฌ) พัฒนาระบบ รูปแบบ หลักเกณฑ์และวิธีการในการดำเนินงานด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

(ญ) จัดระบบงานทะเบียน และจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนเพื่อประโยชน์ในการศึกษา วิเคราะห์ และค้นคว้า

(ฎ) ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือตามที่ได้รับมอบหมาย

(๓) กลุ่มงานตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ๑ - ๔ มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(ก) ดำเนินการตรวจสอบการกระทำหรือการละเลยการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน หรืออันไม่เป็นไปตามพันธกรณีระหว่างประเทศเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนตามที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมอบหมาย

(ข) ดำเนินการเกี่ยวกับการไกล่เกลี่ยเพื่อให้คู่กรณีทำความตกลงในการประนีประนอมและระงับข้อพิพาท แก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือแก้ไขการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม พร้อมจัดทำข้อตกลงระหว่างคู่กรณี

(ค) สืบสวน สอบสวนเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริง รวบรวมพยานหลักฐานและรับฟังคำชี้แจงของผู้ที่เกี่ยวข้อง ประกอบข้อกฎหมายเพื่อวิเคราะห์ประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ร้องเรียนพร้อมทั้งจัดทำสำนวน ความเห็น และมาตรการการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือแนวทางการแก้ไขการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(ง) จัดทำรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนตามมติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และแจ้งมาตรการการแก้ไข หรือแนวทางการแก้ไขตามรายงานผลการตรวจสอบไปยังบุคคลหรือหน่วยงานที่กระทำหรือละเลยการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม พร้อมแจ้งผู้ร้องเรียนหรือผู้ทำการแทนทราบ

(จ) เร่งรัด ติดตาม และตรวจสอบผลการดำเนินการตามมาตรการการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือแนวทางการแก้ไขการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมของบุคคลหรือหน่วยงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์

(ฉ) จัดทำความเห็นและข้อเสนอ กรณีบุคคลหรือหน่วยงานไม่ดำเนินการตามมาตรการการแก้ไขโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เสนอคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเพื่อพิจารณาเห็นชอบให้รายงานต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อสั่งการต่อไป

(ช) จัดทำความเห็นและข้อเสนอ กรณีนายกรัฐมนตรีไม่ดำเนินการหรือสั่งการให้ดำเนินการตามมาตรการการแก้ไข เสนอคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเพื่อพิจารณาเห็นชอบให้รายงานต่อรัฐสภาเพื่อดำเนินการต่อไป

(ซ) จัดทำข้อมูล กรณีที่ไม่มีการดำเนินการตามมาตรการการแก้ไขการละเมิดสิทธิมนุษยชน เพื่อเผยแพร่ให้สาธารณชนทราบตามมติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(ฌ) ปฏิบัติงานในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ด้านการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน

(ญ) ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ สำนักวินิจฉัยและคดี มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(๑) จัดระบบงานและดำเนินการเกี่ยวกับการรับคำร้องจากผู้ร้องเรียนหรือผู้เสียหาย กรณีบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดกระทบต่อสิทธิมนุษยชนและมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ กรณีกฎ คำสั่ง หรือการกระทำอื่นใดในทางปกครองกระทบต่อสิทธิมนุษยชนและมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือกรณีการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็นส่วนรวม เพื่อเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง หรือฟ้องคดีต่อศาลยุติธรรมแทนผู้เสียหาย แล้วแต่กรณี

(๒) ตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเกี่ยวกับคำร้องของผู้ร้องเรียน หรือคำขอของผู้เสียหายเพื่อวินิจฉัยเงื่อนไขการฟ้องคดีและมูลคดี แล้วเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเพื่อประกอบการพิจารณารับเรื่องไว้เสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครองหรือฟ้องคดีต่อศาลยุติธรรมแทนผู้เสียหาย

(๓) สืบสวน สอบสวน รวบรวม และประมวลข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน ประกอบข้อกฎหมายเพื่อวินิจฉัยและจัดทำสำนวน พร้อมความเห็นเสนอต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเพื่อพิจารณาเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง หรือฟ้องคดีต่อศาลยุติธรรมแทนผู้เสียหาย

(๔) จัดทำสำนวนพร้อมด้วยความเห็นเพื่อเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง หรือฟ้องคดีต่อศาลยุติธรรมแทนผู้เสียหาย หรือประสานงานกับพนักงานอัยการหรือทนายความ แล้วแต่กรณี เพื่อดำเนินการแทน และวินิจฉัยดำเนินการเกี่ยวกับกระบวนการพิจารณาคดีจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

(๕) ดำเนินการเกี่ยวกับการไกล่เกลี่ยเพื่อประนีประนอมและระงับข้อพิพาทระหว่างคู่กรณีหรือคู่ความก่อนเสนอเรื่องต่อศาลปกครองหรือฟ้องคดีต่อศาลยุติธรรม ตามมติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมทั้งจัดทำข้อตกลงระหว่างคู่กรณีหรือคู่ความ

(๖) ประสานการดำเนินการเกี่ยวกับการบังคับคดีตามคำพิพากษา

(๗) ดำเนินการเกี่ยวกับคดีที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นคู่กรณีหรือคู่ความในคดีที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ เว้นแต่กรณีเป็นข้อพิพาทระหว่างบุคคลภายในหน่วยงาน

(๘) ดำเนินการเกี่ยวกับความช่วยเหลือและความร่วมมือทางวิชาการกับองค์การหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนางานคดีทั้งในและต่างประเทศ

(๙) ดำเนินการเกี่ยวกับการศึกษา ค้นคว้า จัดทำเอกสาร วารสาร บทความทางวิชาการซึ่งเกี่ยวข้องกับงานคดีและอื่น ๆ

(๑๐) ศึกษา วิเคราะห์เพื่อพัฒนาระบบ ระเบียบ หลักเกณฑ์ และมาตรฐานงานคดี รวมทั้งจัดทำแผนหลักและแผนพัฒนางานคดี

(๑๑) ปฏิบัติงานในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติด้านคดี

(๑๒) ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

ให้สำนักวินิจฉัยและคดี แบ่งออกเป็น ๑ ฝ่าย ๔ กลุ่มงาน ดังนี้

(๑) ฝ่ายช่วยอำนวยการ มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(ก) งานสารบรรณ กลั่นกรองเรื่อง งานช่วยอำนวยการ ร่างหนังสือโต้ตอบ ย่อเรื่อง ตรวจทานหนังสือ งานระเบียบแบบแผน ช่วยวางแผนและติดตามงาน ติดต่อนัดหมาย

(ข) ดำเนินการเกี่ยวกับพัสดุ ครุภัณฑ์ เก็บรักษาเอกสาร งานรวบรวม ประมวลข้อมูลสถิติในเรื่องต่าง ๆ

(ค) กำหนดวาระการประชุม จัดเตรียมการประชุมและจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้องจัดทำบันทึกรายงานการประชุมและรายงานอื่น ๆ ติดตามผลการดำเนินงานตามมติที่ประชุม

(ง) ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือตามที่ได้รับมอบหมาย

(๒) กลุ่มงานคดีรัฐธรรมนูญ มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(ก) ดำเนินการเกี่ยวกับการรับคำร้องจากผู้ร้องเรียนว่า บทบัญญัติแห่งกฎหมายใดกระทบต่อสิทธิมนุษยชนและมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

(ข) ตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเกี่ยวกับคำร้องของผู้ร้องเรียนเพื่อวินิจฉัยเงื่อนไขการฟ้องคดีและมูลคดี แล้วเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเพื่อประกอบการพิจารณารับเรื่องไว้เสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญ

(ค) สืบสวน สอบสวน รวบรวม และประมวลข้อเท็จจริง พยานหลักฐานประกอบข้อกฎหมายเพื่อวินิจฉัยและจัดทำสำนวน พร้อมความเห็นเสนอต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเพื่อพิจารณาเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ

(ง) จัดทำสำนวนพร้อมด้วยความเห็นเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญ และวินิจฉัยดำเนินการเกี่ยวกับกระบวนการพิจารณาคดีจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

(จ) ปฏิบัติงานในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติด้านคดีรัฐธรรมนูญ

(ฉ) ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือตามที่ได้รับมอบหมาย

(๓) กลุ่มงานคดีปกครอง มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(ก) ดำเนินการเกี่ยวกับการรับคำร้องจากผู้ร้องเรียนว่า กฎ คำสั่ง หรือการกระทำอื่นใดในทางปกครองกระทบต่อสิทธิมนุษยชนและมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย

(ข) ตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเกี่ยวกับคำร้องของผู้ร้องเรียนเพื่อวินิจฉัยเงื่อนไขการฟ้องคดีและมูลคดี แล้วเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเพื่อประกอบการพิจารณารับเรื่องไว้เสนอต่อศาลปกครอง

(ค) สืบสวน สอบสวน รวบรวมและประมวลข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน ประกอบข้อกฎหมายเพื่อวินิจฉัยและจัดทำสำนวน พร้อมความเห็นเสนอต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเพื่อพิจารณาเสนอเรื่องต่อศาลปกครอง

(ง) จัดทำสำนวนพร้อมด้วยความเห็นเสนอต่อศาลปกครอง หรือประสานงานกับพนักงานอัยการ หรือทนายความ แล้วแต่กรณี เพื่อดำเนินการแทน และวินิจฉัยดำเนินการเกี่ยวกับกระบวนการพิจารณาคดีจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

(จ) ดำเนินการเกี่ยวกับการไกล่เกลี่ยและระงับข้อพิพาทระหว่างคู่กรณีก่อนเสนอเรื่องต่อศาลปกครอง ตามมติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมทั้งจัดทำข้อตกลงระหว่างคู่กรณี

(ฉ) ดำเนินการเกี่ยวกับคดีที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นคู่กรณีในคดีที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่และอยู่ในเขตอำนาจของศาลปกครอง เว้นแต่เป็นกรณีข้อพิพาทระหว่างบุคคลภายในหน่วยงาน

(ช) ปฏิบัติงานในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ด้านคดีปกครอง

(ซ) ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือตามที่ได้รับมอบหมาย

(๔) กลุ่มงานคดียุติธรรม มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(ก) ดำเนินการเกี่ยวกับการรับคำขอจากผู้เสียหายที่ร้องขอให้แก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็นส่วนรวม

(ข) ตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเกี่ยวกับคำขอของผู้เสียหาย เพื่อวินิจฉัยเงื่อนไขการฟ้องคดีและมูลคดี แล้วเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเพื่อประกอบการพิจารณารับเรื่องไว้ฟ้องคดีต่อศาลยุติธรรมแทนผู้เสียหาย

(ค) สืบสวน สอบสวน รวบรวมและประมวลข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน ประกอบข้อกฎหมายเพื่อวินิจฉัยและจัดทำสำนวน พร้อมความเห็นเสนอต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเพื่อพิจารณาฟ้องคดีต่อศาลยุติธรรมแทนผู้เสียหาย

(ง) จัดทำสำนวนเพื่อฟ้องคดีต่อศาลยุติธรรมแทนผู้เสียหาย หรือประสานงานกับพนักงานอัยการหรือทนายความ แล้วแต่กรณี เพื่อดำเนินการแทน และวินิจฉัยดำเนินการเกี่ยวกับกระบวนการพิจารณาคดีจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

(จ) ดำเนินการเกี่ยวกับการไกล่เกลี่ยเพื่อประนีประนอมและระงับข้อพิพาทระหว่างคู่ความก่อนฟ้องคดีต่อศาลยุติธรรม ตามมติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมทั้งจัดทำข้อตกลงระหว่างคู่ความ

(ฉ) ดำเนินการเกี่ยวกับคดีที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นคู่ความในคดีที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่และอยู่ในเขตอำนาจของศาลยุติธรรม เว้นแต่กรณีเป็นข้อพิพาทระหว่างบุคคลภายในองค์กร

(ช) ปฏิบัติงานในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติด้านคดียุติธรรม

(ซ) ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือตามที่ได้รับมอบหมาย

(๕) กลุ่มงานประสานบังคับคดีและพัฒนางานคดี มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(ก) ประสานการดำเนินการเกี่ยวกับการบังคับคดีตามคำพิพากษา

(ข) ศึกษา และวิเคราะห์เพื่อพัฒนาระบบการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทและประนอมข้อพิพาท

(ค) ดำเนินการเกี่ยวกับความช่วยเหลือและความร่วมมือทางวิชาการกับองค์การ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนางานคดีทั้งในและต่างประเทศ

(ง) ดำเนินการเกี่ยวกับการศึกษา ค้นคว้า จัดทำเอกสาร วารสาร บทความทางวิชาการ ซึ่งเกี่ยวข้องกับงานคดีและอื่น ๆ

(จ) ดำเนินการเกี่ยวกับการศึกษา วิเคราะห์เพื่อพัฒนาระบบ ระเบียบ หลักเกณฑ์และมาตรฐานงานคดี รวมทั้งการจัดทำแผนหลักและแผนพัฒนางานคดี

(ฉ) จัดระบบงานและงานทะเบียนคดี รวบรวม ประมวลผล จัดเก็บสำนวนคดีและเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเก็บรักษา

(ช) ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ สำนักวิจัยและวิชาการ มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(๑) ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย เสนอแนะ และพัฒนาองค์ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนรวมทั้งกำหนดโจทย์การศึกษาวิจัยให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์และข้อเสนอแนะของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมจัดทำแผนงานการศึกษาวิจัยประจำปี ตลอดจนบริหารจัดการงานศึกษาวิจัยให้มีประสิทธิภาพ

(๒) ค้นคว้า รวบรวม ประมวลข้อมูล จัดหมวดหมู่สารสนเทศเป็นความรู้ และนำความรู้ที่ได้ไปสื่อสารด้วยกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันเพื่อให้เกิดองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์ในงานด้วยวิธีการและกลยุทธ์อันหลากหลาย

(๓) นำผลการศึกษาวิจัยไปขับเคลื่อนทางวิชาการและสังคม เพื่อให้เกิดการพัฒนาวัฒนธรรมและวิถีชีวิตสิทธิมนุษยชน รวมถึงจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย

(๔) จัดทำรายงานประจำปีเพื่อประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนภายในประเทศ

(๕) ติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการศึกษาวิจัยตามแผนงานการศึกษาวิจัยประจำปีและแผนงานโครงการประจำปี พร้อมจัดทำรายงานการศึกษาวิจัยและผลงานการศึกษาวิจัยประจำปี

(๖) ศึกษา ค้นคว้า และสังเคราะห์ในการริเริ่มเสนอนโยบาย มาตรการ กฎหมายและกลไกในการปกป้อง คุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่ควรมีขึ้นใหม่ หรือเสนอแนะให้มีการปรับปรุงแก้ไขเรื่องที่มีอยู่แล้วซึ่งขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน

(๗) รวบรวม ประมวลข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับงานสิทธิมนุษยชน ตำรา รายงาน การศึกษาวิจัย บทความ คำพิพากษาของศาล คำวินิจฉัยขององค์กรต่าง ๆ ตามกฎหมาย และเอกสารอื่น ๆ เพื่อการค้นคว้าอ้างอิง และนำมาวิเคราะห์และจัดทำเป็นฐานข้อมูลในระบบสารสนเทศให้เหมาะสมแก่สภาพการใช้ประโยชน์ทั้งภายในส่วนราชการและให้บริการ

(๘) ประมวลศึกษา วิเคราะห์ และติดตามประเมินผลเกี่ยวกับการดำเนินการตามข้อเสนอแนะนโยบาย มาตรการ กฎหมาย กฎและแนวปฏิบัติของหน่วยงานของรัฐพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อการปรับปรุงและพัฒนา

(๙) พัฒนาระบบและเครือข่ายข้อมูลและสารสนเทศ เพื่อการบริหารงานและการบริการ

(๑๐) ดำเนินการเกี่ยวกับงานห้องสมุด หอจดหมายเหตุ และงานอนุรักษ์เอกสารต่าง ๆ

(๑๑) ดำเนินการเกี่ยวกับกฎหมายข้อมูลข่าวสารของราชการและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

(๑๒) ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

ให้สำนักวิจัยและวิชาการ แบ่งออกเป็น ๑ ฝ่าย ๓ กลุ่มงาน ดังนี้

(๑) ฝ่ายช่วยอำนวยการ มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(ก) งานสารบรรณ กลั่นกรองเรื่อง งานช่วยอำนวยการ ร่างหนังสือโต้ตอบ ย่อเรื่อง ตรวจทานหนังสือ งานระเบียบแบบแผน ช่วยวางแผนและติดตามงาน ติดต่อนัดหมาย

(ข) ดำเนินการเกี่ยวกับพัสดุ ครุภัณฑ์ เก็บรักษาเอกสาร งานรวบรวม ประมวลข้อมูลสถิติในเรื่องต่าง ๆ

(ค) กำหนดวาระการประชุม รวมทั้งจัดเตรียมการประชุมและจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้อง จัดทำบันทึกรายงานการประชุมและรายงานอื่น ๆ ติดตามผลการดำเนินงานตามมติที่ประชุม

(ง) ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือตามที่ได้รับมอบหมาย

(๒) กลุ่มงานวิจัยสิทธิมนุษยชน มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(ก) ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และพัฒนาองค์ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชน รวมทั้งกำหนดโจทย์การศึกษาวิจัยให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์และข้อเสนอแนะของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมจัดทำแผนงานการศึกษาวิจัยประจำปี ตลอดจนบริหารจัดการงานศึกษาวิจัยให้มีประสิทธิภาพ

(ข) ค้นคว้า รวบรวม ประมวลข้อมูล จัดหมวดหมู่สารสนเทศเป็นความรู้ และนำความรู้ที่ได้ไปสื่อสารด้วยกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันเพื่อให้เกิดองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์ในงาน ด้วยวิธีการและกลยุทธ์อันหลากหลาย

(ค) นำผลการศึกษาวิจัยไปขับเคลื่อนทางวิชาการและสังคม เพื่อให้เกิดการพัฒนาวัฒนธรรมและวิถีชีวิตสิทธิมนุษยชน รวมถึงจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย

(ง) จัดทำรายงานประจำปีเพื่อประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนภายในประเทศโดยปฏิบัติงานในฐานะฝ่ายเลขานุการขององค์กรกลุ่มในการจัดทำรายงาน

(จ) ประสานความร่วมมือด้านการศึกษาวิจัยกับบุคคล องค์การ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเสนอแนะการศึกษาวิจัยที่เกี่ยวข้อง หาแหล่งเงินทุนและแหล่งศึกษาวิจัยทั้งในและต่างประเทศ

(ฉ) ติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการศึกษาวิจัยตามแผนงานการศึกษาวิจัยประจำปีและแผนงานโครงการประจำปี พร้อมจัดทำรายงานการศึกษาวิจัยและผลงานการศึกษาวิจัยประจำปี

(ช) ให้คำปรึกษา แนะนำ ช่วยเหลือ และสนับสนุนด้านการศึกษาวิจัย

(ซ) ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือตามที่ได้รับมอบหมาย

(๓) กลุ่มงานพัฒนานโยบายและมาตรการ มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(ก) ศึกษา ค้นคว้า และสังเคราะห์ในการริเริ่มเสนอนโยบาย มาตรการ กฎหมาย กฎ และกลไกในการปกป้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่ควรมีขึ้นใหม่ หรือเสนอแนะให้มีการปรับปรุงแก้ไขเรื่องที่มีอยู่แล้วซึ่งขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน

(ข) ศึกษา ตรวจสอบ และวิเคราะห์ข้อมูลทางวิชาการเพื่อเสนอแนะให้มีกฎหมายอนุวัตรการรองรับพันธกรณีระหว่างประเทศเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยเป็นภาคี

(ค) เสนอแนะให้มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับนโยบาย มาตรการ กฎหมาย กฎและแนวปฏิบัติของหน่วยงานของรัฐให้ทันต่อพัฒนาการด้านสิทธิมนุษยชน โดยการศึกษา ตรวจสอบ และวิเคราะห์เกี่ยวกับสภาพของกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน และกฎหมายที่จะจัดให้มีขึ้นใหม่

(ง) รวบรวม ประมวลข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับงานสิทธิมนุษยชน ตำรา รายงาน การศึกษาวิจัย บทความ คำพิพากษาของศาล คำวินิจฉัยขององค์กรต่าง ๆ ตามกฎหมาย และเอกสารอื่น ๆ เพื่อการค้นคว้าอ้างอิง นำมาวิเคราะห์และจัดทำเป็นฐานข้อมูลในระบบสารสนเทศให้เหมาะสมแก่สภาพการใช้ประโยชน์ ทั้งภายในส่วนราชการและให้บริการ

(จ) ประมวลศึกษา วิเคราะห์ และติดตามประเมินผลเกี่ยวกับการดำเนินการตามข้อเสนอแนะนโยบาย มาตรการ กฎหมาย กฎ และแนวปฏิบัติของหน่วยงานของรัฐพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะเพื่อการปรับปรุงและพัฒนา

(ฉ) ให้คำปรึกษา แนะนำ ความเห็นและช่วยเหลือเกี่ยวกับการกำหนดนโยบายมาตรการ กฎหมาย กฎ และแนวปฏิบัติของหน่วยงานของรัฐ

(ช) ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือตามที่ได้รับมอบหมาย

(๔) กลุ่มงานข้อมูลและสารสนเทศ มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(ก) วางแผนและกำหนดแนวทางเพื่อพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบสารสนเทศ และเครือข่ายสารสนเทศ รวมถึงการสื่อสาร

(ข) จัดทำแผนแม่บท และแผนปฏิบัติการประจำปีด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้สอดคล้องกับมาตรฐานกลาง นโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศ

(ค) จัดระบบการสำรวจ รวบรวม ประมวล จัดเก็บและควบคุมดูแลการใช้ประโยชน์ข้อมูลและสารสนเทศ รวมถึงการให้บริการ

(ง) ดูแลและพัฒนาระบบเครือข่ายสารสนเทศเพื่อใช้ในการบริหารงานและให้บริการแก่ส่วนราชการในสังกัด

(จ) พัฒนาระบบฐานข้อมูล รวมทั้งเป็นศูนย์บริการข้อมูลและสารสนเทศด้านสิทธิมนุษยชน

(ฉ) ดำเนินการบริหารจัดการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ข้อมูล สารสนเทศและระบบเครือข่ายสื่อสารสารสนเทศระหว่างส่วนราชการ

(ช) ดำเนินการเกี่ยวกับงานห้องสมุด หอจดหมายเหตุ และงานอนุรักษ์เอกสารต่าง ๆ

(ซ) จัดระบบงานและให้บริการข้อมูลข่าวสารของราชการตามกฎหมายข้อมูลข่าวสารของราชการและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

(ฌ) ให้คำปรึกษา แนะนำ และช่วยเหลืองานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ข้อมูลและสารสนเทศ รวมถึงการสื่อสาร

(ญ) ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ สำนักส่งเสริมและประสานงานเครือข่าย มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(๑) ส่งเสริมและสนับสนุนกระบวนการเรียนรู้สิทธิมนุษยชนศึกษา เพื่อสร้างความตระหนักและจิตสำนึกตามหลักสิทธิมนุษยชน

(๒) ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือ การเคารพและการปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนของทุกภาคส่วนในสังคม

(๓) ส่งเสริม สนับสนุน และผลักดันให้เกิดการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิมนุษยชน รวมถึงส่งเสริมวัฒนธรรมและวิถีชีวิตสิทธิมนุษยชนในสังคมไทย

(๔) พัฒนามาตรการและกลไก เพื่อให้เป็นมาตรฐานในการปกป้อง คุ้มครองและพิทักษ์สิทธิมนุษยชนโดยการมีส่วนร่วมของประชาชน

(๕) ประสานการพัฒนาระบบเครือข่ายด้านสิทธิมนุษยชนกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน ท้องถิ่น และภาคประชาสังคม และสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมเป็นเครือข่ายในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

(๖) ประสานการพัฒนาระบบและวิธีการทำงานในลักษณะการมีส่วนร่วมขององค์กรเครือข่ายด้านสิทธิมนุษยชนในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

(๗) เสริมสร้างและพัฒนาความเข้มแข็งร่วมกับองค์กรเครือข่ายด้านสิทธิมนุษยชนและการรวมกลุ่มของเครือข่ายเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน รวมทั้งกลไกเครือข่ายในการติดตามเฝ้าระวังและตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน

(๘) ส่งเสริมและสนับสนุนบทบาท ภารกิจและกิจกรรมขององค์กรเครือข่ายด้านสิทธิมนุษยชน

(๙) ดำเนินการเกี่ยวกับการสื่อสารสาธารณะเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจและเห็นคุณค่าการเคารพและการปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชน

(๑๐) ติดตาม ประมวลและวิเคราะห์ข่าว บทความ และข่าวสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ต่อบทบาท ภารกิจ รวมถึงภาพลักษณ์องค์กร ตลอดจนชี้แจงทำความเข้าใจและให้ข้อมูลแก่สื่อมวลชน

(๑๑) เสริมสร้างความสัมพันธ์และความเข้าใจอันดีแก่สาธารณชนในบทบาท ภารกิจและกิจกรรมของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(๑๒) พัฒนาองค์ความรู้ การปรับเปลี่ยนเจตคติ เผยแพร่ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนให้แก่หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน ท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และประชาชน ตลอดจนสื่อมวลชน

(๑๓) ผลิตสื่อ รณรงค์ และเผยแพร่ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชน

(๑๔) ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือตามที่ได้รับมอบหมาย

ให้สำนักส่งเสริมและประสานงานเครือข่าย แบ่งออกเป็น ๑ ฝ่าย ๓ กลุ่มงาน ดังนี้

(๑) ฝ่ายช่วยอำนวยการ มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(ก) งานสารบรรณ กลั่นกรองเรื่อง งานช่วยอำนวยการ ร่างหนังสือโต้ตอบ ย่อเรื่อง ตรวจทานหนังสือ งานระเบียบแบบแผน ช่วยวางแผนและติดตามงาน ติดต่อนัดหมาย

(ข) ดำเนินการเกี่ยวกับพัสดุ ครุภัณฑ์ เก็บรักษาเอกสาร งานรวบรวม ประมวลข้อมูลสถิติในเรื่องต่าง ๆ

(ค) กำหนดวาระการประชุม รวมทั้งจัดเตรียมการประชุมและจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้อง จัดทำบันทึกรายงานการประชุมและรายงานอื่น ๆ ติดตามผลการดำเนินงานตามมติที่ประชุม

(ง) ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือตามที่ได้รับมอบหมาย

(๒) กลุ่มงานส่งเสริมสิทธิมนุษยชน มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(ก) ดำเนินการเกี่ยวกับงานด้านสิทธิมนุษยชนศึกษา ทั้งในและนอกระบบการศึกษาและการศึกษาตามอัธยาศัย ตลอดจนสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน พัฒนาองค์ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชน ให้เกิดความตระหนัก เห็นคุณค่าและเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

(ข) ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือการเคารพและการปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนในทุกภาคส่วนในสังคม

(ค) ส่งเสริม สนับสนุนและผลักดันให้เกิดการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิมนุษยชน รวมถึงส่งเสริมวัฒนธรรมและวิถีชีวิตสิทธิมนุษยชนในสังคมไทย

(ง) พัฒนามาตรการและกลไก เพื่อให้เป็นมาตรฐานในการปกป้องคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิมนุษยชนโดยมีส่วนร่วมของประชาชน

(จ) ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือตามที่ได้รับมอบหมาย

(๓) กลุ่มงานประสานงานเครือข่าย มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(ก) ประสานการพัฒนาระบบเครือข่ายด้านสิทธิมนุษยชนกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน ท้องถิ่น และภาคประชาสังคม และสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมเป็นเครือข่ายในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

(ข) ประสานการพัฒนาระบบและวิธีการทำงานในลักษณะการมีส่วนร่วมขององค์กรเครือข่ายด้านสิทธิมนุษยชนในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

(ค) เสริมสร้างและพัฒนาความเข้มแข็งร่วมกับองค์กรเครือข่ายด้านสิทธิมนุษยชนและการรวมกลุ่มของเครือข่ายเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน รวมทั้งกลไกเครือข่ายในการติดตาม เฝ้าระวังและตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน

(ง) ส่งเสริมและสนับสนุนบทบาท ภารกิจและกิจกรรมขององค์กรเครือข่ายด้านสิทธิมนุษยชน

(จ) จัดทำและพัฒนาระบบฐานข้อมูลเครือข่ายองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนความร่วมมือด้านสิทธิมนุษยชน

(ฉ) ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือตามที่ได้รับมอบหมาย

(๔) กลุ่มงานสารนิเทศ มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(ก) ดำเนินการเกี่ยวกับการสื่อสารสาธารณะ เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจและเห็นคุณค่าการเคารพและการปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชน

(ข) ติดตาม ประมวลและวิเคราะห์ข่าว บทความ และข่าวสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติต่อบทบาท ภารกิจ รวมถึงภาพลักษณ์องค์กร ตลอดจนชี้แจงทำความเข้าใจและให้ข้อมูลแก่สื่อมวลชน

(ค) เสริมสร้างความสัมพันธ์และความเข้าใจอันดีแก่สาธารณชนในบทบาท ภารกิจและกิจกรรมของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(ง) พัฒนาองค์ความรู้ การปรับเปลี่ยนเจตคติ เผยแพร่ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนให้แก่หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน ท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และประชาชน ตลอดจนสื่อมวลชน

(จ) เผยแพร่มาตรการการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือแนวทางการแก้ไข การปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมให้สาธารณชนทราบ ตามมติของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(ฉ) ผลิตสื่อ รณรงค์ และเผยแพร่ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชน

(ช) ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ สำนักสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(๑) สนับสนุนบทบาทและภารกิจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในด้านการต่างประเทศ

(๒) ศึกษาและจัดทำข้อเสนอแนะด้านนโยบายและมาตรการความร่วมมือระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน

(๓) ติดต่อประสานความร่วมมือด้านสิทธิมนุษยชนกับองค์การสหประชาชาติ สถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของประเทศต่าง ๆ องค์การระหว่างประเทศ องค์กรภาครัฐและเอกชน ตลอดจนสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุล องค์การระหว่างประเทศที่ประจำอยู่ในประเทศไทย

(๔) ศึกษา วิเคราะห์และรายงานสถานการณ์ ตลอดจนความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ หรือมีผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนในประเทศและภูมิภาค

(๕) ประสานและพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ ทั้งในระดับระหว่างประเทศและระดับภูมิภาค เช่น ความร่วมมือด้านสิทธิมนุษยชนกับสหประชาชาติ ความร่วมมือระหว่างสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในระดับระหว่างประเทศ ระดับภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และกลไกต่าง ๆ ด้านสิทธิมนุษยชนของอาเซียน เป็นต้น

(๖) ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อประโยชน์ในการจัดทำรายงานสถานการณ์ พร้อมข้อเสนอแนะในการปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยเป็นภาคี

(๗) ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อให้ข้อเสนอแนะในการเข้าเป็นภาคีสนธิสัญญาด้านสิทธิมนุษยชน

(๘) ศึกษาและเผยแพร่พันธกรณีและมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศต่าง ๆ ตลอดจนกลไกในการดำเนินงาน เพื่อเป็นประโยชน์ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนภายในประเทศ

(๙) ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือตามที่ได้รับมอบหมาย

ให้สำนักสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ แบ่งออกเป็น ๑ ฝ่าย ๓ กลุ่มงาน ดังนี้

(๑) ฝ่ายช่วยอำนวยการ มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(ก) งานสารบรรณ กลั่นกรองเรื่อง งานช่วยอำนวยการ ร่างหนังสือโต้ตอบ ย่อเรื่อง ตรวจทานหนังสือ งานระเบียบแบบแผน ช่วยวางแผนและติดตามงาน ติดต่อนัดหมาย จัดงานรับรองและงานพิธีต่าง ๆ

(ข) ดำเนินการเกี่ยวกับพัสดุ ครุภัณฑ์ เก็บรักษาเอกสาร งานรวบรวม ประมวลข้อมูลสถิติในเรื่องต่าง ๆ

(ค) กำหนดวาระการประชุม รวมทั้งจัดเตรียมการประชุมและจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้อง จัดทำบันทึกรายงานการประชุมและรายงานอื่น ๆ ติดตามผลการดำเนินงานตามมติที่ประชุม

(ง) ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือตามที่ได้รับมอบหมาย

(๒) กลุ่มงานสนับสนุนกิจการต่างประเทศ มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(ก) ศึกษา วิเคราะห์และรายงานสถานการณ์ ตลอดจนความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ หรือมีผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนในประเทศและภูมิภาค

(ข) ประสานงานและเตรียมการสำหรับการประชุมหรือการพบหารือทั่วไปกับบุคคล หรือผู้แทนองค์กรจากต่างประเทศ รวมถึงการจัดทำข้อมูลประกอบการประชุมหรือการพบหารือและการสรุปผล

(ค) ประสานงานเกี่ยวกับข้อร้องเรียนจากบุคคลหรือองค์กรจากต่างประเทศเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน

(ง) จัดทำร่างหนังสือโต้ตอบทั่วไป อำนวยการแปลหรือสรุปเอกสารสำคัญ จัดล่ามแปลภาษา

(จ) เตรียมการเดินทางและอำนวยความสะดวก รวมทั้งการจัดทำหนังสือเดินทาง การตรวจลงตราหนังสือเดินทางแก่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และบุคลากรของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ในต่างประเทศ

(ฉ) ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือตามที่ได้รับมอบหมาย

(๓) กลุ่มงานความร่วมมือระหว่างประเทศ มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(ก) ศึกษาและจัดทำข้อเสนอแนะด้านนโยบายและมาตรการความร่วมมือระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน

(ข) ประสานและพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญทั้งในระดับระหว่างประเทศและระดับภูมิภาค เช่น ความร่วมมือด้านสิทธิมนุษยชนกับสหประชาชาติ ความร่วมมือระหว่างสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในระดับระหว่างประเทศ ระดับภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และกลไกต่าง ๆ ด้านสิทธิมนุษยชนของอาเซียน เป็นต้น

(ค) ประสานงาน จัดเตรียมข้อมูลสำหรับการประชุม การสัมมนากับเครือข่ายความร่วมมือ รวมทั้งปฏิบัติหน้าที่เลขานุการคณะที่เข้าร่วมประชุม จัดทำสรุปผลการประชุมตลอดจนนำผลการประชุมมาเผยแพร่หรือดำเนินการให้เกิดผลในทางปฏิบัติตามความเหมาะสม

(ง) สนับสนุนและประสานงานในการสร้างเครือข่ายกับองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับสากล

(จ) ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือตามที่ได้รับมอบหมาย

(๔) กลุ่มงานพันธกรณีและมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(ก) ศึกษาและวิเคราะห์พันธกรณีและมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศในประเด็นต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(ข) ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อให้ข้อเสนอแนะในการเข้าเป็นภาคีสนธิสัญญาด้านสิทธิมนุษยชน

(ค) ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อประโยชน์ในการจัดทำรายงานสถานการณ์ พร้อมข้อเสนอแนะในการปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยเป็นภาคี

(ง) ศึกษาและเผยแพร่พันธกรณีและมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศต่าง ๆ ตลอดจนกลไกในการดำเนินงาน เพื่อเป็นประโยชน์ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนภายในประเทศ

(จ) ประสานกับกลไกของสหประชาชาติ กลไกระดับภูมิภาค และหน่วยงานของรัฐในการให้ข้อมูล ความเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติตามพันธกรณีและมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ

(ฉ) ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ กลุ่มงานอำนวยการกิจการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(๑) อำนวยการและประสานราชการประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(๒) ดำเนินการเกี่ยวกับงานเลขานุการของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(๓) ศึกษา วิเคราะห์ กลั่นกรองในเรื่องและปัญหาต่าง ๆ พร้อมเสนอความเห็นตามที่ได้รับมอบหมายเพื่อประกอบการพิจารณาของประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(๔) ติดตามและประสานงานการจัดเตรียมเอกสาร ข้อมูล ประเด็นการประชุม การพบหารือ คำกล่าว และอื่น ๆ ของประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(๕) ติดตามและประสานการดำเนินการตามมติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและรายงานความก้าวหน้า พร้อมทั้งจัดทำรายงานผลการดำเนินงาน

(๖) ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ กลุ่มงานตรวจสอบภายใน มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(๑) ดำเนินการวางแผนการตรวจสอบและจัดทำแผนการตรวจสอบประจำปีเสนอต่อเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพิจารณาอนุมัติภายในเดือนกันยายน

ในกรณีที่หน่วยงานตรวจสอบภายในวางแผนการตรวจสอบส่วนราชการที่มีระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไป ให้เสนอแผนการตรวจสอบระยะยาวต่อเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อประกอบการพิจารณาอนุมัติแผนการตรวจสอบประจำปี

(๒) เสนอรายงานผลการตรวจสอบต่อเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติทุกสามเดือน นับแต่วันที่อนุมัติแผนการตรวจสอบประจำปี รวมทั้งจัดทำรายงานผลสรุปการตรวจสอบประจำปี กรณีเรื่องที่ตรวจพบเป็นเรื่องที่จะมีผลเสียหายต่อสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติให้รายงานผลการตรวจสอบทันที

(๓) ตรวจสอบความถูกต้องและเชื่อถือได้ของข้อมูลและตัวเลขต่าง ๆ โดยใช้เทคนิคและวิธีการตรวจสอบที่ยอมรับทั่วไป โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพของระบบการควบคุมภายในวิเคราะห์และประเมินผลด้านการบริหารและการปฏิบัติงานของส่วนราชการภายในสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(๔) ตรวจการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการบริหารงบประมาณ การบริหารการเงิน การบริหารพัสดุและทรัพย์สิน รวมทั้งการบริหารงานด้านอื่น ๆ ให้เป็นไปตามนโยบาย กฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบและมติคณะรัฐมนตรี

(๕) ตรวจสอบความเหมาะสมในการใช้และดูแลรักษาทรัพย์สินทุกประเภทของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติให้มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและประหยัด

(๖) สอบทานระบบการปฏิบัติงานและการบริหารงานด้านต่าง ๆ ภายในสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติให้เป็นไปตามนโยบาย มาตรฐาน ข้อบังคับ ระเบียบหรือคำสั่ง

(๗) ตรวจสอบและประเมินผลระบบการปฏิบัติงานและการควบคุมภายในด้านต่าง ๆ ภายในสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ วิเคราะห์ ประเมินและปรับปรุงประสิทธิผลของกระบวนการบริหารความเสี่ยงการปฏิบัติงานและเสนอแนะวิธีป้องกันหรือมาตรการในการปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างถูกต้องและเหมาะสม

(๘) ติดตามผลการตรวจสอบ เสนอแนะ และให้คำปรึกษาแก่หน่วยรับตรวจ เพื่อให้การปรับปรุงแก้ไขของหน่วยรับตรวจเป็นไปตามข้อเสนอแนะในรายงานผลการตรวจสอบ

(๙) ปฏิบัติงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบภายใน ตามที่ได้รับมอบหมายจากเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติรักษาการตามประกาศนี้

ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๓

ศาสตราจารย์อมรา พงศาพิชญ์

ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๓

คณิตา/ปรับปรุง

๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๖

วิชพงษ์/ตรวจ

๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๖

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๗/ตอนที่ ๔๓ ก/หน้า ๓๒/๙ กรกฎาคม ๒๕๕๓

13 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เรื่อง การแบ่งส่วนราชการภายใน และกำหนดอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2553 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_0096fbaf26a53c30

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com