法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 5/2523 เรื่อง การจัดตั้งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
20
มาตรา อารัมภบท

คำสั่งนายกรัฐมนตรี

คำสั่งนายกรัฐมนตรี

ที่ ๕/๒๕๒๓

เรื่อง การจัดตั้งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง[๑]

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงคำสั่งของนายกรัฐมนตรี เรื่อง การจัดตั้งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อให้เหมาะสมและชัดเจนยิ่งขึ้น และสมควรโอนอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับการสั่งจ่ายเงินชดเชยการกำหนดราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเดิมกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยและของผู้ว่าการการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ไปเป็นอำนาจหน้าที่ของกระทรวงการคลังและของปลัดกระทรวงการคลัง แล้วแต่กรณี รวมทั้งกำหนดให้อำนาจแก่คณะกรรมการนโยบายปิโตรเลียมแห่งชาติ ในการกำหนดราคานำเข้าของน้ำมันเชื้อเพลิงบางชนิดด้วย อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๑๖ นายกรัฐมนตรีจึงออกคำสั่งไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิก

(๑) คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๐๒๐๑/๙ เรื่อง การจัดตั้งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ลงวันที่ ๒๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๒

(๒) คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ ๘๗/๒๕๒๒ เรื่อง การจัดตั้งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ลงวันที่ ๑๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๒

(๓) คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ สร. ๐๒๐๑/๕๔ เรื่อง การจัดตั้งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ลงวันที่ ๒๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๒

(๔) คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๑/๒๕๒๓ เรื่อง การจัดตั้งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ลงวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๒

(๕) คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๒/๒๕๒๓ เรื่อง การจัดตั้งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ลงวันที่ ๑๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๓

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในคำสั่งนี้

“กองทุน” หมายความว่า กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่จัดตั้งขึ้นตามข้อ ๓ แห่งคำสั่งนี้

“น้ำมันเชื้อเพลิง” หมายความว่า น้ำมันเบนซิน น้ำมันก๊าด น้ำมันดีเซล น้ำมันเตา และน้ำมันที่คล้ายกัน หรือน้ำมันสำหรับเครื่องยนต์ที่คล้ายกัน และหมายความรวมถึงก๊าซหุงต้มและยางมะตอยด้วย

“ปตท.” หมายความว่า การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการนโยบายปิโตรเลียมแห่งชาติ ที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง

“ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนด” หมายความว่า ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ณ โรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักรที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนดตามข้อผูกพันในสัญญาจัดสร้างและประกอบกิจการโรงกลั่นน้ำมัน ระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรม กับบริษัทโรงกลั่นน้ำมันไทย จำกัด หรือสัญญาอื่นในลักษณะเดียวกัน (ถ้ามี)

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้จัดตั้งกองทุน เรียกว่า กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ประกอบด้วยเงินดังต่อไปนี้

(๑) เงินทุนตามข้อ ๔

(๒) เงินที่ผู้มีหน้าที่ส่งเข้ากองทุนตามข้อ ๙

(๓) เงินที่โอนมาตามข้อ ๕

(๔) เงินงบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรให้เป็นคราว ๆ (ถ้ามี)

(๕) เงินที่โอนมาจากกองทุนอื่น (ถ้ามี)

(๖) เงินอื่น ๆ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๐๒๐๑/๙ ลงวันที่ ๒๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๒ และคำสั่งที่แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งดังกล่าว เป็นเงินกองทุนตามคำสั่งนี้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ เงินที่ค้างจ่ายในกรณีดังต่อไปนี้

(๑) เงินที่เหลือจากการจ่ายชดเชยให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับจากกองทุนรักษาระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่จัดตั้งขึ้นตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๑๗๘/๒๕๒๐ ลงวันที่ ๑๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๐

(๒) เงินที่เหลือจากการจ่ายชดเชยให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับจากกองทุนรักษาระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (เงินตราต่างประเทศ) ที่จัดตั้งขึ้นตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๒๐๖/๒๕๒๑ ลงวันที่ ๒๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๑

(๓) เงินค่าเช่าโรงกลั่นน้ำมันประจำปี พ.ศ. ๒๕๒๑ และพ.ศ. ๒๕๒๒ ที่ได้รับจากบริษัทซัมมิทอินดัสเตรียล จำกัด (ปานามา) ตามสัญญาเช่าโรงกลั่นน้ำมันที่ ๒ ของกระทรวงกลาโหม

(๔) เงินประจำปี พ.ศ. ๒๕๒๑ และพ.ศ. ๒๕๒๒ ที่กระทรวงอุตสาหกรรมได้รับจากบริษัทโรงกลั่นน้ำมันไทย จำกัด ตามสัญญาจัดสร้างและประกอบกิจการโรงกลั่นน้ำมัน และจากบริษัทเอสโซ่แสตนดาร์ดประเทศไทย จำกัด ตามสัญญาประกอบกิจการโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียมและเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม

(๕) เงินกำไรและส่วนลดที่ได้จากการซื้อขายเชงลีระยะยาว ระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ลงวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๒๒

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในกรณีที่น้ำมันเชื้อเพลิงผลิตในโรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักร ให้ราคาขายส่งโดยยังไม่รวมภาษีอากร ณ โรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักร ที่คณะกรรมการนโยบายปิโตรเลียม ซึ่งได้รับแต่งตั้งตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๒/๒๕๒๓ ลงวันที่ ๑๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๓ ได้กำหนดไว้แล้ว ในวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ เป็นราคาขายส่งโดยยังไม่รวมภาษีอากร ณ โรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักร ตามคำสั่งนี้

ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิง ให้คณะกรรมการเปลี่ยนแปลงราคาขายส่ง โดยยังไม่รวมภาษีอากร ณ โรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักร สำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้กำหนดไว้แล้วทุกครั้งให้สอดคล้องกันด้วย

เพื่อประโยชน์ในการกำหนดราคาขายส่งโดยยังไม่รวมภาษีอากร ณ โรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักรตามข้อนี้ ให้กระทรวงอุตสาหกรรมแจ้งราคาน้ำมันเชื้อเพลิงให้คณะกรรมการทราบโดยไม่ชักช้า

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗[๒] เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามคำสั่งนี้ ในกรณีที่มีการนำน้ำมันดิบที่ใช้แทนน้ำมันเตาหรือน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาเพื่อใช้ในราชอาณาจักร ให้คณะกรรมการกำหนดราคาสำหรับน้ำมันดังกล่าวด้วย

สำหรับก๊าซหุงต้ม ให้คณะกรรมการกำหนดราคาตามวรรคหนึ่ง และให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๓

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในกรณีที่คณะกรรมการได้กำหนดราคาขายส่งสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตในโรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักรตามข้อ ๖ ให้ถือราคาที่คณะกรรมการกำหนดเป็นราคาขายส่ง ณ โรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักรโดยยังไม่รวมภาษีอากร

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙[๓] ในกรณีที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่กำหนดตามข้อ ๖ สูงกว่าราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนด หรือในกรณีที่คณะกรรมการกำหนดราคาสำหรับน้ำมันดิบที่ใช้แทนน้ำมันเตาหรือน้ำมันเชื้อเพลิงตามข้อ ๗ แล้ว ถ้าราคานำเข้าต่ำกว่าราคาขายส่ง ให้

(๑) ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงจากโรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักรเพื่อใช้ในราชอาณาจักร ส่งเงินเข้ากองทุนตามปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตและจำหน่ายเพื่อใช้ในราชอาณาจักร

(๒) ผู้นำน้ำมันดิบที่ใช้แทนน้ำมันเตาหรือน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาเพื่อใช้ในราชอาณาจักร ส่งเงินเข้ากองทุนตามปริมาณน้ำมันดิบที่ใช้แทนน้ำมันเตาหรือน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้ามาเพื่อใช้ในราชอาณาจักร

ทั้งนี้ ในอัตราต่อหน่วยของน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตและจำหน่ายหรือน้ำมันดิบที่ใช้แทนน้ำมันเตาหรือน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้า แล้วแต่กรณี ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

เงินที่ส่งตามวรรคหนึ่ง ให้ถือเป็นรายจ่ายตามประมวลรัษฎากร

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในการส่งเงินเข้ากองทุนตามข้อ ๙ ให้ผู้มีหน้าที่ส่งเงินปฏิบัติดังต่อไปนี้

(๑) ถ้าเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตและจำหน่ายจากโรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักรเพื่อใช้ในราชอาณาจักร ต้องส่งให้แก่ผู้รับชำระภาษีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันซึ่งทำในราชอาณาจักรพร้อมกับการขำระภาษีนั้น

(๒) ถ้าเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้ามาเพี่อใช้ในราชอาณาจักร ต้องส่งให้แก่ผู้รับชำระอากรขาเข้า พร้อมกับการชำระอากรนั้น

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑[๔] ในกรณีที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่กำหนดตามข้อ ๖ ต่ำกว่าราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนด หรือในกรณีที่คณะกรรมการกำหนดราคาสำหรับน้ำมันดิบที่ใช้แทนน้ำมันเตาหรือน้ำมันเชื้อเพลิงตามข้อ ๗ แล้ว ถ้าราคานำเข้าสูงกว่าราคาขายส่ง ให้ปลัดกระทรวงการคลังหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงการคลังมอบหมายสั่งจ่ายเงินจากกองทุนชดเชยให้แก่

(๑) ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงจากโรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักร เพื่อใช้ในราชอาณาจักร ตามปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตและจำหน่ายเพื่อใช้ในราชอาณาจักร

(๒) ผู้นำน้ำมันดิบที่ใช้แทนน้ำมันเตาหรือน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาเพื่อใช้ในราชอาณาจักรตามปริมาณน้ำมันดิบที่ใช้แทนน้ำมันเตาหรือน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้ามาเพื่อใช้ในราชอาณาจักร

ทั้งนี้ ในอัตราต่อหน่วยของน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตและจำหน่ายหรือน้ำมันดิบที่ใช้แทนน้ำมันเตาหรือน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้า แล้วแต่กรณี ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

เงินที่ได้รับตามวรรคหนึ่ง ให้ถือเป็นเงินได้ตามประมวลรัษฎากร

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในกรณีที่น้ำมันเตาที่ผลิตและจำหน่ายหรือนำเข้ามีลักษณะแตกต่างไปจากน้ำมันเตาที่ประกาศราคาตามข้อ ๖ ให้คณะกรรมการคำนวณปรับอัตราเงินที่ต้องส่งหรือชดเชยให้สอดคล้องกับราคาน้ำมันเตาที่กำหนดตามข้อ ๖ ด้วย

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้ปลัดกระทรวงการคลัง หรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงการคลังมอบหมายสั่งจ่ายเงินชดเชยจากกองทุนให้แก่

(๑) ในการนำเข้า

(ก) สำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้าตามชนิด ปริมาณ และราคาที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการจัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงที่ตั้งขึ้นตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๗๒/๒๕๒๒ ลงวันที่ ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๒ และคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๑๐๕/๒๕๒๒ ลงวันที่ ๒๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๒ เป็นจำนวนไม่เกินส่วนต่างระหว่างมูลค่าที่นำเข้าแต่ละคราวที่คำนวณตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดหักด้วยมูลค่าน้ำมันเชื้อเพลิงนั้น ตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนดโดยรวมภาษีอากรและเงินที่ส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในช่วงเวลาเดียวกัน ทั้งนี้ โดยต้องมีหลักฐานเอกสารประกอบการพิจารณาดังต่อไปนี้ด้วย

(๑) สำเนาเอกสารอนุมัติซื้อน้ำมัน หรือน้ำมันเชื้อเพลิงของผู้ซึ่งมีอำนาจอนุมัติซื้อ

(๒) สำเนาเอกสารซื้อขายน้ำมันดิบ หรือน้ำมันเชื้อเพลิง

(๓) สำเนาใบทวงหนี้ หรือสำเนาเอกสารการชำระหนี้

(ข) สำหรับน้ำมันดิบและน้ำมันเชื้อเพลิงที่ ปตท. นำเข้าตามชนิด ปริมาณ และราคาที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ ปตท. หรือ ผู้ที่คณะกรรมการ ปตท. มอบหมาย เป็นจำนวนไม่เกินส่วนต่าง ระหว่างมูลค่าที่นำเข้าแต่ละคราวที่คำนวณตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด หักด้วยมูลค่าน้ำมันเชื้อเพลิงนั้น ตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนด โดยรวมภาษีอากร และเงินที่ส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในช่วงเวลาเดียวกัน ทั้งนี้ โดยต้องมีหลักฐานเอกสารประกอบการพิจารณาดังต่อไปนี้ด้วย

(ค)[๕] สำหรับน้ำมันดิบและน้ำมันเชื้อเพลิงจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ประเทศอินโดนีเซียและประเทศมาเลเซีย ที่นำเข้าโดยได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีเป็นจำนวนไม่เกินส่วนต่างระหว่างมูลค่าที่นำเข้าแต่ละคราวที่คำนวณตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดสำหรับ (ข) หักด้วยมูลค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้จากน้ำมันดิบนั้นหรือมูลค่าน้ำมันเชื้อเพลิงนั้น แล้วแต่กรณี ตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนด โดยรวมภาษีอากรและเงินที่ส่งเข้ากองทุนในช่วงเวลาเดียวกัน ทั้งนี้ โดยต้องมีหลักฐานเอกสารประกอบการพิจารณาดังต่อไปนี้ด้วย คือ

(๑) สำเนาเอกสารการอนุมัติหรือนำเข้าซึ่งน้ำมันดิบหรือน้ำมันเชื้อเพลิงของผู้มีอำนาจอนุมัติซื้อ

(๒) สำเนาเอกสารซื้อขาย

(๓) สำเนาใบทวงหนี้หรือเอกสารการชำระหนี้

(๔) สำเนาใบสำคัญเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง

(๕) หนังสือรับรองว่าเอกสารตาม (๑) (๒) (๓) และ (๔) เป็นสำเนาของต้นฉบับที่แท้จริง และเกี่ยวข้องกับการขอรับเงินชดเชยแต่ละรายการ

ในกรณีที่ปรากฏว่าได้มีการนำน้ำมันดิบไปใช้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดใดโดยตรง มูลค่าน้ำมันดิบที่จะนำไปหักตามวรรคหนึ่งนั้น ให้ถือตามราคาที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนดสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดนั้น โดยไม่รวมภาษีอากรและเงินที่ส่งเข้ากองทุนในช่วงเวลาเดียวกัน

(๑) ในการนำเข้า

(ก) สำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้าตามชนิด ปริมาณ และราคาที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการจัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงที่ตั้งขึ้นตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๗๒/๒๕๒๒ ลงวันที่ ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๒ และคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๑๐๕/๒๕๒๒ ลงวันที่ ๒๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๒ เป็นจำนวนไม่เกินส่วนต่างระหว่างมูลค่าที่นำเข้าแต่ละคราวที่คำนวณตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด หักด้วยมูลค่าน้ำมันเชื้อเพลิงนั้น ตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนดโดยรวมภาษีอากรและเงินที่ส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในช่วงเวลาเดียวกัน ทั้งนี้ โดยต้องมีหลักฐานเอกสารประกอบการพิจารณาดังต่อไปนี้ด้วย

(๑) สำเนาเอกสารอนุมัติซื้อน้ำมัน หรือน้ำมันเชื้อเพลิงของผู้ซึ่งมีอำนาจอนุมัติซื้อ

(๒) สำเนาเอกสารซื้อขายน้ำมันดิบ หรือน้ำมันเชื้อเพลิง

(๓) สำเนาใบทวงหนี้ หรือสำเนาเอกสารการชำระหนี้

(ข) สำหรับน้ำมันดิบและน้ำมันเชื้อเพลิงที่ ปตท. นำเข้าตามชนิด ปริมาณ และราคาที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ ปตท. หรือผู้ที่คณะกรรมการ ปตท. มอบหมาย เป็นจำนวนไม่เกินส่วนต่าง ระหว่างมูลค่าที่นำเข้าแต่ละคราวที่คำนวณตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด หักด้วยมูลค่าน้ำมันเชื้อเพลิงนั้น ตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนด โดยรวมภาษีอากร และเงินที่ส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในช่วงเวลาเดียวกัน ทั้งนี้ โดยต้องมีหลักฐานเอกสารประกอบการพิจารณาดังต่อไปนี้ด้วย คือ

(๑) สำเนาเอกสารแสดงการอนุมัติซื้อน้ำมัน หรือน้ำมันเชื้อเพลิงของคณะกรรมการ ปตท. หรือของผู้ที่คณะกรรมการ ปตท. มอบหมาย หรือของผู้มีอำนาจอนุมัติซื้อ

(๒) สำเนาเอกสารซื้อขาย หรือแลกเปลี่ยนน้ำมันดิบ หรือน้ำมันเชื้อเพลิง

(๓) สำเนาในทวงหนี้ หรือสำเนาเอกสารการชำระหนี้

(๒) ในกรณีที่ ปตท. ขายน้ำมันดิบ น้ำมันดีเซล น้ำมันเตา ที่ได้รับเงินชดเชยตาม (๑) (ก) หรือ (ข) ให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือชายน้ำมันดีเซลที่ได้รับเงินชดเชยตาม (๑) (ก) หรือ (ข) ให้แก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ทั้งนี้ ในอัตราต่อหน่วยของน้ำมันดิบ น้ำมันดีเซล และน้ำมันเตา ที่ขายตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในการขอรับเงินชดเชยจากกองทุน ให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินชดเชยปฏิบัติดังต่อไปนี้

(๑) ถ้าเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตและจำหน่ายจากโรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักรเพื่อใช้ในราชอาณาจักร ให้ยื่นรายการแจ้งชนิดและปริมาณของน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าวแก่ผู้รับชำระภาษีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันซึ่งทำในราชอาณาจักร พร้อมกับการชำระอากรนั้น

(๒) ถ้าเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้ามาเพื่อใช้ในราชอาณาจักร ให้ยื่นราบการแจ้งชนิดและปริมาณของน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าวแก่ผู้รับชำระอากรขาเข้า พร้อมกับการชำระอากรนั้น

(๓) ถ้าเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงตามข้อ ๑๓ (๑) (ก) ให้ยื่นรายการแจ้งชนิดและปริมาณของน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าว ตามวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด

(๔)[๖] ถ้าเป็นน้ำมันดิบและน้ำมันเชื้อเพลิงตามข้อ ๑๓ (๑) (ข) หรือ (ค) ให้ยื่นรายการแจ้งชนิดและปริมาณของน้ำมันดิบและน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าว ตามวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด

(๕) ถ้าเป็นน้ำมันดิบ น้ำมันดีเซล และน้ำมันเตา ที่ขายให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือน้ำมันดีเซลที่ขายให้แก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคตามข้อ ๑๓ (๒) ให้ยื่นรายการแจ้งชนิดและปริมาณน้ำมันดิบ น้ำมันเตา หรือน้ำมันดีเซลดังกล่าวต่อกระทรวงการคลัง

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ในการส่งเงินตามข้อ ๙ หรือการสั่งจ่ายเงินชดเชยตามข้อ ๑๑ ให้ถือปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผู้มีหน้าที่ชำระภาษีหรืออากรต้องชำระภาษีหรืออากรเป็นหลักฐานในการคำนวณ ส่วนการสั่งจ่ายเงินชดเชยตามข้อ ๑๓ ให้ถือปริมาณน้ำมันดิบและน้ำมันเตาหรือน้ำมันดีเซล ที่การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค แล้วแต่กรณี ร่วมกันรับรองเป็นหลักฐานในการคำนวณ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายให้แก่ธนาคารเนื่องจากการกู้เงินมาทดรองเงินชดเชยให้จ่ายจากกองทุนได้เมื่อได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ในกรณีที่ยังมีผู้มีสิทธิที่จะได้รับเงินจากกองทุนรักษาระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่จัดตั้งขึ้นตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๑๗๘/๒๕๒๐ ลงวันที่ ๑๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๐ อยู่ ให้ปลัดกระทรวงการคลังหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงการคลังมอบหมายมีอำนาจจ่ายเงินจากกองทุนให้แก่ผู้มีสิทธิตามหลักฐานที่ได้รับจากปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในคำสั่งดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘[๗] ให้คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ถูกยกเลิกตามข้อ ๑ แห่งคำสั่งนี้ใช้บังคับอยู่ต่อไป สำหรับกรณีที่มีการผลิตและจำหน่ายหรือนำเข้าซึ่งน้ำมันดิบหรือน้ำมันเชื้อเพลิงในราชอาณาจักรก่อนวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ ทั้งนี้ เว้นแต่กรณีตามข้อ ๑๓ (๑) ให้ใช้บังคับแก่ ปตท. และผู้นำเข้าที่ได้นำน้ำมันดิบหรือน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาในราชอาณาจักรก่อนวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ข้อ ๑๓ (๒) ให้ใช้บังคับแก่กรณีที่ ปตท. ขายน้ำมันดิบ น้ำมันดีเซล และน้ำมันเตา ให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ก่อนวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับด้วย แต่ต้องไม่ก่อนวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๒๒

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ในกรณีที่มีปัญหาในการตีความเกี่ยวกับการปฏิบัติการตามคำสั่งนี้ ให้กระทรวงอุตสาหกรรมหรือกระทรวงการคลัง แล้วแต่กรณี นำเรื่องเสนอให้คณะกรรมการปฏิบัติการแทนนายกรัฐมนตรีพิจารณาวินิจฉัย และให้คำวินิจฉัยดังกล่าวเป็นที่สุด

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ ๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๓

พลเอก ป. ติณสูลานนท์

นายกรัฐมนตรี

คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๖/๒๕๒๓ เรื่อง การจัดตั้งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง[๘]

อภิญญา/ปรับปรุง

๑๕ กันยายน ๒๕๕๗

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๗/ตอน ๙๖/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๒๕ มิถุนายน ๒๕๒๓

[๒] ข้อ ๗ วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๖/๒๕๒๓ เรื่อง การจัดตั้งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

[๓] ข้อ ๙ แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๖/๒๕๒๓ เรื่อง การจัดตั้งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

[๔] ข้อ ๑๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๖/๒๕๒๓ เรื่อง การจัดตั้งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

[๕] ข้อ ๑๓ (๑) (ค) เพิ่มโดยคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๖/๒๕๒๓ เรื่อง การจัดตั้งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

[๖] ข้อ ๑๔ (๔) แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๖/๒๕๒๓ เรื่อง การจัดตั้งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

[๗] ข้อ ๑๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๖/๒๕๒๓ เรื่อง การจัดตั้งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

[๘] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๗/ตอน ๑๓๓/หน้า ๑๙๓/๒๖ สิงหาคม ๒๕๒๓

20 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 5/2523 เรื่อง การจัดตั้งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_00c886a0029dc9cb

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com