ข้อ ๖ ค่าธรรมเนียมครั้งแรกตามข้อ 5(1) ให้คิดในอัตราดังนี้
(1) กรณีเสนอขายหุ้น ให้คิดในอัตราร้อยละ 0.08 ของมูลค่าของหุ้นทั้งหมดที่เสนอขาย
ในการคํานวณมูลค่าของหุ้นที่เสนอขาย ให้ใช้ราคาเสนอขายหุ้นเป็นฐานในการคิดค่าธรรมเนียม
(2) กรณีเสนอขายหุ้นกู้ ให้คิดในอัตราดังนี้
(ก) หุ้นกู้ที่ออกโดยบริษัทที่มีหุ้นเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือที่ออกโดยนิติบุคคลที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น ให้คิดในอัตราร้อยละ 0.02 ของมูลค่าของหุ้นกู้ทั้งหมดที่เสนอขาย
(ข) หุ้นกู้ที่ออกโดยบริษัทอื่นนอกจาก (ก) ให้คิดในอัตราร้อยละ 0.04 ของมูลค่าหุ้นกู้ทั้งหมดที่เสนอขาย
ในการคํานวณมูลค่าของหุ้นกู้ที่เสนอขาย ให้ใช้ราคาเสนอขายหุ้นกู้เป็นฐานในการคิดค่าธรรมเนียม
(3) กรณีเสนอขายหุ้นกู้ระยะสั้น ตั๋วเงินระยะสั้น หรือพันธบัตรที่มีกําหนดเวลาไถ่ถอนไม่เกินสองร้อยเจ็ดสิบวัน ให้คิดในอัตรา 10,000 บาท ตามเงื่อนไขดังนี้
(ก) กรณีได้รับอนุญาตให้เสนอขายเป็นโครงการ ให้ถืออัตราดังกล่าวเป็นค่าธรรมเนียมรายโครงการ
(ข) กรณีได้รับอนุญาตให้เสนอขายเป็นรายปี ให้ถืออัตราดังกล่าวเป็นค่าธรรมเนียมรายปี
(ค) กรณีอื่นนอกจาก (ก) หรือ (ข) ให้คิดค่าธรรมเนียมเป็นรายครั้ง
(4) กรณีเสนอขายพันธบัตร ให้คิดในอัตราร้อยละ 0.02 ของมูลค่าของพันธบัตรทั้งหมดที่เสนอขาย
ในการคํานวณมูลค่าของพันธบัตรที่เสนอขาย ให้ใช้ราคาเสนอขายพันธบัตรเป็นฐานในการคิดค่าธรรมเนียม
(5) กรณีเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพ ให้คิดในอัตราร้อยละ 0.04 ของมูลค่าหุ้นกู้แปลงสภาพทั้งหมดที่เสนอขาย
ในการคํานวณมูลค่าของหุ้นกู้แปลงสภาพที่เสนอขาย ให้ใช้ราคาเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพเป็นฐานในการคิดค่าธรรมเนียม
(6) กรณีเสนอขายใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น
(ก) หากใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นมีอายุไม่เกินหนึ่งปี ให้คิดในอัตราร้อยละ 0.08 ของมูลค่าของใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นทั้งหมดที่เสนอขายรวมกับมูลค่าของหุ้นทั้งหมดที่รองรับใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นที่เสนอขาย
(ข) หากใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นมีอายุมากกว่าหนึ่งปี ให้คิดในอัตราร้อยละ 0.03 ของมูลค่าของใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นทั้งหมดที่เสนอขายรวมกับมูลค่าของหุ้นทั้งหมดที่รองรับใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นที่เสนอขาย
ในการคํานวณมูลค่าของใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นที่เสนอขาย ให้ใช้ราคาเสนอขายใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นนั้นเป็นฐานในการคิดค่าธรรมเนียม และในการคํานวณมูลค่าของหุ้นที่รองรับใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นที่เสนอขาย ให้ใช้ราคาที่จะซื้อหุ้นตามใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นนั้นเป็นฐานในการคิดค่าธรรมเนียม
(7) กรณีเสนอขายใบแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่โอนสิทธิได้โดยเจ้าของใบแสดงสิทธิดังกล่าว ให้คิดในอัตราร้อยละ 0.08 ของมูลค่าของใบแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่โอนสิทธิได้ทั้งหมดที่เสนอขายรวมกับมูลค่าของหุ้นทั้งหมดที่รองรับใบแสดงสิทธิดังกล่าว
ในการคํานวณมูลค่าของใบแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่โอนสิทธิได้ที่เสนอขายให้ใช้ราคาเสนอขายใบแสดงสิทธิดังกล่าวเป็นฐานในการคิดค่าธรรมเนียม และในการคํานวณมูลค่าของหุ้นที่รองรับใบแสดงสิทธินั้น ให้ใช้ราคาที่จะซื้อหุ้นตามใบแสดงสิทธิดังกล่าวเป็นฐานในการคิดค่าธรรมเนียม
(8) กรณีเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ตามประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ต่อกรรมการหรือพนักงาน ให้คิดในอัตราร้อยละ 0.02 ของมูลค่าหลักทรัพย์ทั้งหมดที่เสนอขาย
ในการคํานวณมูลค่าของหลักทรัพย์ที่เสนอขาย ให้ใช้ราคาเสนอขายหลักทรัพย์ดังกล่าวเป็นฐานในการคิดค่าธรรมเนียม โดยในกรณีที่มีการเสนอขายใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น มูลค่าของหลักทรัพย์ที่เสนอขายให้รวมถึงมูลค่าของหุ้นทั้งหมดที่รองรับใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นที่เสนอขายด้วย และในกรณีนี้ การคํานวณมูลค่าของหุ้นที่รองรับใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นที่เสนอขาย ให้ใช้ราคาที่จะซื้อหุ้นตามใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นนั้นเป็นฐานในการคิดค่าธรรมเนียม
(9) กรณีเสนอขายใบสําคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ ให้คิดในอัตราดังนี้
(ก) ใบสําคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ในหุ้นประเภทที่ให้สิทธิที่จะซื้อหุ้นที่ออกโดยบริษัทอื่น และจัดให้มีการฝากทรัพย์สินเต็มจํานวน
1. หากมีอายุไม่เกินหนึ่งปี ให้คิดในอัตราร้อยละ 0.08 ของมูลค่าของใบสําคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ในหุ้นทั้งหมดที่เสนอขายรวมกับมูลค่าของหุ้นอ้างอิงทั้งหมดที่รองรับใบสําคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ในหุ้นที่เสนอขาย
2. หากมีอายุมากกว่าหนึ่งปี ให้คิดในอัตราร้อยละ 0.03 ของมูลค่าของ ใบสําคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ในหุ้นทั้งหมดที่เสนอขายรวมกับมูลค่าของหุ้นอ้างอิงทั้งหมดที่รองรับใบสําคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ในหุ้นที่เสนอขาย
การคํานวณมูลค่าของใบสําคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ในหุ้นที่เสนอขายให้ใช้ราคาเสนอขายใบสําคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ในหุ้นนั้นเป็นฐานในการคิดค่าธรรมเนียม และการคํานวณมูลค่าของหุ้นอ้างอิง ให้ใช้ราคาใช้สิทธิตามใบสําคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ในหุ้นนั้นเป็นฐานในการคิดค่าธรรมเนียม
(ข) ใบสําคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์อื่นนอกจาก (ก) ให้คิดในอัตราครั้งละ 10,000 บาท
(10) กรณีเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ตามประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่พร้อมกับการทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์เดิมของบริษัทจดทะเบียนเพื่อปรับโครงสร้างการถือหุ้นและการจัดการ ให้คิดในอัตราร้อยละ 0.02 ของมูลค่าหลักทรัพย์ทั้งหมดที่เสนอขาย แต่ต้องไม่ต่ํากว่า 100,000 บาท
มูลค่าหลักทรัพย์ทั้งหมดที่เสนอขาย ให้หมายถึงผลคูณของจํานวนดังต่อไปนี้
(ก) จํานวนหลักทรัพย์ที่เสนอขาย
(ข) ราคาปิดในตลาดหลักทรัพย์ของหลักทรัพย์ที่เสนอซื้อ ณ วันที่แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์มีผลใช้บังคับ และ
(ค) อัตราส่วนของจํานวนหลักทรัพย์ที่เสนอขายต่อจํานวนหลักทรัพย์ที่เสนอซื้อ
ในกรณีที่ไม่มีราคาตาม (ข) ให้ใช้มูลค่าที่ประเมินโดยที่ปรึกษาทางการเงินที่อยู่ในบัญชีรายชื่อที่สํานักงานให้ความเห็นชอบ
(11) กรณีเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ตามประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกโดยบริษัทต่างประเทศให้แก่กรรมการหรือพนักงานของบริษัทต่างประเทศ บริษัทร่วม บริษัทย่อย หรือสาขาของบริษัทดังกล่าวในประเทศไทย ให้คิดในอัตราโครงการละ 50,000 บาท
(12) กรณีเสนอขายใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิงตามประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการเสนอขายใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิงไทย ให้ใช้อัตราและวิธีการคํานวณเดียวกับที่กําหนดไว้สําหรับหลักทรัพย์อ้างอิงของใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิงดังกล่าว
ในกรณีที่อัตราค่าธรรมเนียมที่คํานวณได้ตามวรรคหนึ่ง มีจํานวนน้อยกว่า 30,000 บาท ให้คิดค่าธรรมเนียมในอัตรา 30,000 บาท เว้นแต่เป็นค่าธรรมเนียมตามวรรคหนึ่ง (3) (9) (ข) หรือ (10)