法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อกำหนดคดีภาษีอากร

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
26
มาตรา อารัมภบท

ข้อกำหนดคดีภาษีอากร

ข้อกำหนดคดีภาษีอากร[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. ๒๕๒๘ อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งโดยอนุมัติประธานศาลฎีกาออกข้อกำหนดเกี่ยวกับการดำเนินกระบวนพิจารณาสำหรับคดีภาษีอากรไว้ ดังต่อไปนี้

บทวิเคราะห์ศัพท์

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในข้อกำหนดนี้ ถ้าข้อความมิได้แสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น

(๑) “คดี” หมายความว่า คดีภาษีอากร

(๒) “ศาล” หมายความว่า ศาลแพ่ง แผนกคดีภาษีอากร หรือศาลที่มีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาแทนศาลแพ่ง แผนกคดีภาษีอากร

การยื่นคำฟ้อง

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ บรรดาคดีที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดนครปฐม จังหวัดนนทบุรี และจังหวัดปทุมธานี ซึ่งโจทก์จะต้องยื่นคำฟ้องต่อศาลแพ่ง แผนกคดีภาษีอากร เมื่อศาลแพ่ง แผนกคดีภาษีอากร สั่งรับคำฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาแล้ว ให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งกำหนดองค์คณะโดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระหว่างที่ศาลภาษีอากรจังหวัดยังมิได้เปิดทำการในท้องที่ใด ซึ่งศาลแพ่ง แผนกคดีภาษีอากร มีเขตอำนาจในท้องที่นั้นด้วย เมื่อโจทก์ยื่นคำฟ้องต่อศาลแพ่ง แผนกคดีภาษีอากร ให้ปฏิบัติตามข้อ ๒ แต่ถ้าโจทก์ยื่นคำฟ้องต่อศาลจังหวัดแห่งท้องที่ที่จำเลยมีภูมิลำเนา ให้ศาลจังหวัดจัดทำสำเนาคำฟ้องไว้หนึ่งชุดแล้วแจ้งและส่งต้นฉบับคำฟ้องไปยังศาลแพ่ง แผนกคดีภาษีอากร โดยเร็ว เมื่อศาลแพ่ง แผนกคดีภาษีอากรสั่งรับคดีนั้นไว้พิจารณาแล้ว ให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งกำหนดว่าศาลจะออกไปนั่งพิจารณาพิพากษา ณ ศาลจังหวัดแห่งท้องที่นั้นหรือจะให้นั่งพิจารณาพิพากษา ณ ศาลแพ่ง แผนกคดีภาษีอากร แล้วปฏิบัติตามข้อ ๒

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ คดีที่โจทก์ยื่นคำฟ้องต่อศาลจังหวัดแห่งท้องที่ที่จำเลยมีภูมิลำเนา เมื่อศาลจังหวัดดังกล่าวได้รับแจ้งคำสั่งรับคดีจากศาลแพ่ง แผนกคดีภาษีอากร แล้ว กระบวนพิจารณาต่อจากนั้นจนถึงก่อนวันชี้สองสถานหรือวันสืบพยานในกรณีที่ไม่มีการชี้สองสถานให้ศาลจังหวัดเป็นผู้ดำเนินการแทน เว้นแต่ศาลแพ่ง แผนกคดีภาษีอากร จะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

เมื่อโจทก์ได้รับแจ้งคำสั่งรับคดีของศาลแพ่ง แผนกคดีภาษีอากรจากศาลจังหวัดแล้ว ให้โจทก์นำส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องภายในเจ็ดวัน

กระบวนพิจารณาที่ศาลจังหวัดดำเนินการแทนดังกล่าว ให้ศาลจังหวัดแจ้งให้ศาลแพ่ง แผนกคดีภาษีอากร ทราบเป็นระยะ

การยื่นคำให้การและฟ้องแย้ง

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ เมื่อได้ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยแล้ว ให้จำเลยทำคำให้การเป็นหนังสือยื่นต่อศาลภายในสิบห้าวัน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ถ้าจำเลยฟ้องแย้งมาในคำให้การ ให้โจทก์ทำคำให้การแก้ฟ้องแย้งยื่นต่อศาลภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้ส่งสำเนาคำให้การถึงโจทก์

การชี้สองสถาน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เมื่อได้ยื่นคำฟ้อง คำให้การ และคำให้การแก้ฟ้องแย้ง ถ้าหากมีแล้ว ให้ศาลทำการชี้สองสถาน โดยแจ้งกำหนดวันนัดชี้สองสถานให้คู่ความทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน เว้นแต่ศาลเห็นว่าไม่จำเป็นต้องมีการชี้สองสถาน

ในกรณีที่ศาลเห็นว่าไม่จำเป็นต้องมีการชี้สองสถานและจำเป็นต้องสืบพยาน ให้แจ้งกำหนดวันนัดสืบพยานให้คู่ความทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน

ในกรณีที่โจทก์ยื่นคำฟ้องต่อศาลจังหวัดแห่งท้องที่ที่จำเลยมีภูมิลำเนา ให้ศาลแพ่ง แผนกคดีภาษีอากร เป็นผู้กำหนดว่าจะมีการชี้สองสถานหรือไม่

ให้ศาลแพ่ง แผนกคดีภาษีอากร แจ้งวันนัดชี้สองสถานหรือวันนัดสืบพยาน แล้วแต่กรณี ให้ศาลจังหวัดทราบเพื่อแจ้งให้คู่ความทราบต่อไป หากศาลแพ่ง แผนกคดีภาษีอากร แจ้งให้คู่ความทราบโดยตรง ก็ให้แจ้งให้ศาลจังหวัดทราบด้วย

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในกรณีที่มีการชี้สองสถาน เมื่อคู่ความฝ่ายใดมีความจำนงที่จะอ้างอิงเอกสารฉบับใดหรือคำเบิกความของพยานคนใด หรือมีความจำนงที่จะให้ศาลตรวจสอบบุคคล วัตถุ สถานที่ หรืออ้างอิงความเห็นของผู้เชี่ยวชาญที่ศาลตั้ง เพื่อเป็นพยานหลักฐานสนับสนุนข้ออ้างหรือข้อเถียงของตน ให้คู่ความฝ่ายนั้นยื่นต่อศาลก่อนวันชี้สองสถานไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน ซึ่งบัญชีระบุพยานโดยแสดงเอกสารหรือสภาพของเอกสารที่จะอ้างและรายชื่อ ที่อยู่ ของบุคคล ซึ่งคู่ความฝ่ายนั้นระบุอ้างเป็นพยานหรือคำขอให้ศาลไปตรวจหรือขอให้ตั้งผู้เชี่ยวชาญ แล้วแต่กรณี พร้อมทั้งสำเนาบัญชีระบุพยานดังกล่าวในจำนวนที่เพียงพอ เพื่อให้คู่ความฝ่ายอื่นหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องมารับไปโดยทางเจ้าพนักงานศาล

ในกรณีที่ไม่มีการชี้สองสถาน ให้ยื่นบัญชีระบุพยานพร้อมทั้งสำเนาตามวรรคหนึ่งก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน

ก่อนระยะเวลาที่กำหนดให้ยื่นบัญชีระบุพยานตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง แล้วแต่กรณี สิ้นสุดลง ถ้าคู่ความฝ่ายใดมีความจำนงจะยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติม ให้ยื่นคำแถลงขอระบุพยานเพิ่มเติมต่อศาลพร้อมกับบัญชีระบุพยานเพิ่มเติม

เมื่อระยะเวลาที่กำหนดให้ยื่นบัญชีระบุพยานตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง แล้วแต่กรณี ได้สิ้นสุดลงแล้ว ถ้าคู่ความซึ่งมิได้ยื่นบัญชีระบุพยานแสดงให้เป็นที่พอใจแก่ศาลได้ว่า มีเหตุอันสมควรที่ไม่สามารถยื่นบัญชีระบุพยานตามกำหนดเวลาดังกล่าวได้ หรือถ้าคู่ความซึ่งได้ยื่นบัญชีระบุพยานไว้แล้ว มีเหตุอันสมควรแสดงได้ว่า ตนไม่สามารถทราบได้ว่าต้องนำพยานหลักฐานบางอย่างมาสืบเพื่อประโยชน์ของตนหรือไม่ทราบว่าพยานหลักฐานบางอย่างได้มีอยู่ หรือมีเหตุอันสมควรอื่นใด คู่ความดังกล่าวนั้นอาจยื่นคำร้องต่อศาล ไม่ว่าเวลาใด ๆ ก่อน พิพากษาคดี ขออนุญาตอ้างพยานหลักฐานเช่นว่านั้น และถ้าศาลเห็นว่าเพื่อให้การวินิจฉัยชี้ขาดข้อ สำคัญแห่งประเด็นเป็นไปโดยเที่ยงธรรม จำเป็นจะต้องสืบพยานหลักฐานเช่นว่านั้น ก็ให้ศาลอนุญาตตามคำร้อง

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในกรณีที่มีการชี้สองสถาน ให้คู่ความยื่นต้นฉบับพยานเอกสารทั้งหมดที่ประสงค์จะอ้างอิงและอยู่ในความครอบครองของตน และพยานวัตถุอันเป็นพยานหลักฐานสำคัญที่อยู่ในความครอบครองของตนและสามารถนำมาศาลได้ต่อศาลพร้อมกับการยื่นบัญชีระบุพยาน

คู่ความฝ่ายใดมิได้ยื่นเอกสารหรือพยานวัตถุต่อศาลตามความในวรรคหนึ่ง คู่ความฝ่ายนั้นไม่มีสิทธิที่จะนำพยานหลักฐานนั้นมาสืบภายหลังเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล เมื่อคู่ความดังกล่าวสามารถแสดงให้เป็นที่พอใจแก่ศาลถึงเหตุที่ไม่สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดได้ เพราะเหตุสุดวิสัย หรือเมื่อศาลเห็นว่าพยานหลักฐานดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานอันสำคัญซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดีและเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมจำเป็นที่จะต้องนำพยานหลักฐานดังกล่าวมาสืบ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในกรณีที่มีการชี้สองสถาน หากพยานเอกสารหรือพยานวัตถุ อยู่ในความครอบครองของคู่ความฝ่ายอื่นหรือบุคคลภายนอก ให้คู่ความฝ่ายที่ประสงค์จะอ้างอิงขอให้ศาลมีคำสั่งเรียกพยานหลักฐานดังกล่าวมาจากผู้ครอบครอง โดยยื่นคำขอต่อศาลพร้อมกับการยื่นบัญชีระบุพยาน และให้คู่ความฝ่ายนั้นมีหน้าที่ติดตามเพื่อให้ได้พยานหลักฐานมาก่อนวันชี้สองสถาน หรือภายในเวลาที่ศาลกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ เอกสารหรือพยานวัตถุที่คู่ความได้ยื่นตามข้อ ๙ หรือที่ศาลได้เรียกมาตามข้อ ๑๐ ถ้าผู้ยื่นหรือผู้ครอบครองมีความจำเป็นต้องใช้หรือถ้าการเก็บรักษาไว้ที่ศาลจะเป็นการไม่สะดวก ศาลจะให้ผู้ยื่นหรือผู้ครอบครองรับคืนไป โดยให้คู่ความตรวจดู และให้ผู้ยื่นหรือผู้ครองครองส่งสำเนาหรือภาพถ่ายไว้แทน หรือจะมีคำสั่งอย่างใดตามที่เห็นสมควรก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในการชี้สองสถานให้ศาลนำข้ออ้าง ข้อเถียงที่ปรากฏในคำคู่ความเทียบกันดู และสอบถามคู่ความทุกฝ่ายถึงข้ออ้าง ข้อเถียง และพยานหลักฐานที่ยื่นต่อศาลว่าฝ่ายใดยอมรับหรือโต้แย้งข้ออ้าง ข้อเถียงนั้นอย่างไร ข้อเท็จจริงใดที่คู่ควรยอมรับกันก็เป็นยุติไปตามนั้น ส่วนข้อกฎหมายหรือข้อเท็จจริงที่คู่ความฝ่ายหนึ่งยกขึ้นอ้าง แต่คู่ความฝ่ายอื่นไม่รับและเกี่ยวเนื่องโดยตรงกับประเด็นตามคำคู่ความ ให้ศาลกำหนดไว้เป็นประเด็นข้อพิพาท และกำหนดให้คู่ความฝ่ายใดนำพยานหลักฐานมาสืบในประเด็นข้อใดก่อนหรือหลังก็ได้

ในการสอบถามคู่ความตามวรรคหนึ่ง คู่ความแต่ละฝ่ายต้องตอบคำถามที่ศาลถามเอง หรือถามตามคำขอของคู่ความฝ่ายอื่น เกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่คู่ความฝ่ายอื่นยกขึ้นเป็นข้ออ้าง ข้อเถียง และพยานหลักฐานต่าง ๆ ที่ยื่นต่อศาล ถ้าคู่ความฝ่ายใดไม่ตอบคำถามเกี่ยวกับข้อเท็จจริงใด ให้ถือว่ายอมรับข้อเท็จจริงนั้นแล้ว เว้นแต่ศาลเห็นว่าคู่ความฝ่ายนั้นไม่อยู่ในวิสัยที่จะตอบได้ในขณะนั้น ศาลจะอนุญาตให้เสนอคำตอบในภายหลัง โดยเลื่อนการชี้สองสถานเฉพาะส่วนที่ยังไม่เสร็จสิ้นดังกล่าวออกไปก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ถ้าคู่ความทุกฝ่ายหรือแต่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่มาศาลในวันชี้สองสถาน ศาลจะชี้สองสถานไปทีเดียวหรือจะเลื่อนการชี้สองสถานไปเพื่อให้คู่ความมาศาลพร้อมกันก็ได้ ในกรณีที่ศาลทำการชี้สองสถานไปทีเดียว ให้ถือว่าคู่ความที่ไม่มาศาลทราบกระบวนพิจารณาในวันนั้นแล้วและไม่มีสิทธิโต้แย้งคัดค้านประเด็นข้อพิพาทหรือหน้าที่นำสืบที่ศาลกำหนด

การแต่งตั้งบุคคลเพื่อรับคำคู่ความหรือเอกสารแทน

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ กรณีที่คู่ความยื่นคำขอต่อศาลขอแต่งตั้งบุคคลที่มีภูมิลำเนาในเขตอำนาจศาลนั้น หรือศาลสั่งให้คู่ความแต่งตั้งบุคคลที่มีภูมิลำเนาในเขตอำนาจศาลนั้น เพื่อรับคำคู่ความหรือเอกสารแทนตน การแต่งตั้งต้องทำเป็นหนังสือ

การมาศาลและการให้ความเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การขอให้ผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญมาให้ความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาพิพากษาของศาล ให้ทำเป็นหนังสือเชิญ

กรณีที่คู่ความขอให้เรียกผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญฝ่ายตนมาให้ความเห็นโต้แย้งหรือเพิ่มเติมความเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญที่ศาลขอให้มา ให้ศาลออกหมายเรียก

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญที่ศาลขอให้มาให้ความเห็น ให้ศาลกำหนดค่าป่วยการ ค่าพาหนะเดินทาง และค่าเช่าที่พักตามระเบียบกระทรวงยุติธรรม

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญที่คู่ความขอให้เรียกมาให้ความเห็น ให้ศาลกำหนดค่าป่วยการตามรายได้และฐานะของบุคคลนั้น แต่ไม่ให้เกินวันละสองร้อยบาทกับค่าพาหนะเดินทางและค่าเช่าที่พักของบุคคลนั้นที่เสียไปด้วยตามสมควร และสั่งให้คู่ความฝ่ายที่ขอให้เรียกมาเป็นผู้จ่าย โดยถือเป็นค่าฤชาธรรมเนียม

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ก่อนให้ความเห็น ผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญที่ศาลขอให้มาหรือที่คู่ความขอให้เรียกมา ต้องสาบานตนหรือกล่าวคำปฏิญาณว่าจะให้ความเห็นตามความสัตย์จริง เว้นแต่บุคคลตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๑๒ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญที่มาให้ความเห็นอาจให้ความเห็นด้วยวาจา และอ่านข้อความที่เขียนมา ทั้งอาจยื่นความเห็นเป็นหนังสือต่อศาลประกอบความเห็นด้วยวาจาได้ด้วย

ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยพยานบุคคลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับแก่การให้ความเห็นด้วยวาจาดังกล่าวโดยอนุโลม

การนั่งพิจารณาและพิพากษาคดี

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ศาลอาจมีคำสั่งกำหนดการนั่งพิจารณาคดี ณ สถานที่ใด หรือในวันเวลาใด ๆ ก็ได้ ตามที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ให้ศาลดำเนินการนั่งพิจารณาคดีโดยเร็วและติดต่อกันไปเท่าที่สามารถจะทำได้ โดยไม่ต้องเลื่อนจนกว่าจะเสร็จการพิจารณาและพิพากษาคดี

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ให้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งในศาลโดยเปิดเผยภายในสิบห้าวันนับแต่วันเสร็จการพิจารณา แต่ถ้ามีเหตุอันสมควร จะเลื่อนไปอ่านในวันอื่นก็ได้

แบบพิมพ์

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ การแต่งตั้งบุคคลเพื่อรับคำคู่ความหรือเอกสารแทนตามข้อ ๑๔ ให้ทำเป็นหนังสือตามแบบพิมพ์ ภษ. ๑ ท้ายข้อกำหนดนี้

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ หนังสือเชิญผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญตามข้อ ๑๕ วรรคหนึ่ง ให้ทำเป็นหนังสือตามแบบพิมพ์ ภษ. ๒ ท้ายข้อกำหนดนี้ ส่วนหมายเรียกผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญตามข้อ ๑๕ วรรคสอง ให้ทำตามแบบพิมพ์ ภษ. ๓ ท้ายข้อกำหนดนี้

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ในการยื่นหรือส่งคำคู่ความหรือเอกสารอื่นนอกจากที่ระบุไว้ในข้อกำหนดนี้ ให้ศาล เจ้าพนักงานศาลของศาล คู่ความหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง ใช้แบบพิมพ์ที่กระทรวงยุติธรรมจัดไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

การยื่นอุทธรณ์ตามมาตรา ๒๔ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. ๒๕๒๘ ให้ใช้แบบพิมพ์อุทธรณ์แบบ (๓๒) และแบบพิมพ์ท้ายอุทธรณ์แบบ (๓๓) ส่วนคำแก้อุทธรณ์ให้ใช้แบบพิมพ์คำแก้อุทธรณ์แบบ (๓๔) และแบบพิมพ์ท้ายคำแก้อุทธรณ์แบบ (๓๕)

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ข้อกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๙ เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๙

ศักดิ์ สนองชาติ

อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่ง

[เอกสารแนบท้าย]

๑. หนังสือแต่งตั้งบุคคลเพื่อรับคำคู่ความหรือเอกสารแทน (ภษ. ๑)

๒. หนังสือเชิญผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญ (ภษ. ๒)

๓. หมายเรียกผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญ (ภษ. ๓)

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

วิภา/ผู้จัดทำ

๑๒/พ.ย/๕๓

พัสสน/ผู้ตรวจ

๒๔/พ.ย/๕๓

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๓/ตอนที่ ๓๕/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๓ มีนาคม ๒๕๒๙

26 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อกำหนดคดีภาษีอากร (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_011b20d7025dcf99

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com