ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
เรื่อง
หลักเกณฑ์การให้บริการแก่ลูกค้า การเปิดเผยและการเรียกเก็บ
ค่าธรรมเนียมของธนาคารพาณิชย์
๑. เหตุผลในการออกประกาศ
เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการให้บริการ
การคิดค่าธรรมเนียมและบริการของธนาคารพาณิชย์ และเพื่อความเป็นธรรมกับผู้ใช้บริการ
ตลอดจนเพื่อพิทักษ์รักษาประโยชน์ของประชาชน
๒. อำนาจตามกฎหมาย
ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๒๒ (๘) แห่งพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์
พ.ศ. ๒๕๐๕
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ.
๒๕๐๕ พ.ศ. ๒๕๒๘
ออกหลักเกณฑ์การให้บริการแก่ลูกค้า
การเปิดเผยและการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามที่กำหนดในประกาศนี้
๓. ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ทุกธนาคาร
๔. การให้บริการแก่ลูกค้า
การเปิดเผยและการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม
๔.๑
ให้ธนาคารพาณิชย์กำหนดแนวทางและวิธีปฏิบัติที่ชัดเจนในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากลูกค้าและเปิดเผยแนวทางและวิธีปฏิบัติดังกล่าวให้ลูกค้าทราบโดยละเอียด
เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้ข้อมูลดังกล่าวประกอบการตัดสินใจเลือกใช้บริการได้ตรงตามความต้องการ
๔.๒
ในการให้บริการลูกค้า ให้ธนาคารพาณิชย์ถือปฏิบัติ ดังนี้
๔.๒.๑
ในการทำสัญญาใหม่กับลูกค้า
ให้ธนาคารพาณิชย์มอบหรือส่งสำเนาสัญญาหรือข้อตกลงการให้บริการแก่ลูกค้าผู้ใช้บริการ
อย่างน้อย ๑ ชุด หรือเมื่อมีลูกค้าร้องขอ
๔.๒.๒ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสัญญา ข้อตกลง
อัตราค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการ ค่าปรับ สูตรและวิธีการคำนวณ รวมทั้งเงื่อนไขต่างๆ
ของสัญญาหรือข้อตกลงการให้บริการข้างต้นซึ่งทำให้ลูกค้าผู้ใช้บริการเสียประโยชน์
ธนาคารพาณิชย์ต้องได้รับความยินยอมจากลูกค้าเสียก่อนเว้นแต่ลูกค้าเลือกที่จะให้สิทธิธนาคารพาณิชย์ดำเนินการเป็นอย่างอื่น
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะมีการตกลงใดๆ ไว้
ธนาคารพาณิชย์ต้องประกาศการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นให้ผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า
๓๐ วันก่อนการเปลี่ยนแปลงจะมีผลใช้บังคับ
๔.๒.๓
ให้ธนาคารพาณิชย์แจ้งยอดเงินฝากบัญชีที่ไม่เคลื่อนไหวและไม่อยู่ในข่ายที่ถูกเรียกเก็บหรือหักค่าธรรมเนียมในการรักษาบัญชีเงินฝาก
โดยการส่งจดหมายลงทะเบียนแจ้งยอดเงินฝากคงเหลือบัญชีกระแสรายวันและบัญชีออมทรัพย์ให้ผู้ฝากเงินที่เป็นบุคคลธรรมดาทราบเป็นรายตัว
หลังจากบัญชีไม่เคลื่อนไหวเกิน ๑ ปี
๔.๒.๔
ในการเรียกเก็บหรือหักค่าธรรมเนียมในการรักษาบัญชีเงินฝากให้ธนาคารพาณิชย์จัดส่งหนังสือแจ้งผู้ฝากเงินทราบเป็นรายตัว
ภายใน ๑๐ วันนับจากวันที่เรียกเก็บหรือหักบัญชีเป็นค่ารักษาบัญชีดังกล่าว
โดยให้ระบุยอดเงินฝากคงเหลือ และค่าธรรมเนียมในการรักษาบัญชีที่เรียกเก็บ
ตลอดจนเงื่อนไขในการเรียกเก็บ
๔.๒.๕
การคิดค่าธรรมเนียมในการรักษาบัญชีเงินฝาก ให้ธนาคารพาณิชย์พิจารณาปัจจัยต่างๆ
ที่ได้กล่าวไว้ในหนังสือเวียน ที่ ธปท.ณก.(ว)
๑๕๔๓/๒๕๓๔ ลงวันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๓๔ เรื่อง
การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการของธนาคารพาณิชย์ ประกอบด้วย
และธนาคารพาณิชย์จะทำข้อตกลง หรือเรียกเก็บ
หรือหักบัญชีเป็นค่ารักษาบัญชีเกินกว่ายอดเงินฝากคงเหลือในบัญชีไม่ได้
๔.๓
ให้ธนาคารพาณิชย์กำหนดแนวทางและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการรับข้อร้องเรียนต่างๆ
ในเรื่องค่าธรรมเนียม และการจ่ายเงินชดเชยให้ผู้ใช้บริการธนาคารพาณิชย์
สำหรับความเสียหายใดๆ ที่ผู้ใช้บริการได้รับอันเกิดจากความผิดพลาดของธนาคารพาณิชย์ในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าปรับทุกประเภท
โดยอย่างน้อยต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
๔.๓.๑
ช่องทางการติดต่อของลูกค้าในการแจ้งข้อร้องเรียน
๔.๓.๒
กระบวนการในการพิจารณาตรวจสอบข้อร้องเรียน
๔.๓.๓
ระยะเวลาในการดำเนินการ และการแจ้งผลการดำเนินการ
๔.๓.๔
กระบวนการพิจารณาการชดเชย รวมทั้งรายละเอียดการดำเนินการต่างๆ
๔.๔
ให้ธนาคารพาณิชย์เปิดเผยและปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอโดยอย่างน้อยต้องมีรายละเอียด
ดังนี้
๔.๔.๑
รายละเอียดสัญญาหรือข้อตกลง อัตราค่าธรรมเนียม ค่าบริการ หรือค่าปรับ
รวมถึงสูตรและวิธีการคำนวณต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งเงื่อนไขต่างๆ ของสัญญา
หรือข้อตกลงในการให้บริการทุกประเภท ที่เป็นรูปแบบมาตรฐานสำหรับลูกค้าทั่วไป
๔.๔.๒
แนวทางและวิธีปฏิบัติในกรณีมีการเปลี่ยนแปลงสัญญาหรือข้อตกลง อัตราค่าธรรมเนียม
ค่าบริการ หรือค่าปรับ รวมถึงสูตรและวิธีการคำนวณต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
พร้อมทั้งเงื่อนไขต่างๆ
๔.๔.๓
แนวทางและวิธีปฏิบัติในการรับข้อร้องเรียนต่างๆ
ในเรื่องค่าธรรมเนียมรวมถึงกระบวนการพิจารณาการชดเชย สำหรับความเสียหายใดๆ
ที่ผู้ใช้บริการได้รับอันเกิดจากความผิดพลาดของธนาคารพาณิชย์
ทั้งนี้
ให้ธนาคารพาณิชย์จัดให้มีข้อมูลอันเป็นปัจจุบันข้างต้นไว้ในที่เปิดเผย ณ
สำนักงานของธนาคารพาณิชย์ทุกแห่ง
พร้อมทั้งสามารถแสดงหรือมอบให้ผู้ใช้บริการได้ตามสมควรเมื่อมีการร้องขอ นอกจากนี้
ธนาคารพาณิชย์ควรพิจารณาช่องทางการเปิดเผยข้อมูลอื่นด้วย เช่น
การเผยแพร่ใน Homepage ของธนาคารพาณิชย์ เป็นต้น ทั้งนี้
เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้บริโภค
๔.๕
หลักเกณฑ์ในประกาศฉบับนี้
ไม่ใช้บังคับกับเรื่องอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและเงินให้สินเชื่อ และเรื่องบัตรเครดิต
๕. วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๑]
ประกาศ
ณ วันที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๖
หม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย
ญาณี/พิมพ์
๒๕
กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗
จีระ/ต่อศักดิ์/ตรวจ
๙
เมษายน ๒๕๔๗
A+B
[๑]
รก.๒๕๔๖/พ๑๓๓ง/๑๕/๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๖