ข้อ ๓ ผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตตามข้อ 2 วรรคหนึ่ง ซึ่งได้ให้บริการในราชอาณาจักรมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/2 และมาตรา 82 แห่งประมวลรัษฎากร โดยคํานวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร
การให้บริการตามวรรคหนึ่ง ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นเมื่อได้รับชําระราคาค่าบริการ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการออกใบกํากับภาษีหรือได้ใช้บริการไม่ว่าโดย ตนเองหรือบุคคลอื่นเกิดขึ้นก่อนได้รับชําระราคาค่าบริการ ก็ให้ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เกิดขึ้นตามส่วนของการกระทํานั้น ๆ แล้วแต่กรณี ตามมาตรา 78/1(1) แห่งประมวลรัษฎากร
ผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตตามวรรคหนึ่ง ต้องนํามูลค่าทั้งหมดที่ได้รับหรือพึงได้รับจากการประกอบธุรกิจบัตรเครดิตมารวมเป็นมูลค่าของฐานภาษีในการคํานวณเสียภาษี มูลค่าเพิ่มตามมาตรา 79 แห่งประมวลรัษฎากร โดยมูลค่าของฐานภาษีที่ต้องนําไปรวมคํานวณ เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตัวอย่างเช่น
(1) ค่าธรรมเนียมการเข้าเป็นสมาชิกบัตรเครดิตของผู้ถือบัตร เช่น ค่าธรรมเนียมแรกเข้า (Membership fee) ค่าธรรมเนียมรายปี (Annual fee) ค่าทําบัตรใหม่
(2) ค่าธรรมเนียมการขอเอกสารเกี่ยวกับบัตรเครดิต
(3) ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายใด ๆ ในการให้บริการเบิกถอนเงินสดผ่านบัตรเครดิตที่เรียกเก็บจากผู้ถือบัตรได้ไม่เกินอัตราที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกําหนด ไม่ว่าการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายจะเรียกชื่ออย่างใดก็ตาม เช่น Cash advance fee ATM service fee (สําหรับบัตรเครดิต) Transaction fee ค่าธรรมเนียมการเบิกถอนเงินสดล่วงหน้า ของผู้ถือบัตรไทยในต่างประเทศ
(4) ค่าบริการใช้เครื่องรูดบัตรที่เรียกเก็บจากผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตรายอื่น
(5) ส่วนลด (Discount revenue) ที่ได้รับจากร้านค้าสมาชิกในประเทศและต่างประเทศ
(6) ค่าตอบแทนที่ได้รับจากผู้รับบัตรเนื่องจากการจัดรายการส่งเสริมการขายร่วมกัน
(7) ค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการติดตามทวงถามการชําระหนี้จากบัตรเครดิตที่เรียกเก็บจากผู้ถือบัตร
(8) ค่าธรรมเนียมการชําระเงินจากบัตรเครดิตที่เรียกเก็บจากผู้ถือบัตร
(9) ส่วนแบ่งรายได้จากการใช้บัตรเครดิต (Billing credit)