法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการมาตรวิทยาแห่งชาติ ว่าด้วย การเงิน การบัญชี และการงบประมาณ พ.ศ. 2542

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
71
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการมาตรวิทยาแห่งชาติ

ระเบียบคณะกรรมการมาตรวิทยาแห่งชาติ

ว่าด้วย การเงิน การบัญชี และการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๒

เพื่อให้การดำเนินงานเกี่ยวกับการบริหารการเงิน

การบัญชี และการงบประมาณเป็นไปด้วยความเรียบร้อยสามารถสนองต่อวัตถุประสงค์

และเกิดประโยชน์สูงสุดของสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๕ มาตรา ๑๔ และมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติพัฒนาระบบมาตรวิทยาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๐

คณะกรรมการมาตรวิทยาแห่งชาติ จึงออกระเบียบว่าด้วย การเงิน การบัญชี

และการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๒ ไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการมาตรวิทยาแห่งชาติ ว่าด้วยการเงิน การบัญชี

และการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๒”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“คณะกรรมการ” หมายความว่า

คณะกรรมการมาตรวิทยาแห่งชาติ

“สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หมายความว่า สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของรัฐ

“สถาบัน” หมายความว่า สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ

“ผู้อำนวยการ” หมายความว่า

ผู้อำนวยการสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ

“รองผู้อำนวยการ” หมายความว่า

รองผู้อำนวยการสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ

“ผู้จัดการฝ่าย” หมายความว่า ผู้จัดการฝ่ายต่างๆ ของสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ

“พนักงาน” หมายความว่า

พนักงานของสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ ซึ่งได้รับอนุมัติทำสัญญาปฏิบัติงานและแต่งตั้งเป็นพนักงานปฏิบัติงานเต็มเวลา

“ปีงบประมาณ” หมายความว่า

ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคมถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคมของปี

“งบประมาณรายจ่าย” หมายความว่า จำนวนเงินอย่างสูงที่อนุญาตให้จ่ายหรือก่อหนี้ผูกพันได้ตามวัตถุประสงค์และในระยะเวลาที่กำหนดในแต่ละปีงบประมาณ

“หนี้” หมายความว่า

ข้อผูกพันที่จะต้องจ่ายหรืออาจจะต้องจ่ายเป็นเงินสิ่งของหรือบริการ ไม่ว่าจะเป็นข้อผูกพันอันเกิดจากการกู้ยืม

การค้ำประกัน การซื้อ หรือการจ้างโดยใช้เครดิต หรือจากการอื่นใด

“เงินประจำงวด” หมายความว่า

ส่วนหนึ่งของงบประมาณรายจ่ายที่แบ่งสรรให้จ่ายหรือให้ก่อหนี้ผูกพันในระยะเวลาหนึ่ง

การเงิน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ “รายได้” ของสถาบัน หมายถึง

(๑) เงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรให้จากงบประมาณแผ่นดินประจำปี

(๒) เงินอุดหนุนจากต่างประเทศและองค์กรระหว่างประเทศ

(๓) เงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับจากหน่วยงานของรัฐบาล

(๔) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้มอบให้แก่สถาบัน

(๕) รายได้หรือผลประโยชน์ที่ได้รับจากการลงทุนและจากทรัพย์สินของสถาบัน

(๖) ผลประโยชน์ และค่าตอบแทนต่างๆ ที่ได้จากการให้บริการของสถาบัน

(๗) รายได้หรือผลประโยชน์อย่างอื่น

นอกเหนือจากข้อ (๑) ถึง (๖)

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

หมวดรายจ่ายของแผนงานหรือโครงการ จำแนกออกเป็น ๖ หมวด คือ

(๑) หมวดเงินเดือนและค่าจ้าง

(๒) หมวดค่าตอบแทน ใช้สอย และวัสดุ

(๓) หมวดสาธารณูปโภค

(๔) หมวดค่าครุภัณฑ์ ที่ดิน

และสิ่งปลูกสร้าง

(๕) หมวดเงินสนับสนุน

(๖) หมวดรายจ่ายอื่น

หลักฐานการรับเงิน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ใบเสร็จรับเงิน ให้ใช้ตามแบบที่สถาบันกำหนด และให้มีสำเนาติดไว้กับเล่มอย่างน้อย

๑ ฉบับ เพื่อเป็นหลักฐานในการตรวจสอบ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ใบเสร็จรับเงินทุกฉบับจะต้องมีหมายเลขเรียงลำดับกำกับไว้ทุกฉบับและมีทะเบียนควบคุมใบเสร็จรับเงินและหลักฐานการเบิกใบเสร็จรับเงินที่สามารถตรวจสอบได้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ใบเสร็จรับเงิน ห้ามขูด ลบ แก้ไข เพิ่มเติม หมายเลขใบเสร็จรับเงิน

จำนวนเงินหรือชื่อผู้ชำระเงิน หากใบเสร็จรับเงินฉบับใดลงรายการผิดพลาด

ให้ยกเลิกใบเสร็จรับเงินนั้นทั้งฉบับโดยออกฉบับใหม่

ใบเสร็จรับเงินฉบับที่ยกเลิกให้เก็บรวมไว้กับสำเนาเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ

การรับเงิน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

การรับเงินทุกประเภท ยกเว้นเงินงบประมาณแผ่นดิน ให้สถาบันออกใบเสร็จรับเงินไว้เป็นหลักฐาน

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

เงินรายได้ที่สถาบันได้รับให้นำฝากธนาคารหรือสถาบันการเงินในชื่อบัญชี “กองทุนเพื่อการพัฒนาระบบมาตรวิทยา”

ในวันที่ได้รับหรืออย่างช้าในวันทำการถัดไป การสั่งจ่ายเงินเพื่อการดำเนินงานของสถาบัน

ให้จ่ายจากบัญชี “สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ”

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ในการจัดเก็บเงินทุกประเภท ให้ส่วนการคลัง ฝ่ายบริหาร เป็นผู้จัดเก็บ

หลักฐานการจ่าย

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

หลักฐานการจ่าย หมายถึง หลักฐานที่แสดงว่าได้มีการจ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้ หรือผู้รับเงินตามข้อผูกพันแล้ว

และให้เป็นไปตามที่สถาบันกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ใบสำคัญคู่จ่าย หมายถึง หลักฐานการจ่ายที่เป็นใบเสร็จรับเงิน หลักฐานของธนาคารแสดงการจ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้

หรือหลักฐานการนำเงินเข้าบัญชีเงินฝากของผู้รับ

กรณีใบสำคัญคู่จ่ายที่เป็นใบเสร็จรับเงินซึ่งผู้รับเงินออกให้

อย่างน้อยต้องมีรายการดังนี้

(๑) ชื่อ สถานที่อยู่

หรือที่ทำการของผู้รับเงิน

(๒) วัน เดือน ปี ที่รับเงิน

(๓) รายละเอียดของค่าใช้จ่าย

(๔) จำนวนเงิน

(๕) ลายมือชื่อผู้รับเงิน

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

กรณีใบสำคัญคู่จ่ายสูญหาย ให้ปฏิบัติดังนี้

(๑) ใบสำคัญคู่จ่ายที่เป็นใบเสร็จรับเงินสูญหายให้ใช้สำเนาใบเสร็จรับเงินซึ่งผู้รับเงินรับรองแทนได้

(๒) ถ้าใบสำคัญคู่จ่ายที่เป็นใบเสร็จรับเงินสูญหาย

และไม่อาจขอสำเนาใบเสร็จรับเงินตามข้อ ๑๔ (๑) ได้

ให้ผู้จ่ายเงินทำใบรับรองการจ่ายเงินโดยชี้แจงเหตุผล พร้อมทั้งคำรับรองว่ายังไม่เคยนำใบสำคัญคู่จ่ายมาเบิกจ่าย

และหากค้นพบภายหลังจะไม่นำมาเบิกจ่ายอีก เสนอให้ผู้อำนวยการพิจารณาอนุมัติ

เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว ให้ใช้ใบรับรองการจ่ายเงินนั้นเป็นใบสำคัญคู่จ่ายได้

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

การจ่ายเงินที่ไม่อาจเรียกใบเสร็จรับเงินได้

ให้ผู้จ่ายเงินทำใบรับรองการจ่ายเงิน ตามแบบที่สถาบันกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ การจ่ายเงิน

ถ้าผู้มีสิทธิรับเงินไม่สามารถมารับเงินได้ด้วยตนเองจะมอบอำนาจให้บุคคลอื่นเป็นผู้มารับเงินแทน

จะต้องมีหนังสือมอบอำนาจการรับเงินมามอบให้ผู้จ่ายเงินเก็บไว้เป็นหลักฐาน

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ หลักฐานการจ่ายเงิน

และเอกสารประกอบทุกรายการ เมื่อมีการจ่ายเงินไม่ว่าด้วยเงินสด หรือเช็คก็ตาม

จะต้องประทับตราจ่ายเงินแล้ว

การจ่ายเงิน

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ การจ่ายเงิน

ให้ปฏิบัติตามระเบียบหรือหลักเกณฑ์ตามที่สถาบันกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

การจ่ายเงินทุกครั้ง ให้จ่ายเป็นเช็คของธนาคารเข้าบัญชีในนามของผู้มีสิทธิรับเงิน

หรือในนามของหน่วยงาน ยกเว้นการจ่ายเงินจากเงินสดย่อย และการจ่ายเงินดังกล่าวต้องจัดทำหลักฐานการจ่ายไว้เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบด้วย

การจ่ายเงินโดยเช็ค

ให้ปฏิบัติดังนี้

(๑) ผู้มีอำนาจลงนามในเช็คสั่งจ่าย

ให้เป็นไปตามที่ผู้อำนวยการกำหนด

(๒) เช็คสั่งจ่าย ให้ขีดคร่อม

ระบุชื่อผู้รับและขีดฆ่าคำว่า “หรือตามคำสั่ง” หรือ “ผู้ถือ” ออก

(๓) จัดให้มีการควบคุมการรับ

การใช้และการเก็บรักษาเช็ค

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

การจ่ายเงินจากเงินสดย่อย จะต้องเป็นค่าใช้จ่ายตามระเบียบดังนี้

(๑) เป็นค่าใช้จ่ายหรือหนี้จำนวนเล็กน้อย

(๒) เป็นหนี้ที่ต้องชำระด้วยเงินสด

ซึ่งผู้ขายไม่ยินยอมรับชำระหนี้ด้วยเช็ค และเป็นสินค้าที่ไม่สามารถจัดหาจากผู้ขายรายอื่นได้

หรือจัดซื้อจากผู้ขายรายอื่นไม่สะดวก

(๓) เป็นการยืมซื้อของหรือเป็นค่าใช้จ่ายในการไปปฏิบัติงาน

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

ให้ส่วนการคลังของสถาบันเก็บเงินสดในมือไว้สำรองจ่ายได้ไม่เกิน ๓๐,๐๐๐ บาท (สามหมื่นบาทถ้วน) ต่อวัน

เว้นแต่ตัวเงินสดซึ่งเบิกมาเพื่อจ่ายเฉพาะกิจเป็นคราวๆ ไป ในกรณีจำเป็นต้องเก็บเงินสดในมือไว้สำรองจ่ายสูงกว่าวงเงินข้างต้น

ให้กระทำได้โดยอนุมัติของผู้อำนวยการ

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

รายการจ่ายเงินสดย่อยทุกรายการจะต้องลงรายการในทะเบียนคุมเงินสดย่อย เพื่อการควบคุมและจะต้องมีหลักฐานประกอบการเบิกจ่ายทุกรายการ

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

จำนวนเงินสดย่อยของพนักงานผู้รับผิดชอบในแต่ละวันจะต้องประกอบด้วยรายการดังนี้

(๑) จำนวนเงินสดคงเหลือ

(๒) ใบสำคัญที่ได้รองจ่ายเงินไปแล้ว

พนักงานผู้รับผิดชอบเงินสดย่อยจะต้องจัดทำสรุปรายงานเพื่อเบิกเงินชดเชยตามจำนวนในใบสำคัญที่ได้รองจ่ายไปแล้วทุกสัปดาห์

หรือเมื่อเงินสดคงเหลือมีไม่เพียงพอจ่าย มาสมทบเงินสดย่อยให้ได้จำนวนเงินตามที่กำหนด

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

พนักงานผู้รับผิดชอบเงินสดย่อยต้องได้รับการแต่งตั้งจากผู้อำนวยการและในกรณีที่พนักงานผู้รับผิดชอบเงินสดย่อยไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

ให้ผู้อำนวยการมอบหมายให้พนักงานคนอื่นปฏิบัติงานแทนเป็นการชั่วคราวไปก่อน

โดยให้มีการตรวจสอบยอดคงเหลือและรายการใบสำคัญที่ยังไม่ได้เบิกชดเชย

และให้ส่งมอบงานเป็นลายลักษณ์อักษรจนกว่าพนักงานผู้รับผิดชอบจะกลับมาปฏิบัติงานตามปกติ

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

ให้หัวหน้าส่วนการคลังตรวจสอบการจ่ายเงินสดและเงินสดคงเหลือโดยมิได้บอกกล่าวล่วงหน้าเป็นครั้งคราว

หากมีการผิดพลาดอย่างใดในการตรวจสอบต้องรายงานให้ผู้อำนวยการทราบเรื่องโดยทันที

เงินยืมทดรองจ่าย

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

ให้สถาบันมีเงินทดรองจ่าย เพื่อสำรองจ่ายในการปฏิบัติงานตามภาระหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗

การจ่ายเงินทดรองจ่ายทุกครั้ง ให้ผู้ยืมทำสัญญาการยืมเงินตามแบบที่สถาบันกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘

ให้ผู้อำนวยการหรือผู้ที่ผู้อำนวยการมอบหมายเป็นผู้อนุมัติการยืมเงินทดรองจ่าย

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙

การคืนเงินทดรองจ่าย ให้ผู้ยืมรวบรวมใบสำคัญคู่จ่ายพร้อมทั้งเงินคงเหลือ(ถ้ามี)

ส่งคืนสถาบันภายในกำหนดระยะเวลา ดังนี้

(๑) กรณีเดินทางไปปฏิบัติงาน

ให้คืนภายใน ๑๕ วันนับแต่วันที่ผู้เดินทางกลับถึงสถานที่อยู่หรือสถานที่ปฏิบัติงาน

หากไม่ได้เดินทางตามที่กำหนด ให้นำเงินยืมทั้งหมดที่ได้รับส่งคืนทันที

(๒) กรณียืมเงินเพื่อปฏิบัติงานอื่นนอกเหนือจากข้อ

๒๙ (๑) ให้คืนภายใน ๑๕ วันนับแต่วันที่ได้รับเงิน

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐

ผู้ยืมเงินทดรองจ่ายจะต้องส่งใช้ใบสำคัญคู่จ่ายของสัญญายืมเงินครั้งก่อนให้เสร็จสิ้นก่อนที่จะเบิกเงินทดรองจ่ายจำนวนใหม่

เว้นแต่กรณีที่จำเป็นจะต้องเดินทางไปปฏิบัติงานอีก โดยที่ยังไม่สามารถส่งใช้เงินยืมทดรองจ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติงานครั้งที่แล้วได้

ให้ยืมเงินทดรองจ่ายเพื่อไปปฏิบัติงานได้อีกเพียงครั้งเดียว

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑

ผู้ยืมเงินทดรองจ่ายจะต้องจ่ายเงินตามที่ระบุไว้ในรายการและวัตถุประสงค์ในสัญญายืมเงินเท่านั้น

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ สัญญายืมเงิน

ซึ่งยังไม่ได้ชำระคืนเงินให้เสร็จสิ้น จะต้องเก็บรักษาไว้ในที่ปลอดภัย

ไม่ให้สูญหาย และเมื่อผู้ยืมส่งใช้เงินยืมเรียบร้อยแล้ว

ให้ทำเครื่องหมายที่แสดงว่าจ่ายคืนเงินเรียบร้อยแล้วในสัญญาการยืมเงินฉบับนั้น

อำนาจการอนุมัติสั่งซื้อ สั่งจ้าง

และการเบิกจ่ายเงิน

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ การสั่งจ่ายเงิน

สั่งซื้อ สั่งจ้าง หรือก่อหนี้ผูกพัน ให้กระทำได้เฉพาะเพื่อประโยชน์ในการดำเนินงานของสถาบัน

และกระทำได้ภายในวงเงินที่กำหนด

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ การซื้อ

หรือการจ้าง ให้ปฏิบัติตามระเบียบพัสดุ

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕

ผู้มีอำนาจอนุมัติการสั่งซื้อหรือสั่งจ้างหรือก่อหนี้ผูกพัน

(๑) ผู้จัดการฝ่าย ครั้งหนึ่งไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท

(๒) รองผู้อำนวยการ ครั้งหนึ่งไม่เกิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท

(๓) ผู้อำนวยการ ครั้งหนึ่งไม่เกิน ๒๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท

(๔) คณะกรรมการ ครั้งหนึ่งเกินกว่า ๒๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖

อำนาจในการอนุมัติสั่งจ่ายเงิน ให้ผู้อำนวยการหรือผู้ที่ผู้อำนวยการมอบหมาย

เป็นผู้อนุมัติ

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗

ให้สถาบันมีตู้นิรภัยสำหรับเก็บรักษาเงินสดและสิ่งมีค่าของสถาบัน

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘

ตู้นิรภัยของสถาบัน ให้ตั้งไว้ในที่ปลอดภัย และให้มีลูกกุญแจอย่างน้อย ๒ ดอก แต่ละดอกมีลักษณะแตกต่างกัน

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ ลูกกุญแจตู้นิรภัย

ให้มีอย่างน้อย ๒ ชุด ให้ผู้อำนวยการมอบหมายให้บุคคลต่อไปนี้เป็นผู้ถือ

ชุดที่ ๑ ดอกที่ ๑

ผู้จัดการฝ่ายบริหาร

ดอกที่ ๒ หัวหน้าส่วนการคลัง

ชุดที่ ๒ ดอกที่ ๑

ผู้ที่ผู้อำนวยการแต่งตั้งซึ่งมิได้เป็นพนักงานในส่วนการคลัง

ดอกที่ ๒ พนักงานผู้รับผิดชอบเงินสดย่อย

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐

ให้หัวหน้าส่วนการคลัง หรือพนักงานการเงินของสถาบันที่ได้รับมอบหมาย จัดทำบัญชีรายละเอียดสิ่งของที่เก็บรักษาในตู้นิรภัย

และให้มีการตรวจสอบบัญชีรายละเอียดสิ่งของที่เก็บรักษาในตู้นิรภัยเป็นครั้งคราว

ตามกำหนดเวลาที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ ถ้าผู้รักษากุญแจตู้นิรภัยคนใดไม่สามารถปฏิบัติงานได้

ให้รายงานต่อผู้อำนวยการเพื่อเปลี่ยนตัวผู้ถือกุญแจตู้นิรภัยเป็นการชั่วคราว

การส่งมอบกุญแจตู้นิรภัยต้องมีบันทึกไว้เป็นหลักฐานทุกคราว

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒

การเก็บรักษากุญแจตู้นิรภัยต้องอยู่ในที่ปลอดภัย อย่าให้สูญหายหรือให้ผู้ใดลักลอบนำไปพิมพ์แบบกุญแจได้

หากปรากฏว่ากุญแจหายหรือมีกรณีสงสัยว่าจะมีผู้ปลอมแปลงกุญแจ

ให้รายงานผู้อำนวยการทราบเพื่อสั่งการโดยทันที

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓

เมื่อสิ้นเวลารับจ่ายเงินให้พนักงานการเงินนำเงินที่จะเก็บรักษาและรายงานเงินคงเหลือประจำวัน

ส่งมอบให้ผู้ถือกุญแจตรวจสอบเงินและหลักฐานแทนตัวเงินกับรายงานเงินคงเหลือประจำวัน

เมื่อปรากฏว่าถูกต้องแล้ว ให้นำเงินเข้าเก็บรักษาในตู้นิรภัย โดยให้ผู้ถือกุญแจและพนักงานการเงินลงลายมือชื่อในรายงานเงินคงเหลือประจำวันไว้เป็นหลักฐาน

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔

ให้หัวหน้าส่วนการคลังหรือพนักงานการเงินที่ได้รับมอบหมายเสนอรายงานเงินคงเหลือประจำวัน

ให้ผู้จัดการฝ่ายบริหารทราบในวันทำการถัดไป

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕

ในกรณีที่เงินที่ได้รับมอบให้เก็บรักษาไม่ตรงกับจำนวนที่แสดงไว้ในรายงานเงินคงเหลือประจำวัน

ให้ผู้ถือกุญแจและพนักงานการเงินผู้นำส่งบันทึกรับรองจำนวนเงินที่ตรวจได้นั้นไว้ในรายงานเงินคงเหลือประจำวันแล้วนำเงินเข้าเก็บในตู้นิรภัย

พร้อมทั้งรายงานให้ผู้อำนวยการทราบทันที เพื่อพิจารณาสั่งการต่อไป

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖

ในวันทำการถัดไป หากจะต้องนำเงินออกจ่าย ให้ผู้ถือกุญแจมอบเงินที่เก็บรักษาทั้งหมดให้หัวหน้าส่วนการคลังหรือพนักงานการเงิน

แล้วแต่กรณี รับไปจ่าย โดยให้ลงลายมือชื่อรับเงินไว้ในรายงานเงินคงเหลือประจำวัน

ก่อนวันทำการที่รับเงินไปจ่ายนั้น

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗

การเปิดตู้นิรภัย ให้ผู้ถือกุญแจและพนักงานการเงินตรวจสภาพกุญแจและตู้นิรภัยก่อน

เมื่อพบว่าอยู่ในสภาพเรียบร้อยจึงเปิดได้ หากกุญแจหรือตู้นิรภัยอยู่ในสภาพไม่เรียบร้อย

หรือมีเหตุอื่นใดที่ทำให้สงสัย ว่าจะมีการทุจริตให้รายงานให้ผู้อำนวยการทราบ เพื่อสั่งการโดยด่วน

การบัญชี

หลักเกณฑ์และการจัดทำงบการเงิน

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘

ให้สถาบันจัดให้มีระบบบัญชีเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปและเหมาะสมแก่สถาบัน กำหนดให้มีระบบบัญชีซึ่งแยกตามประเภทงานที่สำคัญ

มีสมุดลงรายการเบื้องต้น โดยแสดงข้อมูลของสถาบันตามความเป็นจริง ถูกต้องครบถ้วน

และจะต้องเก็บรักษาหลักฐานและเอกสารทางการเงินไว้ให้เป็นระเบียบ

เพื่อสะดวกในการตรวจสอบและเก็บรักษาไว้ที่สถาบันไม่น้อยกว่า ๑๐ ปี

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙

สถาบันจะต้องจัดทำทะเบียนทรัพย์สินไว้เป็นหลักฐานและให้อยู่ในสภาพที่สามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา

71 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการมาตรวิทยาแห่งชาติ ว่าด้วย การเงิน การบัญชี และการงบประมาณ พ.ศ. 2542 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_0247d7d76c2f4650

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com