法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภทในพื้นที่บางส่วน ในท้องที่ตำบลหนองบัว ตำบลบางโขมด ตำบลบ้านครัว อำเภอบ้านหม้อ และตำบลเริงราง ตำบลบ้านยาง อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี (เล่มที่ 13)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
6
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกระทรวงมหาดไทย

ประกาศกระทรวงมหาดไทย

เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคาร

บางชนิดหรือบางประเภทในพื้นที่บางส่วน ในท้องที่ตำบลหนองบัว

ตำบลบางโขมด ตำบลบ้านครัว อำเภอบ้านหมอ และตำบลเริงราง

ตำบลบ้านยาง อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๕ มาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยโดยคำแนะนำของอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองจึงออกประกาศกระทรวงมหาดไทยไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้

“อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง” หมายความว่า อาคารที่ใช้ประโยชน์เพื่อการพาณิชยกรรมในอาคารหลังเดียวหรือหลายหลัง ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ ๓๐๐ ตารางเมตรขึ้นไป แต่ไม่หมายความรวมถึงตลาดตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข และอาคารที่ใช้ดำเนินการเพื่อส่งเสริมหรือจำหน่ายสินค้าซึ่งเป็นผลิตผลหรือผลิตภัณฑ์ของชุมชน

“บริเวณที่ ๑” หมายความว่า พื้นที่บริเวณดังต่อไปนี้

ทิศเหนือ เริ่มต้นจากเส้นขนานระยะ ๕๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒๖๗ ตรงจุดที่อยู่ห่างจากศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๒๒ ระยะ ๒,๗๖๐ เมตร เป็นเส้นขนานระยะ ๕๐๐ เมตรกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒๖๗ ไปทางทิศตะวันออก และทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ถึงจุดที่อยู่ห่างจากศูนย์กลางถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ระยะ ๑,๑๕๐ เมตร

ทิศตะวันออก เป็นเส้นตรงไปทางทิศใต้บรรจบศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒๖๗ ตรงจุดที่อยู่ห่างจากศูนย์กลางถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อไปทางตะวันออก ระยะ ๑,๐๐๐ เมตร เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ บรรจบกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๔๘ ตรงจุดที่อยู่ห่างจากศูนย์กลางคลองเริงรางไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ระยะ ๑,๑๕๐ เมตร เป็นเส้นตรงต่อไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ระยะ ๑,๑๕๐ เมตร

ทิศใต้ เป็นเส้นตั้งฉากไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ บรรจบแม่น้ำป่าสัก ฝั่งเหนือเลียบแม่น้ำป่าสักฝั่งเหนือไปทางทิศตะวันตกบรรจบกับเส้นแบ่งเขตจังหวัดสระบุรีกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เลียบเส้นแบ่งเขตจังหวัดสระบุรีกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยาไปทางทิศตะวันออกจนถึงจุดที่อยู่ห่างจากศูนย์กลางคลองส่งน้ำชลประทาน ๒๔ ขวา ระยะ ๓๐๐ เมตร

ทิศตะวันตก เป็นเส้นตรงขึ้นไปทางทิศเหนือบรรจบจุดที่เริ่มต้น

เว้นแต่พื้นที่บริเวณที่ ๒

“บริเวณที่ ๒” หมายความว่า พื้นที่บริเวณดังต่อไปนี้

๒.๑ ทิศเหนือ เริ่มต้นจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒๖๗ ฟากตะวันออกบรรจบกับถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อฟากใต้

ทิศตะวันออก เลียบถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อฟากใต้ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ บรรจบกับหนองหลวง เส้นตั้งฉากกับถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อตรงจุดที่อยู่ห่างจากถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อบรรจบกับคลองเริงราง ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ตามแนวถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ เป็นระยะ ๔๒๐ เมตร เลียบแนวถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากตะวันตกลงมาทางใต้บรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๔๘ ฟากเหนือ

ทิศใต้ เลียบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๔๘ ฟากเหนือไปทางทิศตะวันตกบรรจบแนวขนานระยะ ๘๐ เมตร กับศูนย์กลางคลองส่งน้ำสายใหญ่ชัยนาท - ป่าสัก (อนุศาสนนันทน์)

ทิศตะวันตก เลียบแนวขนานระยะ ๘๐ เมตร กับกึ่งกลางคลองส่งน้ำสายใหญ่ชัยนาท - ป่าสัก (อนุศาสนนันทน์) ขึ้นไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือบรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒๖๗ ฟากตะวันออก เลียบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒๖๗ ฟากตะวันออกไปทางทิศเหนือ จนบรรจบจุดเริ่มต้น

๒.๒ ทิศเหนือ เริ่มต้นจากเส้นตั้งฉากกับถนนเลียบคลองส่งน้ำสายใหญ่ชัยนาท - ป่าสัก (อนุศาสนนันทน์) ฝั่งตะวันออก ตรงจุดที่อยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๔๘ บรรจบกับถนนถนนเลียบคลองส่งน้ำสายใหญ่ชัยนาท - ป่าสัก (อนุศาสนนันทน์) ฝั่งตะวันออก ไปทางทิศใต้ตามแนวถนนถนนเลียบคลองส่งน้ำสายใหญ่ชัยนาท - ป่าสัก (อนุศาสนนันทน์) ฝั่งตะวันออก เป็นระยะ ๔๕๐ เมตร

ทิศตะวันออก เลียบแนวเขตที่ดินของบริษัทเครือซีเมนต์ไทย

ทิศใต้ เลียบแนวเขตที่ดินของบริษัทเครือซีเมนต์ไทย

ทิศตะวันตก เลียบถนนเลียบคลองส่งน้ำสายใหญ่ชัยนาท - ป่าสัก (อนุศาสนนันทน์) ฝั่งตะวันออก ฟากตะวันออก

๒.๓ ทิศเหนือ เริ่มต้นจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๔๘ ฟากใต้ตรงจุดที่บรรจบกับแนวเขตวิทยาลัยเทคนิคท่าหลวง (ซีเมนต์ไทยอนุสรณ์) ฟากตะวันออก เลียบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๔๘ ฟากใต้ ไปทางทิศตะวันออก บรรจบถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากตะวันตก

ทิศตะวันออก เลียบถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากตะวันตก ไปทางทิศใต้บรรจบแม่น้ำป่าสัก ฝั่งเหนือ

ทิศใต้ เลียบแม่น้ำป่าสัก ฝั่งเหนือ และเส้นแบ่งเขตจังหวัดสระบุรีกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไปทางทิศตะวันตกบรรจบถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อฟากตะวันตก

ทิศตะวันตก เลียบถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากตะวันตก ขึ้นไปทางทิศเหนือบรรจบแนวเขตที่ดินบริษัทเครือซีเมนต์ไทย ฟากตะวันออก เลียบแนวเขตที่ดินบริษัทเครือซีเมนต์ไทย ฟากใต้ ไปทางทิศตะวันตกบรรจบจุดเริ่มต้น

๒.๔ ทิศเหนือ จดที่ดินของบริษัทเครือซีเมนต์ไทย

ทิศตะวันออก จดที่ดินของบริษัทเครือซีเมนต์ไทย

ทิศใต้ จดเส้นแบ่งเขตจังหวัดสระบุรีกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ทิศตะวันตก จดถนนเลียบคลองส่งน้ำสายใหญ่ชัยนาท - ป่าสัก (อนุศาสนนันทน์) ฝั่งตะวันออก ฟากตะวันออก

๒.๕ ทิศเหนือ จดถนนเลียบคลองส่งน้ำชลประทาน ๒๕ ขวา ฝั่งใต้ฟากใต้

ทิศใต้ จดเส้นแบ่งเขตจังหวัดสระบุรีกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ทิศตะวันตก จดเส้นแบ่งเขตจังหวัดสระบุรีกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ทั้งนี้ ไม่รวมถึงสถานที่ราชการ สถาบันการศึกษา และศาสนสถาน

ทั้งนี้ ตามแผนที่ท้ายประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้กำหนดพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลหนองบัว ตำบลบางโขมด ตำบลบ้านครัว อำเภอบ้านหมอ และตำบลเริงราง ตำบลบ้านยาง อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี ภายในบริเวณแนวเขตตามแผนที่ท้ายประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้เป็นบริเวณห้ามก่อสร้างอาคารชนิดและประเภท ดังต่อไปนี้

(ก) ภายในบริเวณที่ ๑ ห้ามบุคคลใดก่อสร้างอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง

(ข) ภายในบริเวณที่ ๒ ห้ามบุคคลใดก่อสร้างอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง เว้นแต่อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ ๓๐๐ ตารางเมตร แต่ไม่เกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร แต่ทั้งนี้จะต้องเป็นไปตามข้อกำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) ที่ดินแปลงที่ตั้งอาคารจะต้องอยู่ติดถนนสาธารณะที่มีช่องทางจราจรไม่น้อยกว่า ๔ ช่องทาง หรือมีขนาดเขตทางไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร และจะต้องบรรจบกับถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางที่เท่ากันหรือมากกว่า

(๒) แนวศูนย์กลางปากทางเข้าออกของรถยนต์ต้องอยู่ห่างจากทางร่วมทางแยกที่เป็นทางบรรจบกันของถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางตั้งแต่ ๑๔ เมตรขึ้นไป ไม่น้อยกว่า ๑๐๐ เมตร

(๓) มีอัตราส่วนของพื้นที่อาคารคลุมดินต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน ๐.๓

(๔) มีอัตราส่วนของพื้นที่ใช้สอยรวมของอาคารต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน ๑.๕

(๕) มีอัตราส่วนของพื้นที่ว่างที่จัดให้เป็นสวน หรือบริเวณปลูกต้นไม้หรือการนันทนาการต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๐

(๖) มีที่ว่างด้านหน้าของอาคาร ห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๕๐ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๗) มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคาร ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๘) อาคารที่มีความสูงเกิน ๑๐ เมตร ต้องมีระยะห่างจากแนวเขตที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ ศาสนสถาน โบราณสถาน สถานศึกษา ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารที่ขออนุญาตถึงแนวเขตที่ดินของสถานที่ดังกล่าว

(๙) มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า ๑ คัน ต่อพื้นที่อาคาร ๒๐ ตารางเมตร เศษของ ๒๐ ตารางเมตร ให้คิดเป็น ๒๐ ตารางเมตร

(๑๐) ที่พักมูลฝอย ต้องมีระยะห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร และต้องมีระยะห่างจากสถานที่ประกอบอาหารและสถานที่เก็บอาหารไม่น้อยกว่า ๔ เมตร แต่ถ้าที่พักมูลฝอยมีขนาดความจุเกิน ๓ ลูกบาศก์เมตร ต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าวไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร และสามารถขนย้ายมูลฝอยได้โดยสะดวก

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ภายในบริเวณพื้นที่ที่กำหนดตามข้อ ๒ ห้ามบุคคลใดดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารใดๆ ให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อ ๒

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้มิให้ใช้บังคับแก่อาคารที่มีอยู่แล้วในพื้นที่ตามข้อ ๒ ก่อนหรือในวันที่ประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้ใช้บังคับ แต่ห้ามดัดแปลงหรือเปลี่ยนการใช้อาคารดังกล่าวให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อ ๒

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้มิให้ใช้บังคับแก่อาคารที่ได้รับอนุญาตหรือใบรับแจ้งการก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร หรือที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายเฉพาะว่าด้วยกิจการนั้น ก่อนวันที่ประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้ใช้บังคับและยังก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้ไม่แล้วเสร็จแต่จะขอเปลี่ยนแปลงการอนุญาตหรือการแจ้งให้เป็นการขัดต่อประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้ไม่ได้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖[๑] ประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๖

ประมวล รุจนเสรี

รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ ปฏิบัติราชการแทน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

นันติญา/พิมพ์

๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๐

สุกัญญา/ตรวจ

๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๐

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๐ (เล่มที่ ๑๓)/ตอนพิเศษ ๑๐๑ ง/หน้า ๑/๔ กันยายน ๒๕๔๖

6 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภทในพื้นที่บางส่วน ในท้องที่ตำบลหนองบัว ตำบลบางโขมด ตำบลบ้านครัว อำเภอบ้านหม้อ และตำบลเริงราง ตำบลบ้านยาง อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี (เล่มที่ 13) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_03042f64b695d5b3

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com