法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา ว่าด้วยคณะอนุกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2559

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
24
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย

ระเบียบคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย

และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา

ว่าด้วยคณะอนุกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทน

และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา

พ.ศ. ๒๕๕๙

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ และมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๔ และมาตรา ๑๔/๑ แห่งพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙ คณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา ว่าด้วยคณะอนุกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๕๙”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“คำขอ” หมายความว่า คำขอรับค่าตอบแทน หรือค่าทดแทน หรือค่าใช้จ่าย

“ผู้มีสิทธิยื่นคำขอ” หมายความว่า ผู้เสียหาย จำเลย หรือทายาท

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา

“คณะอนุกรรมการ” หมายความว่า คณะอนุกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา

“สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญาหรือหน่วยงานอื่นที่คณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา ๒๒ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙

“ผู้อำนวยการ” หมายความว่า ผู้อำนวยการสำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา หรือผู้อำนวยการ หรือหัวหน้าหน่วยงานอื่นซึ่งเป็นข้าราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรมที่คณะกรรมการมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบนี้

“เจ้าหน้าที่” หมายความว่า ข้าราชการ พนักงานราชการ หรือบุคคลใดที่ได้รับมอบหมายจากสำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญาให้ปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบนี้

“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ประธานกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญาเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และมีอำนาจตีความและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

คณะอนุกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทน

และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ จำนวนคณะอนุกรรมการในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครหรือในเขตพื้นที่นอกกรุงเทพมหานครจะมีกี่คณะ ให้คณะกรรมการพิจารณาแต่งตั้งตามความเหมาะสมโดยคำนึงถึงปริมาณคำขอที่เกิดขึ้นในเขตพื้นที่นั้น

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ให้คณะกรรมการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา ประกอบด้วย

(๑) ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ด้านกระบวนการยุติธรรม ด้านการบริหารงานยุติธรรม ด้านนิติศาสตร์ หรือด้านสังคมสงเคราะห์ เป็นประธานอนุกรรมการ

(๒) ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ด้านกระบวนการยุติธรรม ด้านการบริหารงานยุติธรรม ด้านนิติศาสตร์ หรือด้านสังคมสงเคราะห์ จำนวนไม่เกินห้าคน เป็นอนุกรรมการ

(๓) ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการประกันภัยและด้านการแพทย์ จำนวนด้านละหนึ่งคน เป็นอนุกรรมการ

(๔) ผู้แทนกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ จำนวนหนึ่งคน เป็นอนุกรรมการ

ให้คณะกรรมการแต่งตั้งผู้อำนวยการเป็นเลขานุการ และให้ผู้อำนวยการแต่งตั้งข้าราชการหรือพนักงานราชการซึ่งมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีในสังกัดกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพเป็นผู้ช่วยเลขานุการไม่เกินสองคน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในเขตพื้นที่นอกกรุงเทพมหานคร ให้คณะกรรมการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา ประกอบด้วย

(๑) ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นประธานอนุกรรมการ

(๒) ผู้แทนกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ จำนวนหนึ่งคน เป็นอนุกรรมการ

(๓) ผู้แทนส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐในเขตพื้นที่ซึ่งมีภารกิจด้านกระบวนการยุติธรรม ด้านการบริหารงานยุติธรรม ด้านการปกครอง หรือด้านสังคมสงเคราะห์ ซึ่งคณะกรรมการกำหนดจำนวนไม่เกินสามคน เป็นอนุกรรมการ

(๔) ผู้แทนส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐในเขตพื้นที่ซึ่งมีภารกิจด้านการประกันภัยและด้านการแพทย์ ซึ่งคณะกรรมการกำหนด จำนวนด้านละหนึ่งคนเป็นอนุกรรมการ

(๕) ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ด้านนิติศาสตร์ หรือด้านสังคมสงเคราะห์ จำนวนไม่เกินสองคน เป็นอนุกรรมการ

ให้คณะกรรมการแต่งตั้งผู้อำนวยการเป็นเลขานุการ และให้ผู้อำนวยการแต่งตั้งข้าราชการหรือพนักงานราชการซึ่งมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีในสังกัดกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพเป็นผู้ช่วยเลขานุการไม่เกินสองคน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ กรณีที่คณะกรรมการเห็นสมควรให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการในเขตพื้นที่นอกกรุงเทพมหานคร เพิ่มเติมขึ้นจากคณะอนุกรรมการที่คณะกรรมการได้แต่งตั้งไว้แล้วตามข้อ ๗ คณะกรรมการอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการที่มีองค์ประกอบตามข้อ ๖ ในเขตพื้นที่นอกกรุงเทพมหานครด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์

(๓) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น กรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งที่รับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมือง ที่ปรึกษาพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง

(๔) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย

(๕) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ

(๖) ไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกไม่ว่าจะได้รับโทษจำคุกจริงหรือไม่ เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(๗) ไม่เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจเพราะกระทำผิดวินัย

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปีนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้งและอาจได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้ แต่ต้องไม่เกินสองวาระติดต่อกัน

เมื่อครบกำหนดวาระตามวรรคหนึ่ง หากยังมิได้มีการแต่งตั้งอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ให้อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่ แต่ต้องไม่เกินเก้าสิบวันนับแต่วันที่ผู้นั้นพ้นจากตำแหน่งตามวาระ

ในกรณีที่อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่งพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้ดำเนินการแต่งตั้งอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทนภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ตำแหน่งอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒินั้นว่างลง และให้ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ ของอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งตนแทน

ในกรณีที่วาระของอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระเหลืออยู่ไม่ถึงเก้าสิบวันจะไม่ดำเนินการแต่งตั้งอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทนตำแหน่งที่ว่างนั้นก็ได้ และในการนี้ให้คณะอนุกรรมการประกอบด้วยอนุกรรมการเท่าที่เหลืออยู่

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ให้อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๙

(๔) คณะกรรมการให้ออกจากตำแหน่ง เพราะบกพร่องหรือไม่สุจริตต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือหย่อนความสามารถ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้นำความในข้อ ๙ ข้อ ๑๐ และข้อ ๑๑ มาใช้บังคับกับประธานอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามข้อ ๖ (๑) ด้วย

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การประชุมของคณะอนุกรรมการต้องมีอนุกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนอนุกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม

ในการประชุมคราวใด ถ้าประธานอนุกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้อนุกรรมการที่มาประชุมเลือกอนุกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

มติที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมากของผู้เข้าร่วมประชุม อนุกรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนนถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

อำนาจหน้าที่

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้คณะอนุกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) พิจารณาอนุมัติค่าตอบแทน ค่าทดแทน หรือค่าใช้จ่ายตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนหรือค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

(๒) พิจารณากลั่นกรองคำขอเพื่อให้ความเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการกำหนดค่าตอบแทน ค่าทดแทน หรือค่าใช้จ่าย เสนอต่อคณะกรรมการ ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

(๓) มีหนังสือสอบถามหรือเรียกบุคคลใดมาให้ถ้อยคำหรือให้ส่งเอกสาร หลักฐานที่เกี่ยวข้องหรือข้อมูลหรือสิ่งอื่นใดที่จำเป็นมาเพื่อประกอบการพิจารณา

(๔) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

ทั้งนี้ อำนาจในการพิจารณาอนุมัติตาม (๑) ของคณะอนุกรรมการแต่ละคณะจะมีเพียงใดให้คณะกรรมการกำหนดไว้ในคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการนั้น

หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการพิจารณาอนุมัติค่าตอบแทน ค่าทดแทน

หรือค่าใช้จ่ายของคณะอนุกรรมการ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ภายใต้บังคับข้อ ๑๖ ข้อ ๑๗ และข้อ ๑๘ เมื่อคณะอนุกรรมการได้รับรายงานและความเห็นจากผู้อำนวยการแล้ว ให้คณะอนุกรรมการพิจารณามีคำวินิจฉัย หรือความเห็นและข้อเสนอแนะโดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ กรณีที่คณะกรรมการกำหนดให้คณะอนุกรรมการมีอำนาจพิจารณาอนุมัติค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญา ในการพิจารณาคำขอรับค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญา คณะอนุกรรมการต้องคำนึงถึงหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑) เป็นบุคคลซึ่งได้รับความเสียหายถึงแก่ชีวิตหรือร่างกายหรือจิตใจ เนื่องจากการกระทำความผิดอาญาของผู้อื่น ตามรายการที่ระบุไว้ท้ายพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

(๒) ผู้เสียหายไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดนั้น

(๓) การพิจารณากำหนดค่าตอบแทน ให้พิจารณาตามมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๔ และกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และอัตราในการจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประกอบกับแนวทางการพิจารณาจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญาซึ่งสำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญาจัดทำขึ้นโดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ กรณีที่คณะกรรมการกำหนดให้คณะอนุกรรมการมีอำนาจพิจารณาอนุมัติค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา ในการพิจารณาคำขอรับค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญาคณะอนุกรรมการต้องคำนึงถึงหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑) เป็นบุคคลซึ่งถูกฟ้องต่อศาลว่าได้กระทำความผิดอาญา

(๒) เป็นจำเลยที่ถูกดำเนินคดีโดยพนักงานอัยการ

(๓) ถูกคุมขังในระหว่างการพิจารณาคดี และ

(๔) ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าจำเลยมิได้เป็นผู้กระทำความผิดและมีการถอนฟ้องในระหว่างดำเนินคดีหรือปรากฏตามคำพิพากษาอันถึงที่สุดในคดีนั้นว่าข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่าจำเลยมิได้เป็นผู้กระทำความผิดหรือการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด

(๕) การพิจารณากำหนดค่าทดแทนและค่าใช้จ่าย ให้พิจารณาตามมาตรา ๒๑ แห่งพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๔ และกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และอัตราในการจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประกอบกับแนวทางการพิจารณาจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา ซึ่งสำนักงานช่วยเหลือทางการเงิน แก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญาจัดทำขึ้นโดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ กรณีที่คณะกรรมการกำหนดให้คณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองคำขอเพื่อให้ความเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการกำหนดค่าตอบแทน ค่าทดแทน หรือค่าใช้จ่าย เสนอต่อคณะกรรมการ ให้นำหลักเกณฑ์ตามข้อ ๑๖ และข้อ ๑๗ มาใช้บังคับกับการพิจารณาคำขอของคณะอนุกรรมการโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ การพิจารณาของคณะอนุกรรมการ อาจเรียกให้ผู้มีสิทธิยื่นคำขอมาให้ปากคำเพิ่มเติมหรือให้มีการสอบพยานบุคคลหรือพยานผู้เชี่ยวชาญ หรือตรวจสอบข้อมูลเอกสาร วัตถุ หรือสถานที่เพิ่มเติมอีกก็ได้

ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง คณะอนุกรรมการอาจมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการแทนแล้วรายงานให้ทราบก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ เมื่อคณะอนุกรรมการมีคำวินิจฉัยแล้ว ให้ผู้อำนวยการแจ้งคำวินิจฉัยให้แก่ผู้มีสิทธิยื่นคำขอทราบโดยเร็ว

ในกรณีที่ผู้มีสิทธิยื่นคำขอไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของคณะอนุกรรมการ ให้มีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยตามมาตรา ๒๕ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙

การเรียกคืนค่าตอบแทน

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ กรณีที่ปรากฏในภายหลังต่อเจ้าหน้าที่หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ว่าการกระทำที่ผู้เสียหายอาศัยเป็นเหตุในการขอรับค่าตอบแทนนั้น ไม่เป็นความผิดอาญาหรือไม่มีการกระทำความผิดเช่นว่านั้น ให้เจ้าหน้าที่หรือพนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งเหตุดังกล่าวให้ผู้อำนวยการ เพื่อรายงานคณะอนุกรรมการทราบต่อไป

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ เมื่อคณะอนุกรรมการได้รับรายงานเหตุตามข้อ ๒๑ แล้ว ให้คณะอนุกรรมการมีหนังสือแจ้งให้ผู้เสียหายคืนค่าตอบแทนที่ได้รับไปให้แก่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรมภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง ทั้งนี้ การมีหนังสือแจ้งให้คืนค่าตอบแทน คณะอนุกรรมการอาจมอบหมายสำนักงานมีหนังสือเพื่อให้ประธานอนุกรรมการเรียกคืนค่าตอบแทนก็ได้ และให้คณะอนุกรรมการรายงานผลการดำเนินการให้คณะกรรมการทราบ

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงตามข้อ ๒๑ หากสำนักงานเห็นว่ามีความจำเป็นต้องดำเนินคดีกับผู้เสียหาย ให้สำนักงานแจ้งต่อกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพเพื่อรายงานกระทรวงยุติธรรมทราบ ซึ่งกระทรวงยุติธรรมอาจมอบหมายให้กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพแต่งตั้งข้าราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ซึ่งมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางนิติศาสตร์ หรือพนักงานอัยการดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดีและแจ้งให้ศาลทราบ

การรายงานผล

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ให้คณะอนุกรรมการรายงานผลการพิจารณาค่าตอบแทน ค่าทดแทน หรือค่าใช้จ่ายและสถิติต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อคณะกรรมการทุกเดือน

ประกาศ ณ วันที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๙

กรรณิการ์ แสงทอง

รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงยุติธรรม

ในตำแหน่งประธานกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย

และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา

ปริยานุช/จัดทำ

๙ ธันวาคม ๒๕๕๙

วริญา/ตรวจ

๙ ธันวาคม ๒๕๕๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓/ตอนพิเศษ ๒๘๖ ง/หน้า ๑/๙ ธันวาคม ๒๕๕๙

24 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา ว่าด้วยคณะอนุกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2559 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_04b0e72a3623130b

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com