法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 2/2560 เรื่อง การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
14
มาตรา อารัมภบท

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ที่ ๒/๒๕๖๐

เรื่อง

การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก

โดยที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติมีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนการจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุนและการอำนวยความสะดวกในการประกอบกิจการอันเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

และเพื่อกระจายการพัฒนาไปยังพื้นที่ต่าง ๆ

โดยเหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่อันเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ทั่วถึง

ซึ่งนโยบายดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก

(Eastern Economic Corridor) ที่ครอบคลุมพื้นที่สามจังหวัดในภาคตะวันออก

ได้แก่ จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง

และเขตจังหวัดอื่นที่ติดต่อหรือเกี่ยวข้อง

ซึ่งมีศักยภาพในการพัฒนาด้วยความพร้อมด้านการคมนาคม การขนส่ง โครงสร้างพื้นฐาน

ความต้องการของผู้ประกอบการ

การจัดหาทรัพยากรต่าง ๆ และความเชื่อมโยงกับศูนย์กลางเศรษฐกิจอื่น ๆ แต่โดยที่การดำเนินการดังกล่าวอยู่ระหว่างการจัดทำกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

กรณีจึงมีความจำเป็นต้องกำหนดมาตรการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกขึ้นเพื่อดำเนินการไปพลางก่อนการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการนี้

เพื่อให้การดำเนินการดังกล่าวเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว

อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิรูประบบเศรษฐกิจ

การยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมและการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศโดยรวม

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔๔

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช

๒๕๕๗ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่ง

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในคำสั่งนี้

“ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก” หมายความว่า พื้นที่ในบริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา

ชลบุรี และระยอง

และให้หมายความรวมถึงเขตจังหวัดอื่นที่ติดต่อหรือเกี่ยวข้องตามที่คณะกรรมการนโยบายกำหนดเพิ่มเติมโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี

“การพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก” หมายความว่า การกำหนดและการปรับปรุงการใช้ประโยชน์ในอสังหาริมทรัพย์

และการจัดให้มีกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก

เพื่อให้เกิดการบูรณาการอันจะทำให้ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกและพื้นที่ต่อเนื่องมีการพัฒนาอย่างสมบูรณ์และยั่งยืนในทุกมิติ

มีระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ รวมทั้งสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและจำเป็นต่อการอยู่อาศัย

การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว การสาธารณสุข การศึกษา

และการอื่นที่เกี่ยวเนื่องอย่างเพียงพอได้มาตรฐานสากล

และมีความต่อเนื่องเชื่อมโยงกัน

“เขตส่งเสริม” หมายความว่า

บริเวณพื้นที่ในระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกตามที่คณะกรรมการนโยบายกำหนดที่ผู้ประกอบการ

อยู่อาศัย หรือพำนักในพื้นที่ดังกล่าวจะได้รับสิทธิประโยชน์ในการประกอบกิจการ

อยู่อาศัย หรือพำนักเป็นพิเศษตามที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด

“คณะกรรมการนโยบาย” หมายความว่า

คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก

“กรศ.” หมายความว่า

คณะกรรมการบริหารการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก

“เลขาธิการ” หมายความว่า

เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก

“สกรศ.” หมายความว่า

สำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก

“หน่วยงานของรัฐ” หมายความว่า ราชการส่วนกลาง

ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

และหน่วยงานอื่นของรัฐ

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้มีคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก

ประกอบด้วย

(๑)

นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ

(๒)

รองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายจำนวนไม่เกินสองคน เป็นรองประธานกรรมการ

(๓)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นกรรมการ

(๔)

เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นกรรมการ

(๕)

ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งจำนวนไม่เกินหกคน เป็นกรรมการ

ให้เลขาธิการเป็นกรรมการและเลขานุการ

และผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

การดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการตาม

(๕) ให้เป็นไปตามที่นายกรัฐมนตรีกำหนด

การประชุมของคณะกรรมการนโยบาย

ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้คณะกรรมการนโยบายมีหน้าที่และอำนาจ

ดังต่อไปนี้

(๑)

กำหนดนโยบายและอนุมัติแผนการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก

(๒)

อนุมัติแนวทาง หลักเกณฑ์

และวิธีการดำเนินการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก

รวมตลอดทั้งการดำเนินงานของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง

เพื่อให้การพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเป็นไปอย่างเหมาะสมและต่อเนื่องเชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์

(๓)

กำหนดภารกิจและหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ต้องดำเนินการเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเป็นไปตามนโยบายและแผน

ทั้งภายในและภายนอกระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก

(๔)

กำหนดเขตส่งเสริมและสิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกอบการ ผู้อยู่อาศัย

หรือผู้พำนักในเขตส่งเสริมแต่ละแห่งจะได้รับตามความเหมาะสม

รวมทั้งหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการได้รับสิทธิประโยชน์ดังกล่าว

(๕)

อนุมัติหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานของ สกรศ. ตลอดจนกำหนดโครงสร้างการบริหารงาน

และอัตราค่าตอบแทนของเลขาธิการและผู้ปฏิบัติงานใน สกรศ.

(๖)

กำกับดูแลและติดตามการดำเนินการของ กรศ. และ สกรศ.

(๗)

ดำเนินการอื่นใดตามที่กำหนดไว้ในคำสั่งนี้

(๘)

ดำเนินการอื่นใดที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ นอกจากหน้าที่และอำนาจตามข้อ ๓

ในกรณีที่ปรากฏว่าการดำเนินการในเรื่องใดไม่เป็นไปตามนโยบายหรือแผนการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก

หรือมีปัญหาอุปสรรค

หรือข้อขัดข้องอื่นใดเกิดขึ้น ให้ กรศ.

รายงานต่อคณะกรรมการนโยบายเพื่อวินิจฉัยชี้ขาดโดยไม่ชักช้า

และเมื่อคณะกรรมการนโยบายวินิจฉัยชี้ขาดเป็นประการใดแล้ว

และให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องมีหน้าที่ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยชี้ขาดนั้น

แล้วให้ สกรศ. เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบด้วย

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในเขตส่งเสริม

ถ้ากฎหมายกำหนดให้ผู้ดำเนินการหรือผู้กระทำในเรื่องใดต้องได้รับอนุมัติอนุญาต

ใบอนุญาต หรือความเห็นชอบจากหน่วยงานของรัฐหรือคณะกรรมการตามกฎหมายนั้นหรือต้องจดทะเบียนหรือแจ้งต่อหน่วยงานของรัฐหรือคณะกรรมการตามกฎหมายนั้นก่อน

ให้อำนาจในการอนุมัติ อนุญาต ออกใบอนุญาต ให้ความเห็นชอบ รับจดทะเบียน

หรือรับแจ้งตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น เป็นหน้าที่และอำนาจของเลขาธิการ

และให้เลขาธิการมีหน้าที่และอำนาจบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมายนั้นได้ด้วย

ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง

ถ้าเลขาธิการเห็นว่าการดำเนินการเกี่ยวกับการอนุมัติ อนุญาต ออกใบอนุญาต

ให้ความเห็นชอบ รับจดทะเบียน หรือรับแจ้งในเรื่องใดเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงาน

หรือสร้างภาระแก่ประชาชนโดยไม่สมควร

ให้เสนอความเห็นและวิธีการดำเนินงานที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพยิ่งกว่าต่อ กรศ.

เพื่อพิจารณา ในกรณีที่เห็นชอบด้วย ให้ กรศ. รายงานต่อคณะกรรมการนโยบายเพื่อวินิจฉัยชี้ขาดตามข้อ

๔ โดยไม่ชักช้า

เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง

ให้ สกรศ. มีอำนาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ค่าตอบแทน

ค่าใช้จ่าย หรือค่าอื่นใดที่กฎหมาย ข้อบัญญัติ หรือเทศบัญญัติว่าด้วยการนั้นกำหนดให้เรียกเก็บได้

และให้มีอำนาจเรียกเก็บค่าบริการในการดำเนินการดังกล่าวได้ตามอัตราที่คณะกรรมการนโยบายประกาศกำหนด

ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บได้ตามวรรคสาม

ให้นำส่งหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมนั้น

ส่วนค่าบริการที่เรียกเก็บได้ให้เป็นรายได้ของ สกรศ.

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้มีคณะกรรมการบริหารการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก

ประกอบด้วย

(๑)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานกรรมการ

(๒)

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมาย

และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นกรรมการ

(๓)

เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงแรงงาน

ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด

ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ

และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นกรรมการ

(๔)

ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี

ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค

และผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เป็นกรรมการ

(๕)

บุคคลซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งจำนวนไม่เกินสิบคน เป็นกรรมการ

ให้เลขาธิการเป็นกรรมการและเลขานุการ

และผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

การดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการตาม

(๕) ให้เป็นไปตามที่นายกรัฐมนตรีกำหนด

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้ กรศ. มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

(๑)

เสนอแผนการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกต่อคณะกรรมการนโยบายเพื่อพิจารณาอนุมัติ

โดยให้ข้อมูลและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผู้อยู่อาศัยในระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกประกอบด้วย

(๒)

ให้ความเห็นชอบแผนงานหรือโครงการของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง

รวมทั้งวงเงินรายจ่าย กำลังคน กำลังวัสดุ อุปกรณ์ และทรัพยากรอื่นใด

และพิจารณาปรับปรุงหรือแก้ไขแผนงานหรือโครงการตามความเหมาะสมและจำเป็น

(๓)

เสนอแนวทาง หลักเกณฑ์ และวิธีการดำเนินการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก

รวมตลอดทั้งการดำเนินงานของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ต่อคณะกรรมการนโยบายเพื่อพิจารณาอนุมัติ

(๔)

กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการดำเนินงานและการใช้จ่ายเงินของ สกรศ. และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามแผนงานและโครงการ

เพื่อให้การพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

(๕)

ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐ ตลอดจนการปฏิบัติหน้าที่ของผู้รับผิดชอบแผนงานหรือโครงการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก

และรายงานคณะกรรมการนโยบายเพื่อพิจารณาหรือเพื่อทราบเป็นระยะ

(๖)

เสนอแนะการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานของ สกรศ.

ตลอดจนกำหนดโครงสร้างการบริหารงาน และอัตราค่าตอบแทนของเลขาธิการและผู้ปฏิบัติงานใน

สกรศ.

(๗)

เสนอแนะคณะกรรมการนโยบายในการพิจารณากำหนดสิทธิประโยชน์ที่จะให้แก่ผู้ประกอบกิจการ

อยู่อาศัย หรือพำนักในเขตส่งเสริมเป็นพิเศษ

รวมทั้งหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการได้รับสิทธิประโยชน์ดังกล่าว

โดยจะกำหนดให้เขตส่งเสริมแต่ละแห่งได้รับสิทธิประโยชน์แตกต่างกันตามความเหมาะสมก็ได้

(๘)

เสนอแนะต่อคณะกรรมการนโยบายเพื่อให้ความเห็นชอบการดำเนินการใดตามที่กำหนดในคำสั่งนี้

หรือเพื่อพิจารณาสั่งการเพื่อให้การพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเป็นไปอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ

(๙)

แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อช่วยเหลือหรือปฏิบัติหน้าที่แทนได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม

(๑๐)

ขอให้หน่วยงานของรัฐมาชี้แจงหรือส่งข้อมูลต่าง ๆ

เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก

(๑๑)

ขอยืมตัวบุคคล วัสดุ อุปกรณ์ และทรัพย์สิน รวมตลอดถึงการขอใช้อสังหาริมทรัพย์ของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง

เพื่อช่วยเหลือหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานได้ตามความจำเป็น

(๑๒)

ออกระเบียบ ประกาศ และคำสั่ง เพื่อปฏิบัติการตามระเบียบนี้

(๑๓)

ดำเนินการอื่นใดอันจำเป็นเพื่อให้การพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกประสบความสำเร็จตามนโยบายและแผนการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การประชุมของ กรศ. คณะอนุกรรมการ

และคณะทำงาน ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่ กรศ. กำหนด

กรศ.

ต้องประชุมอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้มีสำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก

เป็นหน่วยงานภายในกระทรวงอุตสาหกรรม

เพื่อทำหน้าที่เป็นสำนักงานเลขานุการสนับสนุนการดำเนินการของคณะกรรมการนโยบาย และ

กรศ. โดยให้มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

(๑)

บริหารแผนการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกในภาพรวม

ตลอดจนประสานการปฏิบัติของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การดำเนินการต่าง ๆ

เป็นไปตามนโยบายและแผนการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก

(๒)

ประสานงานกับหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องในการจัดเตรียมแผนงานและโครงการต่าง ๆ ตามนโยบายและแผนพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก

ตลอดจนติดตามดูแลและให้คำแนะนำแก่หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ปฏิบัติโดยถูกต้องตามที่กำหนดในคำสั่งนี้

หรือตามมติของคณะกรรมการนโยบายหรือ กรศ.

(๓)

ศึกษา วิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก

และเสนอแนวทางการแก้ไขที่เหมาะสมต่อ กรศ. เพื่อพิจารณา

(๔)

ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง

รวมทั้งความก้าวหน้าในการดำเนินการตามแผนงานและโครงการ

ให้เป็นไปตามนโยบายและแผนการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก

(๕)

ดำเนินการให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผู้อยู่อาศัยในระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก

และประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความรับรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก

(๖)

สนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรภาคเอกชน

และประชาชนในพื้นที่พัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกได้มีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์จากการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกอย่างเหมาะสม

ตลอดจนดำเนินการให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการดำเนินการตามแผนการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก

(๗)

ปฏิบัติงานอื่นใดตามที่คณะกรรมการนโยบาย หรือ กรศ. มอบหมาย

การกำหนดโครงสร้าง

อัตรากำลัง และค่าตอบแทนของ สกรศ.

ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการนโยบายอนุมัติตามข้อเสนอของ กรศ.

โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้มีเลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก

เป็นผู้บังคับบัญชาของผู้ปฏิบัติงานใน สกรศ.

นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีเป็นผู้พิจารณาแต่งตั้งและถอดถอนเลขาธิการตามความเหมาะสม

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้สำนักงบประมาณสนับสนุนงบประมาณสำหรับการดำเนินการของคณะกรรมการนโยบาย

กรศ. คณะอนุกรรมการ คณะทำงาน รวมทั้งค่าใช้จ่ายของ สกรศ. และเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐและบุคคลใดที่ช่วยเหลือหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของ

กรศ. หรือ สกรศ.

และค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็นตามความเหมาะสมในการดำเนินการตามคำสั่งนี้

โดยให้เบิกจ่ายจากงบประมาณของกระทรวงอุตสาหกรรม

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบอำนวยการให้งานตามแผนงานหรือโครงการที่ได้รับมอบหมายดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย

ตรงตามเป้าหมาย

และสอดคล้องกับนโยบายและแผนการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ทั้งนี้

ให้ถือว่าการดำเนินการตามนโยบายและแผนดังกล่าวเป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วนที่หน่วยงานของรัฐที่ได้รับการกำหนดให้รับผิดชอบนั้นต้องดำเนินการเป็นลำดับแรก

และเป็นตัวชี้วัดผลการปฏิบัติราชการของหน่วยงานของรัฐนั้นด้วย

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในกรณีเห็นสมควรนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีอาจเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำสั่งนี้ได้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔[๑] คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ ๑๗

มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๐

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ปุณิกา/ปริยานุช/จัดทำ

๑๘ มกราคม ๒๕๖๐

นุสรา/ตรวจ

๒๓ มีนาคม ๒๕๖๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๔/ตอนพิเศษ ๑๙ ง/หน้า ๓๐/๑๗ มกราคม ๒๕๖๐

14 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 2/2560 เรื่อง การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_0501252822bd4f41

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com