法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วย การรับเงิน การจ่ายเงิน และการเก็บรักษาเงิน พ.ศ. 2542

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
37
มาตรา อารัมภบท

ข้อบังคับสภาทนายความ

ข้อบังคับสภาทนายความ

ว่าด้วย การรับเงิน

การจ่ายเงิน และการเก็บรักษาเงิน

พ.ศ. ๒๕๔๒

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๗ (๓) (จ)

แห่งพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. ๒๕๒๘ คณะกรรมการสภาทนายความ

โดยความเห็นชอบของสภานายกพิเศษแห่งสภาทนายความออกข้อบังคับว่าด้วย การรับเงิน การจ่ายเงิน

และการเก็บรักษาเงิน ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการรับเงิน

การจ่ายเงินและการเก็บรักษาเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ให้ยกเลิกข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการเก็บรักษาเงิน และการเบิกจ่ายเงิน

พ.ศ. ๒๕๒๙ ลงวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๙

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ในข้อบังคับนี้

“นายก” หมายความว่า นายกสภาทนายความ

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการสภาทนายความ

“อุปนายก” หมายความว่า อุปนายกสภาทนายความ

“เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการสภาทนายความ

“เหรัญญิก” หมายความว่า เหรัญญิกสภาทนายความ

“พนักงาน” หมายความว่า บุคคลซึ่งได้รับบรรจุแต่งตั้งในสภาทนายความโดยได้รับเงินเดือนตามอัตราในงบทำการ

“เจ้าหน้าที่การเงิน” หมายความว่า เหรัญญิก

หัวหน้าฝ่ายบัญชีและการเงิน หรือพนักงานบัญชีและการเงิน ที่นายกสภาทนายความกำหนด

การรับเงิน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

การรับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล ให้ปฏิบัติตามระเบียบของกระทรวงการคลัง

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ให้เจ้าหน้าที่การเงินเป็นเจ้าหน้าที่ในการรับเงิน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

เมื่อได้รับเงินอื่นใดนอกเหนือจากเงินอุดหนุนของรัฐบาล ให้เจ้าหน้าที่การเงินมีหน้าที่ในการรับเงิน

ออกใบเสร็จรับเงินมอบให้ผู้ชำระเงินทุกครั้ง ใบเสร็จรับเงินให้เป็นไปตามแบบที่เหรัญญิกกำหนด

แต่อย่างน้อยต้องมีหมายเลขกำกับเล่มและหมายเลขกำกับใบเสร็จรับเงินเรียงกันไปทุกฉบับ

และใบเสร็จรับเงินแต่ละฉบับอย่างน้อยต้องมีต้นฉบับและสำเนา โดยมอบต้นฉบับให้ผู้ชำระเงินและเก็บสำเนาไว้ในเล่ม

๑ ใบ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ในการออกใบเสร็จรับเงินให้หัวหน้าฝ่ายบัญชีและการเงิน หรือผู้ทำการแทน และเจ้าหน้าที่การเงินอื่น

หรือพนักงานซึ่งเหรัญญิกมอบหมาย ลงนามในใบเสร็จรับเงินทุกครั้ง

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ให้ฝ่ายบัญชีและการเงินจัดทำทะเบียนคุมใบเสร็จรับเงินไว้เพื่อให้ทราบและตรวจสอบได้ว่า

ได้จัดพิมพ์ขึ้นจำนวนเท่าใด ได้จ่ายใบเสร็จรับเงินเล่มใด หมายเลขใดถึงหมายเลขใด

ให้หน่วยงานใด หรือเจ้าหน้าที่ผู้ใดไปดำเนินการจัดเก็บเงินเมื่อวัน เดือน ปีใด และให้มีหลักฐานการรับส่งใบเสร็จรับเงินนั้นไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ใบเสร็จรับเงิน ห้ามขูดลบ แก้ไข เพิ่มเติมจำนวนเงินหรือชื่อผู้ชำระเงิน หากใบเสร็จรับเงินฉบับใดลงรายการรับเงินผิดพลาด

ก็ให้ขีดฆ่าจำนวนเงินและเขียนใหม่ทั้งจำนวนแล้วให้ผู้รับเงินลงลายมือชื่อกำกับการขีดฆ่านั้นไว้ด้วย

หรือขีดฆ่าเลิกใช้ใบเสร็จรับเงินนั้นทั้งฉบับโดยออกฉบับใหม่

ใบเสร็จรับเงินที่ขีดฆ่าเลิกใช้นั้นให้ติดไว้กับสำเนาใบเสร็จรับเงินในเล่ม

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ให้ฝ่ายบัญชีและการเงิน รับผิดชอบเก็บรักษาสำเนาใบเสร็จรับเงินซึ่งสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินหรือสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินประจำเขตยังมิได้ตรวจสอบไว้ในที่ปลอดภัย

อย่าให้สูญหายและเมื่อได้ตรวจสอบแล้ว ก็ให้เก็บอย่างเอกสารธรรมดาได้

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

การรับเงินให้รับเป็นตัวเงินสด ธนาณัติ เช็คไปรษณีย์ และเช็คที่เชื่อถือได้

สำหรับการรับเช็คให้ถือหลักปฏิบัติดังต่อไปนี้

๑๒.๑ ต้องเป็นเช็คที่สั่งจ่ายโดยผู้ชำระเงิน หรือเป็นเช็คที่ธนาคารเป็นผู้สั่งจ่ายถ้าเป็นเช็คที่สั่งจ่ายโดยบุคคลอื่นต้องมีลายมือชื่อของผู้ชำระเงินสลักหลังเช็คนั้นด้วย

๑๒.๒ ต้องเป็นเช็คที่ลงวันที่เดียวกับวันชำระเงิน

หรือก่อนวันชำระเงินไม่เกิน๓๐ วัน

๑๒.๓ ถ้าเป็นเช็คลงวันที่ล่วงหน้า

ให้รับไว้เฉพาะเป็นการส่งมอบเช็คให้ก่อนวันถึงกำหนดชำระหนี้

และวันที่ที่ลงในเช็คต้องไม่ช้ากว่าวันที่หนี้ถึงกำหนดชำระ ในกรณีเช่นนั้นให้ออกใบรับเช็คไว้เป็นหลักฐาน

และให้ออกใบเสร็จรับเงินให้เมื่อถึงวันที่ที่ระบุในเช็คนั้น

๑๒.๔ ต้องเป็นเช็คของธนาคารที่มีสำนักงานตั้งอยู่ภายในเขตกรุงเทพมหานครถ้าเป็นเช็คของธนาคารที่มีสำนักงานอยู่นอกเขตกรุงเทพมหานครให้รับได้เฉพาะที่ผู้ชำระเงินเป็นทนายความและเป็นผู้สั่งจ่าย

และยินยอมจ่ายค่าธรรมเนียมขึ้นเงินของธนาคารให้สภาทนายความล่วงหน้าในวันที่ชำระเงินนั้น

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

เมื่อได้รับเช็คจากผู้ใดแล้ว ถ้าปรากฏว่าไม่สามารถเรียกเก็บเงินตามเช็คได้ ให้หัวหน้าฝ่ายบัญชีและการเงินแจ้งให้ผู้สั่งจ่ายหรือผู้สลักหลังจ่ายเงินสดทันที

แล้วรายงานให้เหรัญญิกทราบ

แล้วห้ามมิให้รับเช็คจากผู้ชำระเงินรายนั้นอีกจนกว่าผู้นั้นจะได้ชำระเงินที่ถึงกำหนดชำระดังกล่าวครบถ้วนแล้ว

ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากนายก

อุปนายก เลขาธิการ หรือเหรัญญิก เป็นกรณี ๆ ไป

ในกรณีที่ผู้ชำระเงินไม่จ่ายเงินสดตามวรรคหนึ่ง

ให้หัวหน้าฝ่ายบัญชีและการเงินเสนอเลขาธิการ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ในกรณีที่เห็นสมควรให้หัวหน้าฝ่ายบัญชีและการเงิน

โดยความเห็นชอบของเลขาธิการ หรือเหรัญญิก

จะสั่งไม่ให้รับเช็คจากบุคคลใดเป็นการเฉพาะหรือเป็นการทั่วไปก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

การรับเช็คที่มิได้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวข้างต้นให้กระทำได้โดยอนุมัติของนายก

อุปนายก เลขาธิการ หรือเหรัญญิก

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

การไปรับเงิน ณ สถานที่จ่ายเงินของผู้ชำระเงินให้มีทะเบียนคุมใบเสร็จรับเงินที่นำไปเก็บเงิน

และให้พนักงานเก็บเงินลงชื่อรับใบเสร็จรับเงินที่จะนำไปเก็บในทะเบียนคุมดังกล่าว

เมื่อเก็บเงินได้แล้ว

ให้นำส่งฝ่ายบัญชีและการเงินภายในวันเดียวกันแล้วให้เจ้าหน้าที่ผู้รับเงินลงชื่อในใบเสร็จรับเงินทุกฉบับที่พนักงานเก็บเงินส่ง

ใบเสร็จรับเงินเล่มใดที่พนักงานเก็บเงินใช้หมดแล้ว ต้องส่งคืนฝ่ายบัญชีและการเงินเก็บเป็นหลักฐานต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

ให้เจ้าหน้าที่การเงินมีหน้าที่ติดตามเร่งรัดให้ลูกหนี้ชำระหนี้

และให้เป็นหน้าที่ของพนักงานและลูกจ้างทุกคนในอันที่จะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่การเงิน

เพื่อเร่งรัดติดตามให้ลูกหนี้ชำระหนี้ให้ครบถ้วนตามสัญญาหรือข้อตกลงที่ทำไว้

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

เจ้าหน้าที่การเงินที่รับเงินและรักษาเงินต้องรับผิดชอบจำนวนเงินหรือเอกสารแทนตัวเงินอื่น

ๆ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของตน

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

เงินรายรับที่รับไว้ประจำวันจะนำไปใช้จ่ายไม่ได้ และให้นำฝากธนาคารตามข้อ

๓๒

การจ่ายเงิน

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

การจ่ายเงินให้จ่ายได้เฉพาะเพื่อกิจการ และภายในขอบเขตแห่งวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัติทนายความ

พ.ศ. ๒๕๒๘

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

นายกเป็นผู้มีอำนาจในการสั่งจ่ายเงินคราวหนึ่งไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท

อุปนายกไม่เกิน ๔๐,๐๐๐ บาท เลขาธิการไม่เกิน ๓๐,๐๐๐ บาท และเหรัญญิกไม่เกิน ๒๐,๐๐๐

บาท ถ้าเป็นการจ่ายเงินคราวหนึ่งเกิน ๕๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป

ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ แต่ทั้งนี้ไม่รวมถึงการสั่งจ่ายเพื่อจ่ายเป็นเงินเดือน

ค่าจ้าง หรือค่าล่วงเวลา หรือเงินอื่นใดที่ต้องจ่ายให้พนักงานหรือลูกจ้างพร้อมกับการจ่ายเงินเดือนหรือค่าจ้างตามปกติ

ซึ่งเหรัญญิกมีอำนาจสั่งจ่ายได้ตามที่จ่ายจริง

หรือเป็นกรณีการเบิกจ่ายตามมติที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

เลขาธิการหรือเหรัญญิกอาจมอบหมายเป็นลายลักษณ์อักษรให้พนักงานซึ่งดำรงตำแหน่งใดก็ได้ให้สั่งจ่ายเงินเพื่อกิจการของสภาทนายความ

ทั้งนี้ ในการมอบหมายให้คำนึงถึงระดับ

ตำแหน่ง หน้าที่ และความรับผิดชอบเป็นสำคัญ

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

ก่อนจ่ายเงินให้เรียกใบเสร็จรับเงินที่เซ็นชื่อรับเงินแล้ว

หรือให้ผู้รับเงินลงลายมือชื่อแสดงการรับเงินในเอกสารการรับเงิน

และเรียกเก็บใบสำคัญจ่ายไว้เป็นหลักฐานการจ่ายเงินทุกราย สำหรับการจ่ายเงินเดือน

ค่าจ้าง ค่าแรงงาน เบี้ยเลี้ยง ค่าล่วงเวลา ค่าพาหนะ ต้องมีเอกสารแสดงการรับเงินไว้เป็นหลักฐาน

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

กำหนดการจ่ายเงินเดือน ค่าจ้าง ค่าตอบแทน หรือเงินอื่นใด ให้เป็นไปตามระเบียบที่เลขาธิการกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

การจ่ายเงินต้องจ่ายให้ผู้มีสิทธิรับเงิน โดยให้แสดงหลักฐาน เช่น

บัตรประจำตัวหรือหลักฐานที่เชื่อถือมาแสดงประกอบการขอรับเงิน

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

การจ่ายเงินแต่ละครั้งถ้าไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท จะจ่ายเป็นเงินสดก็ได้

แต่ถ้าเกิน ๕,๐๐๐ บาท ให้จ่ายเป็นเช็คระบุชื่อผู้รับเงิน และขีดคร่อมเช็คนั้นด้วย ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากเลขาธิการ

หรือเหรัญญิก เป็นอย่างอื่น

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

การออกเช็คสั่งจ่ายเงินในกิจการของสภาทนายความนั้น ให้นายก อุปนายก เลขาธิการ

หรือเหรัญญิก ลงนามร่วมกันอย่างน้อยสองท่าน

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ การนำเงินไปฝากหรือส่งธนาคารหรือไปจ่าย

ณ สถานที่แห่งอื่นนอกจากบริเวณที่ประจำทำงาน ถ้าเงินที่นำไปคราวหนึ่งเป็นตัวเงินสด

หรือเช็คเงินสดเกินกว่า ๕,๐๐๐ บาท ให้หัวหน้าฝ่ายบัญชีและการเงินแต่งตั้งพนักงานบัญชีและการเงินคนหนึ่ง

กับพนักงานระดับหัวหน้าฝ่ายขึ้นไปอีกคนหนึ่งร่วมเป็นกรรมการรับผิดชอบ

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘

กรรมการแต่ละคนดังกล่าวตามข้อ ๒๗

มีหน้าที่รับผิดชอบร่วมกันในจำนวนเงินที่นำไปส่งหรือไปจ่าย

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙

การจ่ายเงินรายใดที่จะต้องมีการหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามประมวลรัษฎากร พนักงานบัญชีและการเงินมีหน้าที่หักค่าภาษีและนำส่งภาษีให้เป็นไปตามกฎหมาย

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐

เมื่อการรับและจ่ายเงินประจำวันสิ้นสุดลงแล้ว

ให้หัวหน้าฝ่ายบัญชีและการเงินรวบรวมการรับเงินประจำวัน

และใบสำคัญจ่ายเงินประจำวันลงบัญชี และทำรายงานการเงินประจำวันเสนอหัวหน้าฝ่ายบัญชีและการเงิน

เพื่อเสนอเลขาธิการวันทำการถัดไป

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑

ให้ฝ่ายบัญชีและการเงินรวบรวมใบสำคัญจ่ายและเอกสารในการลงบัญชี และให้ทำรายงานแสดงรายได้

รายจ่าย ประจำเดือนเสนอเลขาธิการ ไม่เกินวันที่ ๒๕ ของเดือนถัดไป และต้องจัดทำงบดุลเพียงวันที่

๓๑ ธันวาคมของทุกปีให้เสร็จสิ้นภายในเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไป

โดยผู้สอบบัญชีจักต้องรับรองงบดุลเพื่อนำเสนอที่ประชุมใหญ่แต่ละปี

การเก็บรักษา

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒

ให้เก็บเงินไว้ในที่ทำการได้ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท

ส่วนเงินรายรับให้นำฝากธนาคารทั้งหมด

ถ้าฝากไม่ทันในวันนั้นให้นำฝากในวันทำการถัดไป และให้รายงานความล่าช้าต่อเหรัญญิกทันที

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓

ให้เก็บเงินและสมุดเช็คไว้ที่สำนักงานในตู้นิรภัยหรือที่เก็บเงินที่มั่นคงแข็งแรง

สามารถทนไฟและยากแก่การทำลาย

ห้ามเก็บกุญแจตู้นิรภัยหรือที่เก็บเงินนั้นไว้นอกสำนักงาน หรือในลิ้นชักโต๊ะเป็นอันขาด

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔

สมุดบัญชี เอกสาร หลักฐานการเงิน เช่น ใบสำคัญ ใบยืม ฯลฯ ให้เก็บรักษาไว้ในตู้หรือสถานที่เก็บอันมั่นคงแข็งแรง

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕

ให้มีคณะกรรมการรักษาเงินคณะหนึ่งประกอบด้วย หัวหน้าฝ่ายบัญชีและการเงินเป็นกรรมการและพนักงานซึ่งดำรงตำแหน่งตั้งแต่หัวหน้าฝ่ายขึ้นไป

ซึ่งเลขาธิการแต่งตั้งอีกสองคนเป็นกรรมการ ให้คณะกรรมการรักษาเงินมีหน้าที่รับผิดชอบร่วมกัน

ในการเก็บรักษาเงินที่เก็บรักษาไว้ ณ สำนักงานสภาทนายความ

และให้คณะกรรมการมอบหมายให้กรรมการคนหนึ่งเป็นผู้ถือกุญแจสำหรับเปิด -

ปิดตู้นิรภัย หรือที่เก็บเงิน

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖

คณะกรรมการรักษาเงินดังกล่าวตามข้อ ๓๕ มีหน้าที่ต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้

๓๖.๑ ตรวจนับจำนวนเงินสดคงเหลือ

สอบยันกับยอดเงินคงเหลือประจำวันในสมุดคุมตัวเงินประจำวันให้ถูกต้องตรงกัน

และลงนามรับรองไว้ด้วย

๓๖.๒ ต้องระมัดระวังมิให้ลูกกุญแจอันอยู่ในความคุ้มครองรักษาสูญหายไปด้วยความประมาทเลินเล่อ

ต้องเก็บกุญแจไว้ในที่ปลอดภัย มิให้ผู้ใดลักลอบนำไปพิมพ์แบบลูกกุญแจได้

๓๖.๓ ในกรณีที่ลูกกุญแจสูญหาย

หรือลูกกุญแจเกิดขัดข้องหรือตรวจพบข้อบกพร่อง

กรรมการเก็บรักษาเงินผู้ถือกุญแจต้องรายงานให้เลขาธิการหรือเหรัญญิกทราบทันที

๓๖.๔ การนำเงินออกจ่ายหรือนำเข้าเก็บต้องกระทำและรู้เห็นร่วมกันในระหว่างกรรมการเก็บรักษาเงิน

และต้องลงชื่อรับทราบต่อจำนวนเงินคงเหลือในรายงานการเก็บเงินร่วมกัน

๓๖.๕ กรรมการเก็บรักษาเงิน ต้องไขกุญแจปิด -

เปิดตู้นิรภัยหรือที่เก็บเงินด้วยตนเองในกรณีที่ไม่สามารถจะปฏิบัติงานได้

ให้เลขาธิการ หรือเหรัญญิกสั่งแต่งตั้งบุคคลอื่นเป็นครั้งคราวตามความจำเป็นแก่กรณี

๓๖.๖ กำหนดเวลาปิด -

เปิดตู้นิรภัยหรือที่เก็บเงินให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการเก็บรักษาเงินกำหนดด้วยความเห็นชอบของเหรัญญิก

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗

ให้นายกสภาทนายความรักษาการตามข้อบังคับนี้ และให้มีอำนาจออกระเบียบหรือคำสั่งใด

ๆ เพื่อปฏิบัติตามข้อบังคับนี้

สั่ง ณ วันที่ ๓๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๒

สัก กอแสงเรือง

นายกสภาทนายความ

มณฑิตา/ผู้จัดทำ

๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๓

นฤดล/ผู้ตรวจ

๒๑ มกราคม ๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๖/ตอนพิเศษ ๗๑ ง/หน้า ๓/๒๓ กันยายน ๒๕๔๒

37 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วย การรับเงิน การจ่ายเงิน และการเก็บรักษาเงิน พ.ศ. 2542 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_050e8c23076492a2

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com