法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกระทรวงคมนาคมและกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับคำสั่งกักเรือและคำสั่งปล่อยเรือตามพระราชบัญญัติการกักเรือ พ.ศ. 2534 พ.ศ. 2535 รก.(2538/37ง./15ส.)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
16
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกระทรวงคมนาคมและกระทรวงยุติธรรม

ระเบียบกระทรวงคมนาคมและกระทรวงยุติธรรม

ว่าด้วย

วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับคำสั่งกักเรือและคำสั่งปล่อยเรือ

ตามพระราชบัญญัติการกักเรือ

พ.ศ. ๒๕๓๔

พ.ศ. ๒๕๓๕[๑]

เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานบังคับคดี

เจ้าหน้าที่ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปล่อยเรือออกจากท่า และพนักงานเจ้าหน้าที่

ตามพระราชบัญญัติการกักเรือ พ.ศ. ๒๕๓๔

เป็นไปตามเจตนารมณ์แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๑

วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๖ (๓) และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติการกักเรือ พ.ศ. ๒๕๓๔

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมจึงวางระเบียบปฏิบัติขึ้นไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงคมนาคมและกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วย

วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับคำสั่งกักเรือและคำสั่งปล่อยเรือ ตามพระราชบัญญัติการกักเรือ

พ.ศ. ๒๕๓๔ พ.ศ. ๒๕๓๕”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๕ เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ

คำสั่งหรือหนังสืออื่นใดที่ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทนในข้อที่ขัดหรือแย้งกันนั้น

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

การใดที่เป็นหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการกักเรือ พ.ศ. ๒๕๓๔

ให้เจ้าพนักงานบังคับคดี เจ้าหน้าที่ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปล่อยเรือออกจากท่า

และพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติดังกล่าว

มีหน้าที่ต้องปฏิบัติการนั้นนอกเวลาราชการและในวันหยุดราชการด้วย

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

เจ้าหน้าที่ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปล่อยเรือออกจากท่า ตามพระราชบัญญัติการกักเรือ

พ.ศ. ๒๕๓๔ ได้แก่

เจ้าท่าผู้มีอำนาจอนุญาตให้เรือออกจากท่าซึ่งเรือที่ถูกสั่งกักอยู่หรือจะเข้ามาอยู่ในเขตอำนาจ

เมื่อจะต้องแจ้งคำสั่งกักเรือหรือคำสั่งปล่อยเรือ

หรือส่งสำเนาหมายกักเรือหรือสำเนาคำสั่งปล่อยเรือ

ไปยังเจ้าหน้าที่ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปล่อยเรือออกจากท่าให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งหรือส่งไปยังที่ทำการของเจ้าท่าผู้มีอำนาจอนุญาตให้เรือออกจากท่า

ณ กรมเจ้าท่า หรือสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค แล้วแต่กรณี ทั้งนี้

ตามเขตอำนาจที่แสดงไว้ใน ภาคผนวก ๑ ท้ายระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

การแจ้งคำสั่งกักเรือหรือคำสั่งปล่อยเรือ

ให้ระบุสาระสำคัญในหมายกักเรือหรือคำสั่งปล่อยเรือ แล้วแต่กรณี

ให้เป็นการเพียงพอต่อการที่เจ้าท่าผู้มีอำนาจอนุญาตให้เรือออกท่าจะสามารถดำเนินการต่อไปได้

ซึ่งอย่างน้อยต้องระบุ

(๑) ชื่อเจ้าหนี้ และลูกหนี้

(๒) หมายเลขคดีของศาลที่สั่งกักเรือ

(๓) ชื่อ สัญชาติ และหมายเลขทะเบียนเรือ

(๔) สภาพแห่งสิทธิเรียกร้อง และ

(๕) ชื่อ ชื่อสกุล

และตำแหน่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีผู้แจ้งคำสั่ง

วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับคำสั่งกักเรือ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

เมื่อได้รับหมายกักเรือจากศาล

ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งคำสั่งศาลโดยระบุสาระสำคัญตามข้อ ๖ ไปให้เจ้าท่าตามข้อ

๕ ทราบโดยพลัน โดยทางโทรศัพท์ โทรเลข โทรพิมพ์หรือโทรสาร

ในกรณีที่แจ้งโดยทางโทรสาร

ให้ผู้แจ้งลงลายมือชื่อและประทับตราเจ้าพนักงานบังคับคดีในสำเนาหมายกักเรือ

แล้วส่งโทรสารสำเนาหมายที่ลงลายมือชื่อและประทับตราแล้วนั้นไปยังเจ้าท่าตามข้อ ๕

ในกรณีที่ไม่อาจแจ้งโดยวิธีการตามวรรคหนึ่งได้

ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจัดการแจ้งโดยวิธีอื่นเท่าที่จะสามารถทำได้

เพื่อให้เจ้าท่าตามข้อ ๕ ได้ทราบคำสั่งกักเรือโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

นอกจากจะแจ้งคำสั่งศาลตามวิธีการในข้อ ๗ แล้ว ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีส่งสำเนาหมายกักเรือไปยังเจ้าท่าตามข้อ

๕ โดยเร็วที่สุด

การส่งสำเนาหมายกักเรือตามข้อนี้

เจ้าพนักงานบังคับคดีจะมอบหมายให้เจ้าหนี้หรือผู้แทนเจ้าหนี้เป็นผู้จัดการส่งแทนก็ได้

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

เมื่อได้รับแจ้งคำสั่งกักเรือตามข้อ ๗

หรือเมื่อได้รับสำเนาหมายกักเรือตามข้อ ๘ แม้จะยังไม่ได้รับแจ้งตามข้อ ๗ ก็ตาม

ให้เจ้าท่าตามข้อ ๕ ระงับการอนุญาตให้เรือลำนั้นออกจากท่าไว้ก่อน

และแจ้งการไม่อนุญาตให้เรือออกจากท่าไปยังนายเรือและตัวเรือของเรือลำนั้นโดยไม่ชักช้า

การแจ้งการไม่อนุญาตให้เรือออกจากท่าตามวรรคหนึ่ง

ให้ทำเป็นหนังสือตามแบบในภาคผนวก ๒ ท้ายระเบียบนี้

ส่งให้นายเรือและตัวแทนเรือลงลายมือชื่อรับทราบการกักเรือไว้ในหนังสือ

ถ้าบุคคลดังกล่าวไม่ยอมลงลายมือชื่อรับทราบให้เจ้าท่าจดแจ้งพฤติการณ์เช่นว่านั้นไว้ในหนังสือดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

เมื่อเจ้าหนี้ประสงค์จะให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทำการกักเรือ

ให้ยื่นคำขอและชำระค่าใช้จ่ายรวมทั้งค่าส่งหมายต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีตามที่เจ้าพนักงานบังคับคดีกำหนด

ค่าใช้จ่ายและค่าส่งหมายตามวรรคหนึ่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีคิดตามอัตราที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและระเบียบกรมบังคับคดีที่เกี่ยวข้องโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ในกรณีที่ศาลได้ออกหมายกักเรือแล้ว

แต่เรือได้ออกจากท่าไปก่อนที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะได้แจ้งคำสั่งกักเรือให้เจ้าท่าตามข้อ

๕ ทราบ ถ้าเรือนั้นยังออกไปไม่พ้นราชอาณาจักร ให้ปฏิบัติดังนี้

(๑) ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีปฏิบัติตามข้อ ๗

โดยแจ้งคำสั่งศาลไปยังเจ้าท่าซึ่งเส้นทางที่เรือนั้นเดินผ่านอยู่ในเขตอำนาจ

และส่งสำเนาหมายกักเรือไปยังเจ้าท่าดังกล่าวโดยปฏิบัติตามข้อ ๘

โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

(๒) ในกรณีเช่นนี้

ถ้าเจ้าหนี้แสดงความประสงค์จะให้ทำการกักเรือให้เจ้าท่าซึ่งได้รับแจ้งตาม (๑)

ดำเนินการตามความจำเป็นและเหมาะสม โดยขอความร่วมมือจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง

เพื่อทำการหยุดเรือนั้นไว้ก่อนออกไปนอกราชอาณาจักร

และนำเรือดังกล่าวกลับมาอยู่ในเขตอำนาจของศาลที่สั่งกักเรือนั้นทั้งนี้

โดยเจ้าหนี้ต้องเสียค่าใช้จ่ายทั้งปวงที่จำเป็นต้องใช้จ่ายในการดำเนินการดังกล่าว

วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับคำสั่งปล่อยเรือ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

เมื่อได้รับคำสั่งปล่อยเรือจากศาล

ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งคำสั่งศาลโดยระบุสาระสำคัญตามข้อ ๖ ไปให้เจ้าท่าตามข้อ

๕ ทราบโดยพลัน โดยทางโทรศัพท์ โทรเลข โทรพิมพ์หรือโทรสาร

ในกรณีที่แจ้งโดยทางโทรสาร ให้ปฏิบัติตามข้อ ๗ วรรคสอง

โดยอนุโลม

ในกรณีที่ไม่อาจแจ้งโดยวิธีการตามวรรคหนึ่งได้

ให้ปฏิบัติตาม ข้อ ๗ วรรคสามโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ นอกจากจะแจ้งคำสั่งศาลตามวิธีการในข้อ ๑๒ แล้ว

ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีส่งสำเนาคำสั่งศาลไปยังเจ้าท่าตามข้อ ๕ โดยเร็วที่สุด

การส่งสำเนาคำสั่งศาลตามข้อนี้

เจ้าพนักงานบังคับคดีจะมอบหมายให้ลูกหนี้หรือผู้มีส่วนได้เสียซึ่งร้องขอให้ปล่อยเรือหรือผู้แทนของบุคคลดังกล่าวเป็นผู้จัดการส่งแทนก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

เมื่อได้รับแจ้งคำสั่งปล่อยเรือตามข้อ ๑๒

หรือเมื่อได้รับสำเนาคำสั่งศาลตามข้อ ๑๓ แม้จะยังไม่ได้รับแจ้งตามข้อ ๑๒ ก็ตาม

ให้เจ้าท่าตามข้อ ๕ ดำเนินการในเรื่องการอนุญาตให้เรือออกจากท่าโดยไม่ชักช้า

เบ็ดเตร็ด

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

ให้จัดให้มีสารบบคำสั่งกักเรือและปล่อยเรือไว้ที่กรมเจ้าท่าเพื่อประโยชน์ในการค้นหาอ้างอิงของส่วนราชการและบุคคลอื่นซึ่งมีส่วนได้เสียหรืออาจมีส่วนได้เสียเกี่ยวข้องกับการกักเรือ

การจัดทำสารบบและการลงรายการในสารบบตามวรรคหนึ่งให้อนุโลมตามสารบบความของศาลยุติธรรมเท่าที่อาจทำได้

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

การแก้ไขเพิ่มเติมภาคผนวก ๑ และภาคผนวก ๒ ท้ายระเบียบนี้

ให้ทำเป็นคำสั่งร่วมกันของกระทรวงคมนาคมและกระทรวงยุติธรรม

และให้เป็นอำนาจหน้าที่ร่วมกันของปลัดกระทรวงดังกล่าวในอันที่จะทำคำสั่งเช่นว่านั้น

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๕

นุกูล ประจวบเหมาะ ประภาศน์ อวยชัย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๒/ตอนที่ ๓๗ ง/หน้า ๑๕/๙ พฤษภาคม ๒๕๓๘

16 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกระทรวงคมนาคมและกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับคำสั่งกักเรือและคำสั่งปล่อยเรือตามพระราชบัญญัติการกักเรือ พ.ศ. 2534 พ.ศ. 2535 รก.(2538/37ง./15ส.) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_052a8f114bed141d

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com