ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย
ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย
เรื่อง การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยมหิดล
พ.ศ. ๒๕๓๘[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ และมาตรา ๙ วรรคสอง
แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. ๒๕๓๐
รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย
ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย
เรื่อง การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยมหิดล
พ.ศ. ๒๕๓๘[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ และมาตรา ๙ วรรคสอง
แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. ๒๕๓๐
รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑
ให้ยกเลิก
(๑) ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง
การแบ่งส่วนราชการและภาควิชาในมหาวิทยาลัยมหิดล ลงวันที่ ๓๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๑
(๒) ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง
การแบ่งส่วนราชการและภาควิชาในมหาวิทยาลัยมหิดล (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๒
(๓) ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การแบ่งส่วนราชการและภาควิชาในมหาวิทยาลัยมหิดล
(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๓
(๔) ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง
การแบ่งส่วนราชการและภาควิชาในมหาวิทยาลัยมหิดล (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๓
(๕) ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง
การแบ่งส่วนราชการและภาควิชาในมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. ๒๕๒๔
(๖) ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง
การแบ่งส่วนราชการและภาควิชาในมหาวิทยาลัยมหิดล (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๔
(๗) ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง
การแบ่งส่วนราชการและภาควิชาในมหาวิทยาลัยมหิดล (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๖
(๘) ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง
การแบ่งส่วนราชการและภาควิชาในมหาวิทยาลัยมหิดล (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๙
(๙) ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง
การแบ่งส่วนราชการและภาควิชาในมหาวิทยาลัยมหิดล (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๒๙
(๑๐) ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง
การแบ่งส่วนราชการและภาควิชาในมหาวิทยาลัยมหิดล (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๓๐
(๑๑) ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง
การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. ๒๕๓๒
(๑๒) ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง
การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยมหิดล (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๒
(๑๓) ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง
การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยมหิดล (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๒
(๑๔) ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง
การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยมหิดล (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๓
(๑๕) ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง
การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยมหิดล (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๓๓
(๑๖) ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง
การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยมหิดล (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๓๔
(๑๗) ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง
การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยมหิดล (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๓๕
(๑๘) ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง
การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยมหิดล (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๓๕
(๑๙) ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง
การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยมหิดล (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๓๕
(๒๐) ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง
การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยมหิดล (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๖
(๒๑) ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง
การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยมหิดล (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๓๖
(๒๒) ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยมหิดล
(ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๓๖
(๒๓) ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง
การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยมหิดล (ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๓๖
(๒๔) ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง
การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยมหิดล (ฉบับที่ ๑๔) พ.ศ. ๒๕๓๖
(๒๕) ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง
การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยมหิดล (ฉบับที่ ๑๕) พ.ศ. ๒๕๓๖
(๒๖) ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง
การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยมหิดล (ฉบับที่ ๑๖) พ.ศ. ๒๕๓๗
ข้อ ๒
ให้แบ่งส่วนราชการของสำนักงานอธิการบดี ดังนี้
(๑) กองกลาง
(๒) กองการเจ้าหน้าที่
(๓) กองกิจการนักศึกษา
(๔) กองคลัง
(๕) กองบริการการศึกษา
(๖) กองแผนงาน
ข้อ ๓
ให้มีสำนักงานคณบดีในบัณฑิตวิทยาลัย
ข้อ ๔
ให้แบ่งส่วนราชการของคณะทันตแพทยศาสตร์ ดังนี้
(๑) สำนักงานคณบดี
(๒) ภาควิชากายวิภาคศาสตร์
(๓) ภาควิชาจุลชีววิทยา
(๔) ภาควิชาทันตกรรมจัดฟัน
(๕) ภาควิชาทันตกรรมชุมชน
(๖) ภาควิชาทันตกรรมประดิษฐ์
(๗) ภาควิชาทันตกรรมโรงพยาบาล
(๘) ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก
(๙) ภาควิชาทันตกรรมหัตถการ
(๑๐) ภาควิชาทันตพยาธิวิทยา
(๑๑) ภาควิชาเภสัชวิทยา
(๑๒) ภาควิชารังสีวิทยา
(๑๓) ภาควิชาเวชศาสตร์ช่องปาก
(๑๔) ภาควิชาศัลยศาสตร์
(๑๕) ภาควิชาสรีรวิทยาและชีวเคมี
ข้อ ๕
ให้แบ่งส่วนราชการของคณะเทคนิคการแพทย์ ดังนี้
(๑) สำนักงานคณบดี
(๒) ภาควิชาเคมีคลินิก
(๓) ภาควิชาจุลชีววิทยาคลินิก
(๔) ภาควิชาจุลทรรศนศาสตร์คลินิก
(๕) ภาควิชาปรสิตวิทยา
(๖) ภาควิชารังสีเทคนิค
(๗) สถานเวชศาสตร์ชันสูตร
ข้อ ๖
ให้แบ่งส่วนราชการของคณะพยาบาลศาสตร์ ดังนี้
(๑) สำนักงานคณบดี
(๒) ภาควิชาการพยาบาลกุมารเวชศาสตร์
(๓) ภาควิชาการพยาบาลรากฐาน
(๔) ภาควิชาการพยาบาลศัลยศาสตร์
(๕) ภาควิชาการพยาบาลสาธารณสุขศาสตร์
(๖) ภาควิชาการพยาบาลสูติศาสตร์ - นรีเวชวิทยา
(๗) ภาควิชาการพยาบาลอายุรศาสตร์
(๘) ภาควิชาสุขภาพจิตและการพยาบาลจิตเวชศาสตร์
ข้อ ๗
ให้แบ่งส่วนราชการของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ดังนี้
(๑) สำนักงานคณบดี
(๒) โรงพยาบาลรามาธิบดี
(๓) ภาควิชากุมารเวชศาสตร์
(๔) ภาควิชาจักษุวิทยา
(๕) ภาควิชาจิตเวชศาสตร์
(๖) ภาควิชาพยาธิวิทยา
(๗) ภาควิชาพยาบาลศาสตร์
(๘) ภาควิชารังสีวิทยา
(๙) ภาควิชาวิสัญญีวิทยา
(๑๐) ภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว
(๑๑) ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู
(๑๒) ภาควิชาศัลยศาสตร์
(๑๓)
ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา
(๑๔) ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา
(๑๕)
ภาควิชาออร์โธปิดิคส์
(๑๖) ภาควิชาอายุรศาสตร์
(๑๗) สำนักงานวิจัยคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
(๑๘) สำนักงานศูนย์เวชศาสตร์ชุมชน
ข้อ ๘
ให้แบ่งส่วนราชการของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ดังนี้
(๑) สำนักงานคณบดี
(๒) โรงพยาบาลศิริราช
(๓) ภาควิชากายวิภาคศาสตร์
(๔) ภาควิชากุมารเวชศาสตร์
(๕) ภาควิชาจักษุวิทยา
(๖) ภาควิชาจิตเวชศาสตร์
(๗) ภาควิชาจุลชีววิทยา
(๘) ภาควิชาชีวเคมี
(๙) ภาควิชาตจวิทยา
(๑๐) ภาควิชานิติเวชศาสตร์
(๑๑) ภาควิชาปรสิตวิทยา
(๑๒) ภาควิชาพยาธิวิทยา
(๑๓) ภาควิชาพยาธิวิทยาคลินิก
(๑๔) ภาควิชาเภสัชวิทยา
(๑๕) ภาควิชารังสีวิทยา
(๑๖) ภาควิชาวิทยาภูมิคุ้มกัน
(๑๗) ภาควิชาวิสัญญีวิทยา
(๑๘) ภาควิชาเวชศาสตร์การธนาคารเลือด
(๑๙) ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม
(๒๐) ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู
(๒๑) ภาควิชาศัลยศาสตร์
(๒๒) ภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิคส์และกายภาพบำบัด
(๒๓) ภาควิชาสรีรวิทยา
(๒๔) ภาควิชาสูติศาสตร์ - นรีเวชวิทยา
(๒๕) ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา
(๒๖) ภาควิชาอายุรศาสตร์
(๒๗) สถานเทคโนโลยีการศึกษาแพทยศาสตร์
(๒๘) สถานส่งเสริมการวิจัย
(๒๙) สำนักงานศูนย์โรคหัวใจสมเด็จพระบรมราชินีนาถ
ข้อ ๙
ให้แบ่งส่วนราชการของคณะเภสัชศาสตร์ ดังนี้
(๑) สำนักงานคณบดี
(๒) ภาควิชาจุลชีววิทยา
(๓) ภาควิชาชีวเคมี
(๔) ภาควิชาเภสัชกรรม
(๕) ภาควิชาเภสัชเคมี
(๖) ภาควิชาเภสัชพฤกษศาสตร์
(๗) ภาควิชาเภสัชวิทยา
(๘) ภาควิชาเภสัชวินิจฉัย
(๙) ภาควิชาเภสัชอุตสาหกรรม
(๑๐) ภาควิชาสรีรวิทยา
(๑๑) ภาควิชาอาหารเคมี
(๑๒) สำนักงานข้อมูลสมุนไพร
ข้อ ๑๐
ให้แบ่งส่วนราชการของคณะวิทยาศาสตร์ ดังนี้
(๑) สำนักงานคณบดี
(๒) ภาควิชากายวิภาคศาสตร์
(๓) ภาควิชาคณิตศาสตร์
(๔) ภาควิชาคอมพิวเตอร์
(๕) ภาควิชาเคมี
(๖) ภาควิชาจุลชีววิทยา
(๗) ภาควิชาชีวเคมี
(๘) ภาควิชาชีววิทยา
(๙) ภาควิชาเทคโนโลยีชีวภาพ
(๑๐) ภาควิชาพฤกษศาสตร์
(๑๑) ภาควิชาพยาธิชีววิทยา
(๑๒) ภาควิชาฟิสิกส์
(๑๓) ภาควิชาภาษาต่างประเทศ
(๑๔) ภาควิชาเภสัชวิทยา
(๑๕) ภาควิชาสรีรวิทยา
ข้อ ๑๑
ให้แบ่งส่วนราชการของคณะวิศวกรรมศาสตร์ ดังนี้
(๑) สำนักงานคณบดี
(๒) ภาควิชาวิศวกรรมเคมี
(๓) ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล
(๔) ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า
(๕) ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ
ข้อ ๑๒
ให้แบ่งส่วนราชการของคณะเวชศาสตร์เขตร้อน ดังนี้
(๑) สำนักงานคณบดี
(๒) ภาควิชากีฎวิทยาการแพทย์
(๓) ภาควิชากุมารเวชศาสตร์เขตร้อน
(๔) ภาควิชาจุลชีววิทยาและอิมมิวโนโลยี
(๕) ภาควิชาปรสิตหนอนพยาธิ
(๖) ภาควิชาพยาธิโปรโตซัว
(๗) ภาควิชาพยาธิวิทยาเขตร้อน
(๘) ภาควิชาโภชนศาสตร์เขตร้อนและวิทยาศาสตร์อาหาร
(๙) ภาควิชารังสีไอโซโทปเขตร้อน
(๑๐) ภาควิชาสุขวิทยาเขตร้อน
(๑๑) ภาควิชาอายุรศาสตร์เขตร้อน
(๑๒) ภาควิชาอายุรศาสตร์เขตร้อนคลินิกและโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน
ข้อ ๑๓
ให้แบ่งส่วนราชการของคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ดังนี้
(๑) สำนักงานคณบดี
(๒) ภาควิชามนุษยศาสตร์
(๓) ภาควิชาศึกษาศาสตร์
(๔) ภาควิชาสังคมศาสตร์
ข้อ ๑๔
ให้แบ่งส่วนราชการของคณะสาธารณสุขศาสตร์ ดังนี้
(๑) สำนักงานคณบดี
(๒) ภาควิชาการพยาบาลสาธารณสุข
(๓) ภาควิชาจุลชีววิทยา
(๔) ภาควิชาชีวสถิติ
(๕) ภาควิชาบริหารงานสาธารณสุข
(๖) ภาควิชาปรสิตวิทยา
(๗) ภาควิชาโภชนวิทยา
(๘) ภาควิชาระบาดวิทยา
(๙) ภาควิชาวิทยาศาสตร์อนามัยสิ่งแวดล้อม
(๑๐) ภาควิชาวิศวกรรมสุขาภิบาล
(๑๑) ภาควิชาสุขศึกษาและพฤติกรรมศาสตร์
(๑๒) ภาควิชาอนามัยครอบครัว
(๑๓) ภาควิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
(๑๔) สำนักงานฝึกอบรมและวิจัยอนามัยชนบท
ข้อ ๑๕
ให้มีสำนักงานคณบดีในคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์
ข้อ ๑๖
ให้แบ่งส่วนราชการของวิทยาลัยราชสุดา ดังนี้
(๑) สำนักงานผู้อำนวยการ
(๒) ฝ่ายการศึกษาและฝึกอบรมวิชาชีพ
(๓) ฝ่ายบริการวิชาการ
(๔) ฝ่ายวิจัย
ข้อ ๑๗
ให้มีสำนักงานผู้อำนวยการในสถาบันพัฒนาการสาธารณสุขอาเซียน
ข้อ ๑๘
ให้มีสำนักงานผู้อำนวยการในสถาบันวิจัยประชากรและสังคม
ข้อ ๑๙
ให้มีสำนักงานผู้อำนวยการในสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท
ข้อ ๒๐
ให้มีสำนักงานผู้อำนวยการในสถาบันวิจัยโภชนาการ
ข้อ ๒๑
ให้มีสำนักงานผู้อำนวยการในสถาบันวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ข้อ ๒๒
ให้มีสำนักงานผู้อำนวยการในศูนย์ศาลายา
ข้อ ๒๓
ให้แบ่งส่วนราชการของสำนักคอมพิวเตอร์ ดังนี้
(๑) สำนักงานผู้อำนวยการ
(๒) ฝ่ายเครือข่ายสื่อสารคอมพิวเตอร์
(๓) ฝ่ายจัดการคลังข้อมูล
(๔) ฝ่ายระบบเครื่องคอมพิวเตอร์
(๕) ฝ่ายวิเคราะห์และออกแบบระบบงานคอมพิวเตอร์
(๖) ฝ่ายวิชาการคอมพิวเตอร์
(๗) ฝ่ายวิศวกรรมคอมพิวเตอร์
ข้อ ๒๔
ให้มีสำนักงานผู้อำนวยการในสำนักสัตว์ทดลองแห่งชาติ
ข้อ ๒๕
ให้มีสำนักงานผู้อำนวยการในสำนักหอสมุด
ประกาศ ณ วันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๘
บุญชู ตรีทอง
รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัย
สุรินทร์/แก้ไข ๒๗/๗/๒๕๔๔
วิภา/ผู้จัดทำ
๑๕ มีนาคม ๒๕๕๔
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๑๒/ตอนที่ ๘๕ ง/หน้า ๑๘/๒๔ ตุลาคม ๒๕๓๘
ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2538 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_05897f89a4b43cd6
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).
Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名
本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com