法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่ กด. 15/2552 เรื่อง การกำหนดให้การประกอบธุรกิจของสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือไม่เป็นการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการเป็นที่ปรึกษาการลงทุน

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
19
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ที่ กด. 15/2552

เรื่อง การกําหนดให้การประกอบธุรกิจของสถาบันจัดอันดับ

ความน่าเชื่อถือไม่เป็นการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์

ประเภทการเป็นที่ปรึกษาการลงทุน

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 4 และมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 33 มาตรา 34 มาตรา 41 มาตรา 43 มาตรา 44 และมาตรา 64 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทําได้โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย คณะกรรมการ ก.ล.ต. ออกข้อกําหนดไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิก

(1) ประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เรื่อง การกําหนดลักษณะการให้คําแนะนําแก่ประชาชนที่ไม่ถือเป็นการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการเป็นที่ปรึกษาการลงทุน ลงวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2536

(2) ประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กจ. 9/2541 เรื่อง การกําหนดลักษณะการให้คําแนะนําแก่ประชาชนที่ไม่ถือเป็นการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการเป็นที่ปรึกษาการลงทุน (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2541

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในประกาศนี้

(1) “การจัดอันดับความน่าเชื่อถือ” หมายความว่า การประเมินฐานะและความสามารถของรัฐบาล กระทรวง ทบวง กรม หรือกิจการใด ๆ ในการชําระคืนหนี้ตามตราสารใดตราสารหนึ่ง หรือการชําระคืนหนี้ทั้งหมด หรือการปฏิบัติตามภาระผูกพันตามหุ้นบุริมสิทธิ และแสดงผลการประเมินด้วยการให้สัญลักษณ์

(2) “สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ” หมายความว่า ผู้ซึ่งประกอบธุรกิจการจัดอันดับความน่าเชื่อถือเป็นทางค้าปกติ โดยได้รับความเห็นชอบจากสํานักงาน

(3) “ตราสารหนี้” หมายความว่า พันธบัตร หุ้นกู้ หรือตั๋วเงิน

(4) “บริษัทใหญ่” หมายความว่า

(ก) บริษัทที่ถือหุ้นในผู้ออกตราสารหนี้เกินกว่าร้อยละห้าสิบของจํานวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของผู้ออกตราสารหนี้

(ข) บริษัทที่ถือหุ้นในบริษัทตาม (ก) เกินกว่าร้อยละห้าสิบของจํานวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทนั้น

(ค) บริษัทที่ถือหุ้นต่อไปเป็นทอด ๆ โดยเริ่มจากบริษัทที่ถือหุ้นในบริษัทตาม (ข) โดยการถือหุ้นของบริษัทดังกล่าวในแต่ละทอดมีจํานวนเกินกว่าร้อยละห้าสิบของจํานวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทที่ถูกถือหุ้นนั้น

(ง) บริษัทที่ถือหุ้นในผู้ออกตราสารหนี้ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมรวมกันเกินกว่าร้อยละห้าสิบของจํานวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของผู้ออกตราสารหนี้นั้น

การถือหุ้นของบริษัทตาม (ก) หรือ (ข) หรือ (ค) หรือ (ง) ให้นับรวมหุ้นที่ถือโดยผู้ที่เกี่ยวข้องตามประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการกําหนดบทนิยามในประกาศเกี่ยวกับการออกและเสนอขายตราสารหนี้ทุกประเภทด้วย

(5) “ผู้บริหาร” หมายความว่า ผู้จัดการ หรือผู้ดํารงตําแหน่งระดับบริหารสี่รายแรกนับต่อจากผู้จัดการลงมา ผู้ซึ่งดํารงตําแหน่งเทียบเท่ากับผู้ดํารงตําแหน่งระดับบริหารรายที่สี่ทุกราย และให้หมายความรวมถึงผู้ดํารงตําแหน่งระดับบริหารในสายงานบัญชีหรือการเงินที่เป็นระดับผู้จัดการฝ่ายขึ้นไปหรือเทียบเท่า

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ การให้คําแนะนําแก่ประชาชนในลักษณะของการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่กระทําโดยสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ไม่ถือเป็นการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการเป็นที่ปรึกษาการลงทุน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ สํานักงานจะเห็นชอบให้บุคคลใดประกอบธุรกิจการจัดอันดับความน่าเชื่อถือได้ จะต้องเป็นกรณีใดกรณีหนึ่งตามข้อ 5 หรือข้อ 6

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ สํานักงานอาจประกาศให้ความเห็นชอบสถาบันที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งประกอบธุรกิจการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในต่างประเทศอยู่แล้ว เป็นสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือได้ โดยกิจการดังกล่าวจะจัดอันดับความน่าเชื่อได้เฉพาะในกรณีดังต่อไปนี้เท่านั้น

(1) การเสนอขายตราสารหนี้ที่ออกโดยนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้

(ก) มีบริษัทใหญ่เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ

(ข) ออกและเสนอขายตราสารหนี้ในประเทศไทยและต่างประเทศในคราวเดียวกัน

(2) การเสนอขายตราสารหนี้ที่ออกโดยนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ

(3) การเสนอขายตราสารหนี้ที่มีผู้ค้ําประกันหรือผู้รับอาวัล เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ ทั้งนี้ เมื่อเป็นการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของผู้ค้ําประกันหรือผู้รับอาวัลดังกล่าว

(4) การเสนอขายใบสําคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ที่ออกโดยธนาคารต่างประเทศที่มีสาขาที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบการธนาคารพาณิชย์เป็นสาขาเต็มรูปแบบในประเทศไทย หรือบริษัทประกันวินาศภัยหรือบริษัทประกันชีวิตต่างประเทศที่มีสาขาที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยหรือธุรกิจประกันชีวิตในประเทศไทย

(5) การเสนอขายใบสําคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ที่มีผู้ค้ําประกัน ทั้งนี้ เมื่อเป็นการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของผู้ค้ําประกันดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ นอกจากกรณีตามข้อ 5 แล้ว บุคคลใดประสงค์จะประกอบธุรกิจเป็นสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ จะต้องยื่นคําขอรับความเห็นชอบจากสํานักงาน โดยบุคคลดังกล่าวต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

(1) เป็นบริษัทจํากัด หรือบริษัทมหาชนจํากัดที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย

(2) มีทุนจดทะเบียนซึ่งชําระแล้วไม่น้อยกว่าห้าสิบล้านบาท

(3) มีสถาบันที่ประกอบธุรกิจการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในต่างประเทศที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับทั่วไปเป็นผู้ถือหุ้น หรือเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ในการประกอบธุรกิจการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ

(4) มีกรรมการและผู้บริหารที่มีจริยธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความเข้าใจและรับผิดชอบต่อสาธารณชน และไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้

(ก) มีประวัติเคยถูกไล่ออก ปลดออก ให้ออก หรือต้องคดีเนื่องจากการกระทําทุจริต

(ข) มีประวัติการทํางานอันส่อไปในทางไม่สุจริต

(ค) มีประวัติการบริหารงาน หรือการกระทําอื่นใดอันเป็นเหตุให้เกิดการกระทําผิดตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์อย่างร้ายแรง อันแสดงถึงการขาดความรับผิดชอบหรือความรอบคอบในการบริหารงาน

(5) มีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเหมาะสมในจํานวนเพียงพอเพื่อรองรับการประกอบธุรกิจการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ

(6) มีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับวิธีปฏิบัติในการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่รัดกุมและเชื่อถือได้ ตลอดจนสามารถดําเนินงานได้อย่างเป็นอิสระและสามารถให้ความเห็นได้อย่างเป็นกลางและเป็นธรรมแก่บุคคลที่เกี่ยวข้อง

(7) มีสัญลักษณ์ที่ใช้ในการจัดอันดับความน่าเชื่อถือซึ่งไม่มีลักษณะดังต่อไปนี้

(ก) เป็นสิ่งที่ใช้กันในความหมายสามัญหรือมีลักษณะไม่บ่งเฉพาะ

(ข) เป็นสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายอย่างใด ๆ ที่อาจขัดต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การยื่นคําขอตามข้อ 6 ให้เป็นไปตามแบบที่สํานักงานกําหนด พร้อมทั้งเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับผู้ยื่นคําขอ ประวัติของสถาบันที่ประกอบธุรกิจการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในต่างประเทศที่เข้าร่วมถือหุ้นหรือเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ในการประกอบธุรกิจ ประวัติของกรรมการและผู้บริหาร และเอกสารหลักฐานอื่นตามที่สํานักงานกําหนด

ให้สํานักงานมีอํานาจกําหนดระยะเวลาในการยื่นคําขอตามวรรคหนึ่งได้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลที่ยื่นคําขอตามข้อ 6 สํานักงานมีอํานาจแจ้งให้ผู้ยื่นคําขอมาชี้แจง ส่งต้นฉบับหรือสําเนาเอกสารหรือหลักฐานใด ๆ เพิ่มเติมตามที่เห็นสมควร ทั้งนี้ ภายในระยะเวลาที่สํานักงานกําหนด

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้บุคคลตามข้อ 6 ที่ได้รับความเห็นชอบให้เป็นสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ประกอบธุรกิจการเป็นสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือภายใต้ข้อกําหนดตามข้อ 10 ถึงข้อ 16

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือประกอบธุรกิจภายใต้ขอบเขตดังต่อไปนี้

(1) การจัดอันดับความน่าเชื่อถือ

(2) การให้คําชี้แจงหรือเหตุผลประกอบการพิจารณาจัดอันดับความน่าเชื่อถือ รวมทั้งข้อมูลที่ใช้ประกอบการพิจารณา

(3) การให้บริการข่าวสารข้อมูลที่ได้รับมาเนื่องจากการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม เป็นต้น

(4) ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเป็นสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือตามที่ได้รับอนุญาตจากสํานักงาน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ในการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

(1) ส่งผลการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่เผยแพร่แก่ประชาชนต่อสํานักงานภายในวันทําการถัดจากวันที่ได้เผยแพร่

(2) จัดทําและส่งงบการเงินสําหรับงวดประจําปีบัญชีและรายงานประจําปีเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดําเนินงานของสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือต่อสํานักงานภายในสี่เดือนนับแต่วันสิ้นปีบัญชี

(3) ยื่นรายงานหรือแสดงเอกสารตามระยะเวลาหรือเป็นครั้งคราว ตามที่สํานักงานกําหนด ในการนี้ สํานักงานจะให้ทําคําชี้แจงเพื่ออธิบายหรือขยายความแห่งรายงานหรือเอกสารนั้นด้วยก็ได้

(4) แจ้งการเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเพิ่มเติมสัญลักษณ์ หรือความหมายของสัญลักษณ์ที่ใช้ในการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ต่อสํานักงาน ก่อนการใช้สัญลักษณ์ หรือความหมายของสัญลักษณ์ที่เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเพิ่มเติมนั้น

(5) แจ้งการเปลี่ยนแปลงกรรมการและผู้บริหาร หรือคุณสมบัติของกรรมการและผู้บริหาร พร้อมทั้งส่งรายละเอียดเกี่ยวกับคุณวุฒิและประวัติการทํางานของกรรมการและผู้บริหารที่ได้รับการแต่งตั้งหรือเลือกตั้งใหม่ และหนังสือรับรองคุณสมบัติของกรรมการและผู้บริหารนั้น ต่อสํานักงานโดยไม่ชักช้า

(6) แจ้งการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่มีนัยสําคัญต่อโครงสร้างการถือหุ้น หรือ

หลักเกณฑ์เกี่ยวกับวิธีปฏิบัติในการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ต่อสํานักงานโดยไม่ชักช้า

(7) เก็บรักษาข้อมูลที่ใช้ประกอบการพิจารณาจัดอันดับความน่าเชื่อถือไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่าสองปีนับแต่วันที่เผยแพร่ผลการจัดอันดับความน่าเชื่อถือนั้นต่อประชาชน

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ห้ามมิให้สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือกระทําการดังต่อไปนี้

(1) ซื้อหรือมีหลักทรัพย์ เว้นแต่เป็นหลักทรัพย์รัฐบาล หรือได้รับการผ่อนผันจากสํานักงาน

(2) จัดอันดับความน่าเชื่อถือ โดยขาดข้อมูลที่เชื่อถือหรืออ้างอิงได้อย่างเพียงพอ

(3) จัดอันดับความน่าเชื่อถือด้วยการให้สัญลักษณ์อื่นใด นอกจากที่ได้แจ้งไว้กับสํานักงาน

(4) จัดอันดับความน่าเชื่อถือให้แก่กิจการที่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือหรือกรรมการหรือผู้บริหารมีความเกี่ยวข้องหรือมีส่วนได้ส่วนเสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในลักษณะที่อาจเป็นเหตุให้สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือนั้นไม่สามารถดําเนินงานหรือให้ความเห็นได้ตามข้อ 6(6)

(5) ทําการอื่นใดที่สํานักงานกําหนดว่าเป็นการกระทําที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ของประชาชนซึ่งใช้ผลการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือต้องยินยอมให้เจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับมอบหมายจากสํานักงานเข้าไปในสถานที่ตั้งสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ หรือสถานที่ซึ่งรวบรวมหรือประมวลข้อมูลของสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ในระหว่างเวลาทําการของสถานที่นั้นเพื่อตรวจสอบการปฏิบัติตามประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในกรณีที่สํานักงานเห็นว่าสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือใด กระทําการหรือไม่กระทําการ หรือมีลักษณะดังต่อไปนี้ ให้สํานักงานมีอํานาจสั่งให้สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือนั้น แก้ไขการกระทําดังกล่าว หรือกระทําการ หรืองดเว้นกระทําการภายในระยะเวลาที่สํานักงานกําหนดได้

(1) กระทําการไม่เหมาะสม

(2) ขาดคุณสมบัติตามข้อ 6

(3) ประกอบกิจการนอกขอบเขตธุรกิจที่ระบุในข้อ 10

(4) ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อ 11 ข้อ 12 หรือข้อ 13

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ในกรณีที่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือนั้นกระทําการไม่เหมาะสมอย่างร้ายแรง หรือมีกรรมการหรือผู้บริหารที่ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 6(4) หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อ 12 อันมีลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ของประชาชนอย่างร้ายแรง หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของสํานักงานตามข้อ 14 สํานักงานอาจมีคําสั่งให้สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือนั้นถอดถอนกรรมการหรือผู้บริหารซึ่งเป็นต้นเหตุให้เกิดกรณีดังกล่าว และให้แต่งตั้งบุคคลอื่นเข้าดํารงตําแหน่งแทนด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของสํานักงานตามข้อ 14 อันมีลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ของประชาชนอย่างร้ายแรง หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของสํานักงานตามข้อ 15 สํานักงานอาจเพิกถอนการให้ความเห็นชอบสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือนั้น และผู้ที่ถูกเพิกถอนความเห็นชอบจะถือเอาประโยชน์ตามข้อ 3 ต่อไปอีกมิได้

ในการเพิกถอนการให้ความเห็นชอบ สํานักงานจะกําหนดระยะเวลาที่ไม่ให้ผู้ถูกเพิกถอนความเห็นชอบนั้นยื่นขอความเห็นชอบใหม่ต่อสํานักงานด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ให้บรรดาประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ คําสั่ง และหนังสือเวียน ที่ออกหรือวางแนวปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการกําหนดลักษณะการให้คําแนะนําแก่ประชาชนที่ไม่ถือเป็นการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการเป็นที่ปรึกษาการลงทุน ลงวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2536 ซึ่งใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับข้อกําหนดแห่งประกาศนี้ จนกว่าจะได้มีประกาศ คําสั่ง และหนังสือเวียน ที่ออกหรือวางแนวปฏิบัติตามประกาศนี้ใช้บังคับ

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ในกรณีที่มีประกาศฉบับอื่นใดอ้างอิงประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เรื่อง การกําหนดลักษณะการให้คําแนะนําแก่ประชาชนที่ไม่ถือเป็นการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการเป็นที่ปรึกษาการลงทุน ลงวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2536 ให้การอ้างอิงดังกล่าวหมายถึงการอ้างอิงประกาศฉบับนี้

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2552 เป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2552

(นายวิจิตร สุพินิจ)

ประธานกรรมการ

คณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

หมายเหตุ - เหตุผลในการออกประกาศฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 กําหนดให้การอนุญาตให้เสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่เป็นอํานาจของคณะกรรมการกํากับตลาดทุน ซึ่งในการปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้เป็นไปตามข้อกําหนดดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อข้อกําหนด

ที่เกี่ยวกับการให้ความเห็นชอบสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ไม่ถือว่าเป็นการประกอบธุรกิจการเป็นที่ปรึกษาการลงทุน จึงเห็นควรปรับปรุงประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เรื่อง การกําหนดลักษณะการให้คําแนะนําแก่ประชาชนที่ไม่ถือเป็นการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการเป็นที่ปรึกษาการลงทุน ลงวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2536 จึงจําเป็นต้องออกประกาศนี้

19 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่ กด. 15/2552 เรื่อง การกำหนดให้การประกอบธุรกิจของสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือไม่เป็นการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการเป็นที่ปรึกษาการลงทุน (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_05ad495f4a3c953c

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com