法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบ ก.บ.ศป. ว่าด้วยเงินค่าธรรมเนียม เงินค่าปรับ และเงินกลาง พ.ศ. ๒๕๖๒

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
24
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบ ก.บ.ศป.

ว่าด้วยเงินค่าธรรมเนียม เงินค่าปรับ และเงินกลาง

พ.ศ. ๒๕๖๒

โดยที่เป็นการสมควรมีระเบียบว่าด้วยเงินค่าธรรมเนียม เงินค่าปรับ และเงินกลาง

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๔๑/๘ (๖) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและ

วิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและ

วิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๖๐ ก.บ.ศป. จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบ ก.บ.ศป. ว่าด้วยเงินค่าธรรมเนียม เงินค่าปรับและเงินกลาง พ.ศ. ๒๕๖๒

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ หรือคําสั่งอื่นใดในส่วนที่มีกําหนดไว้แล้วในระเบียบนี้

หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

“ศาล” หมายความว่า ศาลปกครองหรือตุลาการศาลปกครอง

“เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการสํานักงานศาลปกครอง

“เจ้าหน้าที่การเงิน” หมายความว่า ข้าราชการฝ่ายศาลปกครองซึ่งได้รับมอบหมายหรือแต่งตั้งตามระเบียบนี้ให้ปฏิบัติงานด้านการเงินและบัญชี

“เงินค่าธรรมเนียม” หมายความว่า เงินค่าธรรมเนียมศาลในการฟ้องคดีหรือการอุทธรณ์หรือเงินค่าธรรมเนียมในการบังคับคดีตามคําพิพากษาหรือคําสั่งของศาล

“เงินค่าปรับ” หมายความว่า เงินค่าปรับที่ศาลสั่งลงโทษหรือสั่งปรับตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒

“เงินกลาง” หมายความว่า เงินที่คู่กรณีหรือผู้ที่เกี่ยวข้องนํามาวางศาลเพื่อชําระให้แก่คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่ง หรือนํามาวางศาลตามบทบัญญัติของกฎหมาย และให้หมายความรวมถึงเงินที่ได้จากการบังคับคดีเพื่อชําระให้แก่คู่กรณีตามคําพิพากษาหรือคําสั่งของศาล

“ระบบอิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า ระบบการรับและจ่ายเงินของสํานักงานศาลปกครอง ด้วยวิธีการอิเล็กทรอนิกส์ หรือระบบเทคโนโลยีอื่นที่ ก.บ.ศป. กําหนด

“ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า ข้อความที่ได้สร้าง ส่ง รับ เก็บรักษา หรือประมวลผลด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น วิธีการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อดิจิทัลอื่นใด

“ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า อักษร อักขระ ตัวเลข เสียงหรือสัญลักษณ์อื่นใดที่สร้างขึ้นให้อยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งนํามาใช้ประกอบกับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อแสดงความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลกับ

ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระบุตัวบุคคลผู้เป็นเจ้าของลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้น และเพื่อแสดงว่าบุคคลดังกล่าวยอมรับข้อความในข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้น

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการรับเงินและการคืนเงินที่มิได้กําหนดไว้ในระเบียบนี้ให้ปฏิบัติตามระเบียบเกี่ยวกับการงบประมาณ การเงิน และทรัพย์สิน รวมทั้งการพัสดุของสํานักงานศาลปกครองโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้ ให้ ก.บ.ศป. เป็นผู้วินิจฉัยคําวินิจฉัยนั้นให้เป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้เลขาธิการรักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้ และให้มีอํานาจออกประกาศ คําสั่ง หรือหลักเกณฑ์เพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้สํานักบริหารการเงินและต้นทุนเป็นหน่วยงานรับเงินค่าธรรมเนียม เงินค่าปรับ หรือเงินกลาง ในคดีของศาลปกครองสูงสุดและศาลปกครองกลาง และให้สํานักงานศาลปกครองในภูมิภาค เป็นหน่วยงานรับเงินค่าธรรมเนียม เงินค่าปรับ หรือเงินกลาง ในคดีของศาลปกครองในภูมิภาค

เมื่อได้รับเงินตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้เจ้าหน้าที่การเงินออกใบรับเงินไว้เป็นหลักฐานสี่ฉบับประกอบด้วยต้นฉบับและสําเนาสามฉบับ โดยต้นฉบับมอบให้ผู้นําเงินมาชําระ สําเนาฉบับที่หนึ่งเก็บไว้ในสํานวนคดี สําเนาฉบับที่สองมอบให้เจ้าหน้าที่การเงินใช้เป็นหลักฐานในการบันทึกบัญชี และสําเนาฉบับที่สามติดไว้ในเล่มเพื่อการตรวจสอบ

ใบรับเงินค่าธรรมเนียม เงินค่าปรับ และเงินกลาง ให้เป็นไปตามแบบที่เลขาธิการกําหนด

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ใบรับเงินสําหรับการรับเงินค่าธรรมเนียม เงินค่าปรับ หรือเงินกลาง ทางระบบงานคดีปกครองอิเล็กทรอนิกส์ ให้เจ้าหน้าที่การเงินออกใบรับเงินในรูปแบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ตามแบบที่เลขาธิการกําหนด และให้ถือเป็นใบรับเงินในราชการศาลปกครอง ทั้งนี้ ผู้รับเงินหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าตรวจสอบและพิมพ์ใบรับเงินเพื่อเป็นหลักฐานได้

ใบรับเงินตามวรรคหนึ่งต้องมีปีงบประมาณกํากับและให้มีเลขที่เรียงกันไปในปีหนึ่ง ๆ เมื่อขึ้นปีงบประมาณใหม่ระบบจะกําหนดปีงบประมาณใหม่และเลขที่ใหม่ สําหรับลําดับที่ให้เรียงลําดับกันไปในวันหนึ่ง ๆ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การรับชําระเงินค่าธรรมเนียม เงินค่าปรับ และเงินกลาง ให้รับชําระด้วยวิธีการตามที่กําหนดในข้อ ๓๔ แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓

ค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายอย่างอื่นในการเรียกเก็บเงินตามวิธีการตามวรรคหนึ่งและวรรคสองให้ผู้มีหน้าที่ต้องชําระเงินดังกล่าวเป็นผู้รับภาระ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้สํานักบริหารการเงินและต้นทุนหรือสํานักงานศาลปกครองในภูมิภาค แล้วแต่กรณี ดําเนินการ ดังต่อไปนี้

(๑) เปิดบัญชีเงินฝากธนาคารโดยใช้ชื่อบัญชี “เงินค่าธรรมเนียมและเงินค่าปรับของสํานักงานศาล (ระบุชื่อ)” กับธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจ หรือธนาคารที่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินถือหุ้นเกินกึ่งหนึ่งจํานวนสองบัญชี คือ บัญชีประเภทเผื่อเรียกหรือออมทรัพย์ และบัญชีประเภทกระแสรายวัน

(๒) เปิดบัญชีเงินฝากธนาคารโดยใช้ชื่อบัญชี “เงินกลางของสํานักงานศาล (ระบุชื่อ)” กับธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจ หรือธนาคารที่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินถือหุ้นเกินกึ่งหนึ่ง จํานวนสองบัญชี คือ บัญชีประเภทเผื่อเรียกหรือออมทรัพย์ และบัญชีประเภทกระแสรายวัน

การดําเนินการตาม (๑) และ (๒) ให้ตกลงเงื่อนไขกับธนาคารว่า สํานักบริหารการเงินและต้นทุนหรือสํานักงานศาลปกครองในภูมิภาค แล้วแต่กรณี ดังนี้

(๑) การฝากเงินจะฝากเข้าบัญชีประเภทเผื่อเรียกหรือออมทรัพย์

(๒) การถอนเงินจะถอนจากบัญชีประเภทกระแสรายวัน

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้สํานักบริหารการเงินและต้นทุนหรือสํานักงานศาลปกครองในภูมิภาค แล้วแต่กรณี นําเงินค่าธรรมเนียมและเงินค่าปรับฝากเข้าบัญชีประเภทเผื่อเรียกหรือออมทรัพย์ตามข้อ ๑๑ วรรคหนึ่ง (๑) และเงินกลางฝากเข้าบัญชีประเภทเผื่อเรียกหรือออมทรัพย์ตามข้อ ๑๑ วรรคหนึ่ง (๒) ดังนี้

(๑) กรณีรับเป็นเช็ค ให้นําฝากธนาคารภายในวันเดียวกัน หรืออย่างช้าภายในวันทําการถัดไป

(๒) กรณีรับเป็นเงินสด ให้เก็บรักษาไว้ในตู้นิรภัยของสํานักบริหารการเงินและต้นทุน หรือสํานักงานศาลปกครองในภูมิภาค แล้วแต่กรณี และให้นําฝากเข้าบัญชีธนาคารอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง แต่ถ้าเงินที่เก็บรักษาไว้ในวันใดยอดรวมเกินหนึ่งหมื่นบาท ให้นําฝากเข้าบัญชีธนาคารโดยด่วนหรืออย่างช้าภายในวันทําการถัดไป

หากวันใดที่มีการนําเช็คตาม (๑) ฝากเข้าบัญชีธนาคาร ให้นําเงินสดตาม (๒) ฝากเข้าบัญชีธนาคารด้วย แม้ยอดเงินที่เก็บรักษาไว้ยังไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทก็ตาม

ในกรณีที่มีการจ่ายเงินตามข้อ ๑๘ ให้นําเงินคงเหลือฝากเข้าบัญชีตามหลักเกณฑ์ที่กําหนด ในวรรคหนึ่ง และวรรคสอง

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในกรณีที่ต้องดําเนินการจ่ายคืนเงินค่าธรรมเนียมหรือเงินค่าปรับ ให้ศาลบันทึกไว้ในสํานวนคดีว่าจ่ายคืนให้แก่ผู้ใด เป็นจํานวนเท่าใด แล้วออกใบสั่งคืนเงินดังกล่าว โดยให้ตุลาการศาลปกครองหนึ่งคนลงลายมือชื่อไว้ในใบสั่งคืนจํานวนสามฉบับ แล้วให้ผู้รับเงินลงลายมือชื่อรับเงินทั้งสามฉบับเพื่อรวมไว้ในสํานวนคดีหนึ่งฉบับ เก็บไว้เป็นหลักฐานในการลงบัญชีหนึ่งฉบับ และเก็บไว้เป็นหลักฐานการจ่ายคืนเงินอีกหนึ่งฉบับ

ใบสั่งคืนเงินค่าธรรมเนียมและเงินค่าปรับ ให้เป็นไปตามแบบที่เลขาธิการกําหนด

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในกรณีที่ต้องดําเนินการจ่ายคืนเงินกลาง ให้เจ้าหน้าที่การเงินจัดทําหลักฐานการจ่ายคืนเงินกลางจํานวนสามฉบับ แล้วให้ผู้รับเงินลงลายมือชื่อรับเงินทั้งสามฉบับ เพื่อรวมไว้ในสํานวนคดีหนึ่งฉบับ เก็บไว้เป็นหลักฐานในการลงบัญชีหนึ่งฉบับ และเก็บไว้เป็นหลักฐานการจ่ายคืนเงินอีกหนึ่งฉบับ

หลักฐานการจ่ายเงินกลาง ให้เป็นไปตามแบบที่เลขาธิการกําหนด

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การจ่ายคืนเงินค่าธรรมเนียมหรือเงินค่าปรับตามข้อ ๑๓ ให้สั่งจ่ายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์จากบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทกระแสรายวันตามข้อ ๑๑ วรรคหนึ่ง (๑) เข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้มีสิทธิรับเงิน และผู้มีสิทธิรับเงินยินยอมให้หักเงินค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายอย่างอื่นที่ธนาคารเรียกเก็บจากเงินที่ได้รับ โดยให้บุคคลดังต่อไปนี้อนุมัติจ่ายเงินในระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือลงนามในเช็คร่วมกัน แล้วแต่กรณี ดังนี้

(๑) การจ่ายคืนเงินในส่วนกลาง ให้ผู้อํานวยการสํานักงานศาลปกครองสูงสุด ผู้อํานวยการสํานักงานศาลปกครองกลาง หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย แล้วแต่กรณี อนุมัติจ่ายเงินในระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือลงนามในเช็คร่วมกับผู้อํานวยการสํานักบริหารการเงินและต้นทุนหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ตามหลักเกณฑ์ที่สํานักงานศาลปกครองกําหนด

(๒) การจ่ายคืนเงินในส่วนภูมิภาค ให้ผู้อํานวยการสํานักงานศาลปกครองในภูมิภาค หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายอนุมัติจ่ายเงินในระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือลงนามในเช็คร่วมกับผู้อํานวยการกลุ่มบริหารทั่วไป หรือเจ้าหน้าที่ผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้อํานวยการสํานักงานศาลปกครองในภูมิภาค

การจ่ายเงินเป็นเช็ค ให้กระทําได้เฉพาะในกรณีที่มีเหตุขัดข้องหรือมีความจําเป็นเร่งด่วน ซึ่งไม่สามารถดําเนินการตามวรรคหนึ่งได้

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ การจ่ายคืนเงินกลางตามข้อ ๑๔ ให้สั่งจ่ายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์จากบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทกระแสรายวันตามข้อ ๑๑ วรรคหนึ่ง (๒) เข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้มีสิทธิรับเงิน และผู้มีสิทธิรับเงินยินยอมให้หักเงินค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายอย่างอื่นที่ธนาคารเรียกเก็บจากเงินที่ได้รับ โดยให้บุคคลดังต่อไปนี้อนุมัติจ่ายเงินในระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือลงนามในเช็คร่วมกัน แล้วแต่กรณี ดังนี้

(๑) การจ่ายคืนเงินในส่วนกลาง ให้ผู้อํานวยการสํานักบังคับคดีปกครอง หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย อนุมัติจ่ายเงินในระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือลงนามในเช็คร่วมกับผู้อํานวยการสํานักบริหารการเงินและต้นทุนหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ตามหลักเกณฑ์ที่สํานักงานศาลปกครองกําหนด

(๒) การจ่ายคืนเงินในส่วนภูมิภาค ให้ผู้อํานวยการสํานักงานศาลปกครองในภูมิภาค หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย อนุมัติจ่ายเงินในระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือลงนามในเช็คร่วมกับผู้อํานวยการ กลุ่มบริหารทั่วไปหรือเจ้าหน้าที่ผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้อํานวยการสํานักงานศาลปกครองในภูมิภาค

ให้นําความในข้อ ๑๕ วรรคสอง มาใช้บังคับกับการจ่ายเงินกลางโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การเขียนเช็คสั่งจ่ายตามข้อ ๑๕ และข้อ ๑๖ ให้ปฏิบัติดังนี้

(๑) ให้ออกเช็คสั่งจ่ายในนามของผู้มีสิทธิรับเงินหรือตามที่ศาลมีคําสั่ง โดยขีดฆ่าคําว่า “หรือตามคําสั่ง” หรือ “หรือผู้ถือ” ออก และขีดคร่อมด้วย

(๒) การเขียนหรือพิมพ์จํานวนเงินในเช็คที่เป็นตัวอักษร ให้เขียนหรือพิมพ์ให้ชิดคําว่า “บาท” และขีดเส้นหน้าจํานวน อย่าให้มีช่องว่างที่จะเขียนหรือพิมพ์จํานวนเงินเพิ่มเติมได้ และให้ขีดเส้นตรงหลังชื่อสกุล ชื่อบริษัท หรือห้างหุ้นส่วน จนชิดคําว่า “หรือตามคําสั่ง” หรือ “หรือผู้ถือ” แล้วแต่กรณีโดยมิให้มีการเขียนหรือพิมพ์ชื่อบุคคลอื่นเพิ่มเติมได้อีก

ในกรณีที่มีการระบุรายการในเช็คผิดพลาด ให้ยกเลิกเช็คโดยประทับคําว่า “ยกเลิก” ด้วยตรายางสีแดงไว้ที่ด้านหน้าเช็คนั้น และให้คงเช็คที่ยกเลิกนั้นไว้กับต้นขั้วเพื่อการตรวจสอบ

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ การจ่ายเงินค่าธรรมเนียม เงินค่าปรับ หรือเงินกลางที่ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท จะจ่ายด้วยเงินสดก็ได้

การจ่ายเงินตามวรรคหนึ่ง ให้จ่ายจากเงินสดที่ได้รับในวันนั้น

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ถ้าผู้มีสิทธิไม่มาขอรับเงินที่ค้างจ่ายอยู่ในศาลหรือที่เจ้าพนักงานบังคับคดีภายในระยะเวลาห้าปี ตามข้อ ๑๗๗

แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓ ให้นําส่งเป็นรายได้แผ่นดิน

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ เมื่อได้มีการออกเช็คสั่งจ่ายเงินค่าธรรมเนียม เงินค่าปรับ และเงินกลางแล้วให้เจ้าหน้าที่การเงินดําเนินการดังต่อไปนี้

(๑) ถ้าผู้มีสิทธิรับเงินไม่มาขอรับเช็คจนเกินระยะเวลาห้าปี ตามข้อ ๑๗๗ แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓ ให้ยกเลิกเช็ค และนําเงินนั้นส่งเป็นรายได้แผ่นดิน

(๒) ถ้าผู้มีสิทธิรับเงินได้มาขอรับเช็คนั้นเกินระยะเวลาหกเดือน นับแต่วันออกเช็ค แต่ยังไม่เกินระยะเวลาห้าปี ให้ยกเลิกเช็คนั้นแล้วออกเช็คให้ใหม่

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ เมื่อผู้มีสิทธิรับเงินได้รับเช็คเงินค่าธรรมเนียม เงินค่าปรับ และเงินกลางไปแล้วแต่ธนาคารยังไม่มีการจ่ายเงินตามเช็คนั้น ให้เจ้าหน้าที่การเงินดําเนินการดังต่อไปนี้

(๑) เช็คเงินค่าธรรมเนียมและเงินค่าปรับ หากเช็คนั้นเกินระยะเวลาหนึ่งปี นับแต่วันออกเช็คตามมาตรา ๑๐๐๒ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ให้นําเงินจํานวนดังกล่าวส่งเป็นรายได้แผ่นดิน

(๒) เช็คเงินกลาง หากเช็คนั้นเกินระยะเวลาหนึ่งปี นับแต่วันออกเช็ค ตามมาตรา ๑๐๐๒ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และเกินระยะเวลาห้าปี ตามข้อ ๑๗๗ แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓ ให้นําเงินจํานวนดังกล่าวส่งเป็นรายได้แผ่นดิน

(๓) เช็คเงินค่าธรรมเนียม เงินค่าปรับ และเงินกลาง หากเช็คนั้นเกินระยะเวลาหกเดือนนับแต่วันออกเช็ค และเกินระยะเวลาห้าปี ตามข้อ ๑๗๗ แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓ ถ้าธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๙๑ และผู้มีสิทธิรับเงินได้นําเช็คนั้นมาขอให้เปลี่ยนเช็คให้ใหม่ภายในระยะเวลาหนึ่งปี นับแต่วันออกเช็ค ให้เจ้าหน้าที่การเงินดําเนินการออกเช็คให้ใหม่

(๔) เช็คเงินค่าธรรมเนียม เงินค่าปรับ และเงินกลาง หากเช็คนั้นไม่ได้นําไปเรียกเก็บเงินจนเกินระยะเวลาหนึ่งปี นับแต่วันออกเช็ค แต่ไม่เกินระยะเวลาห้าปี ตามข้อ ๑๗๗ แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓ ถ้าผู้มีสิทธิรับเงินได้นําเช็คนั้นมาขอให้เปลี่ยนเช็คใหม่ ให้ดําเนินการยกเลิกเช็คนั้น แล้วออกเช็คให้ใหม่

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ภายใต้บังคับข้อ ๒๐ และข้อ ๒๑ เมื่อผู้มีสิทธิรับเงินได้รับเช็คเงินค่าธรรมเนียมเงินค่าปรับ และเงินกลางไปแล้ว และผู้มีสิทธิรับเงินได้ทําเช็คนั้นชํารุดหรือสูญหายไป หรือในกรณีธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ให้เจ้าหน้าที่การเงินดําเนินการดังต่อไปนี้

(๑) เช็คชํารุดและธนาคารได้ปฏิเสธการจ่ายเงิน ให้ผู้มีสิทธิรับเงินนําเช็คนั้นพร้อมหลักฐานที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินมาแสดง และให้เจ้าหน้าที่การเงินดําเนินการยกเลิกเช็คนั้นแล้วออกเช็คให้ใหม่

(๒) เช็คสูญหาย เมื่อผู้มีสิทธิรับเงินแสดงหลักฐานบันทึกประจําวันของเจ้าหน้าที่ตํารวจว่าเช็คสูญหายให้เจ้าหน้าที่การเงินดําเนินการแจ้งธนาคารระงับการจ่ายเงินตามเช็คนั้นโดยเร็ว เมื่อธนาคารแจ้งว่าได้ระงับการจ่ายเงินตามเช็คนั้นแล้ว ให้เจ้าหน้าที่การเงินดําเนินการยกเลิกเช็คนั้น แล้วออกเช็คให้ใหม่

(๓) เช็คที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเพราะเหตุอื่น ให้ผู้มีสิทธิรับเงินนําเช็คนั้นพร้อมหลักฐานที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินมาแสดง และให้เจ้าหน้าที่การเงินดําเนินการแก้ไขตามที่จําเป็นหรือออกเช็คให้ใหม่ แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ เมื่อสิ้นปีงบประมาณหนึ่ง ๆ ให้สํานักบริหารการเงินและต้นทุน สํานักงานศาลปกครองสูงสุด สํานักงานศาลปกครองกลาง สํานักงานศาลปกครองในภูมิภาค และสํานักบังคับคดีปกครอง สํารวจเงินค่าธรรมเนียม เงินค่าปรับ และเงินกลาง ค้างจ่าย ถ้าปรากฏว่ามีเงินค้างจ่ายตามข้อ ๑๗๗ แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครองพ.ศ. ๒๕๔๓ หรือเช็คค้างจ่าย ให้ดําเนินการตรวจสอบเงินค่าธรรมเนียม เงินค่าปรับ และเงินกลางค้างจ่ายนั้นกับสํานวนความ เมื่อถูกต้องตรงกัน ให้จัดทํารายงานเจ้าหน้าที่เสนอศาลเพื่อสั่งให้นําส่ง

เป็นรายได้แผ่นดิน

ดอกเบี้ยที่เกิดจากการนําเงินค่าธรรมเนียม เงินค่าปรับ และเงินกลางฝากธนาคารตามข้อ ๑๒ ให้สํานักบริหารการเงินและต้นทุน สํานักงานศาลปกครองสูงสุด สํานักงานศาลปกครองกลาง สํานักงานศาลปกครองในภูมิภาค และสํานักบังคับคดีปกครอง ถอนจากบัญชีธนาคารเมื่อสิ้นปีงบประมาณแล้วนําส่งเป็นรายได้แผ่นดินภายในเดือนตุลาคมของ

ทุกปี

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ให้สํานักบริหารการเงินและต้นทุนและสํานักงานศาลปกครองในภูมิภาคกันเงินค่าธรรมเนียมและเงินค่าปรับไว้ในบัญชีธนาคารเพื่อการถอนคืนจนกว่าคดีจะถึงที่สุด และเมื่อสิ้นปีงบประมาณให้สํานักบริหารการเงินและต้นทุน

หรือสํานักงานศาลปกครองในภูมิภาค แล้วแต่กรณีถอนเงินค่าธรรมเนียมและเงินค่าปรับเฉพาะคดีที่ถึงที่สุดแล้วและ

ศาลมิได้สั่งคืน พร้อมทั้งดอกเบี้ยจากบัญชีธนาคารเพื่อนําส่งเป็นรายได้แผ่นดินภายในเดือนตุลาคมของทุกปี

ผู้มีอํานาจลงนาม ประกาศ ณ วันที่ ๒๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒

ปิยะ ปะตังทา

ประธานศาลปกครองสูงสุด

ประธานกรรมการบริหารศาลปกครอง

อื่นๆ **ระเบียบ ก.บ.ศป. ว่าด้วยเงินค่าธรรมเนียม เงินค่าปรับ และเงินกลาง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๔**

24 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบ ก.บ.ศป. ว่าด้วยเงินค่าธรรมเนียม เงินค่าปรับ และเงินกลาง พ.ศ. ๒๕๖๒ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_05ddfc0cb1bd380f

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com