法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง การพิจารณาค่าเผื่อการด้อยค่าของสินทรัพย์จากการประกันภัยต่อกรณีภาวะอุทกภัยปี พ.ศ. 2554 พ.ศ. 2558

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
9
มาตรา อารัมภบท

ประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับและส่งเสริม

การประกอบธุรกิจประกันภัย

เรื่อง การพิจารณาค่าเผื่อการด้อยค่าของสินทรัพย์จากการประกันภัย

ต่อกรณีภาวะอุทกภัยปี พ.ศ. 2554

พ.ศ. 2558

สืบเนื่องจากภาวะอุทกภัยที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2554 ที่มีความรุนแรงและส่งผลกระทบต่อทรัพย์สินและการดําเนินธุรกิจของผู้เอาประกันภัยเป็นวงกว้าง มีความเสียหายที่ได้เอาประกันวินาศภัย ไว้เป็นจํานวนกว่าสี่แสนล้านบาท คิดเป็นร้อยละห้าสิบสามจุดสองเก้าของมูลค่าสินทรัพย์รวมของธุรกิจประกันวินาศภัยและส่งผลให้บริษัทไม่ได้รับชําระหนี้จากบริษัทประกันภัยต่อที่รับโอนความเสี่ยงภัยของบริษัทไว้ทั้งในและต่างประเทศได้อย่างครบถ้วน

เพื่อให้การแสดงฐานะการเงินของบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากภาวะอุทกภัย ในปี พ.ศ. 2554 เป็นไปในแนวทางเดียวกัน สํานักงานคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย จึงกําหนดหลักเกณฑ์ที่บริษัทอาจถือว่าเป็นกรณีที่บริษัทมีหลักฐานที่ปรากฏอย่างชัดเจนว่าบริษัทอาจไม่ได้รับค่าสินไหมทดแทนน้ําท่วมทั้งหมดหรือบางส่วนตามเงื่อนไขของสัญญาประกันภัยต่อ และผลกระทบที่สามารถวัดเป็นจํานวนเงินได้อย่างน่าเชื่อถือเพื่อใช้ในการพิจารณาค่าเผื่อการด้อยค่าสินทรัพย์จากการประกันภัยต่อ ตามข้อ 15 แห่งประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยว่าด้วยการประเมินราคาทรัพย์สินและหนี้สินของบริษัทประกันวินาศภัยประกอบกับมติที่ประชุมคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ครั้งที่ 6/2558 เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2558 สํานักงานคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง การพิจารณาค่าเผื่อการด้อยค่าของสินทรัพย์จากการประกันภัยต่อกรณีภาวะอุทกภัย ปี พ.ศ. 2554 พ.ศ. 2558”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในประกาศนี้

“บริษัท” หมายความว่า บริษัทที่ได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย และหมายความรวมถึงสาขาของบริษัทประกันวินาศภัยต่างประเทศที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย

“ค่าสินไหมทดแทนน้ําท่วม” หมายความว่า ค่าสินไหมทดแทนสําหรับความสูญเสียหรือเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือความเสียหายสืบเนื่อง อันเกิดจากเหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้นในระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554

“สินทรัพย์จากการประกันภัยต่อ” หมายความว่า ค่าสินไหมทดแทนน้ําท่วมที่บริษัทมีสิทธิได้รับคืนจากบริษัทประกันภัยต่อตามสัญญาประกันภัยต่อ

“สํานักงาน” หมายความว่า สํานักงานคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ บริษัทอาจด้อยค่าสินทรัพย์จากการประกันภัยต่อได้ตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ บริษัทต้องจัดให้มีนโยบายและมาตรการในการติดตามค่าสินไหมทดแทนน้ําท่วมที่บริษัทมีสิทธิได้รับคืนจากบริษัทประกันภัยต่อตามสัญญาประกันภัยต่อเป็นลายลักษณ์อักษร และได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทซึ่งครอบคลุมเหตุผลและความจําเป็นในการด้อยค่าสินทรัพย์จากการประกันภัยต่อ โดยพิจารณาถึงความสามารถในการชําระค่าสินไหมทดแทนของบริษัทประกันภัยต่อขั้นตอน วิธีการและความถี่ในการติดตามค่าสินไหมทดแทนน้ําท่วม

บริษัทต้องพร้อมให้สํานักงานตรวจสอบนโยบายและมาตรการตามวรรคหนึ่ง เมื่อสํานักงานร้องขอ ทั้งนี้ ในกรณีที่สํานักงานเห็นสมควร สํานักงานอาจให้บริษัทแก้ไข เพิ่มเติมนโยบายและมาตรการดังกล่าวได้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การด้อยค่าสินทรัพย์จากการประกันภัยต่อต้องเป็นหนี้ลักษณะใดลักษณะหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(1) บริษัททําสัญญาประนีประนอมค่าสินไหมทดแทนน้ําท่วมกับบริษัทประกันภัยต่อ เป็นลายลักษณ์อักษร โดยบริษัทต้องมีหลักฐานแสดงถึงจํานวนมูลหนี้ค่าสินไหมทดแทนน้ําท่วมตามสัญญาประกันภัยต่อและจํานวนหนี้ค่าสินไหมทดแทนน้ําท่วมที่ประนีประนอมได้

(2) บริษัทใช้สิทธิทางศาลหรือกระทําการอย่างใดซึ่งถือได้ว่ามีการมอบข้อพิพาท ให้อนุญาโตตุลาการพิจารณาในประเทศไทย ประเทศมาเลเซีย หรือประเทศสิงคโปร์ ในมูลหนี้ค่าสินไหมทดแทนน้ําท่วมที่มีจํานวนแน่นอน

(3) บริษัทใช้สิทธิทางศาลหรือกระทําการอย่างใดซึ่งถือได้ว่ามีการมอบข้อพิพาท ให้อนุญาโตตุลาการพิจารณาในประเทศไทย ประเทศมาเลเซีย หรือประเทศสิงคโปร์ ในมูลหนี้ค่าสินไหมทดแทนน้ําท่วมที่มีจํานวนไม่แน่นอน ให้บริษัทด้อยค่าสินทรัพย์จากการประกันภัยต่อในจํานวนรวมเท่ากับมูลหนี้ที่บริษัทได้ใช้สิทธิทางศาลหรือกระทําการอย่างใดซึ่งถือได้ว่ามีการมอบข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการพิจารณา ตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(ก) มูลหนี้ค่าสินไหมทดแทนน้ําท่วมที่บริษัทเรียกร้องจากบริษัทประกันภัยต่อแต่ละราย มีจํานวนไม่เกินสี่ร้อยล้านบาท บริษัทต้องดําเนินการ ดังต่อไปนี้

1) ติดตามทวงถามให้ชําระหนี้ตามสมควรแก่กรณี โดยมีหลักฐานการติดตาม ทวงถามอย่างชัดแจ้งและไม่ได้รับชําระหนี้ และ

2) ได้ดําเนินการฟ้องบริษัทประกันภัยต่อในคดีแพ่งและศาลได้มีคําสั่งรับคําฟ้องนั้นแล้ว หรือได้ยื่นคําขอเฉลี่ยหนี้ในคดีที่บริษัทประกันภัยต่อถูกเจ้าหนี้รายอื่นฟ้องในคดีแพ่งและศาลได้มีคําสั่งรับคําขอนั้นแล้ว หรือ

3) ได้ดําเนินการฟ้องบริษัทประกันภัยต่อในคดีล้มละลายและศาลได้มีคําสั่งรับคําฟ้องนั้นแล้ว หรือได้ยื่นคําขอรับชําระหนี้ในคดีที่บริษัทประกันภัยต่อถูกเจ้าหนี้รายอื่นฟ้องในคดีล้มละลายและศาลได้มีคําสั่งรับคําขอรับชําระหนี้นั้นแล้ว หรือ

4) ได้กระทําการอย่างใดซึ่งถือได้ว่ามีการมอบข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการพิจารณา

(ข) มูลหนี้ค่าสินไหมทดแทนน้ําท่วมที่บริษัทเรียกร้องจากบริษัทประกันภัยต่อแต่ละราย มีจํานวนเกินสี่ร้อยล้านบาท บริษัทต้องดําเนินการดังต่อไปนี้

1) ติดตามทวงถามให้ชําระหนี้ตามสมควรแก่กรณี โดยมีหลักฐานการติดตาม ทวงถามอย่างชัดแจ้งและไม่ได้รับชําระหนี้ และ

2) ได้ดําเนินการฟ้องบริษัทประกันภัยต่อในคดีแพ่ง หรือได้ยื่นคําขอเฉลี่ยหนี้ในคดีที่บริษัทประกันภัยต่อถูกเจ้าหนี้รายอื่นฟ้องในคดีแพ่ง และในกรณีนั้น ๆ ได้มีคําบังคับหรือคําสั่งของศาลแล้วแต่บริษัทประกันภัยต่อไม่มีทรัพย์สินใด ๆ จะชําระหนี้ได้ หรือ

3) ได้ดําเนินการฟ้องบริษัทประกันภัยต่อในคดีล้มละลาย หรือได้ยื่นคําขอรับชําระหนี้ในคดีที่บริษัทประกันภัยต่อถูกเจ้าหนี้รายอื่นฟ้องในคดีล้มละลาย และในกรณีนั้น ๆ ได้มีการประนอมหนี้ กับบริษัทประกันภัยต่อ โดยศาลมีคําสั่งเห็นชอบด้วยกับการประนอมหนี้นั้น หรือบริษัทประกันภัยต่อ ถูกศาลพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายและได้มีการแบ่งทรัพย์สินของบริษัทประกันภัยต่อครั้งแรกแล้ว หรือ

4) ได้กระทําการอย่างใดซึ่งถือได้ว่ามีการมอบข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการพิจารณา และในกรณีนั้น ๆ ได้มีคําชี้ขาดให้บริษัทประกันภัยต่อชดใช้ค่าสินไหมทดแทนน้ําท่วมแล้ว แต่บริษัทประกันภัยต่อไม่มีทรัพย์สินใด ๆ จะชําระหนี้ได้

(4) บริษัทเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนน้ําท่วมจากบริษัทประกันภัยต่อมีจํานวนไม่เกินสิบล้านบาท และบริษัทไม่สามารถตกลงประนีประนอมค่าสินไหมทดแทนน้ําท่วมกับบริษัทประกันภัยต่อ และสามารถพิสูจน์ได้ว่าหากดําเนินการฟ้องร้องดําเนินคดีกับบริษัทประกันภัยต่อจะต้องเสียค่าใช้จ่ายไม่คุ้มกับ ค่าสินไหมทดแทนน้ําท่วมดังกล่าว

(5) บริษัทประกันภัยต่อเลิกกิจการและไม่สามารถชดใช้ค่าสินไหมทดแทนน้ําท่วมได้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ กรณีที่บริษัทได้รับชําระค่าสินไหมทดแทนน้ําท่วมจากบริษัทประกันภัยต่อภายหลังจากได้ด้อยค่าสินทรัพย์จากการประกันภัยต่อตาม ข้อ 4 ข้อ 5 และ ข้อ 6 ให้บริษัทนําค่าสินไหมทดแทนน้ําท่วมที่ได้มารับรู้เป็นรายได้ทั้งจํานวนในรอบบัญชีที่ได้รับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนน้ําท่วม

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้บริษัทจัดทํารายงานการพิจารณาด้อยค่าสินทรัพย์จากการประกันภัยต่อตามแบบที่แนบท้ายประกาศนี้ และนําส่งพร้อมงบการเงินที่บริษัทต้องจัดทําแก่สํานักงานตามมาตรา 47 (2)

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ บริษัทใดด้อยค่าสินทรัพย์จากการประกันภัยต่อตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในข้อ 6 (1) (2) (3) หรือ (5) ข้อ 7 และข้อ 8 ก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าบริษัทนั้นปฏิบัติ ตามประกาศนี้

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ประเวช องอาจสิทธิกุล

เลขาธิการ

คณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

9 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง การพิจารณาค่าเผื่อการด้อยค่าของสินทรัพย์จากการประกันภัยต่อกรณีภาวะอุทกภัยปี พ.ศ. 2554 พ.ศ. 2558 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_06e9584888966947

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com