ข้อ ๖ การด้อยค่าสินทรัพย์จากการประกันภัยต่อต้องเป็นหนี้ลักษณะใดลักษณะหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(1) บริษัททําสัญญาประนีประนอมค่าสินไหมทดแทนน้ําท่วมกับบริษัทประกันภัยต่อ เป็นลายลักษณ์อักษร โดยบริษัทต้องมีหลักฐานแสดงถึงจํานวนมูลหนี้ค่าสินไหมทดแทนน้ําท่วมตามสัญญาประกันภัยต่อและจํานวนหนี้ค่าสินไหมทดแทนน้ําท่วมที่ประนีประนอมได้
(2) บริษัทใช้สิทธิทางศาลหรือกระทําการอย่างใดซึ่งถือได้ว่ามีการมอบข้อพิพาท ให้อนุญาโตตุลาการพิจารณาในประเทศไทย ประเทศมาเลเซีย หรือประเทศสิงคโปร์ ในมูลหนี้ค่าสินไหมทดแทนน้ําท่วมที่มีจํานวนแน่นอน
(3) บริษัทใช้สิทธิทางศาลหรือกระทําการอย่างใดซึ่งถือได้ว่ามีการมอบข้อพิพาท ให้อนุญาโตตุลาการพิจารณาในประเทศไทย ประเทศมาเลเซีย หรือประเทศสิงคโปร์ ในมูลหนี้ค่าสินไหมทดแทนน้ําท่วมที่มีจํานวนไม่แน่นอน ให้บริษัทด้อยค่าสินทรัพย์จากการประกันภัยต่อในจํานวนรวมเท่ากับมูลหนี้ที่บริษัทได้ใช้สิทธิทางศาลหรือกระทําการอย่างใดซึ่งถือได้ว่ามีการมอบข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการพิจารณา ตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(ก) มูลหนี้ค่าสินไหมทดแทนน้ําท่วมที่บริษัทเรียกร้องจากบริษัทประกันภัยต่อแต่ละราย มีจํานวนไม่เกินสี่ร้อยล้านบาท บริษัทต้องดําเนินการ ดังต่อไปนี้
1) ติดตามทวงถามให้ชําระหนี้ตามสมควรแก่กรณี โดยมีหลักฐานการติดตาม ทวงถามอย่างชัดแจ้งและไม่ได้รับชําระหนี้ และ
2) ได้ดําเนินการฟ้องบริษัทประกันภัยต่อในคดีแพ่งและศาลได้มีคําสั่งรับคําฟ้องนั้นแล้ว หรือได้ยื่นคําขอเฉลี่ยหนี้ในคดีที่บริษัทประกันภัยต่อถูกเจ้าหนี้รายอื่นฟ้องในคดีแพ่งและศาลได้มีคําสั่งรับคําขอนั้นแล้ว หรือ
3) ได้ดําเนินการฟ้องบริษัทประกันภัยต่อในคดีล้มละลายและศาลได้มีคําสั่งรับคําฟ้องนั้นแล้ว หรือได้ยื่นคําขอรับชําระหนี้ในคดีที่บริษัทประกันภัยต่อถูกเจ้าหนี้รายอื่นฟ้องในคดีล้มละลายและศาลได้มีคําสั่งรับคําขอรับชําระหนี้นั้นแล้ว หรือ
4) ได้กระทําการอย่างใดซึ่งถือได้ว่ามีการมอบข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการพิจารณา
(ข) มูลหนี้ค่าสินไหมทดแทนน้ําท่วมที่บริษัทเรียกร้องจากบริษัทประกันภัยต่อแต่ละราย มีจํานวนเกินสี่ร้อยล้านบาท บริษัทต้องดําเนินการดังต่อไปนี้
1) ติดตามทวงถามให้ชําระหนี้ตามสมควรแก่กรณี โดยมีหลักฐานการติดตาม ทวงถามอย่างชัดแจ้งและไม่ได้รับชําระหนี้ และ
2) ได้ดําเนินการฟ้องบริษัทประกันภัยต่อในคดีแพ่ง หรือได้ยื่นคําขอเฉลี่ยหนี้ในคดีที่บริษัทประกันภัยต่อถูกเจ้าหนี้รายอื่นฟ้องในคดีแพ่ง และในกรณีนั้น ๆ ได้มีคําบังคับหรือคําสั่งของศาลแล้วแต่บริษัทประกันภัยต่อไม่มีทรัพย์สินใด ๆ จะชําระหนี้ได้ หรือ
3) ได้ดําเนินการฟ้องบริษัทประกันภัยต่อในคดีล้มละลาย หรือได้ยื่นคําขอรับชําระหนี้ในคดีที่บริษัทประกันภัยต่อถูกเจ้าหนี้รายอื่นฟ้องในคดีล้มละลาย และในกรณีนั้น ๆ ได้มีการประนอมหนี้ กับบริษัทประกันภัยต่อ โดยศาลมีคําสั่งเห็นชอบด้วยกับการประนอมหนี้นั้น หรือบริษัทประกันภัยต่อ ถูกศาลพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายและได้มีการแบ่งทรัพย์สินของบริษัทประกันภัยต่อครั้งแรกแล้ว หรือ
4) ได้กระทําการอย่างใดซึ่งถือได้ว่ามีการมอบข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการพิจารณา และในกรณีนั้น ๆ ได้มีคําชี้ขาดให้บริษัทประกันภัยต่อชดใช้ค่าสินไหมทดแทนน้ําท่วมแล้ว แต่บริษัทประกันภัยต่อไม่มีทรัพย์สินใด ๆ จะชําระหนี้ได้
(4) บริษัทเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนน้ําท่วมจากบริษัทประกันภัยต่อมีจํานวนไม่เกินสิบล้านบาท และบริษัทไม่สามารถตกลงประนีประนอมค่าสินไหมทดแทนน้ําท่วมกับบริษัทประกันภัยต่อ และสามารถพิสูจน์ได้ว่าหากดําเนินการฟ้องร้องดําเนินคดีกับบริษัทประกันภัยต่อจะต้องเสียค่าใช้จ่ายไม่คุ้มกับ ค่าสินไหมทดแทนน้ําท่วมดังกล่าว
(5) บริษัทประกันภัยต่อเลิกกิจการและไม่สามารถชดใช้ค่าสินไหมทดแทนน้ําท่วมได้