ข้อ ๔
ในการกู้เงินโดยการออกตั๋วเงินคลังของกระทรวงการคลัง
เป็นการกู้เงินในรูปเงินทุนหมุนเวียน เพื่อรักษาระดับเงินคงคลังให้เพียงพอกับการใช้จ่ายของรัฐบาล
โดยการกู้เงินในขณะหนึ่ง ๆ จะต้องไม่เกินวงเงินที่กำหนด
เว้นแต่จะมีการลดวงเงินหรือเพิ่มวงเงินตามพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ.
๒๕๔๘ ซึ่ง ณ สิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๑ มีวงเงินตั๋วเงินคลังเพื่อใช้ในการบริหารเงินสดรับ
- เงินสดจ่ายของรัฐบาลจำนวน ๑๔๗,๐๐๐ ล้านบาท
ซึ่งวงเงินดังกล่าวแบ่งออกเป็น ๒ ส่วน คือ ส่วนที่ ๑
เป็นวงเงินที่เกิดจากการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณที่สะสมมาในช่วงปีงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๔๒ - ๒๕๔๗ จำนวน ๖๗,๐๐๐ ล้านบาท และส่วนที่ ๒
เป็นวงเงินที่ได้ขออนุมัติเพิ่มเติมในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๙
เพื่อนำมาใช้ในการบริหารเงินสดของรัฐบาลจำนวน ๘๐,๐๐๐
ล้านบาท
ซึ่งเมื่อรวมกับการออกตั๋วเงินคลังโดยใช้วงเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ ในปีงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๕๒ จำนวน ๑๕๓,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งได้ดำเนินการในเดือนกุมภาพันธ์ -
พฤษภาคม ๒๕๕๒ ทำให้มียอดวงเงินตั๋วเงินคลังเพื่อใช้ในการบริหารเงินสดรับ -
เงินสดจ่ายของรัฐบาล จำนวน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อย่างไรก็ดี
ในเดือนสิงหาคม - กันยายน ๒๕๕๒
กระทรวงการคลังได้ดำเนินการแปลงตั๋วเงินคลังเป็นพันธบัตรรัฐบาลจำนวน ๑๙,๐๐๐
ล้านบาท ทำให้ ณ สิ้นเดือน กันยายน ๒๕๕๒
มีวงเงินตั๋วเงินคลังเพื่อใช้ในการบริหารเงินสดรับ - เงินสดจ่ายของรัฐบาลจำนวน ๒๘๑,๐๐๐
ล้านบาท
ประกาศ
ณ วันที่ ๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๒
นริศ
ชัยสูตร
รองปลัดกระทรวงการคลัง
หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๑๒
พฤศจิกายน ๒๕๕๒
นันท์นภัสร์/ตรวจ
๑๒
พฤศจิกายน ๒๕๕๒
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๖/ตอนพิเศษ ๑๖๓ ง/หน้า ๓๘/๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๒