法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ว่าด้วยการลาไปศึกษาของพนักงานสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน พ.ศ. 2556

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
28
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

ว่าด้วยการลาไปศึกษาของพนักงานสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

พ.ศ. ๒๕๕๖[๑]

โดยที่เป็นการสมควรส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานให้มีความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้น

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๓ (๘)

แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. ๒๕๕๐

คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

ว่าด้วยการลาไปศึกษาของพนักงานสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน พ.ศ. ๒๕๕๖”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“คณะกรรมการ” หมายความว่า

คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

“สำนักงาน” หมายความว่า

สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

“เลขาธิการ” หมายความว่า

เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

“พนักงาน” หมายความว่า

พนักงานของสำนักงานตามระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานว่าด้วยการบริหารงานบุคคลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

“ศึกษา” หมายความว่า

การเพิ่มพูนความรู้ด้วยการเรียน

ตามหลักสูตรของสถาบันการศึกษาภายในประเทศหรือต่างประเทศ โดยใช้เวลาการปฏิบัติงานเต็มเวลา

หรือบางส่วน เพื่อให้ได้มาซึ่งปริญญา

“สำเร็จการศึกษา” หมายความว่า

วันที่สำเร็จการศึกษาตามที่ได้รับอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาได้ออกหนังสือรับรองว่าสำเร็จการศึกษา

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงานรักษาการ

และมีอำนาจวินิจฉัยตีความปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

การลาไปศึกษา

ภายในประเทศ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ พนักงานที่จะลาไปศึกษา

ต้องมีคุณสมบัติดังนี้

(๑) เป็นพนักงานของสำนักงาน

ที่มีตำแหน่งไม่สูงกว่าผู้บริหารระดับกลาง หรือตำแหน่งอื่นที่เทียบเท่า ที่เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วต้องมีระยะเวลากลับมาปฏิบัติงานชดใช้อย่างน้อย

๒ เท่าของระยะเวลาที่ลาไปศึกษาก่อนครบเกษียณอายุ การชดใช้ระยะเวลาปฏิบัติงานนี้

ให้รวมถึงการปฏิบัติงานชดใช้การลาศึกษาเดิมที่ยังชดใช้ระยะเวลาไม่ครบด้วย

(๒) ต้องมีอายุงานที่ปฏิบัติงานกับสำนักงานมาแล้ว ไม่น้อยกว่า ๑ ปี

(๓) ไม่อยู่ระหว่างถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย หรือถูกฟ้องคดีอาญา

(๔) พนักงานที่เคยได้รับอนุมัติให้ลาไปศึกษา

จะต้องเป็นผู้ที่ได้ปฏิบัติงานหลังจากจบการศึกษามาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ปี

จึงจะมีสิทธิขออนุมัติลาไปศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นได้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การลาไปศึกษาภายในประเทศ

แบ่งเป็น ๒ ประเภท คือ

(๑) การลาไปศึกษาโดยใช้เวลางานเต็มเวลา

(๒) การลาไปศึกษาโดยใช้เวลางานบางส่วน ภาคการศึกษาหนึ่งไม่เกิน ๑๐

ชั่วโมง ต่อสัปดาห์

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ สิทธิประโยชน์

(๑) การลาไปศึกษาโดยใช้เวลาการปฏิบัติงานเต็มเวลา จะไม่มีสิทธิได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนประจำปีในปีที่ลาไปศึกษา

(๒) การลาไปศึกษาโดยใช้เวลาการปฏิบัติงานบางส่วน

ภาคการศึกษาหนึ่งไม่เกิน ๑๐ ชั่วโมงต่อสัปดาห์

มีสิทธิได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนประจำปีในปีที่ลาไปศึกษา

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ พนักงานจะได้รับเงินเดือนระหว่างการลาไปศึกษาตามระยะเวลาที่สถาบันการศึกษากำหนดไว้ในหลักสูตร

ระดับปริญญาโท ไม่เกิน ๒ ปี และระดับปริญญาเอก ไม่เกิน ๔ ปี

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การขอปรับวุฒิ

พนักงานที่สำเร็จการศึกษาได้วุฒิเพิ่ม ให้ดำเนินเรื่องโดยแนบสำเนาปริญญาบัตร

เสนอผ่านส่วนบริหารงานบุคคล ฝ่ายบริหารงานองค์กร เพื่อจะได้ดำเนินการให้สำนักงานพิจารณาต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การขอเพิ่มวุฒิ

พนักงานที่สำเร็จการศึกษาและประสงค์จะขอเพิ่มวุฒิ ให้แนบสำเนาปริญญาบัตร

เสนอผ่านส่วนบริหารงานบุคคล ฝ่ายบริหารงานองค์กร

เพื่อจะได้ดำเนินการให้สำนักงานพิจารณาต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ พนักงานที่ได้รับอนุมัติให้ลาไปศึกษา

จะต้องปฏิบัติงานชดใช้ ๒ เท่าของระยะเวลาที่ลาไปศึกษา

หากลาออกจากการเป็นพนักงานของสำนักงาน

โดยที่ยังปฏิบัติงานชดใช้ไม่ครบตามระยะเวลาที่ลาไปศึกษา จะต้องชดใช้เงินเดือน

และประโยชน์ตอบแทนอื่นที่ได้รับจากสำนักงานตามระยะเวลาคงเหลือ

การลาไปศึกษา

ต่างประเทศ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ พนักงานที่จะลาไปศึกษา

ต้องมีคุณสมบัติดังนี้

(๑) เป็นพนักงานของสำนักงาน

ที่มีตำแหน่งไม่สูงกว่าผู้บริหารระดับกลาง หรือตำแหน่งอื่นที่เทียบเท่า

ที่เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วต้องมีระยะเวลากลับมาปฏิบัติงานชดใช้อย่างน้อย ๒

เท่าของระยะเวลาที่ลาไปศึกษาก่อนครบเกษียณอายุ การชดใช้ระยะเวลาปฏิบัติงานนี้

ให้รวมถึงการปฏิบัติงานชดใช้การลาศึกษาเดิมที่ยังชดใช้ระยะเวลาไม่ครบด้วย

(๒) ต้องมีอายุงานที่ปฏิบัติงานกับสำนักงานมาแล้ว ไม่น้อยกว่า ๑ ปี

(๓) ไม่อยู่ระหว่างถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย หรือถูกฟ้องคดีอาญา

(๔) เป็นผู้มีร่างกายและมีสุขภาพอนามัยสมบูรณ์ดีพอ

โดยผ่านการตรวจรับรองจากโรงพยาบาลของรัฐ หรือตามที่สำนักงานกำหนด

(๕) พนักงานที่เคยได้รับอนุมัติให้ลาไปศึกษา

จะต้องเป็นผู้ที่ได้ปฏิบัติงานหลังจากจบการศึกษามาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ปี

จึงจะมีสิทธิขออนุมัติลาไปศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นได้

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ สิทธิประโยชน์ของพนักงานที่ลาไปศึกษาโดยใช้เวลาการปฏิบัติงานเต็มเวลา

จะไม่มีสิทธิได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนประจำปีในปีที่ลาไปศึกษา

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ พนักงานจะได้รับเงินเดือนระหว่างการลาไปศึกษาตามระยะเวลาที่สถาบันการศึกษากำหนดไว้ในหลักสูตร

ระดับปริญญาโท ไม่เกิน ๒ ปี และระดับปริญญาเอก ไม่เกิน ๔ ปี

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การขอปรับวุฒิ

พนักงานที่สำเร็จการศึกษาได้วุฒิเพิ่ม ให้ดำเนินเรื่องโดยแนบสำเนาปริญญาบัตร

เสนอผ่านส่วนบริหารงานบุคคล ฝ่ายบริหารงานองค์กร

เพื่อจะได้ดำเนินการให้สำนักงานพิจารณาต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ การขอเพิ่มวุฒิ

พนักงานที่สำเร็จการศึกษาและประสงค์จะขอเพิ่มวุฒิ ให้แนบสำเนาปริญญาบัตร

เสนอผ่านส่วนบริหารงานบุคคล ฝ่ายบริหารงานองค์กร

เพื่อจะได้ดำเนินการให้สำนักงานพิจารณาต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ พนักงานที่ได้รับอนุมัติให้ลาไปศึกษา

จะต้องปฏิบัติงานชดใช้ ๒ เท่าของระยะเวลาที่ลาไปศึกษา

หากลาออกจากการเป็นพนักงานของสำนักงาน

โดยที่ยังปฏิบัติงานชดใช้ไม่ครบตามระยะเวลาที่ลาไปศึกษา จะต้องชดใช้เงินเดือน

และประโยชน์ตอบแทนอื่นที่ได้รับจากสำนักงานตามระยะเวลาคงเหลือ

เงื่อนไขการพิจารณาการขออนุมัติลาไปศึกษา

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ การพิจารณาอนุมัติให้พนักงานลาไปศึกษา

ให้พิจารณาดังนี้

(๑) ความจำเป็นและความต้องการของสำนักงานที่จะได้ผู้มีความรู้

ความสามารถในสาขาวิชานั้น ทั้งนี้

สาขาวิชาและระดับความรู้ที่ขออนุมัติลาไปศึกษา

จะต้องเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่องานในหน้าที่ ซึ่งพนักงานผู้นั้นปฏิบัติอยู่

หรือที่ผู้บังคับบัญชาจะมอบหมายให้กระทำเมื่อกลับมาปฏิบัติงาน

(๒) อัตรากำลังที่มีอยู่

เพียงพอต่อการปฏิบัติงานในหน้าที่โดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสำนักงาน

และต้องไม่ตั้งอัตรากำลังเพิ่ม

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ พนักงานต้องลาไปศึกษาในสาขาวิชาและระดับการศึกษาที่สอดคล้องหรือเป็นประโยชน์ต่องานที่รับผิดชอบของสำนักงาน

ดังนี้

(๑) วิศวกรรมศาสตร์ สาขา วิศวกรรมไฟฟ้ากำลัง วิศวกรรมพลังงาน

วิศวกรรมโยธาและวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม

(๒) เศรษฐศาสตร์ สาขา เศรษฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์การเงิน

และเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ

(๓) นิติศาสตร์ สาขา กฎหมายระหว่างประเทศ กฎหมายปกครอง กฎหมายมหาชน กฎหมายแพ่งและพาณิชย์

กฎหมายอาญา กฎหมายพลังงาน และกฎหมายสิ่งแวดล้อม

(๔) วิทยาการจัดการ สาขา การจัดการพลังงาน

และการกำกับดูแลกิจการพลังงาน

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ พนักงานที่มีความประสงค์ลาไปศึกษา

ให้ทำบันทึกเสนอผู้มีอำนาจผ่านผู้บังคับบัญชาและฝ่ายบริหารงานองค์กร

ล่วงหน้าอย่างน้อย ๔๕ วันก่อนวันประสงค์ลาไปศึกษา

โดยระบุรายละเอียดที่จำเป็นในการขออนุมัติ ได้แก่

(๑) ชื่อ ตำแหน่ง สังกัด วันเริ่มงาน

(๒) หน้าที่ความรับผิดชอบปัจจุบัน

(๓) ความจำเป็นในการศึกษาต่อ และประโยชน์ที่สำนักงานจะได้รับ

(๔) ระดับ สาขาวิชา และสถานที่จะไปศึกษา

(๕) ระยะเวลา ตั้งแต่วันที่ ถึงวันที่

(๖) ศึกษาเต็มเวลา หรือบางส่วนไม่เกิน ๑๐ ชั่วโมงต่อสัปดาห์

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ พนักงานผู้ขออนุมัติลาไปศึกษา

จะต้องยื่นเอกสารประกอบการพิจารณา ดังนี้

(๑) หนังสือตอบรับจากสถาบันการศึกษา

(๒) หลักสูตร หรือแนวการศึกษา หรือแผนที่จะไปศึกษา

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ให้ผู้บังคับบัญชาตามสายงาน

ตรวจสอบคุณสมบัติ สาขาวิชาและระดับการศึกษาที่ผู้ประสงค์จะขอลาไปศึกษา

ให้สอดคล้องกับภาระหน้าที่ของหน่วยงานและสำนักงาน

ซึ่งต้องไม่กระทบต่อการดำเนินงานและอัตรากำลังของหน่วยงาน

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ เลขาธิการมีอำนาจพิจารณาอนุมัติการลาไปศึกษา

ปีละไม่เกินร้อยละ ๓ ของจำนวนพนักงานทั้งหมด

ทั้งนี้ ให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาการลาไปศึกษา

เพื่อกลั่นกรองการขอลาไปศึกษา

คำวินิจฉัยของเลขาธิการเกี่ยวกับการลาไปศึกษาถือเป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ระยะเวลาการเดินทางไปศึกษา

(๑) ภายในประเทศ ให้ลาได้ในวันที่เปิดภาคการศึกษา

(๒) ต่างประเทศ ให้ลาได้ล่วงหน้าก่อนวันเปิดภาคการศึกษาไม่เกิน ๑๐

วัน

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ พนักงานที่ได้รับอนุมัติให้ลาไปศึกษา

ต้องทำสัญญาและสัญญาค้ำประกันตามแบบที่สำนักงานกำหนด

การกำกับดูแลของสำนักงาน

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ การรายงานผลการศึกษา

(๑) ผู้ที่ได้รับอนุมัติให้ลาไปศึกษา

จะต้องรายงานผลการศึกษาให้สำนักงานทราบทุกภาคการศึกษา

หากไม่รายงานผลการศึกษาโดยไม่มีเหตุอันควร

ผู้อนุมัติอาจพิจารณาให้ยุติการลาไปศึกษาหรือดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งตามควรแก่กรณีก็ได้

(๒) หน่วยงานต้นสังกัดต้องตรวจสอบและกำชับให้ผู้ที่ได้รับอนุมัติให้ลาไปศึกษา

รายงานผลการศึกษาทุกภาคการศึกษา และนำเสนอเลขาธิการเพื่อทราบต่อไป

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ การปฏิบัติตนระหว่างการลาไปศึกษา

ในระหว่างการศึกษา

หากผู้ที่ได้รับอนุมัติให้ลาไปศึกษามีความประพฤติเสียหาย โดยที่สถานศึกษาเห็นว่าไม่สมควรให้ศึกษาต่อไป

หรือกรณีที่ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดมีความจำเป็นที่จะให้ผู้ที่ได้รับอนุมัติให้ลาไปศึกษากลับเข้าปฏิบัติงานตามเดิม

ผู้อนุมัติอาจพิจารณาให้ยุติการลาไปศึกษาได้และผู้นั้นจะต้องกลับเข้าปฏิบัติงานทันที

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ การรายงานตัวกลับเข้าปฏิบัติงาน

(๑) เมื่อผู้ได้รับอนุมัติให้ลาไปศึกษาสำเร็จการศึกษา

หรือยังไม่สำเร็จการศึกษา ซึ่งอาจจะอยู่ในช่วงการทำวิทยานิพนธ์หรืออื่น ๆ

ให้นำหลักฐานการสำเร็จการศึกษา หรือหลักฐานอื่นใด (ถ้ามี)

ไปรายงานตัวเข้าปฏิบัติงานต่อผู้บังคับบัญชาต้นสังกัด ภายในระยะเวลาดังนี้

(ก) ภายในประเทศ ไม่เกิน ๗ วัน

นับแต่วันถัดจากวันที่สำเร็จการศึกษาหรือยังไม่สำเร็จการศึกษา

หรือวันที่ครบกำหนดเวลาที่ได้รับอนุมัติ

(ข) ต่างประเทศ ไม่เกิน ๒๐ วัน

นับแต่วันถัดจากวันที่สำเร็จการศึกษาหรือยังไม่สำเร็จการศึกษา

หรือวันที่ครบกำหนดเวลาที่ได้รับอนุมัติ

(๒) หน่วยงานต้นสังกัด ต้องให้ผู้ที่กลับจากการลาไปศึกษา

ทำบันทึกรายงานตัวกลับจากการลาไปศึกษา และนำเสนอเลขาธิการเพื่อทราบต่อไป

(๓) ในกรณีที่สำเร็จการศึกษา ให้มอบวิทยานิพนธ์หรือเอกสารอื่น ๆ

ให้สำนักงาน จำนวน ๑ เล่ม

(๔) เมื่อได้รับปริญญาบัตร ให้ส่งสำเนาปริญญาบัตรแก่สำนักงาน

เพื่อเพิ่มเติมประวัติของพนักงาน

ประกาศ

ณ วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๖

ดิเรก ลาวัณย์ศิริ

ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๖ พฤษภาคม ๒๕๕๗

เอกฤทธิ์/ผู้ตรวจ

๘ พฤษภาคม ๒๕๕๗

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม

๑๓๐/ตอนพิเศษ ๑๘๗ ง/หน้า ๑/๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๖

28 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ว่าด้วยการลาไปศึกษาของพนักงานสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน พ.ศ. 2556 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_070a92a0b1d0e599

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com