法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา และครุยวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2543

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
7
มาตรา อารัมภบท

พระราชกฤษฎีกา

พระราชกฤษฎีกา

ว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา

อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา

และครุยวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

พ.ศ. ๒๕๔๓

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๙

เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๓

เป็นปีที่ ๕๕

ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ

ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดปริญญาในสาขาวิชา

อักษรย่อสำหรับสาขาวิชาและครุยวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒๑

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กับมาตรา ๔๙ วรรคสอง และมาตรา ๕๓ วรรคสอง

แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๔๑ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑

พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา

อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา และครุยวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๔๓”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓

ให้กำหนดปริญญาในสาขาวิชา และอักษรย่อสำหรับสาขาวิชาของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ดังนี้

(๑) สาขาวิชาคหกรรมศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “คหกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ

“คศ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “คหกรรมศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ

“คศ.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “วิทยาศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.บ.”

(๒) สาขาวิชาบริหารธุรกิจ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บธ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ

“บธ.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “บริหารธุรกิจบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บธ.บ.”

(๓) สาขาวิชาบัญชี มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “บัญชีดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ

“บช.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “บัญชีมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บช.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “บัญชีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บช.บ.”

(๔) สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ

“วท.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “วิทยาศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.บ.”

(๕) สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “วิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ

“วศ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ

“วศ.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ

“วศ.บ.”

(๖) สาขาวิชาศิลปศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ

“ศศ.ด.”

และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “ศิลปศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.บ.”

(๗) สาขาวิชาศึกษาศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “ศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ

“ศษ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศษ.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “ศึกษาศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศษ.บ.”

(๘) สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “เศรษฐศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ

“ศ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “เศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศ.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “เศรษฐศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศ.บ.”

(๙) สาขาวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก) เอก เรียกว่า “สถาปัตยกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต”

ใช้อักษรย่อ “สถ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข) โท เรียกว่า “สถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ

“สถ.ม.”

(ค) ตรี เรียกว่า “สถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ

“สถ.บ.”

(๑๐) สาขาวิชาสัตวแพทยศาสตร์ มีปริญญาหนึ่งชั้น คือ ตรี

เรียกว่า “วิทยาศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.บ.” และ “สัตวแพทยศาสตรบัณฑิต”

ใช้อักษรย่อ “สพ.บ.”

ทั้งนี้

ให้ระบุชื่อสาขาวิชาหรือวิชาเอกไว้ในวงเล็บต่อท้ายปริญญาด้วย ถ้ามี

มาตรา ๔

มาตรา ๔

คุรยวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีสามชั้น ดังนี้

(๑) ครุยดุษฎีบัณฑิต

เป็นเสื้อคลุมทำด้วยผ้าสีดำผ่าอกตลอดหลังจีบ ชายครุยสูงจากพื้นประมาณ ๑ ฟุต

ด้านหน้าทั้งสองข้างโอบรอบคอเสื้อมีแถบกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้ม กว้าง ๑๐ เซนติเมตร

ยาวตลอดตัวเสื้อ แขนเสื้อกว้าง ยาวตกข้อมือ ตอนกลางแขนทั้งสองข้างมีแถบกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้ม

กว้าง ๔ เซนติเมตร ยาวพาดด้านข้าง จำนวนสามแถบติดเรียงกัน ระยะห่าง ๕ เซนติเมตร มีผ้าคล้องคอด้านในสีเขียว

ด้านนอกสีดำ มีแถบกำมะหยี่สีตามสีประจำคณะ กว้าง ๑๓ เซนติเมตร ทาบรอบคอ

ปลายนอกของผ้าคล้องคอขลิบด้วยผ้าสีเขียว กว้าง ๑ เซนติเมตร ประกอบด้วยหมวกแผ่นสี่เหลี่ยมจัตุรัสยาวด้านละ

๒๔ เซนติเมตร ทำด้วยผ้าหรือสักหลาดสีดำติดกระดุมดิ้นทองที่กลางหมวกหนึ่งเม็ด

โยงด้วยไหมสีทองมาที่กระดุมดิ้นทองที่ขอบหมวกอีกหนึ่งเม็ด มีพู่หมวกสีทองจากกระดุมดิ้นทองที่ขอบหมวกยาว

๑๒ เซนติเมตร

(๒) ครุยมหาบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยดุษฎีบัณฑิต

แต่ไม่มีแถบโอบรอบคอเสื้อด้านหน้า และแขนเสื้อไม่มีแถบ ต้นแขนเสื้อกว้าง

ปลายแขนเป็นถุง มีช่องสอดแขนออกที่ด้านบนตรงเหนือข้อศอก

มีแถบกำมะหยี่สีตามสีประจำคณะ ที่ผ้าคล้องคอ กว้าง ๘ เซนติเมตร ประกอบด้วยหมวกเช่นเดียวกับหมวกดุษฎีบัณฑิต

ติดกระดุมสีดำที่กลางหมวกหนึ่งเม็ด มีพู่ไหมสีดำยาว ๒๒ เซนติเมตร

จากกระดุมเว้นแต่แถบกำมะหยี่ที่ผ้าคล้องคอของครุยวิทยาศาสตรมหาบันฑิตในคณะสัตวแพทยศาสตร์

มีสีตามสีประจำบัณฑิตวิทยาลัย

(๓) ครุยสัตวแพทยศาสตรบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยมหาบัณฑิต

(๔) ครุยบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยมหาบัณฑิต

แต่ไม่มีผ้าคล้องคอ แขนเสื้อกว้าง ยาวตกข้อมือ ปลายแขนไม่เป็นถุง ไม่มีช่องสอดแขน

มีไหมถักสีตามสีประจำคณะหรือสถาบันสมทบ ขนาด ๓ มิลลิเมตร ติดที่รอบคอ

ปล่อยปลายห้อยยาว ๑๔ เซนติเมตร โดยมีพู่ที่ปลายประกอบด้วยหมวกเช่นเดียวกับหมวกมหาบัณฑิต

แต่พู่หมวกมีสีตามสีประจำคณะหรือสถาบันสมทบ

มาตรา ๕

มาตรา ๕

สีประจำคณะ บัณฑิตวิทยาลัยและสถาบันสมทบ มีดังนี้

(๑) สีเหลืองข้าวโพด สำหรับคณะเกษตร

(๒) สีฟ้าใส สำหรับคณะบริหารธุรกิจ

(๓) สีน้ำทะเล สำหรับคณะประมง

(๔) สีขาว สำหรับคณะมนุษยศาสตร์

(๕) สีน้ำตาลแดง สำหรับคณะวนศาสตร์

(๖) สีน้ำเงิน สำหรับคณะวิทยาศาสตร์

(๗) สีเลือดหมู สำหรับคณะวิศวกรรมศาสตร์และ

วิทยาลัยการชลประทาน

(๘) สีเทาเงิน สำหรับคณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์

(๙) สีม่วง สำหรับคณะศึกษาศาสตร์

(๑๐) สีส้ม สำหรับคณะเศรษฐศาสตร์

(๑๑) สีแดง สำหรับคณะสังคมศาสตร์

(๑๒) สีฟ้าหม่น สำหรับคณะสัตวแพทยศาสตร์

(๑๓) สีชมพูกลีบบัว สำหรับคณะอุตสาหกรรมเกษตร

(๑๔) สีเขียวตองอ่อน สำหรับบัณฑิตวิทยาลัย

(๑๕) สีบานเย็น สำหรับวิทยาลัยเทคนิคการสัตวแพทย์

มาตรา ๖

มาตรา ๖

ให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จัดทำครุยวิทยฐานะตามพระราชกฤษฎีกานี้ขึ้นไว้เป็นตัวอย่าง

มาตรา ๗

มาตรา ๗

ให้รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

ชวน หลีกภัย

นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

เนื่องจากได้มีการประกาศใช้บังคับพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๔๑

และมาตรา ๔๙ วรรคสอง กับมาตรา ๕๓ วรรคสอง

แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติว่าการกำหนดให้สาขาวิชาใดมีปริญญาชั้นใด

และจะใช้อักษรย่อสำหรับสาชาวิชานั้นอย่างไร และการกำหนดลักษณะ ชนิด ประเภท และส่วนประกอบของครุยวิทยฐานะ

เข็มวิทยฐานะและครุยประจำตำแหน่ง ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

ปริญสินีย์/ผู้จัดทำ

๓๑ มีนาคม ๒๕๕๔

มณฑิตา/ผู้ตรวจ

๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๗/ตอนที่ ๓๖ ก/หน้า ๑/๒๖ เมษายน ๒๕๔๓

7 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา และครุยวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2543 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_078ca61174cbfce0

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com