ประกาศประธานรัฐสภา
ประกาศประธานรัฐสภา
ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบ
ตำรวจรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๑๒[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๗
แห่งพระราชบัญญัติเครื่องแบบตำรวจรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๑๒ ประธานรัฐสภาจึงออกประกาศไว้
ดังนี้
ประเภทเครื่องแบบ
資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ประกาศประธานรัฐสภา
ประกาศประธานรัฐสภา
ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบ
ตำรวจรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๑๒[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๗
แห่งพระราชบัญญัติเครื่องแบบตำรวจรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๑๒ ประธานรัฐสภาจึงออกประกาศไว้
ดังนี้
ประเภทเครื่องแบบ
ข้อ ๑
เครื่องแบบตำรวจรัฐสภา แบ่งออกเป็นห้าประเภท คือ
(๑) เครื่องแบบปกติ
(๒) เครื่องแบบฝึก
(๓) เครื่องแบบสโมสร
(๔) เครื่องแบบครึ่งยศ
(๕) เครื่องแบบเต็มยศ
เครื่องแบบปกติ
ข้อ ๒
เครื่องแบบปกติมี ๓ ชนิด คือ
(๑) เครื่องแบบปกติขาว
(๒) เครื่องแบบปกติเสื้อนอกคอแบะกากี
(๓) เครื่องแบบปกติเสื้อเชิ้ตคอพับกากี
ข้อ ๓
เครื่องแบบปกติขาว ใช้ได้เฉพาะผู้มียศตั้งแต่จ่าสิบตำรวจขึ้นไป
มีเครื่องประกอบ ดังนี้
(๑) หมวกทรงหม้อตาลสีขาว
(๒) เสื้อนอกคอปิดสีขาว
(๓) กางเกงขายาวสีขาว
(๔) รองเท้าหุ้มส้นหรือหุ้มข้อ ชนิดผูก หรือชนิดยืดข้างสีดำ
ประกอบกับถุงสีเดียวกับรองเท้า
(๕) กระบี่
ข้อ ๔
เครื่องแบบปกติเสื้อนอกคอแบะกากี
ใช้ได้เฉพาะผู้มียศตั้งแต่ชั้นสัญญาบัตรขึ้นไป มีเครื่องประกอบ ดังนี้
(๑) หมวกทรงหม้อตาลสีกากี
(๒) เสื้อนอกคอแบะสีกากี
(๓) กางเกงขายาวสีกากี
(๔) รองเท้าหุ้มส้นหรือหุ้มข้อ ชนิดผูก หรือชนิดยืดข้างสีดำ
ประกอบกับถุงสีเดียวกับรองเท้า
(๕) เข็มขัดหนังสีน้ำตาลชนิดมีสายโยง
(๖) กระบี่
ข้อ ๕
เครื่องแบบปกติเสื้อเชิ้ตคอพับกากี ใช้ได้ตั้งแต่พลตำรวจขึ้นไป
มีเครื่องประกอบดังนี้
(๑) หมวกทรงหม้อตาลสีกากี
(๒) เสื้อเชิ้ตคอพับสีกากี (เฉพาะวันที่มีการประชุมสภาฯ
ให้ผูกผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกลาสี สอดชายผ้าผูกคอไว้ภายในเสื้อระหว่างดุมเม็ดที่ ๒
และ ๓ ด้วย)
(๓) กางเกงขายาวสีกากี
(๔) รองเท้าหุ้มส้นหรือหุ้มข้อ ชนิดผูก หรือชนิดยืดข้างสีดำ
ประกอบกับถุงสีเดียวกับรองเท้า
(๕) เข็มขัดหนังสีน้ำตาลชนิดมีสายโยง
(๖) กระบี่ ผู้มียศตั้งแต่จ่าสิบตำรวจขึ้นไป
เครื่องแบบฝึก
ข้อ ๖
เครื่องแบบฝึก ใช้ได้ตั้งแต่พลตำรวจขึ้นไป
มีเครื่องประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบปกติ ข้อ ๕
เครื่องแบบสโมสร
ข้อ ๗
เครื่องแบบสโมสร ให้ใช้เฉพาะนายตำรวจรัฐสภาชั้นสัญญาบัตร โดยใช้เครื่องแบบปกติขาว
เครื่องแบบครึ่งยศและเครื่องแบบเต็มยศ
ข้อ ๘
เครื่องแบบครึ่งยศและเครื่องแบบเต็มยศ ให้ใช้ตั้งแต่พลตำรวจขึ้นไป
มีเครื่องประกอบดังนี้
(๑) หมวกเหล็กแบบกันแดดสีกากี มีสายรัดคางสีน้ำตาล
กับติดตราหน้าหมวก
(๒) เสื้อนอกคอปิดสีกากี
(๓) กางเกงขายาวสีกากี
(๔) รองเท้าหุ้มส้นหรือหุ้มข้อ ชนิดผูก หรือชนิดยืดข้างสีดำ
ประกอบกับถุงสีเดียวกับรองเท้า
(๕) เข็มขัดหนังสีน้ำตาลมีสายโยงไขว้กันข้างหลัง
แล้วโยงสอดใต้อินทรธนูลงมาทั้งสองข้างมายึดกับห่วงเข็มขัด
ส่วนนายตำรวจรัฐสภาตั้งแต่จ่าสิบตำรวจขึ้นไป ให้มีซองหนังสีเดียวกับเข็มขัดสำหรับขัดกระบี่
ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ด้วย
ส่วนของเครื่องแบบ
ข้อ ๙ หมวกมี
๓ ชนิด คือ
(๑) หมวกทรงหม้อตาลสีกากี ใช้ตั้งแต่พลตำรวจขึ้นไป
มีเครื่องประกอบดังนี้
(ก) กะบังดำ
(ข) สายรัดคางสีดำ
(ค) ดุมรูปกลมแบนสีคล้ายสีเสื้อ
ขนาดเล็กติดปลายสายรัดคางข้างละ ๑ ดุม
(ง) ตราหน้าหมวกโลหะสีเงิน ตรงกลางเป็นรูปพานรัฐธรรมนูญ
เบื้องบนรัฐธรรมนูญมีอุณาโลมกับรัศมีโดยรอบ อยู่ภายใต้กรอบรูปตราแผ่นดินรัชกาลที่
๕ ที่ขอบมีตัวอักษรว่า พิทักษ์รัฐธรรมนูญ
(จ) ผ้าพันหมวกทำด้วยผ้าหรือสักหลาดพื้นสีเลือดหมู กว้าง ๓
เซนติเมตร มีขลิบดำกว้าง ๕ มิลลิเมตร ทั้งของล่างและขอบบน
(๒) หมวกทรงหม้อตาลสีขาว ใช้ตั้งแต่จ่าสิบตำรวจขึ้นไป
มีเครื่องประกอบดังนี้
(ก) กะบังดำ
(ข) สายรัดคางสีเงิน
(ค)
ดุมโลหะสีเงินมีรูปพานรัฐธรรมนูญขนาดเล็กตรึงปลายรัดคางที่ขอบหมวก ข้างละ ๑ ดุม
(ง) ตราหน้าหมวกใช้เช่นเดียวกับ (๑) (ง)
(๓) หมวกเหล็กสีกากี ใช้ตั้งแต่พลตำรวจขึ้นไป
มีเครื่องประกอบดังนี้
(ก) สายรัดคางสีน้ำตาล
(ข) ตราหน้าหมวกใช้เช่นเดียวกับ (๑) (ง)
ข้อ ๑๐
เสื้อมี ๔ ชนิด คือ
(๑) เสื้อนอกคอปิดสีขาว มีตะเข็บหลัง ๔ ตะเข็บ
ด้านหน้ามีกระเป๋าบนและล่าง อย่างละ ๒ กระเป๋า
กระเป๋าบนมีปกรูปมนชายกลางแหลมไม่ขัดดุม กระเป๋าล่างไม่มีปก
ที่แนวอกติดดุมรูปกลมแบน ทำด้วยโลหะสีเงิน มีรูปพานรัฐธรรมนูญสำหรับติดกับอกเสื้อ
๕ ดุม โดยมีอินทรธนูแข็ง สาบดำ พื้นสีเลือดหมู เย็บเป็นแผ่น
สำหรับติดเหนือบ่าจากด้านไหล่ไปทางคอทั้งสองข้าง กว้าง ๕ เซนติเมตร
ยาวตามขนาดของบ่า ด้านคอย่อมุมทั้งสองข้าง
จ่าสิบตำรวจและนายดาบตำรวจรัฐสภามีแถบสีเงินกว้างครึ่งเซนติเมตรเป็นขอบ
เว้นด้านไหล่
สำหรับนายร้อยตำรวจ มีแถบสีเงินกว้างหนึ่งเซนติเมตรเป็นขอบ
เว้นด้านไหล่ และมีลวดสีเงินขดประกอบแถบสีเงินด้านนอก
(๒) เสื้อนอกคอแบะกากี มีตะเข็บหลัง ๓ ตะเข็บ
ด้านหน้ามีกระเป๋าบนและล่าง อย่างละ ๒ กระเป๋า กระเป๋าบนมีปกรูปมนชายกลางแหลม
กึ่งกลางกระเป๋ามีแถบตามทางดิ่งกระเป๋าล่างเป็นรูปย่าม มีปกรูปตัด
กระเป๋าทั้งสิ้นขัดดุมรูปกลมแบนทำด้วยโลหะสีเงิน มีรูปพานรัฐธรรมนูญ
สำหรับติดกับอกเสื้อ ๔ ดุม และให้ใช้เชิ้ตสีขาวแขนยาว
ผูกผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกลาสีประกอบด้วยเสื้อนี้ประดับอินทรธนูอ่อน
(๓) เสื้อนอกคอปิดสีกากี มีดุมที่หน้าอกเจ็ดดุม
มีกระเป๋าเย็บติดภายนอกข้างขวาและข้างซ้ายข้างละ ๒ กระเป๋า คือกระเป๋าบนและล่าง
กระเป๋าบนมีปกรูปมนชายกลางแหลมไม่ขัดดุม มีแถบเย็บติดตรงกึ่งกลางตามทางดิ่ง
และมีอินทรธนูสีคล้ายสีเสื้อ เย็บเป็นแผ่นเหลี่ยมเรียวทางด้านไหล่ไปทางด้านคอ
อยู่เหนือบ่าทั้งสองข้าง ด้านทางไหล่กว้าง ๔ เซนติเมตร เย็บติดกับตะเข็บเสื้อ
ด้านทางคอกว้าง ๓ เซนติเมตร ปลายมนและขัดดุมโดยวิธีเจาะเสื้อติดสอดก้านดุมลงไปติดวงในเสื้อ
ดุมทั้งสิ้นมีลักษณะกลมแบน ทำด้วยโลหะสีเงิน
จ่าสิบตำรวจขึ้นไปใช้ดุมทำด้วยโลหะสีเงิน
มีรูปพานรัฐธรรมนูญ ติดอินทรธนูแข็งด้านไหล่
(๔) เสื้อแบบปกติเชิ้ตคอพับกากี มีอินทรธนูสีคล้ายสีเสื้อ
และมีกระเป๋าที่หน้าอกเสื้อข้างละกระเป๋า
มีลักษณะดุจเดียวกับกระเป๋าบนของเสื้อแบบปกติกากี (๓)
มีดุมรูปกลมแบนสีคล้ายสีเสื้อ สำหรับติดกับอกเสื้อ ๕ ดุม สำหรับติดกระเป๋า ๒ ดุม
แขนยาวให้รัดข้อมือมีดุมสีคล้ายสีเสื้อขนาดเล็กข้างละ ๑ ดุม
การสวมเสื้อนี้ ให้สอดชายล่างของเสื้ออยู่ภายในกางเกง
ข้อ ๑๑ กางเกงแบบขายาวสีกากี
หรือสีขาว แบบราชการไม่พับปลายขา เพื่อประกอบกับเสื้อสีเดียวกัน
ข้อ ๑๒
รองเท้าหุ้มส้นหรือหุ้มข้อ ชนิดผูก หรือชนิดยืดข้างสีดำ
ประกอบถุงสีเดียวกับรองเท้า
ข้อ ๑๓
เข็มขัดหนังสีน้ำตาลมีสายโยงไขว้กันข้างหลังแล้วโยงสอดใต้อินทรธนูลงมาทั้งสองข้างมายึดกับห่วงเข็มขัดด้านหน้าทางตรง
สำหรับนายตำรวจรัฐสภาตั้งแต่จ่าสิบตำรวจขึ้นไป
ในเวลาปกติใช้เข็มสายโยงหนึ่งสาย
คาดสะพายเฉียงบ่าขวาในเวลาแต่งเครื่องแบบสีกากีก็ได้
แต่เวลาแต่งเครื่องแบบสีขาวให้งดการคาดเข็มขัด
พลตำรวจรัฐสภาและนายสิบ ในโอกาสที่แต่งเครื่องแบบปกติให้คาดเข็มขัด
งดใช้สายโยง
เครื่องหมายยศ
ข้อ ๑๔
เครื่องหมายยศ มีดังนี้
(๑) นายสิบตำรวจรัฐสภาใช้บั้งพื้นสีเลือดหมูสาบดำ
ตัวบั้งสีเงิน มีรูปตราโล่ เขนทับคธา
ภายในเขนมีพานรัฐธรรมนูญทำด้วยโลหะสีเงินอยู่เหนือบั้งประดับที่แขนเสื้อ
ตอนเหนือข้อศอกซ้ายเป็นรูปมุมข้อศอก ยาวจากมุมข้างละ ๕ เซนติเมตร กว้างบั้งละ ๑
เซนติเมตร โดยมีกำหนดดังนี้
สิบตำรวจตรี หนึ่งบั้ง
สิบตำรวจโท สองบั้งซ้อน
สิบตำรวจเอก สามบั้งซ้อน
จ่าสิบตำรวจ เครื่องหมายทำด้วยโลหะสีเงิน
เป็นรูปสามบั้งซ้อน
มีหมอน
รองรับอยู่ด้วยปลายไหล่
ขนาด
กว้าง
๑ นิ้วฟุต ติดที่อินทรธนู
ทั้งสองข้าง
ตอนริมอินทรธนูทาง
ด้านไหล่ให้หันทางด้านหมอนไป
ทางด้านไหล่
(๒)
นายดาบตำรวจรัฐสภาให้มีเครื่องหมายทำด้วยโลหะสีเงินเป็นรูปดาบสองเล่มไขว้กันติดที่อินทรธนูทั้งสองข้าง
ตอนริมอินทรธนูทางด้านไหล่ ให้หันทางส่วนโค้งของปลายดาบไปทางด้านคอ
(๓) นายร้อยตำรวจรัฐสภา รูปดาว ๘ แฉก ทำด้วยโลหะสีเงิน
ติดที่บนอินทรธนูทั้งสองข้าง มีจำนวนดาวตามชั้นยศ ดังนี้
ร้อยตำรวจตรี หนึ่งดาว
ร้อยตำรวจโท สองดาว
ร้อยตำรวจเอก สามดาว
ในกรณีมีดาวมากกว่าหนึ่งดาว
ให้ติดเรียงกันไปตามส่วนยาวของอินทรธนู เว้นระยะระหว่างดาวพองาม
(๔) พันตำรวจตรี
ให้มีพระมหามงกุฎมีรัศมีติดกับดาวเพิ่มขึ้น ให้ยอดพระมหามงกุฎอยู่ห่างด้านคอ
เบ็ดเตล็ด
ข้อ ๑๕
เครื่องราชอิสริยาภรณ์นั้น
ในเวลาแต่งเครื่องแบบปกติใช้แพรแถบของเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทำเป็นแผ่นกว้างประมาณ
๑ เซนติเมตรครึ่ง ติดที่อกเสื้อเบื้องซ้าย
ข้อ ๑๖
เวลาแต่งเครื่องแบบตำรวจรัฐสภา
ห้ามมิให้ใช้เครื่องประดับกายอย่างอื่นซึ่งมิได้กำหนดไว้ในประกาศนี้
ติดภายนอกหรือทับเครื่องแบบตำรวจ เว้นแต่
(๑) เสื้อครุยบัณฑิต และเครื่องหมายบัณฑิต
หรือเครื่องหมายใด ๆ อันต้องด้วยความนิยมในทางราชการ ก็ให้ใช้ได้ตามโอกาสอันควร
(๒)
เครื่องหมายของสโมสรหรือสมาคมในขณะไปร่วมงานของสโมสรหรือสมาคมนั้น ๆ จะประดับเครื่องหมายเช่นนี้ก็ได้
(๓) เสื้อกันฝน สวมได้ในเวลาจำเป็น
(๔) นายตำรวจรัฐสภาตั้งแต่ชั้นจ่าสิบตำรวจขึ้นไป
ใช้ปลอกแขนทุกข์อนุโลมตามนิยม
ประกาศ ณ วันที่ ๑๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๓
พันเอก นายวรการบัญชา
ประธานรัฐสภา
ตะวัน/ผู้จัดทำ
๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๒
เลิศศักดิ์/ตรวจ
๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๓
วันทิตา/ปรับปรุง
๘ มีนาคม ๒๕๕๗
วิชพงษ์/ตรวจ
๑๒ มีนาคม ๒๕๕๗
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๘๗/ตอนที่ ๕๔/หน้า ๔๒๐/๒๓ มิถุนายน ๒๕๑๓
ประกาศประธานรัฐสภาออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบตำรวจรัฐสภา พ.ศ. 2512 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_08b4596ab9c9a4a1
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).
Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名
本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com