法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำสั่งกรมบังคับคดี ที่ 398/2549 เรื่อง การปฏิบัติงานสำนวนชำระบัญชีห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
14
มาตรา อารัมภบท

คําสั่งกรมบังคับคดี

ที่ 398 /2549

เรื่อง การปฏิบัติงานสํานวนชําระบัญชีห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท

เพื่อให้การปฏิบัติงานเกี่ยวกับสํานวนชําระบัญชีห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทตามคําสั่งศาล เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เหมาะสม มีประสิทธิภาพ และเป็นแนวทางเดียวกัน อันก่อให้เกิดผลดี แก่คู่ความยิ่งขึ้น จึงมีคําสั่งดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกคําสั่งกรมบังคับคดีที่ 504/2558 ลงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2538 เรื่อง ระเบียบปฏิบัติ เกี่ยวกับหมายบังคับคดี หมายแจ้งคําสั่ง คําพิพากษาเกี่ยวกับการบังคับคดีล้มละลาย การตั้งผู้ชําระบัญชี การวางทรัพย์และประเมินราคาทรัพย์ ข้อ 5

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ เมื่อศาลมีคําสั่งตั้งเจ้าพนักงาน กรมบังคับคดีเป็นผู้ชําระบัญชีห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทแล้ว ให้ปฏิบัติดังนี้

2.1 ในส่วนกลางให้เจ้าหน้าที่ธุรการกองบังคับคดีล้มละลายที่รับผิดชอบบันทึกข้อมูล ลงระบบงาน (ระบบคอมพิวเตอร์) และลงบัญชีสํานวนชําระบัญชีห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท แล้วนําเสนอ ต่อผู้อํานวยการกองเพื่อสั่งจ่ายเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ดําเนินการและบันทึกชื่อเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ผู้รับผิดชอบในระบบงาน

2.2 ในส่วนภูมิภาคให้เจ้าหน้าที่ธุรการสํานักงานบังคับคดีจังหวัดหรือสาขาที่รับผิดชอบ บันทึกข้อมูลลงระบบงาน (ระบบคอมพิวเตอร์) และลงบัญชีสํานวนชําระบัญชีห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทแล้วนํา เสนอต่อผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีจังหวัดหรือสาขาเพื่อสั่งจ่ายเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดําเนินการและ บันทึกชื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้รับผิดชอบในระบบงาน

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ เมื่อได้รับสํานวนแล้วให้ดําเนินการประกาศตามแบบ ช.1 โดยโฆษณาในราชกิจจานุเบกษา โฆษณาในหนังสือพิมพ์รายวันสองครั้งเป็นอย่างน้อย และปิดไว้ ณ สํานักงานหนึ่งฉบับและให้ผู้ชําระบัญชี ส่งคําบอกกล่าวไปยังเจ้าหนี้ทุกคนที่มีชื่อปรากฏในสมุดบัญชีหรือเอกสาร โดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ตามแบบ ช.2 และหมายนัดให้ผู้ร้องขอให้ศาลสั่งให้เลิกกิจการและชําระบัญชีวางเงินค่าใช้จ่ายต่อผู้ชําระบัญชี

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ผู้ชําระบัญชีไปจดทะเบียนเลิกห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท โดยระบุชื่อผู้ชําระบัญชีต่อนาย ทะเบียนตามระเบียบของกระทรวงพาณิชย์ ภายใน 14 วันนับแต่วันที่ศาลมีคําสั่งตั้งผู้ชําระบัญชี ในกรณีที่ไม่ อาจดําเนินการได้ภายในระยะเวลาดังกล่าวให้ผู้ชําระบัญชีทําหนังสือชี้แจงเหตุในการจดทะเบียนล่าช้าไปด้วย

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การยืมสํานวนศาล และขอเอกสารทางทะเบียน

5.1 ให้ผู้ชําระบัญชีมีหนังสือขอยืมสํานวนศาลพร้อมขอเอกสารที่จําเป็น (ถ้ามี) รวมทั้งขอ อนุญาตถ่ายเอกสารที่เกี่ยวข้องในคดีเรื่องนี้ เมื่อได้รับสํานวนศาลแล้วให้ผู้ชําระบัญชีตรวจดูสาเหตุของการ ชําระบัญชี ภูมิลําเนาของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท เลขประจําตัวผู้เสียภาษี งบดุล เอกสารทางบัญชี คําให้การ ของโจทก์ จําเลย และทําให้การของบุคคลอื่นที่เป็นประโยชน์ในการพิจารณาดําเนินการชําระบัญชี รวมทั้ง คําสั่งศาลทุกขั้นศาลและเอกสารอื่น ๆ ที่สําคัญเพื่อสําเนาและตั้งการสํานวนไว้

5.2 กรณีเป็นห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่จดทะเบียนให้มีหนังสือขอสําเนาเอกสารเกี่ยวกับการ จดทะเบียนรายชื่อผู้ถือหุ้นพร้อมทั้งรายการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงจากนายทะเบียนหุ้นส่วนหรือบริษัทมาประกอบการชําระบัญชีด้วย

5.3 เมื่อได้รับเอกสารตาม 5.1 หรือ 5.2 แล้ว ให้ส่งนักบัญชีตรวจสอบเพื่อจัดทํางบดุล

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การรวบรวมและจําหน่ายทรัพย์สิน ให้ผู้ชําระบัญชีปฏิบัติดังนี้

6.1 มีหนังสือเรียกโจทก์ จําเลย หรือผู้ร้องขอ หรือกรรมการผู้จัดการ เลขานุการ สมุห์บัญชี ผู้สอบบัญชี หรือเจ้าหน้าที่ของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทมาชี้แจงเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินหรือข้อความที่ ต้องการ โดยให้แจ้งนักบัญชีมาร่วมซักถามข้อมูลด้วยทุกครั้ง เพื่อประกอบการจัดทํางบดุล ณ วันเลิกห้างหุ้นส่วน หรือบริษัท และจัดการชําระบัญชีต่อไป

ถ้าบุคคลดังกล่าวได้รับหนังสือเรียกโดยชอบแล้ว ไม่มาหรือมาแต่ไม่ยอมชี้แจง ให้ถือเป็น เหตุขัดข้องในการชําระบัญชี

6.2 ในกรณีมีข้อสงสัยในข้อเท็จจริงตาม 6.1 ให้มีหนังสือเรียกผู้เกี่ยวข้องมาพร้อมกันเพื่อ ซักถามเกี่ยวกับข้อสงสัยดังกล่าวนั้น

6.3 เรียกให้ผู้ครอบครองส่งมอบทรัพย์สิน หรือสมุดเอกสาร หรือดวงตราภายในเวลา อันสมควร หากผู้นั้นขัดขืนให้รายงานศาล

6.4 ทวงหนี้ไปยังลูกหนี้ของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทตามแบบ ช.3 หากลูกหนี้มีข้อโต้แย้ง อย่างใดก็ให้ทําการสอบสวนข้อเท็จจริงจากลูกหนี้และบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการทําความเห็นของ ผู้ชําระบัญชี ถ้าข้อเท็จจริงปรากฏว่าลูกหนี้ที่ทวงหนีไปนั้นยังมีหนี้ค้างชําระอยู่ ให้ยืนยันหนีไปยังลูกหนี้ อีกครั้ง ถ้าลูกหนี้ไม่ชําระหนี้ ให้ดําเนินการฟ้องร้องหรือหารือที่ประชุมใหญ่ สุดแต่ผู้ชําระบัญชีจะเห็นสมควร

6.5 จัดทําบัญชีรวบรวมทรัพย์สินของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่ผู้ชําระบัญชีรวบรวมมาได้โดยไม่ต้องทําการยึดและมีอํานาจขาย โดยจะมอบหมายให้เจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นผู้ขายทอดตลาดหรือจะขายเองก็ได้ โดยอนุโลมตามระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดีล้มละลายและการชําระบัญชีพ.ศ. 2520

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การทวงหนี้ของเจ้าหนี้

7.1 ให้ฝ่ายค้าคู่ความ สํานักงานเลขานุการกรม ตรวจและรับคําทวงหนี้ของเจ้าหนี้ในสํานวน ชําระบัญชีโดยให้ยื่นภายในกําหนด 1 เดือนนับแต่วันประกาศคําสั่งศาลให้ชําระบัญชีและตั้งสํานวนทวงหนี้ พร้อมบันทึกข้อมูลลงระบบงาน เสร็จแล้วรวบรวมสํานวนทวงหนี้ส่งกองบังคับคดีล้มละลายที่รับผิดชอบ พิจารณาคดําเนินการต่อไป

ส่วนกรณีที่เจ้าหนี้ยื่นคําทวงหนี้เกินกําหนดเวลาตามวรรคหนึ่งให้ฝ่ายคําคู่ความลงรับคําทวงหนี้แล้วส่งกองบังคับคดีล้มละลายที่รับผิดชอบพิจารณาดําเนินการต่อไป

การยื่นคําทวงหนี้ของเจ้าหนี้ในการชําระบัญชี เจ้าหนี้สามารถยื่นคําทวงหนี้ได้จนเสร็จสิ้นการชําระบัญชี

7.2 ให้ผู้ชําระบัญชีออกหมายนัดสอบสวนไปยังผู้ยื่นคําทวงหนี้ภายใน 3 วัน นับแต่วันรับ สํานวนและกําหนดวันนัดสอบสวนผู้ยื่นคําทวงหนี้ไว้รวม 2 นัด ห่างกันไม่เกิน 15 วันและแจ้งไปด้วยว่า เมื่อถึงกําหนดนัด ถ้าผู้ยื่นคําทวงหนี้ไม่นําพยานไปให้ผู้ชําระบัญชีสอบสวนตามนัด โดยมีแจ้งเหตุขัดข้อง หรือร้องขอเลื่อน ผู้ยื่นคําทวงหนี้ยินยอมให้ผู้ชําระบัญชีดําเนินการต่อไปได้ โดยถือว่าผู้ยื่นคําทวงหนี้ไม่มี พยานหรือไม่ติดใจนําพยายไปให้ผู้ชําระบัญชีสอบสวน ซึ่งผู้ชําระบัญชีจะทําคําสั่งต่อไปตามพยานหลักฐาน ที่ปรากฏในสํานวน

7.3 การเลื่อนวันนัดทําการสอบสวนของผู้ชําระบัญชีไม่ว่ากรณีใด ๆ ให้ผู้ชําระบัญชี พิจารณาเหตุที่ขอเลื่อนโดยเคร่งครัดและให้เลื่อนกรณีจําเป็น แต่ทั้งนี้มิให้เลื่อนไปเกินกว่า 20 วันนับแต่วัน ขอเลื่อน และกําชับว่าในนัดหน้าจะไม่อนุญาตให้เลื่อนอีกไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ หากเหตุที่ขอเลื่อน ไม่มีเหตุอัน สมควร ให้ถือว่าไม่มีพยานหรือไม่ติดใจนําพยานมาให้การสอบสวน

7.4 ให้ผู้ชําระบัญชีทําคําสั่งให้เสร็จภายใน 15 วันนับแต่วันเสร็จการสอบสวน ทั้งนี้ไม่นับ รวมเวลาในการส่งสํานวนให้นักบัญชีคิดยอดหนี้ ในส่วนของดอกเบี้ยให้ผู้ยื่นคําทวงหนี้มีสิทธิได้รับจนถึงวัน ชําระเสร็จ

ในกรณีจําเป็นไม่อาจทําคําสั่งให้เสร็จภายในกําหนดดังกล่าว ให้รายงานตามลําดับเพื่อขอ อนุญาตขยายระยะเวลาต่อผู้อํานวยการกองหรือผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาค

7.5 การพิจารณาให้ความเห็นชอบสํานวนทวงหนี้ของผู้ยื่นคําทวงหนี้

7.5.1 สํานวนทวงหนี้ที่มีจํานวนหนี้ที่ขอมาไม่เกิน 20 ล้านบาทให้หัวหน้ากลุ่ม หรือผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีจังหวัดหรือสาขาเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบ

7.5.2 สํานวนทวงหนี้ที่มีจํานวนหนี้ที่ขอมาเกิน 20 ล้านบาทแต่ไม่เกิน 50 ล้านบาท ให้ ผู้อํานวยการกองหรือผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาคเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบ

7.5.3 สํานวนทางหนีที่มีจํานวนหนี้ที่ขอมาเกิน 50 ล้านบาทแต่ไม่เกิน 100 ล้านบาทให้ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการบังคับคดีล้มละลายเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบ

7.5.4 สํานวนทวงหนี้ที่มีจํานวนหนี้ที่ขอมาเกินกว่า 100 ล้านบาทขึ้นไป จะต้องให้ อธิบดีกรมบังคับคดีหรือรองอธิบดีที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบ

7.6 เมื่อผู้ชําระบัญชีมีคําสั่งแล้วให้แจ้งคําสั่งให้ผู้ยื่นคําทวงหนี้ทราบโดยเร็ว

7.7 หากผู้ชําระบัญชีพบว่ามีเจ้าหนี้อยู่แล้ว แต่ไม่มายื่นคําทวงหนี้ ให้นําหนี้ดังกล่าวไป แสดงให้ปรากฏในบัญชีงบดุล ณ วันสิ้นสุดการชําระบัญชีและให้ที่ประชุมใหญ่รับรองบัญชีงบดุลแล้วให้นํา เงินจํานวนนั้น (ถ้ามี) ไปวางทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1264

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การจัดทํางบดุลและบัญชี

8.1 เมื่อได้รับเอกสารตาม 5.3 และข้อมูลตาม 6.1 แล้ว ให้จัดทํางบดุล ณ วันเลิกห้างหุ้นส่วน หรือบริษัท (วันที่ศาลมีคําสั่งตั้งผู้ชําระบัญชี) โดยเร็วที่สุด และให้ผู้ชําระบัญชีนัดพร้อมผู้เป็นหุ้นส่วนหรือ ผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบงบดุลดังกล่าว

8.2 ให้ผู้ชําระบัญชี งบดุล ณ วันเลิกห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบรับรอง เพื่อนําเสนอที่ประชุมใหญ่อนุมัติแล้วนําไปเป็นหลักในการชําระบัญชีต่อไป

8.3 เมื่อรวบรวมและจําหน่ายทรัพย์สินของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทเสร็จสิ้นแล้ว ให้นักบัญชี จัดทําบัญชีแสดงการรับจ่ายเงินระหว่างการชําระบัญชีและบัญชีส่วนแบ่งทรัพย์สิน (ถ้ามี) ให้แก่ผู้ชําระบัญชี เพื่อนําไปประกอบการรายงานการชําระบัญชีและนําเสนอที่ประชุมใหญ่อนุมัติ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การประชุมใหญ่

9.1 เมื่อมีการเห็นชอบงบดุลตาม 8.1 แล้วให้เรียกประชุมใหญ่เพื่อพิจารณาตั้งผู้สอบบัญชี และกําหนดค่าสินจ้าง เพื่อจ่ายเป็นค่าตอบแทนให้แก่ผู้สอบบัญชี

9.2 เมื่อผู้สอบบัญชีรับรองงบดุล ณ วันเลิกห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทแล้ว ให้ผู้ชําระบัญชีเรียก ประชุมใหญ่ เพื่อพิจารณาอนุมัติงบดุล ณ วันเลิกห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท

9.3 หากการชําระบัญชีดําเนินการไม่เสร็จภายใน 1 ปี นับแต่วันที่จดทะเบียนตั้งผู้ชําระบัญชี ให้เรียกประชุมใหญ่ทุก ๆ ปี เพื่อแถลงความเป็นมาแห่งการชําระบัญชีให้ที่ประชุมทราบ

หากการจัดทํางบดุล ณ วันเลิกห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทเสร็จสิ้นใกล้ระยะเวลาประชุมใหญ่ ตามวรรคหนึ่ง ให้นําเสนอที่ประชุมใหญ่ไปในคราวเดียวกัน

9.4 เมื่อการชําระบัญชีเสร็จสิ้น ให้ผู้ชําระบัญชีจัดทํารายงานการชําระบัญชีและเรียก ประชุมใหญ่ เพื่ออนุมัติรายงานการชําระบัญชีตามงบดุลและนําไปจดทะเบียนเสร็จสิ้นการชําระบัญชี ตามแบบพิมพ์ของกระทรวงพาณิชย์ ภายใน 14 วันนับแต่วันประชุม

9.5 ให้ผู้ชําระบัญชีเป็นประธานในการประชุมใหญ่ทุกคราว และให้มีรายงานการประชุม ลงลายมือชื่อผู้ชําระบัญชี ผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้น เก็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งมีบัญชีรายชื่อผู้เป็นหุ้นส่วน หรือผู้ถือหุ้น และกําหนดเงินลงทุนหรือจํานวนหุ้นแนบท้ายรายงาน

9.6 การเรียกประชุม การเลื่อนประชุม วิธีการประชุม องค์ประชุมและการนับคะแนนเสียง ให้ดําเนินการตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในระหว่างการชําระบัญชี ให้ผู้ชําระบัญชีรายงานการชําระบัญชีอื่นต่อนายทะเบียนหุ้นส่วน บริษัททุกระยะ 3 เดือน ตามแบบพิมพ์ของกระทรวงพาณิชย์ มิฉะนั้นอาจต้องรับโทษปรับ

ในกรณีที่ไม่อาจดําเนินการตามระยะเวลาในวรรคหนึ่งได้ ให้ผู้ชําระบัญชีทําหนังสือชี้แจงเหตุในการรายงานล่าช้าไปด้วย

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การขอให้ล้มละลาย

เมื่อผู้ชําระบัญชีพิจารณาแล้วเห็นว่าเงินลงทุนหรือเงินค่าหุ้นได้รับชําระจนครบถ้วนแล้ว สินทรัพย์ต่างๆ ที่มีอยู่ไม่เพียงพอที่จะชําระหนี้สิน ให้ผู้ชําระบัญชีร้องขอต่อศาลโดยไม่ชักช้าเพื่อขอให้ศาลมีคําสั่งให้ ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้นล้มละลาย

เมื่อศาลได้มีคําสั่งพิทักษ์ทรัพย์ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้น ๆ แล้ว ให้ผู้ชําระบัญชีโอนสินทรัพย์ ที่มีอยู่ในความครอบครองให้แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายล้มละลายต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การแบ่งทรัพย์สิน

เมื่อผู้ชําระบัญชีรวบรวมทรัพย์สินและสั่งคําทวงหนี้ของเจ้าหนี้แต่ละรายเสร็จสิ้นแล้ว ให้ ผู้ชําระบัญชีจัดทําบัญชีส่วนแบ่งและบัญชีแสดงการรับจ่ายเงินตามแบบ ช. 6 ก. ข. ค. และ ง. โดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การสิ้นสุดแห่งการชําระบัญชี

เมื่อผู้ชําระบัญชีได้ดําเนินการตาม 9.4 แล้วให้รายงานผลการชําระบัญชีให้ศาลทราบพร้อมกับส่ง บัญชีแสดงการรับจ่ายเงินระหว่างการชําระบัญชี งบดุล ณ วันเลิกกิจการและบัญชีส่วนแบ่งครั้งที่สุด (ถ้ามี)

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ การเปลี่ยนและถอนการตั้งผู้ชําระบัญชี

14.1 กรณีผู้อํานวยการกองหรือผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีจังหวัดหรือสาขามีคําสั่งเปลี่ยน ผู้ชําระบัญชีให้ผู้ชําระบัญชีคนใหม่นําความไปจดทะเบียนตามแบบพิมพ์ของกระทรวงพาณิชย์ ภายใน 14 วัน นับแต่วันทีมีคําสั่ง

14.2 ให้รายงานศาลขอให้มีคําสั่งถอนการตั้งผู้ชําระบัญชีในกรณีดังต่อไปนี้

14.2.1 ผู้ร้องขอให้มีการชําระบัญชีไม่วางค่าใช้จ่ายในการชําระบัญชีภายในเวลาที่กําหนด

14.2.2 ผู้ชําระบัญชีไม่สามารถรวบรวมเอกสารหรือเอกสารไม่เพียงพอในการจัดทํางบดุล

14.2.3 เมื่อมีการนัดพร้อมตาม 8.1 แล้ว ผู้เกี่ยวข้องไม่ให้ความเห็นชอบและไม่อาจ ตกลงกันได้ จนไม่สามารถจัดทํางบดุล ณ วันเลิกห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทได้

14.2.4 ที่ประชุมใหญ่ไม่อนุมัติงบดุล จนไม่อาจดําเนินการต่อไปได้

14.2.5 ผู้เกี่ยวข้องในการชําระบัญชีไม่ให้ความร่วมมือหรือมีเหตุอื่นใด อันเป็นเหตุ ขัดข้องในการชําระบัญชีจนไม่อาจดําเนินการชําระบัญชีต่อไปได้

14.2.6 เหตุอื่นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

14.3 เมื่อศาลมีคําสั่งถอนการตั้งผู้ชําระบัญชี ให้ผู้ชําระบัญชีแจ้งนายทะเบียน แจ้งไปยัง เจ้าหนี้ที่ยื่นคําทวงหนี้ ผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้น และประกาศโฆษณาตามระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการ บังคับคดีล้มละลายและชําระบัญชี พ.ศ. 2520 เว้นแต่เป็นการถอนการตั้งผู้ชําระบัญชีตาม 14.2.1 และยังไม่มี การแจ้งหรือการประกาศโฆษณา

อนึ่ง หากคําสั่งหรือบันทึกข้อความใดที่ขัดหรือแย้งกับคําสั่งนี้ ให้ถือปฏิบัติตามคําสั่งนี้

ทั้งนี้ ให้ถือปฏิบัติตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - สั่ง ณ วันที่ 24 เดือน กันยายน พ.ศ. 2549

(ลงชื่อ) สิรวัต จันทรัฐ

(นายสิรวัต จันทรัฐ)

อธิบดีกรมบังคับคดี

14 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำสั่งกรมบังคับคดี ที่ 398/2549 เรื่อง การปฏิบัติงานสำนวนชำระบัญชีห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_08e46ac9b4926d94

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com