ข้อ ๗ การทวงหนี้ของเจ้าหนี้
7.1 ให้ฝ่ายค้าคู่ความ สํานักงานเลขานุการกรม ตรวจและรับคําทวงหนี้ของเจ้าหนี้ในสํานวน ชําระบัญชีโดยให้ยื่นภายในกําหนด 1 เดือนนับแต่วันประกาศคําสั่งศาลให้ชําระบัญชีและตั้งสํานวนทวงหนี้ พร้อมบันทึกข้อมูลลงระบบงาน เสร็จแล้วรวบรวมสํานวนทวงหนี้ส่งกองบังคับคดีล้มละลายที่รับผิดชอบ พิจารณาคดําเนินการต่อไป
ส่วนกรณีที่เจ้าหนี้ยื่นคําทวงหนี้เกินกําหนดเวลาตามวรรคหนึ่งให้ฝ่ายคําคู่ความลงรับคําทวงหนี้แล้วส่งกองบังคับคดีล้มละลายที่รับผิดชอบพิจารณาดําเนินการต่อไป
การยื่นคําทวงหนี้ของเจ้าหนี้ในการชําระบัญชี เจ้าหนี้สามารถยื่นคําทวงหนี้ได้จนเสร็จสิ้นการชําระบัญชี
7.2 ให้ผู้ชําระบัญชีออกหมายนัดสอบสวนไปยังผู้ยื่นคําทวงหนี้ภายใน 3 วัน นับแต่วันรับ สํานวนและกําหนดวันนัดสอบสวนผู้ยื่นคําทวงหนี้ไว้รวม 2 นัด ห่างกันไม่เกิน 15 วันและแจ้งไปด้วยว่า เมื่อถึงกําหนดนัด ถ้าผู้ยื่นคําทวงหนี้ไม่นําพยานไปให้ผู้ชําระบัญชีสอบสวนตามนัด โดยมีแจ้งเหตุขัดข้อง หรือร้องขอเลื่อน ผู้ยื่นคําทวงหนี้ยินยอมให้ผู้ชําระบัญชีดําเนินการต่อไปได้ โดยถือว่าผู้ยื่นคําทวงหนี้ไม่มี พยานหรือไม่ติดใจนําพยายไปให้ผู้ชําระบัญชีสอบสวน ซึ่งผู้ชําระบัญชีจะทําคําสั่งต่อไปตามพยานหลักฐาน ที่ปรากฏในสํานวน
7.3 การเลื่อนวันนัดทําการสอบสวนของผู้ชําระบัญชีไม่ว่ากรณีใด ๆ ให้ผู้ชําระบัญชี พิจารณาเหตุที่ขอเลื่อนโดยเคร่งครัดและให้เลื่อนกรณีจําเป็น แต่ทั้งนี้มิให้เลื่อนไปเกินกว่า 20 วันนับแต่วัน ขอเลื่อน และกําชับว่าในนัดหน้าจะไม่อนุญาตให้เลื่อนอีกไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ หากเหตุที่ขอเลื่อน ไม่มีเหตุอัน สมควร ให้ถือว่าไม่มีพยานหรือไม่ติดใจนําพยานมาให้การสอบสวน
7.4 ให้ผู้ชําระบัญชีทําคําสั่งให้เสร็จภายใน 15 วันนับแต่วันเสร็จการสอบสวน ทั้งนี้ไม่นับ รวมเวลาในการส่งสํานวนให้นักบัญชีคิดยอดหนี้ ในส่วนของดอกเบี้ยให้ผู้ยื่นคําทวงหนี้มีสิทธิได้รับจนถึงวัน ชําระเสร็จ
ในกรณีจําเป็นไม่อาจทําคําสั่งให้เสร็จภายในกําหนดดังกล่าว ให้รายงานตามลําดับเพื่อขอ อนุญาตขยายระยะเวลาต่อผู้อํานวยการกองหรือผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาค
7.5 การพิจารณาให้ความเห็นชอบสํานวนทวงหนี้ของผู้ยื่นคําทวงหนี้
7.5.1 สํานวนทวงหนี้ที่มีจํานวนหนี้ที่ขอมาไม่เกิน 20 ล้านบาทให้หัวหน้ากลุ่ม หรือผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีจังหวัดหรือสาขาเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบ
7.5.2 สํานวนทวงหนี้ที่มีจํานวนหนี้ที่ขอมาเกิน 20 ล้านบาทแต่ไม่เกิน 50 ล้านบาท ให้ ผู้อํานวยการกองหรือผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาคเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบ
7.5.3 สํานวนทางหนีที่มีจํานวนหนี้ที่ขอมาเกิน 50 ล้านบาทแต่ไม่เกิน 100 ล้านบาทให้ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการบังคับคดีล้มละลายเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบ
7.5.4 สํานวนทวงหนี้ที่มีจํานวนหนี้ที่ขอมาเกินกว่า 100 ล้านบาทขึ้นไป จะต้องให้ อธิบดีกรมบังคับคดีหรือรองอธิบดีที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบ
7.6 เมื่อผู้ชําระบัญชีมีคําสั่งแล้วให้แจ้งคําสั่งให้ผู้ยื่นคําทวงหนี้ทราบโดยเร็ว
7.7 หากผู้ชําระบัญชีพบว่ามีเจ้าหนี้อยู่แล้ว แต่ไม่มายื่นคําทวงหนี้ ให้นําหนี้ดังกล่าวไป แสดงให้ปรากฏในบัญชีงบดุล ณ วันสิ้นสุดการชําระบัญชีและให้ที่ประชุมใหญ่รับรองบัญชีงบดุลแล้วให้นํา เงินจํานวนนั้น (ถ้ามี) ไปวางทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1264