ข้อ ๘
หากมีการนำก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอล.พี.จี.) ก๊าซโพรเพน และก๊าซที่
คล้ายกัน
ที่ได้รับการยกเว้นภาษีไปใช้นอกเหนือจากการใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าหรือก๊าซขาดหายไป
หรือมิได้ขายไฟฟ้าที่ผลิตได้ให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือ
ผู้นำเข้ารับผิดชอบชำระภาษีสรรพสามิตในอัตราที่ใช้บังคับในเวลาที่นำออกจากโรงอุตสาหกรรม
หรือวันที่นำเข้า แล้วแต่กรณี ดังนี้
๘.๑
กรณีปริมาณก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอล.พี.จี.) ก๊าซโพรเพน และ
ก๊าซที่คล้ายกัน ตามข้อ ๑ ที่ตรวจวัดได้ตามข้อ ๔
น้อยกว่าที่ตรวจวัดได้ตามข้อ ๓ ให้ผู้ประกอบ
อุตสาหกรรม หรือผู้นำเข้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีดังกล่าว
มีหน้าที่ชำระภาษีสรรพสามิตในจำนวนที่
ขาดหายไปในอัตราที่ใช้บังคับในเวลาที่นำออกจากโรงอุตสาหกรรม
หรือนำเข้าแล้วแต่กรณี
๘.๒ ในกรณีที่เจ้าของหรือผู้รับผิดชอบในการผลิตกระแสไฟฟ้ามิได้ขาย
ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอล.พี.จี.)
ก๊าซโพรเพน และก๊าซที่คล้ายกัน ที่ได้รับการ
ยกเว้นภาษีสรรพสามิตให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือ
ผู้นำเข้า มีหน้าที่ชำระภาษีสรรพสามิตตามส่วนที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้านั้นในอัตราที่ใช้บังคับ
ในเวลาที่นำออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือนำเข้าแล้วแต่กรณี
๘.๓
กรณีที่ปริมาณก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอล.พี.จี.) ก๊าซโพรเพน และ
ก๊าซที่คล้ายกัน
ที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าเกิดการสูญหายหรือขาดจำนวนไปเมื่อเปรียบเทียบกับ
ผลการตรวจวิเคระห์ตามข้อ ๗
เกินกว่าอัตราส่วนการสูญเสียที่อธิบดีกำหนด ให้ผู้ประกอบอุตสาห
กรรมหรือผู้นำเข้า
มีหน้าที่ชำระภาษีสรรพสามิตสำหรับจำนวนที่สูญหาย หรือขาดไปในอัตราที่ใช้
บังคับในเวลาที่นำออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือนำเข้าแล้วแต่กรณี
เว้นแต่จะพิสูจน์ต่ออธิบดีได้ว่า
เป็นการสูญหาย หรือขาดจำนวนไปโดยเหตุอันสมควร
๘.๔
กรณีที่นำก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอล.พี.จี.) ก๊าซโพรเพน และก๊าซที่
คล้ายกัน
ที่ได้รับการยกเว้นภาษีไปใช้นอกเหนือจากการใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าให้ผู้ประกอบ
อุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้ารับผิดชอบชำระภาษีสรรพสามิตในอัตราที่ใช้บังคับในเวลาที่นำออกจาก
โรงอุตสาหกรรมหรือวันที่นำเข้า แล้วแต่กรณี