法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 16/2559 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับลูกหนี้รายใหญ่ (Single Lending Limit)ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
1
มาตรา ทั้งฉบับ

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

ที่ สกส. 16 / 2559

เรื่อง หลักเกณฑ์การกํากับลูกหนี้รายใหญ่ (Single Lending Limit)

ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ

อื่นๆ - 1.เหตุผลในการออกประกาศ

ปัจจุบันสถาบันการเงินเฉพาะกิจได้ให้บริการธุรกรรมทางการเงินในหลายรูปแบบเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าในการทําธุรกรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยการให้บริการทางการเงินดังกล่าว สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องให้ความสําคัญต่อการบริหารความเสี่ยงจากการทําธุรกรรมดังกล่าว เพื่อให้สามารถรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงกําหนดแนวทางการกํากับดูแลให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใดเพื่อไม่ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจมีการกระจุกตัวของความเสี่ยง (Concentration risk) ในลูกหนี้รายใดรายหนึ่งรวมผู้ที่เกี่ยวข้องมากเกินควร รวมทั้งมีระบบการประเมิน การบริหาร และควบคุมความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากธุรกรรมทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ดี เนื่องจากสถาบันการเงินเฉพาะกิจแต่ละแห่งมีขอบเขตการให้บริการธุรกรรมทางการเงินตามพันธกิจหลักซึ่งแตกต่างกัน ดังนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงได้กําหนดอัตราการให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใดของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ให้สอดคล้องและเหมาะสมกับการประกอบธุรกิจของสถาบันการเงินเฉพาะกิจแต่ละแห่ง

เพื่อมิให้ส่งผลกระทบต่อการดําเนินธุรกิจของสถาบันการเงินเฉพาะกิจและการประกอบธุรกิจของกิจการต่าง ๆ ในช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย ธนาคารแห่งประเทศไทยจะผ่อนผันเป็นการชั่วคราวสําหรับการให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อ ซึ่งมีผลทําให้อัตราส่วนการกํากับลูกหนี้รายใหญ่เกินกว่าอัตราที่กฎหมายกําหนด

อื่นๆ - 2.อํานาจตามกฎหมาย

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 50 มาตรา 52 ประกอบมาตรา 120 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ธนาคารแห่งประเทศไทยโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกหลักเกณฑ์การกํากับลูกหนี้รายใหญ่ (Single lending limit) ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจถือปฏิบัติตามที่กําหนดในประกาศนี้

อื่นๆ - 3.ขอบเขตการบังคับใช้

ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารพัฒนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทยธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย และบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย

อื่นๆ - 4.เนื้อหา

4.1 คําจํากัดความ

ในประกาศฉบับนี้

"สถาบันการเงินเฉพาะกิจ" หมายความว่า สถาบันการเงินของรัฐที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย และบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย

"เงินกองทุน" หมายความว่า เงินกองทุนทั้งสิ้นตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยองค์ประกอบของเงินกองทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ และประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับดูแลเงินกองทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ

"ก่อภาระผูกพัน" หมายความว่า ภาระผูกพันที่ระบุตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ

"ตั๋วเงินที่มีคุณภาพ" หมายความว่า ตั๋วเงินที่มีลักษณะดังต่อไปนี้

(1) ได้รับการรับรองหรือรับอาวัลโดยสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน หรือสถาบันการเงินเฉพาะกิจอื่น รวมทั้งธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยและบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม

(2) ได้รับการรับรองหรือรับอาวัลโดยสถาบันการเงินในต่างประเทศที่มีหน่วยงานกํากับดูแล หรือสถาบันการเงินของรัฐที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นในต่างประเทศ โดยสถาบันการเงินดังกล่าวต้องได้รับการจัดอันดับเครดิต (Credit rating) เป็นระดับน่าลงทุน (Investment grade) โดยสถาบันจัดอันดับเครดิตภายนอก (External Credit Assessment Institutions: ECAIs) ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความเห็นชอบตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ทั้งนี้ สําหรับสถาบันการเงินของรัฐที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นในต่างประเทศที่ไม่มีกรจัดอันดับเครดิตโดยสถบันจัดอันดับเครดิตภายนอก อนุโลมให้ใช้อันดับเครดิตของประเทศที่จดทะเบียนจัดตั้งแทนได้

(3) ได้รับการรับรองหรือรับอาวัลโดยธนาคารเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ (Multilateral Development Banks: MDBs) ที่มีน้ําหนักความเสี่ยงร้อยละ 0 ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักกณฑ์การคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ

(4) ออกโดยบริษัททั้งในและต่างประเทศที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตในระดับ AA หรือเทียบเท่าขึ้นไป หรือได้รับการรับรองหรือรับอาวัลโดยบริษัทอื่นทั้งในและต่างประเทศที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตในระดับ AA หรือเทียบเท่าขึ้นไป โดยสถาบันจัดอันดับเครดิตภายนอกที่ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความเห็นชอบตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ

"หุ้น" หมายความว่า หุ้นสามัญ และหุ้นบุริมสิทธิ

4.2 หลักเกณฑ์

4.2.1 การคํานวณอัตราการกํากับลูกหนี้รายใหญ่

จํานวนเงินที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด เมื่อสิ้นวันหนึ่ง ๆ ต้องไม่เกินอัตราหรือจํานวนที่กําหนด ดังต่อไปนี้

| | |

| --- | --- |

| สถาบันการเงินเฉพาะกิจ | อัตราหรือจํานวนที่กําหนด |

| (1.1) ธนาคารออมสิน(1.2) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(1.3) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ | ร้อนละ 15 ขอเงินกองทุนทั้งสิ้น |

| (1.4) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อย แห่งประเทศไทย | 500 ล้านบาท |

| (1.5) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย(1.6) บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย | ร้อยละ 25 ของเงินกองทุนทั้งสิ้น |

4.2.2 วิธีการคํานวณรายการเทียบเท่าสินทรัพย์ของรายการภาระผูกพัน

ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจคํานวณมูลค่าของภาระผูกพันที่ใช้ในการคํานวณอัตราตามข้อ 4.2.1 โดยนําจํานวนเงินตามสัญญาภาระผูกพัน (Notional amount) ไปคูณด้วยค่าแปลงสภาพ (Credit conversion factor) ตามสัญญาภาระผูกพันแต่ละประเภทที่กําหนดไว้ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ

4.2.3 ข้อยกเว้นในการคํานวณอัตราการกํากับลูกหนี้รายใหญ่

การให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อตามข้อ 4.2.1 ไม่รวมถึงธุรกรรมดังต่อไปนี้

(1) ธุรกรรมตามมาตรา 52 ของพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ทั้งนี้ ภายใต้บังคับข้อ 4.2.3 (2) (3) และ (4)

(2) การให้กู้ยืมระหว่างสถาบันการเงิน และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ รวมทั้งธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม ที่เข้าลักษณะดังต่อไปนี้

(2.1) การให้กู้ยืมประเภทชําระคืนเมื่อทวงถาม (Call loan) หรือให้กู้ยืมเงินประเภทกําหนดชําระคืนไม่เกินหนึ่งวัน (Overnight Loan) แก่สถาบันการเงินเฉพาะกิจอื่น รวมทั้งธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย

(2.2) การให้กู้ยืมเงินประเภทมีระยะเวลา (Term loan) ไม่เกิน 12 เดือนเฉพาะสกุลเงินบาท แก่สถาบันการเงินเฉพาะกิจอื่น รวมทั้งธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย

(3) การให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อ ทีมีความเสี่ยงน้อยที่เข้าลักษณะดังต่อไปนี้

(3.1) การให้สินเชื่อ ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่กระทรวงการคลัง หรือส่วนราชการอื่นใด หรือสถาบันคุ้มครองเงินฝาก หรือการลงทุนในหลักทรัพย์ที่ออกโดยกระทรวงการคลัง

(3.2) การให้สินเชื่อ ก่อภาระผูกพัน หรือการทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อ โดยมีเงินฝากที่สถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ รวมทั้งธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หลักทรัพย์รัฐบาลไทย หลักทรัพย์ธนาคารแห่งประเทศไทย หลักทรัพย์กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน หรือหลักทรัพย์สถาบันคุ้มครองเงินฝาก หลักทรัพย์ที่ออกโดยกระทรวงการคลัง หรือรัฐวิสาหกิจที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น หรือหลักทรัพย์ที่ค้ําประกันต้นเงินและดอกเบี้ยโดยกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทยกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน หรือสถาบันคุ้มครองเงินฝากเป็นประกัน ทั้งนี้ เท่าที่ไม่เกินจํานวนเงินฝากที่เป็นประกันหรือราคาหลักทรัพย์ที่ตราไว้

(3.3) การให้สินเชื่อโดยมีหลักทรัพย์รัฐบาลต่างประเทศหรือธนาคารกลางต่างประเทศ ที่มีน้ําหนักความเสี่ยงร้อยละ 0 ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ค้ําประกันเต็มจํานวน หรือลงทุนในหลักทรัพย์ดังกล่าว

(3.4) การให้สินเชื่อ ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อที่มีตั๋วแลกเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงินของสถาบันการเงินเฉพาะกิจนั้น หรือเงินสดเป็นหลักประกัน

(3.5) ภาระผูกพันตามสัญญารับประกันการจําหน่ายตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่ออกโดยรัฐบาลไทย กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน สถาบันคุ้มครองเงินฝาก หรือรัฐวิสาหกิจที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น แบบรับประกันทั้งจํานวน (Firm underwrite)

(3.6) การให้สินเชื่อ ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อภายใต้โครงการนโยบายรัฐตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับดูแลธุรกรรมนโยบายรัฐ (Public Service Account: PSA) และโครงการอื่นที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจกําหนดให้เป็นโครงการนโยบายรัฐก่อนที่ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยฉบับดังกล่าวมีผลบังคับใช้

(4) ภาระผูกพันจากธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายและเทียบเคียงได้กับการออกเล็ตเตอร์ออฟเครดิตเพื่อการค้า เช่น การออก Bank Payment Obligation (BPO) เป็นต้น

4.2.4 แนวทางในการพิจารณาผ่อนผันการกํากับลูกหนี้รายใหญ่กรณีการทําธุรกรรมเพื่อสนับสนุนมาตรการการเงินการคลังของภาครัฐที่ไม่ใช่ธุรกรรมนโยบายรัฐตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับดูแลธุรกรรมนโนบายรัฐ (Public Service Account: PSA)

ในกรณีที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจมีความจําเป็นต้องทําธุรกรรมเพื่อสนับสนุนมาตรการการเงินการคลังของภาครัฐที่ไม่ใช่ธุรกรรมนโยบายรัฐตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับดูแลธุรกรรมนโยบายรัฐ (Public Service Account: PSA) เกินกว่าอัตราหรือจํานวนที่กําหนดในข้อ 4.2.1 ให้คณะกรรมการของสถาบันการเงินเฉพาะกิจอนุมัติการทําธุรกรรมดังกล่าวและให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจยื่นเรื่องขอผ่อนผันในการทําธุรกรรมดังกล่าวต่อธนาคารแห่งประเทศไทย โดยในกรณีนี้ เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยพิจารณาผ่อนผันแล้ว สถาบันการเงินเฉพาะกิจไม่ต้องดํารงเงินกองทุนส่วนเทิ่ม (Capital add-on) ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคําขอและเอกสารถูกต้องครบถ้วน

4.2.5 แนวทางในการพิจารณาผ่อนผันการกํากับลูกหนี้รายใหญ่แก่กลุ่มธุรกิจที่เป็นประโยชน์โดยตรงต่อการเพิ่มผลผลิตของประเทศในระยะยาว หรือกลุ่มธุรกิจที่สอดคล้องกับพันธกิจของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ

ในกรณีที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจมีความจําเป็นต้องทําธุรกรรมกับลูกหนี้รายใหญ่เกินกว่าอัตราหรือจํานวนที่กําหนดในข้อ 4.2. และพิจารณาได้ว่าเข้าข่ายเป็นธุรกิจที่เป็นประโยชน์โดยตรงต่อการเพิ่มผลผลิตของประเทศในระยะยาว หรือธุรกิจที่สอดคล้องกับพันธกิจของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ให้คณะกรรมการของสถาบันการเงินเฉพาะกิจอนุมัติธุรกรรมดังกล่วและให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจยื่นเรื่องขอผ่อนผันพร้อมชี้แจงเหตุผลความจําเป็นในการทําธุรกรรมดังกล่าวอย่างชัดเจนต่อธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี โดยธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องดํารงเงินกองทุนส่วนเพิ่ม (Capital add-on) และถือปฏิบัติตามแนวทางที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดในเอกสารแนบ 2 ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 45 วัน นับแต่วันที่ได้รับคําขอและเอกสารถูกต้องครบถ้วน

4.2.6 หลักเกณฑ์การนับลูกหนี้ตั๋วเงิน

(1) กรณีเป็นตั๋วเงินที่มีคุณภาพที่ได้รับการรับรองหรือรับอาวัลโดยสถาบันการเงินอื่นทั้งในและต่างประเทศ สถาบันการเงินเฉพาะกิจอื่น รวมทั้งธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยและบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม สถาบันการเงินของรัฐที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นในต่างประเทศ หรือธนาคารเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ (MDBs) ให้นับผู้รับรองหรือผู้รับอาวัลเป็นลูกหนี้

(2) กรณีเป็นตั๋วเงินที่มีคุณภาพที่ออกหรือได้รับการรับรองหรือรับอาวัลโดยบริษัทที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตในระดับ AA หรือเทียบเท่าขึ้นไป หรือตั๋วเงินที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตในระดับ AA หรือเทียบเท่าขึ้นไป ให้นับผู้สั่งจ่ายหรือผู้ออกตั๋วเงิน หรือผู้รับรอง หรือผู้รับอาวัล เป็นลูกหนี้

(3) กรณีเป็นตั๋วเงินที่ไม่มีคุณภาพ ให้นับผู้ทรงซึ่งขายตั๋วเงินและบุคคล ซึ่งต้องรับผิดตามตั๋วเงินที่ไม่มีคุณภาพทุกทอดเป็นลูกหนี้

4.2.7 หลักเกณฑ์การนับลูกหนี้ธุรกรรมสินเชื่อเพื่อการค้า (Trade finance) โดยการรับซื้อ ซื้อลด รับช่วงซื้อลดเอกสารตามเงื่อนไขของเล็ตเตอร์ออฟเครดิต

(1) ธุรกรรมสินเชื่อเพื่อการค้าที่ถือปฏิบัติตามแนวทางหรือกฎเกณฑ์ข้อบังคับสากลขององค์กรกลางระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องให้นับบุคคลซึ่งต้องรับผิดตามธุรกรรมสินเชื่อเพื่อการค้าในลําดับแรกเป็นลูกหนี้

ทั้งนี้ กรณีเอกสารไม่สอดคล้องกับเงื่อนไขของเล็ตเตอร์ออฟเครดิต (Discrepant document) หรือยังไม่สามารถระบุได้ว่าสอดคล้องกับเงื่อนไขของเล็ตเตอร์ออฟเครดิตให้นับผู้ขายเอกสารตามเงื่อนไขของเล็ตเตอร์ออฟเครดิตและบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องกับธุรกรรมการรับซื้อ ซื้อลด รับช่วงซื้อลดเอกสารตามเงื่อนไขของเล็ตเตอร์ออฟเครดิตทุกทอดเป็นลูกหนี้

(2) ธุรกรรมสินเชื่อเพื่อการค้าที่ไม่ได้ถือปฏิบัติตามแนวทางหรือกฎเกณฑ์ข้อบังคับสากลขององค์กรกลางระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง ให้ถือปฏิบัติตามหลักการการนับลูกหนี้ตั๋วเงินตามที่กําหนดไว้ในข้อ 4.2.6

4.2.8 หลักเกณฑ์การนับลูกหนี้ธุรกรรมสินเชื่อเพื่อการค้าที่มีการประกันการส่งออก (Export credit insurance) ที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจเป็นผู้รับผลประโยชน์ตามกรมธรรม์

(1) การให้สินเชื่อที่มีการทําประกันการส่งออกที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจเป็นผู้รับผลประโยชน์ตามกรมธรรม์หรือเป็นผู้รับโอนสิทธิจากผู้รับผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจนับธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทยหรือบริษัทประกันภัยที่ให้บริการประกันการส่งออกเป็นลูกหนี้ในการคํานวณอัตราส่วนหรือจํานวนในการกํากับลูกหนี้รายใหญ่ตามข้อ 4.21 ตามมูลค่าที่ธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทยหรือบริษัทประกันภัยรับประกัน ทั้งนี้การทําประกันการส่งออกดังกล่าวต้องมีการโอนความเสี่ยงด้านเครดิตอย่างแท้จริง และบริษัทประกันภัยดังกล่าวต้องมีหน่วยงานกํากับดูแล และได้รับการจัดอันดับเครดิตเป็นระดับที่สามารถลงทุนได้โดยสถาบันจัดอันดับเครดิตภายนอกที่ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความเห็นชอบตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักกณฑ์การคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ

(2) ในกรณีที่ธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทยหรือบริษัทประกันภัยที่ให้บริการประกันการส่งออกไปทําประกันภัยต่อ (Reinsurance) สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถนับบริษัทประกันภัยต่อ (Reinsurer) เป็นลูกหนี้ในการคํานวณอัตราการกํากับลูกหนี้รายใหญ่ตามข้อ 4.2.1 หากเข้าเงื่อนไขทุกข้อดังต่อไปนี้

(2.1) มีเอกสารแสดงการโอนสิทธิการรับเงินจากบริษัทประกันภัยต่อมาที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจโดยตรง

(2.2) มีการโอนความเสี่ยงด้านเครดิตอย่างแท้จริง

(2.3) บริษัทประกันภัยต่อดังกล่าวมีหน่วยงานกํากับดูแล และได้รับการจัดอันดับเครดิตเป็นระดับที่สามารถลงทุนได้โดยสถาบันจัดอันดับเครดิตภายนอกที่ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความเห็นชอบตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ

4.2.9 หลักเกณฑ์การนับลูกหนี้ที่มีการรับประกันความเสี่ยงด้านเครดิต (ที่ไม่เข้าข่ายธุรกรรม Credit derivatives)

(1) การให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อที่มีสถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศที่มีหน่วยงานกํากับดูแล หรือสถาบันการเงินของรัฐที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นทั้งในและต่างประเทศ หรือธนาคารเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ (MDBs) ที่มีน้ําหนักความเสี่ยงร้อยละ 0 ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เป็นผู้รับประกันความเสี่ยง ให้นับสถาบันการเงินที่เป็นผู้รับประกันความเสี่ยงนั้นเป็นลูกหนี้ในการคํานวณอัตราการกํากับลูกหนี้รายใหญ่ตามข้อ 4.2.1

ทั้งนี้ สถาบันการเงินในต่างประเทศ สถาบันการเงินของรัฐที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นในต่างประเทศต้องได้รับการจัดอันดับเครดิตเป็นระดับที่สามารถลงทุนได้โดยสถาบันจัดอันดับเครดิตภายนอกที่ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความเห็นชอบตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ทั้งนี้ สําหรับสถาบันการเงินของรัฐที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นในต่างประเทศที่ไม่มีการจัดอันดับเครดิตโดยสถาบันจัดอันดับเครดิตภายนอก อนุโลมให้ใช้อันดับเครดิตของประเทศที่จดทะเบียนจัดตั้งแทนได้

(2) การให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อที่ได้รับการค้ําประกันจากบริษัทอื่นนอกเหนือจากข้อ 4.2.9 (1) ให้ยังคงนับลูกหนี้รายนั้นเป็นลูกหนี้ในการคํานวณอัตราการกํากับลูกหนี้รายใหญ่ตามข้อ 4.21 โดยไม่นับบริษัทผู้ค้ําประกันเป็นลูกหนี้ในการคํานวณอัตราดังกล่าว

4.2.10 หลักเกณฑ์การนับลูกหนี้ธุรกรรมอื่น

ธุรกรรมให้เช่าซื้อ ธุรกรรมการให้เช่าแบบสีสซิ่ง ธุรกรรมแพ็กเตอริง ธุรกรรมซื้อคืนภาคเอกชน ธุรกรรมหลักทรัพย์ประเภทกิจการการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ และการขายชอร์ตธุรกรรมการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ (Securitisation) ธุรกรรมอนุพันธ์ และธุรกรรม Collateralized debt obligation ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจถือปฏิบัติตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการอนุญาตและการกํากับดูแลการทําธุรกรรมในแต่ละเรื่องต่อไป (เมื่อมีการประกาศใช้)

อื่นๆ - 5.บทเฉพาะกาล

กรณีที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว รวมกันเกินอัตราหรือจํานวนที่กําหนดในข้อ 4.2.1 ก่อนที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ สถาบันการเงินเฉพาะกิจจะให้สินเชื่อลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อเพิ่มเติมแก่บุคคลหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าวอีกไม่ได้ อย่างไรก็ตาม เพื่อมิให้ส่งผลกระทบต่อการดําเนินธุรกิจของสถาบันการเงินเฉพาะกิจและการประกอบธุรกิจของลูกค้าของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ดังนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงกําหนดแนวทางการผ่อนผัน ดังนี้

(1) ในกรณีสัญญาที่มีการกําหนดอายุ (Term loan) ผ่อนผันให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อ ตามสัญญาที่ผูกพันไว้แล้วก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับได้ต่อไปจนกว่าจะครบกําหนดอายุสัญญาดังกล่าว

(2) ในกรณีสัญญามีกําหนดการชําระเงินเมื่อทวงถามหรือเรียกให้ชําระคืน (Call loan) ผ่อนผันให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อ ตามสัญญาที่ผูกพันไว้แล้วก่อนวันที่ประกาคฉบับนี้มีผลใช้บังคับได้ต่อไปอีกไม่เกิน 1 ปี นับจากวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับทั้งนี้ ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจจัดเก็บเอกสาร และข้อมูลยอดคงค้างของลูกหนี้หรือลูกค้าทุกรายที่เข้าข่ายได้รับการผ่อนผันไว้ที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจนั้น เพื่อให้ผู้ตรวจการสถาบันการเงินสามารถตรวจสอบได้

อื่นๆ - 6.วันเริ่มต้นบังคับใช้

ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 เป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 11 ตุลาคม 2559

(นายวิรไท สันติประภพ)

ผู้ว่าการ

ธนาคารแห่งประเทศไทย

1 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 16/2559 เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับลูกหนี้รายใหญ่ (Single Lending Limit)ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_0957718f4908864f

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com