法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภทในพื้นที่บางส่วน ในท้องที่ตำบลท่าเสา ตำบลท่าอิฐ ตำบลป่าเซ่า และตำบลบ้านเกาะ อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตดิตถ์ (เล่มที่ 15)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
6
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกระทรวงมหาดไทย

ประกาศกระทรวงมหาดไทย

เรื่อง

กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคาร

บางชนิดหรือบางประเภทในพื้นที่บางส่วน

ในท้องที่ตำบลท่าเสา

ตำบลท่าอิฐ

ตำบลป่าเซ่า และตำบลบ้านเกาะ

อำเภอเมืองอุตรดิตถ์

จังหวัดอุตรดิตถ์

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร

พ.ศ. ๒๕๒๒

อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๕ มาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙ และมาตรา ๕๐

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยโดยคำแนะนำของอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองจึงออกประกาศกระทรวงมหาดไทยไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้

“อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง”

หมายความว่า อาคารที่ใช้ประโยชน์เพื่อการพาณิชยกรรมในอาคารหลังเดียวหรือหลายหลัง

ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

ตั้งแต่ ๓๐๐ ตารางเมตรขึ้นไป

แต่ไม่หมายความรวมถึงตลาดตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

และอาคารที่ใช้ดำเนินการเพื่อส่งเสริมหรือจำหน่ายสินค้าซึ่งเป็นผลิตผลหรือผลิตภัณฑ์ของชุมชน

“บริเวณที่ ๑”

หมายความว่า พื้นที่บริเวณดังต่อไปนี้

ทิศเหนือ

จดเส้นตรงที่เชื่อมต่อระหว่างศูนย์กลางถนนประชานิมิตร

ซึ่งอยู่ห่างจากสะพานข้ามคลองแม่ชายเขาไปทางทิศใต้ตามแนวถนนประชานิมิตรเป็นระยะ

๖๐๐ เมตร กับหลักเขตเทศบาลที่ ๕ เป็นเส้นเลียบแนวเขตเทศบาลไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้จนจดหลักเขตเทศบาลที่

ทิศตะวันออก

จดเส้นเลียบแนวเขตเทศบาลไปทางทิศใต้จนจดเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลคุ้งตะเภากับตำบลป่าเซ่าเป็นเส้นเลียบแนวเส้นแบ่งเขตตำบลดังกล่าวไปทางทิศตะวันออกจนจดเส้นขนานระยะ

๕๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑

ไปทางทิศใต้จนจดเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางทางรถไฟสายเหนือซึ่งอยู่ห่างจากจุดตัดระหว่างทางหลวงแผ่นดินหมายเลข

๑๐๔๐ กับทางรถไฟสายเหนือไปทางทิศใต้ตามแนวทางรถไฟสายเหนือเป็นระยะ ๕๐๐ เมตร

ทิศใต้ จดเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางทางรถไฟสายเหนือ

ซึ่งห่างจากจุดตัดระหว่างทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๔๐ กับทางรถไฟสายเหนือเป็นระยะ

๕๐๐ เมตร ไปทางทิศตะวันตกจนจดเส้นแบ่งเขตระหว่างอำเภอเมืองอุตรดิตถ์กับอำเภอลับแล

ทิศตะวันตก

จดเส้นแบ่งเขตระหว่างอำเภอเมืองอุตรดิตถ์กับอำเภอลับแลไปทางทิศเหนือจนจดเส้นขนานระยะ

๕๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๔๑ เป็นเส้นขนานระยะ ๕๐๐

เมตรกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๔๑ ไปทางทิศตะวันออกจนจดเส้นขนานระยะ ๕๐๐

เมตร

กับศูนย์กลางถนนกสิกรรมพัฒนาไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือจนจดเส้นตรงที่เชื่อมต่อระหว่างจุดศูนย์กลางถนนประชานิมิตร

ตรงจุดที่อยู่ห่างจากสะพานข้ามคลองแม่ชายเขาไปทางทิศใต้ตามแนวถนนประชานิมิตรเป็นระยะ

๖๐๐ เมตร กับหลักเขตเทศบาลที่ ๕ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้น

เว้นแต่พื้นที่บริเวณที่ ๒

“บริเวณที่ ๒”

หมายความว่า พื้นที่บริเวณดังต่อไปนี้

๒.๑ ทิศเหนือ จดถนนกสิกรรมพัฒนา ฟากใต้

ทิศตะวันออก จดถนนประชานิมิตร ฟากตะวันตก

ทิศใต้ จดถนนอินใจมี ฟากเหนือ

ทิศตะวันตก จดถนนกสิกรรมพัฒนา ฟากตะวันออก

๒.๒ ทิศเหนือ จดถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากเหนือ

เส้นตรงที่ลากต่อจากถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากเหนือ

ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้จนบรรจบกับเส้นขนานระยะ ๑๕

เมตรกับกึ่งกลางคลองส่งน้ำชลประทาน

ทิศตะวันออก จดเส้นขนานระยะ ๑๕

เมตรกับกึ่งกลางคลองส่งน้ำชลประทานไปทางทิศใต้ตามแนวเส้นขนานระยะ ๑๕ เมตร

กับกึ่งกลางคลองส่งน้ำชลประทานจนบรรจบกับถนนประชานิมิตร

ทิศใต้ จดเส้นขนานระยะ ๑๕ เมตรกับกึ่งกลางคลองส่งน้ำชลประทาน

ทิศตะวันตก จดถนนประชานิมิตร ฟากตะวันออก

๒.๓ ทิศเหนือ จดเส้นขนานระยะ ๕๐๐

เมตรกับศูนย์กลางถนนบรมอาสน์

ทิศตะวันออก

จดแนวเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางถนนบรมอาสน์ตรงจุดบรรจบระหว่างถนนบรมอาสน์และถนนศรีชาววัง

ฟากตะวันตก

ทิศใต้ จดเส้นขนานระยะ ๕๐๐ เมตร

กับศูนย์กลางถนนบรมอาสน์

ทิศตะวันตก จดเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางถนนบรมอาสน์

ตรงจุดที่อยู่ห่างจากถนนบรมอาสน์ตัดกับถนนศรีชาววังไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ตามแนวถนนบรมอาสน์เป็นระยะ

๑,๐๐๐ เมตร

ทั้งนี้ ไม่รวมถึงสถานที่ราชการ สถาบันการศึกษา

และศาสนสถาน

ทั้งนี้ ตามแผนที่ท้ายประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ให้กำหนดพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลท่าเสา ตำบลท่าอิฐ ตำบลป่าเซ่า

และตำบลบ้านเกาะ อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์

ภายในบริเวณแนวเขตตามแผนที่ท้ายประกาศ

กระทรวงมหาดไทยนี้เป็นบริเวณห้ามก่อสร้างอาคารชนิดและบางประเภท ดังต่อไปนี้

(ก) ภายในบริเวณที่ ๑

ห้ามบุคคลใดก่อสร้างอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง

(ข) ภายในบริเวณที่ ๒

ห้ามบุคคลใดก่อสร้างอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งเว้นแต่อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง

ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

ตั้งแต่ ๓๐๐ ตารางเมตร แต่ไม่เกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร

แต่ทั้งนี้จะต้องเป็นไปตามข้อกำหนด ดังต่อไปนี้

(๑)

ที่ดินแปลงที่ตั้งอาคารจะต้องอยู่ติดถนนสาธารณะที่มีช่องทางจราจรไม่น้อยกว่า ๔

ช่องทาง หรือมีขนาดเขตทางไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร และจะต้องบรรจบกับถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางที่เท่ากันหรือมากกว่า

(๒)

แนวศูนย์กลางปากทางเข้าออกของรถยนต์ต้องอยู่ห่างจากทางร่วมทางแยกที่เป็นทางบรรจบกันของถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางตั้งแต่

๑๔ เมตร ขึ้นไปไม่น้อยกว่า ๑๐๐ เมตร

(๓) มีอัตราส่วนของพื้นที่อาคารคลุมดินต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน

๐.๓

(๔)

มีอัตราส่วนของพื้นที่ใช้สอยรวมของอาคารต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน

๑.๕

(๕) มีอัตราส่วนของพื้นที่ว่างที่จัดให้เป็นสวน

หรือบริเวณปลูกต้นไม้ หรือการนันทนาการต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๐

(๖) มีที่ว่างด้านหน้าของอาคาร

ห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๕๐ เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๗) มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคาร

ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๘) อาคารที่มีความสูงเกิน ๑๐ เมตร

ต้องมีระยะห่างจากแนวเขตที่ดิน ซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ

ศาสนสถาน โบราณสถาน สถานศึกษา ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร

โดยวัดจากขอบนอกสุดของอาคารที่ขออนุญาตถึงแนวเขตที่ดินของสถานที่ดังกล่าว

(๙) มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า ๑ คัน

ต่อพื้นที่อาคาร ๒๐ ตารางเมตร เศษของ ๒๐ ตารางเมตร ให้คิดเป็น ๒๐ ตารางเมตร

(๑๐) ที่พักมูลฝอย ต้องมีระยะห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า

๑๐ เมตร และต้องมีระยะห่างจากสถานที่ประกอบอาหารและสถานที่เก็บอาหารไม่น้อยกว่า ๔

เมตร แต่ถ้าที่พักมูลฝอยมีขนาดความจุเกิน ๓ ลูกบาศก์เมตร

ต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าวไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

และสามารถขนย้ายมูลฝอยได้โดยสะดวก

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ภายในบริเวณพื้นที่ที่กำหนดตามข้อ ๒

ห้ามบุคคลใดดัดแปลงหรือเปลี่ยนการใช้อาคารใดๆ

ให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อ ๒

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้มิให้ใช้บังคับแก่อาคารที่มีอยู่แล้วในพื้นที่ตามข้อ

๒ ก่อนหรือในวันที่ประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้ใช้บังคับ แต่ห้ามดัดแปลงหรือเปลี่ยนการใช้อาคารดังกล่าวให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้มิให้ใช้บังคับแก่อาคารที่ได้รับอนุญาตหรือใบรับแจ้งการก่อสร้าง

ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร

หรือที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายเฉพาะว่าด้วยกิจการนั้น

ก่อนวันที่ประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้ใช้บังคับและยังก่อสร้าง ดัดแปลง

หรือเปลี่ยนการใช้ไม่แล้วเสร็จแต่จะขอเปลี่ยนแปลงการอนุญาตหรือการแจ้งให้เป็นการขัดต่อประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้ไม่ได้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖[๑]

ประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ

ณ วันที่ ๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๖

ประมวล รุจนเสรี

รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ

ปฏิบัติราชการแทน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

สุพัฒตา/พิมพ์

๒๓

พฤษภาคม ๒๕๕๐

ฐิติพงษ์/ตรวจ

๒๖

พฤศจิกายน ๒๕๕๐

[๑]ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๐ (เล่มที่

๑๕)/ตอนพิเศษ ๑๐๑ ง/หน้า ๓๙/๔ กันยายน ๒๕๔๖

6 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภทในพื้นที่บางส่วน ในท้องที่ตำบลท่าเสา ตำบลท่าอิฐ ตำบลป่าเซ่า และตำบลบ้านเกาะ อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตดิตถ์ (เล่มที่ 15) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_096b6e5293431026

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com