ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เรื่อง
กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดสรรเงิน
สงเคราะห์และการให้การสงเคราะห์ตามมาตรา
๒๑ ทวิ
แห่งพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง
พ.ศ. ๒๕๐๓
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์
การทำสวนยาง
(ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๐
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๑ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
โดยคำแนะนำของคณะกรรมการสงเคราะห์การทำสวนบางให้ประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขในการให้การสงเคราะห์แก่ผู้ซึ่งไม่มีสวนยาง
ซึ่งมีความประสงค์จะขอรับการสงเคราะห์ในการทำสวนยางพันธุ์ดีไว้ ดังนี้
๑.
หลักเกณฑ์คุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับการพิจารณาให้รับการสงเคราะห์
(๑) จะต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย
มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย
(๒) จะต้องเป็นผู้ไม่มีสวนยางตามมาตรา ๓
แห่งพระราชบัญญัติฯ นี้ ในขณะที่ได้รับการพิจารณาอนุมัติให้การสงเคราะห์
(๓) จะต้องมีที่ดินของตนเองตั้งแต่ ๒
ไร่ขึ้นไปและมีหลักฐานแสดงการครอบครองหรือแสดงกรรมสิทธิ์ หรือมีเอกสารสิทธิ
ซึ่งทางราชการออกให้เพื่อมีสิทธิครอบครองในที่ดินซึ่งมายื่นขอรับการสงเคราะห์ตามที่คณะกรรมการสงเคราะห์การทำสวนยางกำหนด
ที่ดินดังกล่าวข้างต้นจะต้องตั้งอยู่ในท้องที่ซึ่งคณะกรรมการสงเคราะห์การทำสวนยางโดยคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตรกำหนดเป็นเขตการส่งเสริมการปลูกยางพันธุ์ดี
และจะต้องมีสภาพเหมาะสมในการปลูกยางพันธุ์ดีด้วย
(๔) ในกรณีที่ผู้ขอรับการสงเคราะห์เป็นตัวแทนจะต้องแสดงหลักฐานคุณสมบัติของตัวการตามที่กล่าวแล้ว
ในข้อ (๑) และ (๓) พร้อมทั้งมอบอำนาจที่ถูกต้องด้วย
๒.วิธีการยื่นคำขอรับการสงเคราะห์
(๑)
ผู้ขอรับการสงเคราะห์จะต้องยื่นคำขอรับการสงเคราะห์
ตามแบบและวิธีการที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในมาตรา ๒๑ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติฯ
นี้ต่อเจ้าพนักงานสงเคราะห์ประจำท้องที่ ตามเวลา
และสถานที่ทีสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางประกาศ
(๒)
ผู้รับการสงเคราะห์จะต้องจัดทำสำเนาหลักฐานแสดงคุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับการพิจารณาให้การสงเคราะห์ตามที่กล่าวแล้วในข้อ
๑ (๑) ข้อ ๑ (๓) และข้อ ๑ (๔) (ในกรณีผู้ขอรับการสงเคราะห์เป็นตัวแทน)
แนบคำขอรับการสงเคราะห์ด้วย
(๓)
เพื่อประโยชน์ในการสำรวจตรวจสอบของเจ้าพนักงานสงเคราะห์
ผู้ขอรับการสงเคราะห์จะต้องอำนวยความสะดวก
และปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานสงเคราะห์ตามความจำเป็น
๓. วิธีการให้การสงเคราะห์
(๑)
การให้การสงเคราะห์จะพิจารณาให้การสงเคราะห์รายละไม่เกิน ๑๕ ไร่
ตามลำดับก่อนหลังของการยื่นขอรับการสงเคราะห์ของแต่ละประเภทซึ่งคณะกรรมการสงเคราะห์การทำสวนยางกำหนด
(๒)
การให้การสงเคราะห์จะให้เป็นเงินและวัสดุเท่าที่จำเป็น
ตามจำนวนและระยะเวลาที่คณะกรรมการสงเคราะห์การทำสวนยางกำหนด
(๓)
ในกรณีผู้ที่ขอรับการสงเคราะห์ซึ่งถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่จะได้รับการสงเคราะห์แต่มิได้รับการสงเคราะห์ในปีใด
ย่อมไม่เป็นเหตุให้เสียสิทธิในการที่จะได้รับการสงเคราะห์ในปีต่อ ๆ ไป
๔.
เงื่อนไขที่ผู้รับการสงเคราะห์ต้องยอมรับและถือปฏิบัติ
(๑) ผู้ได้รับการสงเคราะห์ตามพระราชบัญญัตินี้
จะต้องนำเงินและวัสดุที่ได้รับการสงเคราะห์ไปใช้เพื่อการปลูกสร้างสวนยางตามวัตถุประสงค์แห่งพระราชบัญญัติฯ
นี้เท่านั้น
(๒) ถ้าผู้ได้รับการสงเคราะห์ตามพระราชบัญญัติฯ
นี้ไม่ปฏิบัติตามหรือฝ่าฝืนกฎกระทรวง ข้อบังคับ ระเบียบ
หรือคำสั่งคณะกรรมการสงเคราะห์การทำสวนยาง
หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งสั่งการตามพระราชบัญญัติฯ นี้
คณะกรรมการสงเคราะห์การทำสวนยางมีอำนาจสั่งระงับให้การสงเคราะห์
และอาจจะเรียกคืนในรูปของเงินสดตามมูลค่าที่ได้ให้การสงเคราะห์ไปแล้วก็ได้
ทั้งนี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๑]
ประกาศ
ณ วันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๓๒
เจริญ คันธวงศ์
รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ
ปฏิบัติราชการแทน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
จุฑามาศ/ปรับปรุง
๖
กรกฎาคม ๒๕๕๘
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๐๖/ตอนที่ ๘๓/หน้า ๓๕๘๙/๒๕ พฤษภาคม ๒๕๓๒