法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 49/2537 เรื่อง การเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับกิจการให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศโดยอากาศยาน และสำหรับกิจการให้บริการเป็นตัวแทนรับขนส่งสินค้าระหว่างประเทศโดยอากาศยาน

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
5
มาตรา อารัมภบท

คําสั่งกรมสรรพากร

ที่ ป. 49/2537

เรื่อง การเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม สําหรับกิจการให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศโดยอากาศยาน และสําหรับกิจการให้บริการเป็นตัวแทนรับขนส่งสินค้าระหว่างประเทศโดยอากาศยาน

เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพากรถือเป็นแนวทางปฏิบัติในการตรวจและแนะนําสําหรับกรณีการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งประกอบกิจการให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศโดยอากาศยาน และบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งประกอบกิจการให้บริการเป็นตัวแทนรับขนส่งสินค้าระหว่างประเทศโดยอากาศยานกรมสรรพากรจึงมีคําสั่งดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศซึ่งประกอบกิจการให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศโดยอากาศยานบริษัทสายการบินต่างประเทศจะต้องนําค่าระวางค่าธรรมเนียม และประโยชน์อื่นใดที่เรียกเก็บไม่ว่าในหรือนอกประเทศไทยก่อนหักรายจ่ายใด ๆ เนื่องในการรับขนของออกนอกประเทศไทยมารวมคํานวณเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 67 แห่งประมวลรัษฎากร รายได้ที่ต้องนํามารวมคํานวณเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 67 แห่งประมวลรัษฎากร หมายถึง

(1) รายได้ที่ได้รับหรือพึงได้รับจากการรับขนของออกนอกประเทศไทยตามมูลค่าของค่าระวางตามที่ระบุในใบตราส่งสินค้า (แอร์เวย์บิล) ไม่ว่าจะเรียกเก็บในหรือนอกประเทศไทยในกรณีที่บริษัทสายการบินต่างประเทศรับขนของให้ผู้รับบริการโดยตรง

(2) รายได้ที่ได้รับหรือพึงได้รับจากการรับขนของออกนอกประเทศไทยตามมูลค่าของค่าระวางตามที่ระบุในใบตราส่งสินค้าที่ตัวแทนรับขนส่งสินค้าระหว่างประเทศโดยอากาศยานออกให้ผู้รับบริการ (เฮ้าส์แอร์เวย์บิล) ไม่ว่าจะเรียกเก็บในหรือนอกประเทศไทยในกรณีที่บริษัทสายการบินต่างประเทศรับขนของให้ผู้รับบริการโดยผ่านตัวแทนรับขนส่งสินค้าระหว่างประเทศโดยอากาศยาน ไม่ว่ารายได้ดังกล่าวจะมากกว่าหรือน้อยกว่าค่าระวางที่ระบุในใบตราส่งสินค้า (แอร์เวย์บิล)

ในการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งประกอบกิจการให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศโดยอากาศยาน รายได้ที่ต้องนํามารวมคํานวณกําไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากรหมายถึงรายได้ตาม (1) และ (2)

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยและบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ ซึ่งประกอบกิจการให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศโดยอากาศยาน บริษัทสายการบินจะต้องนํามูลค่าของค่าระวาง ค่าธรรมเนียม และประโยชน์อื่นใดที่เรียกเก็บไม่ว่าในหรือนอกราชอาณาจักรก่อนหักรายจ่ายใด ๆ เนื่องในการรับขนสินค้าออกนอกราชอาณาจักร มารวมคํานวณเป็นมูลค่าของฐานภาษีตามมาตรา 79/1(2) แห่งประมวลรัษฎากร มูลค่าของค่าระวางฯลฯ หมายถึง

(1) รายได้ที่ได้รับหรือพึงได้รับจากการรับขนของออกนอกประเทศไทย ตามมูลค่าของค่าระวางตามที่ระบุในใบตราส่งสินค้า (แอร์เวย์บิล) ไม่ว่าจะเรียกเก็บในหรือนอกประเทศไทย ในกรณีที่บริษัทสายการบินรับขนของให้ผู้รับบริการโดยตรง

(2) รายได้ที่ได้รับหรือพึงได้รับจากการรับขนของออกนอกประเทศไทย ตามมูลค่าของค่าระวางตามที่ระบุในใบตราส่งสินค้าที่ตัวแทนรับขนส่งสินค้าระหว่างประเทศโดยอากาศยานออกให้ผู้รับบริการ (เฮ้าส์แอร์เวย์บิล) ไม่ว่าจะเรียกเก็บในหรือนอกประเทศไทย ในกรณีที่บริษัทสายการบินรับขนของให้ผู้รับบริการโดยผ่านตัวแทนรับขนส่งสินค้าระหว่างประเทศโดยอากาศยาน ไม่ว่ารายได้ดังกล่าวจะมากกว่าหรือน้อยกว่าค่าระวางที่ระบุในใบตราส่งสินค้า (แอร์เวย์บิล)

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ซึ่งประกอบกิจการให้บริการเป็นตัวแทนรับขนส่งสินค้าระหว่างประเทศโดยอากาศยาน

(1) ในกรณีที่เป็นตัวแทนที่ได้รับแต่งตั้ง รายได้ที่ต้องนํามารวมคํานวณกําไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากรหมายถึง รายได้ที่ได้รับหรือพึงได้รับจากการให้บริการ โดยให้คํานวณจากค่าระวาง ค่าธรรมเนียมและประโยชน์อื่นใดที่ได้มีการเรียกเก็บจากผู้รับบริการไว้แทนบริษัทสายการบินหักด้วยค่าระวาง ค่าธรรมเนียมและประโยชน์อื่นใดที่ได้ถูกบริษัทสายการบินเรียกเก็บ

(2) ในกรณีที่เป็นตัวแทนช่วง ถือว่าตัวแทนช่วงเป็นผู้ให้บริการตามมาตรา 77/1(10) แห่งประมวลรัษฎากรแก่ตัวแทนที่ได้รับแต่งตั้ง รายได้ที่ต้องนํามารวมคํานวณกําไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร หมายถึงรายได้ที่ได้รับหรือพึงได้รับจากการให้บริการให้แก่ตัวแทนที่ได้รับแต่งตั้ง โดยให้คํานวณจากค่าระวาง ค่าธรรมเนียมและประโยชน์อื่นใดที่ได้มีการเรียกเก็บจากผู้รับบริการ หักด้วยค่าระวาง ค่าธรรมเนียมและประโยชน์อื่นใดที่ได้ถูกตัวแทนที่ได้รับแต่งตั้งเรียกเก็บ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มของผู้ประกอบการจดทะเบียน ซึ่งประกอบกิจการให้บริการเป็นตัวแทนขนส่งสินค้าระหว่างประเทศโดยอากาศยาน

(1) ในกรณีที่เป็นตัวแทนที่ได้รับแต่งตั้ง ค่าบริการที่ต้องนํามารวมคํานวณเป็นมูลค่าของฐานภาษีตามมาตรา 79 แห่งประมวลรัษฎากรหมายถึง มูลค่าของค่าบริการ โดยให้คํานวณจากค่าระวาง ค่าธรรมเนียมและประโยชน์อื่นใดที่ได้มีการเรียกเก็บจากผู้รับบริการไว้แทนบริษัทสายการบินหักด้วยค่าระวางค่าธรรมเนียมและประโยชน์อื่นใดที่ได้ถูกบริษัทสายการบินเรียกเก็บโดยตัวแทนที่ได้รับแต่งตั้งมีหน้าที่ต้องออกใบกํากับภาษี ตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร ให้บริษัทสายการบิน

(2) ในกรณีที่เป็นตัวแทนช่วง ถือว่าตัวแทนช่วงเป็นผู้ให้บริการตามมาตรา 77/1(10) แห่งประมวลรัษฎากรแก่ตัวแทนที่ได้รับแต่งตั้ง ค่าบริการที่ต้องนํามารวมคํานวณเป็นมูลค่าของฐานภาษีตามมาตรา 79 แห่งประมวลรัษฎากรหมายถึง มูลค่าของค่าบริการ โดยให้คํานวณจากค่าระวาง ค่าธรรมเนียมและประโยชน์อื่นใดที่ได้มีการเรียกเก็บจากผู้รับบริการ หักด้วยค่าระวาง ค่าธรรมเนียมและประโยชน์อื่นใดที่ได้ถูกตัวแทนที่ได้รับแต่งตั้งเรียกเก็บ โดยตัวแทนช่วงมีหน้าที่ต้องออกใบกํากับภาษีตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร ให้ตัวแทนที่ได้รับแต่งตั้ง

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในกรณีที่มีระเบียบ คําสั่ง หรือหนังสือสั่งการใด ๆ กําหนดให้ต้องนําใบกํากับภาษีไปใช้ดําเนินการเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบกรณีต่าง ๆ เช่น การตรวจสอบยัน เป็นต้น ให้นําใบตราส่งสินค้า (แอร์เวย์บิล) ที่บริษัทสายการบินออกให้ผู้รับบริการในกรณีบริษัทสายการบินรับขนของให้ผู้รับบริการโดยตรง หรือใบตราส่งสินค้า (แอร์เวย์บิล) ที่ตัวแทนรับขนส่งสินค้าออกให้ผู้รับบริการแทนบริษัทสายการบิน และใบตราส่งสินค้าที่ตัวแทนรับขนส่งสินค้าออกให้แก่ผู้รับบริการ (เฮ้าส์แอร์เวย์บิล) ในกรณีที่บริษัทสายการบินรับขนของให้ผู้รับบริการโดยผ่านตัวแทนไปใช้ดําเนินการดังกล่าวด้วย

สําหรับการตรวจสอบความถูกต้องของใบตราส่งสินค้า (เฮ้าส์แอร์เวย์บิล) ให้ทําการตรวจสอบกับใบเรียกเก็บเงิน (อินวอยซ์) และหลักฐานการรับเงินที่ตัวแทนรับขนส่งสินค้าออกให้แก่ผู้รับบริการ

กรณีตัวแทนรับขนส่งสินค้าโดยวิธีรวมห่อ (คอนโซลิเดชั่น) และตัวแทนได้ออกใบตราส่งสินค้า (เฮ้าส์แอร์เวย์บิล) ให้แก่ลูกค้าหลายราย กรณีดังกล่าวให้ตรวจสอบมูลค่าของค่าระวางสินค้า ค่าธรรมเนียมและประโยชน์อื่นใดที่เรียกเก็บจากผู้รับบริการที่ระบุในใบตราส่งสินค้า (เฮ้าส์แอร์เวย์บิล) กับรายงานขายและรายงานภาษีขายที่ตัวแทนรับขนส่งสินค้าจัดทําตามบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร

คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2538 เป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - สั่ง ณ วันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2537

จัตุมงคล โสณกุล

อธิบดีกรมสรรพากร

5 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 49/2537 เรื่อง การเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับกิจการให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศโดยอากาศยาน และสำหรับกิจการให้บริการเป็นตัวแทนรับขนส่งสินค้าระหว่างประเทศโดยอากาศยาน (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_0a463e126cd81532

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com