ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี
ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี
เรื่อง
กำหนดให้การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในท้องที่ตำบลท่าไร่ ตำบลท่าเรือ
ตำบลบางจาก อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ตำบลคลองน้อย
ตำบลปากพนังฝั่งตะวันตก ตำบลคลองกระบือ ตำบลหูล่อง ตำบลชะเมา
ตำบลเกาะทวด ตำบลบ้านเพิง ตำบลบ้านใหม่ ตำบลท่าพยา ตำบลปากแพรก
ตำบลป่าระกำ ตำบลบางศาลา ตำบลขนาบนาก ตำบลบางตะพง
อำเภอปากพนัง ตำบลทางพูน ตำบลดอนตรอ ตำบลเชียรเขา ตำบลสวนหลวง
อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ตำบลเชียรใหญ่ ตำบลไสหมาก ตำบลบ้านเนิน
ตำบลเสือหึง ตำบลท้องลำเจียก ตำบลท่าขนาน ตำบลบ้านกลาง ตำบลการะเกด
ตำบลแม่เจ้าอยู่หัว ตำบลเขาพระบาท อำเภอเชียรใหญ่ และตำบลท่าซอม
ตำบลบางนบ ตำบลบ้านราม ตำบลทรายขาว ตำบลหัวไทร ตำบลแหลม
ตำบลเขาพังไกร อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช
เป็นกรณีที่มีความจำเป็นโดยเร่งด่วน[๑]
ตามที่ได้ประกาศใช้บังคับพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่ตำบลท่าไร่ ตำบลท่าเรือ ตำบลบางจาก อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ตำบลคลองน้อย ตำบลปากพนังฝั่งตะวันตก ตำบลคลองกระบือ ตำบลหูล่อง ตำบลชะเมา ตำบลเกาะทวด ตำบลบ้านเพิง ตำบลบ้านใหม่ ตำบลท่าพยา ตำบลปากแพรก ตำบลป่าระกำ ตำบลบางศาลา ตำบลขนาบนาก ตำบลบางตะพง อำเภอปากพนัง ตำบลทางพูน ตำบลดอนตรอ ตำบลเชียรเขา ตำบลสวนหลวง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ตำบลเชียรใหญ่ ตำบลไสหมาก ตำบลบ้านเนิน ตำบลเสือหึง ตำบลท้องลำเจียก ตำบลท่าขนาน ตำบลบ้านกลาง ตำบลการะเกด ตำบลแม่เจ้าอยู่หัว ตำบลเขาพระบาท อำเภอเชียรใหญ่ และตำบลท่าซอม ตำบลบางนบ ตำบลบ้านราม ตำบลทรายขาว ตำบลหัวไทร ตำบลแหลม ตำบลเขาพังไกร อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช พ.ศ. ๒๕๔๖
เพื่อดำเนินการขุดคลองธรรมชาติและคลองชักน้ำพร้อมอาคารโรงสูบน้ำ
อาคารสะพานข้ามคลองและท่อระบายน้ำ
ตามโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ แล้ว นั้น
อธิบดีกรมชลประทานผู้เป็นเจ้าหน้าที่เวนคืนตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวได้พิจารณาแล้วเห็นว่า
การดำเนินการขุดคลองธรรมชาติและคลองชักน้ำ พร้อมอาคารโรงสูบน้ำ
อาคารสะพานข้ามคลองและท่อระบายน้ำดังกล่าว เป็นกรณีที่มีความจำเป็นโดยเร่งด่วน
เพื่อประโยชน์ในการแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้งและเก็บกักน้ำไว้สำหรับพื้นที่เพาะปลูก
อุปโภค บริโภค
และเป็นแหล่งเพาะและขยายพันธุ์สัตว์น้ำจืดตลอดจนช่วยระบายน้ำออกสู่ทะเลได้โดยสะดวกและรวดเร็ว
อันเป็นการบรรเทาอุทกภัย
ซึ่งหากการเวนคืนเนิ่นช้าไปจะเป็นอุปสรรคอย่างมากแก่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
ดังนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๑๑ วรรคหนึ่ง
แห่งพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง พุทธศักราช ๒๔๘๕
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง (ฉบับที่
๕) พ.ศ. ๒๕๓๐
อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑